แชร์

ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง
ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง
ผู้แต่ง: Futhaone

บทที่ 1: ดวงใจของหยางเหมยเซียน

ผู้เขียน: Futhaone
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-21 18:28:37

รัชสมัยต้าหมิง ปีที่สิบแห่งราชวงศ์หมิง

          ในช่วงหนึ่งของปี จวนโหวจื้อหยวนได้จัดงานผูกสองชะตาได้ด้วยด้ายแดงมงคลระหว่างบุตรชายจื้อหยวนและคุณหนูรองสกุลหยางซึ่งเป็นฤกษ์หมายอันดีงามระหว่างสองสกุลที่ได้เกิดขึ้นโดยพันธสัญญา ภายใต้มิตรภาพของบิดาที่ได้ร่วมกันวางแผนนำทัพจับศึกสู้รบกับเผ่านอกด่านอย่างเมิ่งกู่ สองพายัพสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้ว่าสงครามระหว่างต้าหมิงกับเผ่านอกด่านยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเพราะต้าหมิงไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของเมิ่งกู่อีกต่อไปจึงคิดต่อสู้เพื่อนำเอกราชมาสู่แผ่นดินต้าหมิงอีกครั้ง

         หยางเหมยเซียน คุณหนูรองของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดุจดั่งเซียนดอกเหมยสวยดั่งคำร่ำลือ กลีบปากบางอมชมพูเช่นดอกเหลียนฮวา ดวงหน้าขาวลออเปรียบเสมือนดอกฝูหรง รอยยิ้มของนางนั้นละไมยิ่งกว่าบุปผาแรกแย้ม จนเป็นที่หมายปองของเหล่าบุตรชายผู้สูงศักดิ์ในแคว้นเพราะเป็นสตรีที่ไม่เหมือนผู้ใด

         หยางเหมยเซียนกับชอบศิลปะการต่อสู้ แขนงการยิงธนูและชอบควบขี่อาชาในสวนหลังวน ดูองอาจห้าวหาญเยี่ยงบุรุษ ในสายตานางนั้นไม่เคยแลเห็นบุรุษใดคู่ควรเข้าประตูวิวาห์กับนางเว้นไว้แต่เพียงผู้เดียว...เซินอู๋หลัว

        บุตรชายคนเดียวของท่านโหวจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ เพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย นางหลงรักในแววตาคู่นั้น มันช่างอ่อนโยนราวกับสายน้ำฤดูใบไม้ผลิ ใบหน้าของเขาสว่างไสวทัดเทียมดวงตะวันฉาย ความงามทั้งรูปลักษณ์ภายนอกรวมถึงในจิตใจนั้นดั่งหอกแหลมปักกลางใจนางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง พริบตาเดียวหัวใจทั้งดวงของนางก็ร่วงหล่นลงในกำมือเขาเสียแล้ว  

         อย่างไรก็ดีงานวิวาห์ในครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจแต่งกับนาง งานมงคลที่ปราศจากใจรักของเจ้าบ่าวอาจดูขื่นขม ทว่านางกลับใช้ความยึดมั่นเป็นที่ตั้ง ด้วยหวังว่าความอ่อนโยนของตนจะดุจดังสายน้ำที่เพียรกัดเซาะจะหลอมหินให้ละลายได้ในสักวัน แม้หัวใจเขาจะแข็งแกร่งปานใด นางก็จักพยายามทำให้เขารักนางอย่างสุดซึ้งให้จงได้ โดยไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังย่างก้าวเข้าสู่ขุมนรกดี ๆ นั่นเอง

         งานวิวาห์จัดขึ้นไม่ได้หวือหวาหรูหราอะไรมากนัก แต่กลับมีสีสันบวกกับเสียงหัวเราะอย่างปลื้มปีติยินดีทำให้เจ้าสาวในอาภรณ์สีแดงชาดงดงามวิจิตร อาภรณ์ปักลายหงส์เหินด้วยดิ้นทองระยิบระยับล้อแสงเทียน เสริมส่งให้ร่างอรชรดูสง่างามดั่งนางพญา เหนือศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำที่ทิ้งพู่ระย้าอัญมณีสั่นไหวพริ้วยามเคลื่อนขยับกาย ทว่าภายใต้ความหรูหราสูงค่านั้นกลับซ่อนเร้นหัวใจที่เจ็บแปลบเอาไว้ ด้วยรู้ดีว่าความงามหยาดเยิ้มนี้มิอาจตราตรึงใจผู้เป็นสามีได้เลย

         นางนั่งรอเจ้าบ่าวบนเตียงในห้องหออย่างใจจดใจจ่อราวกับว่าเขาเป็นสิ่งของล้ำค่าที่รอคอยมานานแสนนาน ใบหน้านวลขาวแต่งแต้มชาด ผัดแป้งมาอย่างบรรจง ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงเผยยิ้มหวานละมุนทั้งที่ในใจตื่นเต้นราวกับได้ผจญภัยในโลกใบใหม่ ชีวิตนางผ่านเรื่องชวนตื่นเต้นมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ทว่าไม่มีครั้งใดเลยที่นางตื่นเต้นพร้อมกับหนาวสั่นสะท้านไปทั้งตัวเช่นครั้งนี้

"เหมยเซียน ไยมือของเจ้าจึงเย็นเช่นนี้เล่า?" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าใบหน้ากลับฉายแววกังวลใจอย่างปิดไม่มิด กุมมือบางไว้ราวกับไม่อยากเห็นนางตบแต่งเข้าเรือนเพื่อจากอ้อมอกนางไปเช่นนี้

"ท่านแม่...คืนเข้าหอ เอ่อ...ข้าต้องปรนนิบัติเช่นไรต่อสามีหรือ"

แววตาที่ห่วงใยมองบุตรสาวผู้ไร้เดียงสาก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

"เจ้าก็แค่จงเป็นฮูหยินที่ดีในจวนจื้อหยวน เรื่องงานบ้านงานเรือน และค่าใช้จ่ายภายในจวนอย่าให้ขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด เพียงเท่านี้เจ้าก็ปรนนิบัติรับใช้ต่อสามีอย่างจงรักภักดีแล้ว" รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าสวยทว่าแววตากลับเศร้าหมองลงอย่างชัดเจน แม้ว่านางจะดีใจที่บุตรสาวคนเล็กได้ตบแต่งออกเรือนดั่งเช่นพี่สาวที่ได้เป็นพระชายาของชินอ๋อง ทว่ายังไม่มีข่าวดีเรื่องโอรสให้นางหายกังวลใจลงได้บ้าง เพียงหวังว่าเหมยเซียนจะไม่โดนชะตากรรมเช่นเดียวกันก็นับว่าสวรรค์เมตตามากแล้ว

"เรียนฮูหยิน ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้วเจ้าค่ะ อีกประเดี๋ยวเจ้าบ่าวก็จะเข้าสู่เรือนหอแล้ว" เสียงแม่นมเหรินดังแว่วมานอกจวนเพราะเหมยเซียนไม่ต้องการให้แม่นมเหรินติดตามนางมายังจวนโหวราวกับว่านางเป็นเพียงเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโตต้องคอยดูแลอบรมสั่งสอนอยู่ร่ำไปจนแทบไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง หากเป็นดั่งเช่นเมื่อก่อนนางต้องแอบหลบหนีแม่นมเหรินเพื่อจะได้ทำตามใจตนแต่บัดนี้นางไม่ต้องใช้ชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป

"เหมยเซียน เจ้าจงดูแลตัวเองด้วย ส่วนข้านั้นยังรอเจ้ากลับจวนสกุลหยาง หากวันหน้ามีเหตุใดทำให้เจ้าทุกข์ระทมใจจงรู้ไว้ว่าแม่จะอยู่ในใจเจ้าเสมอ" นางทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังใจคอไม่ดีเอาเสียเลย

"ท่านแม่..." หยาดน้ำสีใสเอ่อคลอล้นขอบตาคู่สวยนี่หรือความเสียใจจากการพลัดพรากจากอ้อมกอดของมารดาผู้ซึ่งดูแลเป็นอย่างดีจนไม่อาจหาผู้ใดมาเปรียบเสมือนได้

"คุณหนู อึก! ดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ อึก!" เสียงบ่นเหมือนจะร้องไห้ของแม่นมเหรินทำให้นางชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง

"ท่านด้วย!" นางตะโกนออกไปสุดเสียงกลับกันดวงตาคู่สวยพองโตขึ้นเมื่อถูกเปิดผ้าคลุมศีรษะอย่างไม่ทันได้ระวังตัวเผยให้เห็นร่างสูงสง่าผ่าเผยของชายคนรักในชุดวิวาห์สีแดง ใบหน้าเรียวได้รูปมันช่างหล่อเหลาเหลือเกิน แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาเพ่งมองนางอย่างไม่วางตา

         ภายใต้กลิ่นสุราที่ตลบอบอวลไปทั่วจวนก่อนที่เขาจะก้าวเท้ายาวไปยังโต๊ะเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยอาหารและผลไม้มงคล เขารินสุราในแก้วสีขาวยื่นให้นางอย่างไม่เต็มใจพร้อมกระดกของตนเองจนหมดแก้วพร้อมทิ้งตัวลงบนเตียงทิ้งให้นางดื่มสุราแก้วนั้นแต่เพียงลำพังไม่แม้แต่จะเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาก

        หยางเหมยเซียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แสนจะเย็นชา แต่ไม่คิดว่าเขาจะรังเกียจนางถึงเพียงนี้ นี่นะหรือคืนแรกของงานมงคลที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันไม่เห็นจะสนุกเหมือนที่ใครว่าไว้เลย นางทิ้งตัวลงนอนดวงตายังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างที่นอนหันหลังให้ตน บุรุษผู้ที่นางหมายปองบัดนี้กลายเป็นสามีของนางเหมือนดั่งฝันทว่าไร้ซึ่งความรักถึงอย่างไรก็ตามนางไม่อาจกล่าวโทษโชคชะตาอันโหดร้ายเช่นนี้ได้ เพราะล้วนเป็นหนทางที่นางเลือกเองทั้งสิ้น ทุกอย่างค่อย ๆ มืดสนิทลงด้วยความเหมื่อยล้าเกินจะฝืนใจไว้ไม่หลับตาเพราะต้องการมองสามีผู้ที่หลับสนิทให้นานกว่านี้

        วันเวลาผ่านไปเมื่อนางลืมตาตื่นทุกครั้งกับพบแต่ความเปล่า เซินอู๋หลัวไม่แม้แต่จะอยู่ให้นางทำหน้าที่ฮูหยินที่ดีเลยสักครั้ง เพราะเขามีแต่ความเฉยชาให้นางแทบจะตลอดเวลา หรือเรียกตลอดเวลายังได้ไม่แม้แต่จะยิ้มหรือโอบกอดนางเลยสักครั้ง ยิ่งการร่วมหลับนอนดั่งเช่นสามีภรรยายิ่งไม่ต้องพูดถึง 

        เขาทำเหมือนนางเป็นเศษฝุ่นไร้ค่าที่ล่องลอยรอบตัว ต่ำต้อยขนาดที่ไม่แม้แต่จะเสียเวลาปัดมันทิ้ง ซึ่งหัวใจของนางร้าวรานเพียงเพราะน้ำคำไร้สติยั้งคิดของเขา ยิ่งนับวันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ เขาออกนอกจวนอยู่บ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าไปทำงานหรือไปที่ใด บางครั้งถึงขั้นไม่กลับจวนเลยก็มี

       แม้ว่านางจะคลางแคลงใจถึงเพียงใดก็ทำได้เพียงนิ่งเฉยรอวันที่เขาเปิดอกคุยกลับนางในทุกเรื่องอย่างไว้วางใจทว่าสุดท้ายแล้วความอดทนก็หมดลงเมื่อนางทราบข่าวว่าเขามีสตรีอื่นในใจมานานแล้วและนั่นคือเส้นฟางสุดท้ายของสตรีที่ได้ชื่อว่าหยางเหมยเซียง

"ที่แท้ท่านก็มีสตรีในดวงใจอยู่แล้วนี่เอง” นางเม้มปากกดก้อนความขมขื่นให้กลับไปลงในลำคอ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้ หากว่าข้ามาทีหลัง หรือท่านไม่มีใจให้ข้าจริง ๆ เพราะหัวใจของท่านได้มอบให้ผู้อื่นไปแล้ว ไยไม่บอกข้ามาตามตรงเล่า ท่านเห็นข้าเป็นตัวตลกหรืออย่างไร ถึงได้ลงมือทำร้ายความรู้สึกของข้าอย่างเลือดเย็นเช่นนี้?"

        ดวงตาใสเพ่งมองอย่างสิ้นหวังแม้รู้ว่าคำถามเหล่านี้มันช่างงี่เง่าเหมือนเด็กเรียกร้องความรักแต่ยังดีเสียกว่าต้องเป็นฮูหยินโง่เขลาที่ให้บริวารข้ารับใช้ต่างซุบซิบนินทาหัวเราะเยาะราวกับนกน้อยในกรงของเขาที่ไม่ประสีประสาในเรื่องใด

"ข้าคิดทำการอันใดจำเป็นจะต้องรายงานเจ้าด้วยหรือไร? สตรีผู้เอาแต่ใจเช่นเจ้าตบแต่งกับข้าไม่เคยเอ่ยถามความต้องการของข้า! ปล่อยผ่านมานับปีบัดนี้เพิ่งจะเอ่ยถามขึ้นมา หมายจะให้ข้าเป็นฝ่ายผิดหรือไร ใช่! ข้ามิสตรีที่หมายปองมานานแล้ว...และเจ้ามาทีหลังนาง" เหมือนโลกทั้งใบของนางได้แตกสลายลงในทันที

"เซิ่นอู๋หลัว ข้าพอรู้ว่าท่านไม่เต็มใจแต่งกับข้าแต่ข้าก็ยังหวังให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจที่ข้ามีต่อท่าน ไม่คิดเลยว่าเนื้อแท้ของท่านจะเขลาเบาปัญญาจนมองมิออกว่าสิ่งใดคือรักจริง สิ่งใดคือลวงหลอก ท่านมันเลือดเย็นยิ่งนักแม้แต่ข้าศึกในสนามรบที่ว่าโฉดชั่ว ยังมีหัวใจมากกว่าท่านเสียอีก!"

         น้ำเสียงสั่นเครือ ขอบตาสวยเอ่อล้นด้วยน้ำใสเพราะดวงใจปวดร้าวราวกับเข็มนับร้อยทิ่มแทงซ้ำๆ นี่นะหรือผลตอบแทนความรักที่มีต่อเขาสุดท้ายแล้วสิ่งที่นางอดทนรอมาตลอดมันช่างไร้สาระสิ้นดี คิดไปคิดมานางต่างหากที่โง่เขลา โง่ยิ่งกว่าเขาเสียอีก

"เหมยเซียนในเมื่อเรื่องมาถึงเพียงนี้แล้วสู้หย่ากันไปเสียดีจะกว่า..." น้ำเสียงอันเรียบเฉยแต่หนักแน่นของเขาทำให้เหมยเซียนมองไปยังแววตาว่างเปล่าของเขาคู่นั้นไม่สามารถอ่านใจได้เลยว่าเป็นคำพูดจากใจอย่างแท้จริงหรือต้องการยังเชิงนางกันแน่

"หากมันคือความต้องการจากหัวใจของท่าน! เช่นนั้นแล้วข้าจะยอมเซ็นใบหย่าให้ท่าน ในคืนที่ท่านตบแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวนเท่านั้น...เซินอู๋หลัว...ที่ผ่านมาข้ามองท่านผิดไปจริง ๆ" ร่างบางย่างก้าวออกจากจวนอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำใสพรั่งพรูออกมาอาบแก้มชมพูอย่างกลั้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป

          หากก่อนหน้านั้นนางรู้ความจริงว่าเขามีใจให้สตรีอื่น ก็คงจะไม่เสียสติถึงขั้นดึงดันจะตบแต่งเข้าจวนเขาเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็ควรอ่อนโยนกับนางสักนิดในฐานะสตรีคนหนึ่ง ไม่ใช่แข็งกระด้างกับตนถึงเพียงนี้ นิ้วเรียวปาดน้ำตาไว้ แม้ในใจนางจะเข้มแข็งเพียงใดแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกลับอ่อนแอลงอย่างไร้เหตุผล นางไม่อาจทำใจสู้หน้าเขาได้ในตอนนี้ทว่าหากนางพินหลังกลับไปมองสักนิดจะรับรู้ได้ว่าแววตาว่างเปล่าคู่นั้นกลับเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงไว้

         หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมเป็นสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามถึงเพียใด งามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ อีกใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าหน้าตาตนนั้นก็ไม่ได้นับว่าขี้ร้ายขี้เหร่ แล้วตนแพ้สตรีอื่นด้วยเหตุอันใด

         ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี

“ฮูหยิน กลับเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านเซินอู๋หลัวมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า” ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย

“เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน

“ฮูหยิน...” ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป เพราะไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยเช่นไรให้นายสาวได้เข้าใจเสียที คนไม่รักทำเช่นไรก็ไม่รัก

“เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง” เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหลายวันแล้ว วินาทีนี้นางอยากกลับจวนสกุลหยางเหลือเกิน เพื่อกินต้มซุปบัวหิมะซี่โครงไก่ฝีมือท่านแม่ผู้รู้เมนูโปรดของนาง ทว่าหลายวันมานี้แทบไม่มีจดหมายจากท่านแม่ ยิ่งเมื่อตนถามเซินอู๋หลัว เขากลับเปลี่ยนเรื่องซึ่งสร้างความสงสัยให้นางไม่น้อย

“ปิ่งปิ่ง” นายสาวเอ่ยเรียก

“เจ้าคะฮูหยิน” บ่าวสาวตอบรับ

“ข้าอยากไปนอกจวน”

         ดวงตาไร้เดียงสาเบิกโพลงทันที นางรู้ดีว่าเมื่อฮูหยินต้องการทำสิ่งใด ย่อมไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นความปรารถนาของนางได้ เว้นเสียแต่อยากสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ท่านอ๋องเซินอู๋หลัวไม่น่ารอดชีวิตมาได้ถึงป่านนี้เลย นางทำได้เพียงมโนในใจเท่านั้น ไม่มีแรงอะไรจะไปขัดเจ้านายได้หรอก

“จะไปนอกจวนได้อย่างไร? ในเมื่อท่านอ๋องกำชับไว้ว่าห้ามออกนอกจวนในเพลานี้เจ้าคะ”

“ข้าต้องกลับบ้าน ไม่เยี่ยงนั้นข้าคงนอนไม่หลับ เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกไปบ้างหรือไร?”

“แปลกที่เจ้าว่าเป็นเช่นไรรึ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเท้ายาวเดินตรงดิ่งมายังนาง ไม่รู้ว่าเซินอู๋หลัวยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่มากแค่ไหนนั้นไม่สำคัญเท่ากับใบหน้าที่ว่างเปล่าราวกับผืนทะเลไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ ร่างบางสวมชุดเป้ยจีนปกเสื้อรวบที่มือแขนเสื้อใหญ่สีแดงผงาดราวกับพญาหงส์

“ข้าต้องกลับจวนสกุลหยาง” นางเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม และคิดไม่จะฟังคำปฏิเสธของเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะว่าเช่นไร แต่นางก็ตัดสินใจแล้ว คืนนี้นางจะกลับจวน

Futhaone

ขออนุญาติแก้ไขคำผิดและเพิ่มเนื้อหาให้สมเหตุสมผลมากขึ้นค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

| ชอบ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 13 แขกไม่ได้รับเชิญ

    ยามเหม่าของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้งหลังพายุอันร้อนรุ่มที่ถาโถมเข้ามาตลอดทั้งคืนดับสลายลงในที่สุด ร่างสูงสง่านั่งมองใบหน้าอันงดงามดั่งดอกเหมยที่ผลิบาน ริมฝีปากยกสูงขึ้นอย่างพึงพอใจไม่น้อย ไม่คิดว่าสตรีผู้งดงามทั้งกายและใจเช่นนาง สตรีที่บุรุษทั่วหล้าต่างหลงใหลและหมายปองนาง ดันกลับกลายเป็นฮูหยินของตนราวกับห่วงความฝันที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยแม้สักเสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาห่มผ้าผืนหนาให้นางด้วยความเอ็นดูไม่น้อย"แม้ใจเจ้าจะยังมิใช่ข้าในตอนนี้ แต่สักวันข้าจะเป็นเพียงบุรุษผู้เดียวที่เจ้าถวิลหา...เหมยเซียน" เขาพูดขึ้นเบาๆเขาก้มจุมพิษลงบนหน้าผากขาวอย่างนุ่มนวล สำหรับหลงเยว่ฉานแล้วนางคือโลกทั้งใบของตน ไม่ว่าจะเป็นอดีต ตอนนี้และอนาคต สตรีผู้เดียวที่ครอบครองดวงใจของเขาคือ นาง หลงเยว่ฉานสวมชุดคลุมสีดำสลับแดงปักลวดลายมังกรอย่างน่าเกรงขาม ก้าวเท้าออกจากจวนโดยที่หลี่เจิ่นและหลี่ซานรออยู่เพื่อออกไปว่าราชกิจพร้อมกัน"วันนี้ดูจวิ๋นอ๋องจะรื่นรมย์กว่าทุกวัน ว่าไหมหลี่เจิ่น?" ทหารคนสนิทมือขวาเอ่ยถามขึ้น"จะไม่ให้รื่นรมย์ได้อย่างไรกัน มีท่านแม่ทัพหญิงคอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายไม่ขาดสายตลอดทั้งคืน" ทหารคนสนิท

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ : 12 ข้ามีคุณค่าต่อเจ้าบ้างหรือไม่? NC18

    แสงสีทองลับขอบฟ้า วิหคน้อยใหญ่บินว่อนเพื่อกลับรัง ร่างบางก็เช่นกันผูกม้ากลับคืนคอกของมันพร้อมส่งสายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัว ภาวนาว่าอย่าให้ผู้ใดพบเจอนางในสภาพเช่นนี้ หากเป็นเช่นนั้นนางนึกไม่ออกเลยว่า ตนจะเจอจุดจบเช่นไรโดยเฉพาะจากเขาผู้นั้น"วันนี้เหนื่อยเจ้าแล้ว" นางพูดขึ้นพลางลูบหน้าม้าตัวโปรดอย่างเอ็นดู ก่อนจะนำถุงผ้าที่ซ่อนไว้ในพรงหญ้าออกมาสวมใส่เป็นชุดสตรีเช่นเดิม พร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางหยุดก้าวลงเมื่อถึงกำแพงของจวนอย่างไม่รอช้าปีนขึ้นไปอย่างว่องไวเพื่อมิให้ผู้ใดผ่านมาพบเจอนางเข้าตุ๊บ! "เอ๊ะ!" นางอุทานออกมาอยากตกใจดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองลงไปยังบุรุษผู้เบื้องล่างที่ปีนข้ามกำแพงจวนลงมาก่อนนางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาแหงนหน้ามองนางพลางยิ้มกว้างถึงตา วินาทีนั้นหัวใจแทบจะหยุดเต้นอย่างกับโดนวิญญาณหลอกหลอน อีกทั้งยังกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย ทันใดนั้นร่างบางดันพลาดท่าเสียจนได้พลัดตกลงไปยังแผ่นอกกว้างของเขา"โชคดีเหลือเกิน..." น้ำเสียงนุ่มนวลทำเอาสตรีเช่นนางรีบลุกขึ้นนั่งในทันที"ท่านพี่!" นางมองค้อนอย่างเขินอาย"คืนนี้ข้าจะนอนกับเจ้าด้วยดีหรือไม่?" เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลขนัย"เอ๊ะ

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 11 นางโลมผู้นี้มีความลับ

    ร่างสูงพร้อมใบพัดคู่ใจนั่งลงจิบสุราเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เสียงานเสียการเพราะฤทธิ์สุรา แม้ว่ากลิ่นและความหอมหวานจะล้ำเลิศกว่าสุรามากมายที่ตนเคยสัมผัส ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อดึงดูดใจเขาไม่น้อย สมแล้วที่เป็นห้องรับรองแขกพิเศษของสตรีผู้งดงามอันดับหนึ่งของหอนางโลมแห่งนี้ "หรือจะเป็นนาง!" แววตาเรียบเฉยมองเงาสะท้อนผ่านโคมไฟ เป็นสตรีผู้นั้นที่ตนเฝ้ารอคอยก่อนที่ประตูถูกเปิดออกอย่างใจเย็น ร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงสลับขาวย่างก้าวเข้ามาใบหน้าของนางปกปิดด้วยผ้าขาวบาง เหลือเพียงดวงตาเรียวดั่งอินทรีย์ที่จ้องมองมายังตน แม้ว่านางจะปกปิดริมฝีปากไว้ทว่าเจียวเจี้ยกับรู้สึกได้ทันทีว่านางพยายามซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ อีกทั้งยังซ่อนความงดงามอันแท้จริงเช่นเดียวกัน"ข้าน้อยซูเซียว น้อมรับท่านเจียวเจี้ย" นางก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างถ่อมตน "..." ไม่มีการตอบรับจากเขาทว่าร่างสูงกลับเดินวนรอบกายนาง ดวงตาคมเพ่งพินิจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"ร่างบอบบางดั่งสตรีแต่สูงโปร่งไหล่กว้างดั่งบุรุษ ความสูงเทียบเท่าข้า มิน่า..." เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"มิน่าอะไรหรือเจ้าค่ะ!" นางพูดขึ้นน้ำเสียงสงบดั่

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ : 10 ความลับจวินอ๋อง

    กุบกับ! กุบกับ!"ย๊ะ! ย๊ะ!" เสียงเข้มดังขึ้นตลอดเส้นทาง ร่างสูงควบอาชาขาวดั่งไข่มุกแต่เพียงลำพังเพื่อเข้าไปดั่งจุดหมายที่ต้องโดยใช้เส้นทางที่น้อยนักจะมีผู้ใดกล้าย่างกายเข้าไป แววตาดุดันดั่งมัจจุราชบ่งบอกว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญเป็นสิ่งน่าขุ่นเคืองใจยิ่งนักสำหรับเขา เสียงควบอาชาหยุดลงเมื่อเผชิญกับสิ่งที่สมควรแก่การดั้นด้นเดินทางมาด้วยตัวเอง"มีเพียงนี้หรือ!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น"ขอรับจวินอ๋อง" หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำตอบกลับไปดูท่าทางแล้วคงเป็นหัวหน้าของกลุ่ม"พวกเจ้าไร้ความสามารถลงเช่นนี้ข้าไม่ต้องการ!"เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ"ที่เหลือข้าน้อยจะนำมาให้ได้ขอรับ"เขาตอบพลางแสดงความเคารพต่อบุรุษเบื้องหน้าด้วยความภักดีไม่น้อย"ดี! อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง" เขาตอบด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ร้าย"ขอรับจวินอ๋อง" กลุ่มคนชุดดำรับคำด้วยความหวาดกลัวไม่น้อยเสมือนว่าหากเขาออกโรงเองคงไม่ดีกลับตนเองเป็นแน่"นำพวกนางไปซะ!" เขาเอ่ยขึ้นดวงตาคมเพ่งมองไปยังเหล่านับสิบที่เสื้อผ้าหน้าผมมอมแมม และสกปรกไปด้วยกลิ่นโคลนและคราบเลือด นั่นเพราะร่างกายของพวกนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้ายเยี่ยงสัตว์ไม่ใช่มนุษย์ มือทั้งสองถ

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 9 : ความลับของเหมยเซียน

    ร่างบางลงจากอาชาสีน้ำตาล ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสังเกตว่ามีผู้ใดติดตามตนเองหรือมีสิ่งใดผิดแปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่เพราะการพบปะใครผู้หนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นางเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมเล็กๆ แต่งแข็งแรงพอสร้างเป็นฐานลับ ที่หลบซ่อนหลังร้านน้ำชาขนาดใหญ่ของแคว้น มีการส่งสัญญาณลับ ที่นางเป็นกำหนดขึ้นให้ผู้เฝ้าประตูซึ่งมีเฉพาะพวกของนางเท่านั้นที่รู้กัน ประตูถูกเปิดออกร่างสูงใหญ่กำยำทว่าดวงตาบอดสนิทไปข้างหนึ่งก้มหัวให้นางอย่างเคารพ"เชิญท่านแม่ทัพ พวกเขาพร้อมแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นดวงแข็งกร้าวอย่างรู้ใจผู้เป็นนายหญิงของตน "ดี!!" นางเอ่ยขึ้นพร้อมจะก้าวเท้าไปยังห้องเบื้องหน้าที่ว่า บัดนี้เต็มไปด้วยชนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะใหญ่ซึ่งมีแผนที่ของแคว้นและสัญลักษณ์มากมายอยู่บนนั้นราวกับว่ากำลังวางแผนการใหญ่ในการเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามอีกครั้ง โดยมีสตรีผู้นี้เป็นผู้นำ"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่" พวกเขาทั้งหกลุกขึ้นทำความเคารพด้วยความภักดี ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นมือซ้ายมือขวาและทหารร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่ของนาง พวกเขาเป็นยิ่งกว่าสหายเสียอีกของในสายตานางพวกเขาเป็นมากว่าพี่น้องร่วมสาบานเพราะฉะนั้นแล้

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 8 : หลินฮวา

    "ร้ายกาจนัก!! เหมยเซียน!!!" นางในชุดวิวาห์สีแดงกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคืองใจดั่งไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ตนเกลียดชังให้มลายหายไป จนหมดสิ้น นางกำมือจนเล็บจิก ดวงตากลมโตอันแดงก่ำเพ่งมองเบื้องหน้าอย่างไร้สติ ก่อนทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายเต็มพื้นอย่างสตรีบ้าคลั่ง ในเมื่ออยากดีกลับนางนักบัดนี้นางควรลงเล่นเกมกับเหมยเซียนดูสักครั้ง "ใจเย็นๆ เถิดคุณหนู" นางกำนัลคนสนิทพยายามห้ามปรามแต่ไร้ประโยชน์เสมือนว่าตอนนี้นางไม่ใช่หลินฮวาผู้เดิมแล้ว"ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!""หากคุณหนูทำเช่นนั้น ท่านอ๋องรอง คงไม่พอใจเป็นแน่""แล้วเจ้าจะให้ข้าอยู่ใต้เท้าเหมยหลินไปชั่วชีวิตหรือไร!!" นางพูดขึ้นก่อนจะลงจิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็นพลันก็คิดหาแผนการที่จะมัดใจท่านอ๋องรองให้ได้ ในที่สุดนางก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปนอนบนเตียงตามเดิม "วันนี้เข้าป่วยคงไปรินน้ำชาให้ผู้ใดไม่ได้แฮ่รกๆๆ" "เจ้าค่ะ" นางข้ารับใช้เผยยิ้มออกมาอย่างแสนรู้หลินฮวาเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า จิภักดีเสียง มีอำนาจไม่น้อยในราชสำนักทั้งยังมีบุตรชายคนโตเป็นถึงซื่อจือ ผดุงความยุติธรรม ไร้มลทิน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภ

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 7 : คืนเข้าห้องหอของเจ้าข้าขอ

    หลินฮวานั่งเกี้ยวเจ้าสาวซึ่งทำด้วยไม้เก่าๆ ดูเรียบง่ายไร้ความหรูหราดั่งที่เคยวาดฝันเอาไว้ ช่างไม่สมเกียรตินางสักเท่าไหร่ ทว่าพยายามฝืนใจยอมรับในโชคชะตาเช่นนี้เพื่อความรักที่มีต่อหลงเยว่ฉาน ดวงใจนางนั้นประดุจกระบี่พร้อมทิ่มแทงทุกอย่างที่ขวางทางรักแม้ว่าจะเป็นสิ่งผิดก็ตาม เส้นทางมุ่งหน้าไปยังจวนท่านอ

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 6 : มีผู้ใดร้ายกว่าข้าอีกหรือ!

    สำนักงานว่าการแคว้นเหยียนเป่ย ข่าวลือว่าหวางเฟยคิดวางยาพิษฆ่าคุณหนูรองได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น แม้ว่าท่านอ๋องรองพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้รัดกุมเพียงใด ทว่ากลับไม่อาจหนีพ้นเงาศัตรูที่หมายคิดร้ายต่อหวางเฟยไว้ได้

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 5 จุดเริ่มต้นของหวางเฟยตัวร้าย

    เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการประดับประดาตกแต่งโคมไฟหลากหลายรูปแบบหลากหลายสีสันชวนให้น่าหลงใหลไปทั่วริมแม่น้ำ ส่วนกลางของแม่น้ำนั้นได้ปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวบ้านไม่เว

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 4 :"หยูเหยียน"

    ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status