4 คำตอบ2026-03-11 12:58:14
ราคาของช่องสามออนไลน์สดไม่ได้มีราคาเดียวตายตัว แต่มักแบ่งตามรูปแบบการรับชมและผู้ให้บริการที่คุณเลือกใช้
โดยทั่วไปจะเห็นรูปแบบหลัก ๆ ดังนี้: รับชมแบบสดผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแอปอย่างเป็นทางการที่มักให้ดูฟรีพร้อมโฆษณา, แบบสมัครสมาชิกพรีเมียมของแพลตฟอร์มของช่องซึ่งจะให้ความคมชัดและตัดโฆษณาได้ (ค่าบริการอยู่ในช่วงคร่าวๆ ประมาณหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อเดือน), และการรับชมผ่านพันธมิตรอย่างแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหรือเครือข่ายมือถือซึ่งมักมีแพ็กเกจรวมบริการหรือโปรโมชันที่เปลี่ยนได้เป็นระยะ
ผมมักคิดว่าอย่ามองแค่อัตรารายเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ดูว่าคุณต้องการคุณภาพ HD, การดูย้อนหลังแบบไม่มีโฆษณา หรือสิทธิ์พิเศษอื่น ๆ ด้วย เพราะบางแพ็กที่ราคาดูสูงกว่านั้นอาจคุ้มกว่าถ้าคุณดูบ่อย ๆ และอย่าลืมว่าบางช่วงจะมีโปรโมชันจากผู้ให้บริการทำให้ราคาลดลงได้อีก เช่น เวลาอยากกลับไปดูละครฮิตอย่าง 'บุพเพสันนิวาส' ผมมักเลือกแพ็กที่ให้ดูย้อนหลังครบทุกตอนมากกว่าจะจ่ายแยกทีละตอน
3 คำตอบ2026-04-07 08:09:37
สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากบอกคือ เรื่องค่าบริการของทีวีออนไลน์ช่อง 9 ไม่ได้มีราคาตายตัวเดียว พูดแบบตรงไปตรงมา ช่อง 9 (MCOT) มักมีการถ่ายทอดสดหลัก ๆ ให้ชมฟรีผ่านแพลตฟอร์มของทางสถานีเองและบางครั้งผ่านช่องทางอย่าง YouTube ทำให้การดูรายการข่าวหรือรายการสดทั่วไปแทบไม่ต้องเสียเงิน แต่ถ้าเราต้องการดูคอนเทนต์ย้อนหลังในคุณภาพสูง แบบไม่มีโฆษณา หรือซีรีส์พิเศษที่ถูกเก็บไว้ในระบบ On‑Demand บางครั้งจะต้องสมัครผ่านพาร์ทเนอร์หรือแพลตฟอร์มที่ซื้อสิทธิ์มาให้บริการแทน
เวลาฉันเปรียบเทียบราคา จะเห็นว่าความแตกต่างขึ้นกับชนิดของบริการ: ถ้าเป็นการสมัครรายเดือนของผู้ให้บริการสตรีมมิ่งที่มีช่องทีวีรวมอยู่ด้วย ราคามักจะอยู่ในช่วงประมาณ 99–299 บาทต่อเดือน ขึ้นกับแพ็กเกจคุณภาพและจำนวนช่องหรือคอนเทนต์พรีเมียมที่รวมมา ตัวอย่างเช่นแพ็กเกจที่รวมช่องทีวีกับคอนเทนต์พิเศษหรือกีฬาอาจจะแพงขึ้นอีกเล็กน้อย และบางครั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายมือถือก็มีโปรโมชันรวมแพ็กเป็นรายเดือนหรือรายปี ลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร
สรุปแบบไม่เป็นทางการ: ถาต้องการแค่ดูถ่ายทอดสดของช่อง 9 มักฟรี แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์พิเศษ ดูย้อนหลังแบบไม่มีโฆษณา หรือคอนเทนต์พิเศษ อาจต้องจ่ายค่าบริการกับแพลตฟอร์มพันธมิตรซึ่งทั่วไปอยู่ในช่วงราคาที่ว่ามา — ถ้าจะชัวร์ที่สุดให้เช็กเงื่อนไขของแพ็กเกจที่เราเลือกก่อนลงชื่อสมัครแล้วกัน
1 คำตอบ2026-07-06 04:08:35
แพลตฟอร์ม 'mello' ของช่อง 3 เป็นบริการสตรีมมิ่งที่รวบรวมละคร ข่าว และคอนเทนต์จากช่อง 3 ไว้ให้ดูแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง โดยทั่วไปการสมัครสมาชิกทำได้ง่าย ๆ ผ่านแอปบนมือถือทั้ง iOS และ Android หรือผ่านเว็บไซต์ของ 'mello' โดยตรง ผู้ใช้จะต้องลงทะเบียนด้วยอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์แล้วยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP หลังจากนั้นสามารถเลือกแพ็กเกจที่ต้องการได้ทันที ฉันมักจะแนะนำให้เริ่มจากบัญชีแบบฟรีก่อนเพื่อเช็กว่าคอนเทนต์และคุณภาพการสตรีมตรงกับความต้องการหรือไม่ เพราะบัญชีฟรีมักจะมีโฆษณาและอาจดูไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ก็เป็นวิธีที่ดีในการทดลองแพลตฟอร์มก่อนจ่ายเงิน
ที่ระดับการสมัครพรีเมียมหรือแบบชำระเงิน ผู้ใช้จะได้สิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนกว่า เช่น ดูได้แบบไม่มีโฆษณา ความละเอียดวิดีโอที่สูงขึ้น การเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษหรืออีพีแรกก่อนผู้ชมทั่วไป และความสามารถดาวน์โหลดเพื่อดูออฟไลน์ ข้อดีอีกอย่างคือรองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกันในบางแพ็กเกจ จ่ายค่าสมาชิกได้ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต การชำระผ่านผู้ให้บริการมือถือ หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์ที่ร่วมรายการ และมักมีโปรโมชั่นร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบแพ็กเกจเพื่อให้ได้ราคาพิเศษ บางครั้งจะมีช่วงทดลองใช้ฟรี 7 วันหรือโปรโมชั่นส่วนลดสำหรับการสมัครแบบรายปีซึ่งคุ้มดีสำหรับคนดูบ่อย ๆ การยกเลิกบริการก็ทำได้ง่ายผ่านเมนูบัญชีในแอปโดยไม่ถูกล็อกให้อยู่ต่อเนื่อง แต่อย่าลืมเช็กเงื่อนไขการคืนเงินหรือระยะเวลาหลังการชำระเมื่อคิดยกเลิก
อีกเรื่องที่ควรพิจารณาคือความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ เพราะการดูผ่านเว็บเบราว์เซอร์ สมาร์ททีวี หรือการเชื่อมต่อกับ Chromecast/Apple TV อาจมีขั้นตอนหรือตัวเลือกคุณภาพที่ต่างกัน ส่วนการรับสัญญาณสดของช่อง 3 ผ่าน 'mello' มักให้ภาพคมชัดและมีเมนูรายการย้อนหลังสะดวก ทำให้คนที่พลาดละครตอนเย็นยังตามย้อนหลังได้ง่าย ส่วนคอนเทนต์พิเศษ เช่น เบื้องหลังรายการหรือรายการวาไรตี้บางรายการ จะอยู่ในส่วนของสมาชิกพรีเมียมเป็นหลัก ฉันชอบที่มีทั้งคอนเทนต์เก่าและใหม่ให้เลือกดู ทำให้ถ้าว่าง ๆ อยากทบทวนละครเก่า ๆ หรือดูซีรีส์ใหม่ก็มีตัวเลือกครบถ้วน
สรุปความเห็นส่วนตัวคือ ถ้าคุณดูละครช่อง 3 เป็นประจำหรือชอบคอนเทนต์เฉพาะของช่อง การสมัครแพ็กเกจพรีเมียมของ 'mello' ให้ความคุ้มค่าในเรื่องความสะดวก ความคมชัด และฟีเจอร์ดาวน์โหลด แต่ถ้าดูเป็นครั้งคราว บัญชีฟรีหรือการใช้โปรโมชั่นแบบรายเดือนน่าจะตอบโจทย์กว่า โดยรวมฉันรู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้ทำให้ติดตามรายการโปรดได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่าถ้ารู้จักเลือกแพ็กเกจให้ตรงกับพฤติกรรมการรับชม
3 คำตอบ2026-06-21 07:24:45
ฉันชอบความสะดวกสบายของการสมัครผ่านมือถือเพราะทำทุกอย่างได้เร็วจากปลายนิ้วเดียว พอพูดถึงการสมัครสมาชิกกับ 'Mello' ของ 'ช่อง 3' ทางมือถือทำได้แน่นอน — ทั้งผ่านแอปโดยตรงและผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนมือถือ แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เคยเจอจะช่วยให้ทุกขั้นตอนราบรื่นขึ้น
การเริ่มต้นสำหรับฉันมักเป็นการดาวน์โหลดแอป 'Mello' จาก Google Play หรือ App Store แล้วลงทะเบียนด้วยอีเมลหรือเบอร์โทร จากนั้นเลือกแพ็กเกจที่ต้องการ บางครั้งระบบจะให้เลือกจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือใช้การชำระผ่านในแอป (In-app Purchase) ซึ่งบน iPhone กับ Android อาจเห็นตัวเลือกต่างกันไป ข้อควรรู้คือถ้าใช้การชำระผ่านร้านค้าของระบบ (Apple/Google) การต่ออายุจะจัดการผ่านบัญชีนั้น ส่วนการชำระโดยตรงผ่านเว็บของ 'Mello' อาจให้วิธีการชำระผ่านระบบอื่น ๆ เช่น QR code หรือพร้อมเพย์ ขึ้นกับช่วงโปรโมชั่น
อีกสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญคือการตั้งค่าบัญชีหลังสมัคร — ตรวจสอบอีเมลยืนยัน ดูว่ามีตัวเลือกดาวน์โหลดเพื่อดูแบบออฟไลน์หรือไม่ และตั้งค่าจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานพร้อมกันได้ ถ้าวางแผนจะแชร์กับคนในบ้านก็ควรเช็กข้อกำหนดของแพ็กเกจก่อน เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องบัญชีล็อกซ้อนเวลาดูพร้อมกัน สุดท้าย ถ้าเจอปัญหา บันทึกหลักฐานการชำระเงินไว้ และติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ 'Mello' ผ่านแอปหรือหน้าเว็บ รายละเอียดพวกนี้ช่วยให้การสมัครผ่านมือถือเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องกังวลตอนต่ออายุ
3 คำตอบ2026-06-21 08:10:15
มาดูกันแบบตรงไปตรงมาว่า 'mello' ของ 'ช่อง3' จัดการเรื่องการดูพร้อมกันอย่างไร — ในประสบการณ์ที่ใช้จริงและสังเกตมา บัญชีมาตรฐานของแพลตฟอร์มมักอนุญาตให้สตรีมได้พร้อมกันประมาณสองเครื่องต่อหนึ่งบัญชี โดยเฉพาะถ้าเป็นแพ็กเกจแบบชำระเงินที่มีสิทธิ์พิเศษกว่าเวอร์ชันฟรี
จากมุมมองการใช้งานประจำวัน สิ่งที่เราพบคือถ้าพยายามเปิดรับชมจากอุปกรณ์สามตัวขึ้นไปพร้อมกัน มักเจอข้อความเตือนหรือการตัดการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของบริการสตรีมที่จำกัดจำนวน session เพื่อป้องกันการแชร์บัญชีเกินขอบเขต ผู้ให้บริการบางครั้งกำหนดเงื่อนไขแยกกันสำหรับการดูย้อนหลัง (VOD) กับการดูถ่ายทอดสด ทำให้จำนวนอุปกรณ์ที่รองรับอาจต่างกันเล็กน้อย
ในฐานะแฟนรายการ ตรงนี้เลยทำให้ต้องจัดคิวในบ้านหน่อย: ถ้ามีสมาชิกหลายคนพร้อมกัน ให้เลือกอุปกรณ์หลักสำหรับการดูร่วมกัน หรือสลับบัญชีเมื่อจำเป็น ถ้าต้องการความแน่นอนสุด ๆ ให้ตรวจสอบในหน้าเงื่อนไขการสมัครของบัญชีที่ใช้อยู่หรือพิจารณาอัปเกรดแพ็กเกจ เพราะการรองรับมากกว่า 2 เครื่องไม่ค่อยพบในแพลตฟอร์มไทยทั่วไป และก็ไม่ได้มีผลกับคุณภาพภาพมากนัก — แค่ต้องวางแผนกันนิดเดียวก่อนจะกด Play ต่อกันยาว ๆ
4 คำตอบ2026-03-18 00:57:55
เวลาอยากดู 'ช่อง 29' สด ผมมักเริ่มจากคิดก่อนว่าจะรับชมผ่านวิธีไหน เพราะราคาขึ้นกับช่องทางที่เลือก
ถ้าดูผ่านการออกอากาศดิจิทัลปกติหรือจากเว็บไซต์และแอปของช่องแบบฟรี หลายครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายตรงๆ — นั่นคือดูสดได้ฟรีพร้อมโฆษณา แต่ถ้าอยากได้ประสบการณ์ไร้โฆษณาหรือสตรีมคุณภาพสูง อาจต้องสมัครบริการเสริมจากแพลตฟอร์มที่รวมช่องต่างๆ ไว้ด้วย
บางแพลตฟอร์มที่รวม 'ช่อง 29' ในแพ็กเกจของเขา เช่น 'AIS Play' หรือ 'TrueID' จะคิดเป็นค่าบริการรายเดือน ซึ่งระดับราคาแพ็กเกจฐานโดยทั่วไปมักอยู่ในช่วงประมาณไม่กี่สิบถึงสองร้อยกว่าบาทต่อเดือน ขึ้นกับว่าซื้อแบบรวมเน็ตหรือแพ็กเกจภาพยนตร์ด้วยหรือไม่ ส่วนงานพิเศษบางรายการอย่างคอนเสิร์ตหรือการแข่งขันอาจมีการคิดเป็นค่าชมพิเศษแบบจ่ายครั้งเดียว ซึ่งราคาจะต่างกันไปตามงาน (อาจเป็นหลักสิบถึงหลักร้อยบาท)
โดยรวมแล้ว ถ้าต้องการคำตอบแน่นอนสุด ให้ดูว่าต้องการแบบฟรีมีโฆษณา แบบสมัครรายเดือน หรือแบบจ่ายต่อรายการ — แต่ในประสบการณ์ของผม ทางเลือกฟรีมีอยู่เสมอสำหรับการดูสดทั่วไป และผมมักเลือกสมัครแพ็กเกจเฉพาะเมื่อมีคอนเทนต์พิเศษที่คุ้มค่าจริงๆ
5 คำตอบ2026-08-07 10:05:37
นี่คือสิ่งที่ผมคิดเกี่ยวกับค่าบริการรายเดือนของ 'CH3Plus' และการดูทีวี3ออนไลน์: โดยส่วนตัวผมมองว่าราคาไม่แรงจนเกินไปหากต้องการดูคอนเทนต์แบบไม่มีโฆษณาและย้อนหลังแบบเต็มอารมณ์
จากที่ติดตามมาหลายปี แพ็กเกจรายเดือนของ 'CH3Plus' มักกำหนดไว้ราวๆ 129 บาทต่อเดือนสำหรับการสมัครแบบพรีเมียม ซึ่งจะได้ดูละครย้อนหลังแบบเต็มตอน ความละเอียดที่ดีกว่า และตัดโฆษณาได้บ้างในบางรายการ ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบดูฟรีที่มีโฆษณาและจำกัดการเข้าถึงบางเนื้อหา ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อวัน มันก็ไม่ถึงบาทสองบาทสำหรับคนที่ดูบ่อย
เรื่องที่ผมให้ความสำคัญคือความสะดวกและการเข้าถึงบนอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าคุณดูผ่านสมาร์ททีวีหรือกล่องสตรีมมิ่ง ประสบการณ์จะแตกต่างจากดูผ่านเว็บมือถือ บางครั้งมีโปรลดราคารายปีหรือโปรโมชั่นร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต/มือถือ ทำให้ค่าเฉลี่ยลดลง ถ้ามองในมุมคนดูละครเป็นประจำ ผมคิดว่า 129 บาทต่อเดือนค่อนข้างคุ้ม แต่ถาดูไม่บ่อย เลือกรูปแบบฟรีหรือจ่ายเป็นครั้งเป็นคราวอาจเหมาะกว่า
3 คำตอบ2026-06-21 20:13:24
อยากดูละครสดจาก 'ช่อง3' ผ่าน 'Mello' ให้ชัดและต่อเนื่องเหมือนนั่งอยู่หน้าทีวีจริง ๆ ก็มีวิธีที่ทำแล้วเวิร์กอยู่ไม่น้อย
อันดับแรกฉันมักจะใช้คอมพิวเตอร์เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วเข้าไปที่หน้าเว็บของ 'Mello' เพราะบนหน้าจอใหญ่จะเห็นตารางรายการและปุ่มดูสดชัดกว่า ในหน้าเว็บให้ล็อกอินด้วยบัญชีที่สมัครไว้ ถ้าไม่มีบัญชีการสมัครไม่ยาก ส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกแบบฟรีและแบบที่ต้องจ่ายสำหรับคอนเทนต์พิเศษหรือดูแบบไม่มีโฆษณา
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วให้มองหาเมนู 'สด' หรือ 'Live' ของ 'ช่อง3' ตารางรายการจะบอกเวลาที่ออกอากาศจริง กดเข้าไปดูหน้าเพจของรายการแล้วคลิกปุ่มดูสดก่อนเวลาออกอากาศสัก 5–10 นาที เพื่อให้วิดีโอโหลดล่วงหน้า ปรับความละเอียดภาพตามความเร็วอินเทอร์เน็ต หากเน็ตไม่เสถียรให้เลือกความละเอียดต่ำลงเพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุก
อีกจุดที่ฉันคอยเช็กคือการตั้งค่าเสียงและการแจ้งเตือน บางครั้งรายการมีการถ่ายทอดพร้อมแชทหรือคอมเมนต์สด การมีแจ้งเตือนล่วงหน้าช่วยไม่พลาดรายการโปรด สุดท้ายคือเตรียมเน็ตให้เสถียรและปิดโปรแกรมที่ใช้แบนด์วิดท์เยอะ จะช่วยให้ภาพลื่นขึ้นและประสบการณ์ดูละครสดสนุกกว่าเดิม
3 คำตอบ2026-07-08 20:22:59
อยากเล่าแบบตรงไปตรงมาว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ของ 'ช่อง 3' มีรูปแบบบริการหลายแบบ ทั้งแบบดูฟรีที่มีโฆษณาและแบบสมัครสมาชิกที่ปลดล็อกเนื้อหาและลดโฆษณา ซึ่งบริการหลักที่คนไทยคุ้นเคยคือแอปที่ใช้ชื่อว่า '3Plus' หรือบางครั้งเรียกสั้นๆ ว่าแอปช่อง 3
ฉันสมัครแบบสมาชิกมาสักพักแล้ว ราคาที่เห็นบ่อยที่สุดคือค่าบริการรายเดือนของระดับ VIP มักอยู่ในช่วงประมาณ 119–199 บาทต่อเดือน ขึ้นกับโปรโมชั่นและแพ็กเกจที่เปิดขายในขณะนั้น บางครั้งจะมีแพ็กเกจรายปีที่คุ้มกว่า ประมาณ 1,000–1,500 บาทต่อปี หรือแพ็กสามเดือนที่ลดราคากลางๆ ให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการจับคู่โปรโมชั่นร่วมกับผู้ให้บริการมือถือหรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่อาจได้ส่วนลดหรือทดลองใช้ฟรีเป็นระยะ
จากประสบการณ์ส่วนตัว การเลือกว่าจะจ่ายหรือไม่ขึ้นกับว่าดูละครเก่าหรือไลฟ์สดบ่อยแค่ไหน ถ้าดูเป็นครั้งคราวแบบจิ้มดูคลิปฟรีก็พอ แต่ถ้าต้องการดูย้อนหลังเต็มตอน ไม่มีโฆษณา หรือเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษ การสมัครรายเดือนที่ราวๆ 129–149 บาทก็ถือว่าคุ้ม เหมาะกับคนที่อยากติดตามซีรีส์ของช่องแบบสะดวกและไม่สะดุด ส่วนใครงบจำกัดก็ยังมีทางเลือกแบบดูฟรีที่มีโฆษณาอยู่ดี สรุปคือราคามีความยืดหยุ่นและมักมีโปรโมชั่นประจำปีให้ฉันเห็นเสมอ
3 คำตอบ2026-06-23 11:08:51
มาดูเรื่องค่าบริการของ '33 plus' กันแบบละเอียดหน่อย — เพราะรายละเอียดจริง ๆ แล้วไม่ค่อยตายตัวเท่าไร
ผมสังเกตมาว่า '33 plus' มักมีหลายรูปแบบการให้บริการขึ้นกับแพลตฟอร์มที่นำเสนอ: บางครั้งเป็นการชมฟรีพร้อมโฆษณาบนหน้าเว็บหรือในแอปของช่องเอง ส่วนเวอร์ชันที่เป็นแบบสมาชิกพรีเมียมจะปลดโฆษณาและอาจให้สิทธิ์ดูย้อนหลังหรือคอนเทนต์พิเศษ ซึ่งราคาที่ประกาศมักแตกต่างกันตามโปรโมชั่นและข้อตกลงกับผู้ให้บริการเครือข่าย
จากประสบการณ์ที่ติดตามโปรโมชั่นของสื่อไทย ราคาสมาชิกพรีเมียมสำหรับบริการทีวีออนไลน์ของช่องต่าง ๆ มักเริ่มตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยบาทต่อเดือน และมักมีแผนรายปีที่คุ้มกว่า ถ้าคุณอยากได้ตัวเลขแน่นอนที่สุด ให้เช็กในแอปหรือหน้าเว็บของ '33 plus' ที่ใช้งานจริง เพราะแพ็กเกจที่รวมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นอาจมีส่วนลดพิเศษและข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป
โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่าอย่าเพิ่งตัดสินจากราคาป้ายอย่างเดียว ให้พิจารณาว่าเนื้อหาที่คุณอยากดูมีไหม และโปรโมชั่นปัจจุบันเป็นอย่างไร — บางครั้งจ่ายเพิ่มนิดเดียวแล้วได้คอนเทนต์ที่คุ้มค่ากว่าเก็บแบบฟรีที่มีข้อจำกัด เหมือนการซื้อบัตรผ่านประตูที่เปิดห้องพิเศษให้ชมมากขึ้น