การเล่นบทของเขามักจะใช้เทคนิคการตัดสลับมุมมอง ทำให้เราได้เห็นทั้งฝั่งสนามรบและห้องบัลลังก์ ฉันเห็นว่าฉากหนึ่งที่เขาตัดสินใจยอมแลกยุทธศาสตร์เพื่อรักษาความสงบภายในแผ่นดิน ทำให้ตัวละครคนอื่นต้องปรับทิศทางของความคิดและการกระทำไปด้วย แนวทางนี้คล้ายกับวิธีเล่าเรื่องที่ปรากฏใน 'Romance of the Three Kingdoms' แต่มีความเป็นส่วนตัวและโศกนาฏกรรมมากกว่า
การสอดแทรกฉากที่เขาอยู่คนเดียวหลังชัยชนะ หรือการมีช่วงที่ถูกทิ้งให้อยู่กับผลลัพธ์ของการตัดสินใจ ช่วยให้บทของหลานหลิงหวางมีมิติทางอารมณ์ ซึ่งทำให้ดิฉันนึกถึงการสร้างตัวละครในงานวรรณกรรมจีนคลาสสิกอย่าง 'The Legend of the Condor Heroes' ที่ตัวละครต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างหน้าที่และหัวใจ แตกต่างจากการเป็นวีรบุรุษสว่างใสทั่วไป ตัวละครแบบนี้ทำหน้าที่เตือนให้เห็นว่าความกล้าหาญมักมาพร้อมกับความเศร้า
โมเน่หญิงสาวที่ผิดหวังในความรักจึงประชดชีวิ ตด้วยการไปนั่งดื่มที่บาร์หรูคนเดียวจึงได้เจอกับดราก้อนมาเฟียหนุ่มที่ทำงานอยู่ที่นั้นในคืนนั้น
"รู้จักไหม one night stand ?"
"....ทนให้ได้แล้วกันเพราะฉันจะไม่หยุด!"