ถัดมาให้ลองมองไปยัง Stephen King ที่หลายคนอาจนึกถึงเพียงแค่สยองขวัญ แต่ผลงานชุดเช่น 'The Dark Tower' ผสมไซไฟ แฟนตาซี และองค์ประกอบเหนือมนุษย์ได้แบบมหึมา งานของเขามีโครงเรื่องที่ยาวและตัวละครที่เติบโตตามเล่ม เหมือนการติดตามซีรีส์ที่มีหลายซีซั่น อีกมุมหนึ่ง Brandon Sanderson เป็นชื่อที่ห้ามพลาดถ้าชอบระบบพลังที่ชัดเจนและการสร้างโลกที่เป็นระเบียบ เช่นใน 'Mistborn' และ 'The Stormlight Archive' เทียบได้กับซีรีส์แฟนตาซีที่มีการวางพล็อตระยะยาว เหมาะกับคนที่ชอบความสมเหตุสมผลในระบบพลังมากกว่าการพึ่งพาโชคหรือความลึกลับเพียงอย่างเดียว
สำหรับคนที่อยากได้รสชาติแบบเอเชียและภาษาที่เล่นกับไอเดียเหนือมนุษย์ ลองหางานของ Nisio Isin ที่เขียนชุดนิยายอย่าง 'Monogatari' ซึ่งผสมผสานเรื่องผี วิญญาณ และการสนทนาที่เฉียบคม เสน่ห์ของงานเขาคือบทสนทนาที่ยาวและมุมมองตัวละครที่ซับซ้อน เหมือนการดูซีรีส์อนิเมะหรือไลท์โนเวลที่มีบทสนทนาเป็นหัวใจ อีกคนที่ผมชอบคือ Haruki Murakami ผู้เขียน 'Kafka on the Shore' และ 'Hard-Boiled Wonderland and the End of the World' ซึ่งไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนแต่สร้างบรรยากาศเหนือจริง จนรู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์อาร์ตเฮาส์ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และความหม่นเหงา