บ่อยครั้งที่ฉันเห็นประโยคคลาสสิกจากนิยายโรแมนติกโผล่มาเป็นคำมั่นสัญญาในแฟนฟิคต่างๆ และถ้าต้องเลือกบรรทัดที่โดนใจที่สุด 'You have bewitched me, body and soul' จาก 'Pride and Prejudice' มักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ
ฉันมักเจอมุมนี้ใช้เป็นคำสารภาพความรักแบบเข้มข้น—ไม่ว่าจะเป็นใน AU สมัยใหม่ที่คนเขียนเอาประโยคนี้ไปใส่ในซีนสารภาพรักที่โรงเรียน หรือในเรื่องที่แต่งเป็นจดหมายรักสไตล์วินเทจ ประโยคของมิสเตอร์แดร์ซีย์มีน้ำหนักของความละมุนผสมความจริงจัง มันทำให้ฉากที่คนหนึ่งพูดเพื่อผูกมัดอีกคนรู้สึกทั้งโรแมนติกและน่าเชื่อถือ
เวลาฉันเขียนฉากแต่งงานหรือการคืนคำสาบานเล็กๆ ฉันมักจับประโยคคลาสสิกนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ เพราะมันสื่อความรู้สึกลึกซึ้งแบบไม่ต้องปรุงเยอะ และทุกครั้งที่อ่านแล้วก็ยังได้ยินน้ำเสียงนั้นในหัว—อบอุ่นและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน
มีคำพูดหนึ่งของ 'What I Talk About When I Talk About Running' ที่ยังวนอยู่ในหัวเสมอ: "If you only read the books that everyone else is reading, you can only think what everyone else is thinking." ประโยคนั้นทำให้ฉันชะงักและเริ่มตั้งคำถามกับนิสัยการอ่านของตัวเอง
ผมเริ่มมองหานักเขียนที่ไม่เป็นกระแส แล้วก็พบว่าการอ่านงานที่แปลกออกไปทำให้มุมมองการเล่าเรื่องกว้างขึ้น บางครั้งผู้เขียนที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงกลับมีวิธีเล่าอารมณ์หรือจัดโครงเรื่องที่ทำให้ฉันคิดต่างออกไปอย่างรวดเร็ว ความตรงไปตรงมาของเขาเกี่ยวกับการฝึกเขียนและการใช้ชีวิตก็เป็นแรงผลักดันให้ผมไม่ยอมหวั่นไหวกับกระแสแฟชั่นของหนังสือ
จังหวะประโยคของมูราคามิชวนให้ผมอยากตั้งกฎตัวเองน้อยลงและกล้าลองสิ่งใหม่ในอ่านหนังสือ ลองเปลี่ยนมุมมองบ้าง เลิกตามรายชื่อขายดีอย่างเดียว แล้วค่อยๆ รื้อพฤติกรรมการอ่านให้เป็นของตัวเองมากขึ้น นั่นแหละคือของขวัญที่ประโยคสั้นๆ ข้อนี้ให้มา — มันไม่ใช่แค่คำสอน แต่เป็นเชื้อไฟให้ลองค้นหาเสียงเล่าเรื่องที่เข้ากับเรา