ในมุมมองคนทำงานวัยสามสิบ การพึ่งพาตัวเองเป็นเรื่องที่ต้องปรับใช้ให้เหมาะสม ไม่งั้นอาจกลายเป็นความดันทุรังไป บางสถานการณ์ก็ต้องรู้จักขอความช่วยเหลืออย่างฉลาด อย่างในเกม 'The Last of Us' ตัวละครหลักต้องพึ่งพาอาศัยกันจึงรอดชีวิตได้ การยึดติดกับการทำทุกอย่างคนเดียวในยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงกันอาจทำให้เสียโอกาสดีๆ
One night stand ที่ตามหากันแทบตาย สุดท้ายก็อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง...
"นี่! ปล่อยได้แล้ว"
“โอ๊ย... ไอ้บ้า ต้องการอะไรอีกฮะ ได้ไปทั้งตัวแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ”
ทรงโปรดเงยหน้าจากซอกคอขาวผ่อง นัยน์ตาเขาส่งประกายกรุ่นโกรธขณะที่สบดวงตาที่มีแววดื้อรั้นของคนในอ้อมกอด
“ผมบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่วันไนท์กับคุณ”
เพลงประกอบที่แฟนๆมักจะนึกถึงทันทีเมื่อเอ่ยถึง 'สแลมดั้ง' คือเพลงเปิดสุดพลังอย่าง 'Kimi ga Suki da to Sakebitai' ซึ่งทำนองกับคอรัสที่ติดหูมันฝังอยู่ในความทรงจำของคนดูรุ่นเดียวกับฉัน
ผมชอบจังหวะโกรกหนักที่เปิดตัวทุกตอน เพราะมันเหมือนเป็นการตะโกนว่าการแข่งบาสกำลังจะเริ่มขึ้น ฉากเปิดที่ทีมชูฮกออกมา และการวิ่งขึ้นคอร์ทของตัวละครหลัก มันเข้ากับเพลงนี้จนกลายเป็นไอคอน ฉากที่ฮานามิจิก้าวขึ้นมาทำท่าเด้งแล้วลงแปลงเป็นสมาชิกจริงจังครั้งแรก เสียงคอรัสกับกีตาร์ไฟฟ้าผสมกันทำให้หัวใจเต้นตาม
สรุปคือถ้าพูดถึงเพลงประกอบฉากสำคัญที่แฟนๆจำได้มากสุด เพลงนั้นได้แก่ 'Kimi ga Suki da to Sakebitai' — มันไม่ใช่แค่เพลงเปิด แต่เป็นซาวด์แทร็กของวัยรุ่นและความฮึกเหิม เหมือนฉากในหนังที่มีจังหวะเพลงคอยผลักดันให้ตัวละครเดินหน้าไปข้างหน้า