Mag-log in
“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว
เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบหาดูใจกันมา และเข้ามาศึกษาต่อด้วยกันที่เมืองหลวง แต่ทั้งคู่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่จะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ เพราะแฟนสาวนั้นพักอาศัยอยู่กับหญิงสาวรุ่นพี่ในหมู่บ้านเดียวกัน...
“จริงสิเอก งานที่นี่แหละได้เงินดีและได้ไวด้วย แบบนี้น้ำจะได้มีเงินส่งกลับให้แม่เยอะ ๆ จะได้ใช้หนี้ด้วยไง” เธอเอ่ยตอบแฟนหนุ่มของเธอด้วยใบหน้าและรอยยิ้มที่มีความหวังเมื่อนึกถึงงานใหม่ที่เธอจะได้ทำในเร็ววัน
ธารารินทร์ ธนารักษ์ หรือ น้ำ หญิงสาวต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อในเมืองหลวงแห่งนี้ ตอนนี้เธออยู่มหาวิทยาลัยปีสองแล้ว ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี ชีวิตที่ต้องดิ้นรนหางานส่งตัวเองเรียน เนื่องจากเธอเกิดจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เธอมีมารดาเพียงคนเดียวที่เป็นคนเลี้ยงดูและเป็นเสาหลักของบ้าน
ทั้งคู่เป็นคนต่างจังหวัดที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว และเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ด้วยกัน ทางบ้านของแฟนหนุ่มเป็นครอบครัวที่มีฐานะมากกว่าเธอ เขาจึงไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย เพราะมีครอบครัวคอยส่งเสียให้ทุกเดือนอยู่แล้ว
ต่างจากเธอที่ครอบครัวเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ชีวิตหาเช้ากินค่ำ มีมารดาเพียงคนเดียวที่คอยเป็นเสาหลัก หาเลี้ยงเธอ เพราะบิดาทิ้งไปตั้งแต่ที่เธอยังเล็ก
ธารารินทร์จึงเลือกสอบเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ด้วยกันกับแฟนหนุ่ม เพื่อที่จะได้หางานทำได้สะดวกในระหว่างเรียน และส่งตัวเองเรียนต่อเพื่อแบ่งเบาภาระมารดาของเธอมากไปกว่านี้ แถมยังมีเงินส่งกลับไปที่บ้านให้มารดาใช้อีกด้วย
เดิมทีเธอเป็นเพียงแค่เด็กเสิร์ฟร้านอาหารธรรมดาค่าจ้างแค่ไม่กี่ร้อย แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมสถานศึกษาทำงานในสถานบันเทิงแล้วได้เงินดี เธอจึงสนใจแล้วหันมาปรึกษารุ่นพี่ที่บ้านเดียวกันที่พักอาศัยด้วย จึงได้คำแนะนำมาเพราะหญิงสาวก็ทำงานที่นั่นด้วยเช่นกัน
“แต่เราไม่อยากให้เธอไปทำงานกลางคืนในที่แบบนั้นเลยน้ำ” แฟนหนุ่มพูดด้วยความลำบากใจ เพราะเขารู้ดีว่าสถานที่ที่เธอบอกนั้นเป็นแบบไหน
“พี่ฝ้ายก็ทำงานที่นั่นเหมือนกัน พี่เขาบอกว่าได้เงินดีแถมยังได้ทิปเยอะอีกด้วยน่ะ” เธอเอ่ยบอกกับแฟนหนุ่มไปตามที่รู้ข้อมูลมาจากพี่สาวบ้านเดียวกันที่เธอพักอยู่ด้วยในตอนนี้
“แต่...” เอกมนัสไม่รู้จะห้ามเธออย่างไรดี
“ให้น้ำไปทำเถอะ น้ำจะได้มีเงินส่งกลับไปให้แม่ น้ำไม่อยากให้แม่ทำงานหนักด้วย เพราะตอนนี้แม่สุขภาพไม่ดีด้วย” เธอเอ่ยขออย่างอ้อนวอนกับแฟนหนุ่ม
“แต่น้ำอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเลยน่ะ” เอกมนัสจึงยกเหตุผลข้อนี้ขึ้นมาอ้าง เพราะทราบดีว่าสถานบันเทิงจะรับคนที่อายุยี่สิบปีขึ้นไป
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงแล้ว พี่ฝ้ายคงฝากเข้าได้แหละ” อีกไม่กี่่วันที่เธอบอก นั่นไม่ได้แปลว่าวันสองวัน แต่เป็นเดือนสองเดือน เพราะเธอเข้าเรียนก่อนเกณฑ์จึงอายุน้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน
“เราห้ามอะไรน้ำไม่ได้เลยใช่ไหม?” เอกมนัสเอ่ยอย่างจำใจ เพราะไม่สามารถห้ามอะไรหญิงสาวที่ขึ้นสถานะว่าแฟนได้
“เข้าใจน้ำหน่อยนะเอก...”
“น้ำก็ย้ายไปอยู่กับเราสิ เราจะได้ดูแลน้ำได้สะดวกกว่าไง น้ำอยู่กับเราน้ำไม่ต้องทำงานก็ได้” เอกมนัสตัดสินใจพูดคำนี้ขึ้นมาอีก เมื่อเธอไม่ยอมย้ายไปอยู่กับเขาทั้งที่ก็เป็นแฟนกันมาเกือบจะสองปีแล้ว
“เราพึ่งจะคบกันเองนะเอก อีกอย่างถ้าน้ำไปอยู่กับเอกมันคงจะดูไม่เหมาะ” ธารารินทร์เอาเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างอีกครั้ง เพราะทราบดีว่าแฟนหนุ่มต้องการอะไร ถึงพยายามหว่านล้อมให้เธอไปพักอาศัยอยู่กัน
“ถ้าอย่างนั้นเราก็หมั้นกันไว้ก่อนก็ได้นี้น้ำ” เพราะรู้ว่าแฟนสาวกังวลเรื่องอะไร เอกมนัสจึงพูดเครื่องนี้ขึ้น
“เอก...”
*
*
Night Club
“พี่ใบหม่อนค่ะ ฝ้ายมีน้องสาวมาฝากให้พี่ช่วยรับน้องเข้าทำงานได้ไหมค่ะ” ปุยฝ้าย หญิงสาวเอ่ยกับผู้จัดการที่รับผิดรับคนเข้าทำงานในสถานบันเทิงแห่งนี้ทันทีที่เธอพาธารารินทร์มาถึงก่อนที่สถานแห่งนี้จะเปิดบริการลูกค้า
ปุยฝ้ายเธอเป็นหญิงสาวต่างจังหวัด เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับธารารินทร์ แถมยังเป็นรุ่นพี่ที่ธารารินทร์มาพักอาศัยอยู่อีกด้วย หรือตามภาษาปากชาวบ้านก็เรียกว่าเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องคนบ้านเดียวกันนั่นเอง
ปุยฝ้ายเธออยู่มหาวิทยาลัยปีที่สี่แล้ว และใกล้จะจบการศึกษาในเร็ว ๆ วันนี้ เธอเข้ามาศึกษาและอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุสิบแปดปีกว่า เธอทำงานส่งตัวเองเรียนด้วยการรับงานเสริมที่สถานบันเทิงแห่งนี้ โดยที่ไม่เดือดร้อนคนทางบ้านเลย
สาเหตุนี้เองที่ทำให้ธารารินทร์สนใจที่เข้ามาทำงานที่นี่ เพราะเห็นพี่สาวบ้านเดียวกันทำงานส่งตัวเอง โดยที่ไม่รบกวนคนทางบ้านเลย เธอจึงอยากจะลองทำบ้าง
“อายุเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนยังเด็กอยู่เลย แล้วเคยทำงานแบบนี้มาหรือเปล่า” ใบหม่อน สาวใหญ่ที่เป็นผู้จัดการของที่นี่ยิงคำถามขึ้นมาทันที พร้อมกับมองสำรวจไปทางหญิงสาวที่ปุยฝ้ายพามาด้วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“สิบเก้าปีอีกไม่นานก็ถึงยี่สิบแล้วค่ะ” ปุยฝ้ายตอบผู้จัดการออกไปตามตรง เพราะไม่มีอะไรที่ต้องปกปิด และเธอเองก็เป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้มาแล้ว
“ปุยฝ้าย! เธอเองก็น่าจะรู้น่ะว่าที่นี่เข้าได้อายุเท่าไหร่...” ใบหม่อนตำหนิเธอออกไปทันที ที่รู้ว่าหญิงสาวที่เธอพามาฝากงานนั้นอายุเท่าไหร่
“ทราบค่ะพี่ใบหม่อน แต่น้องเขาอยากทำงานที่นี่จริง ๆ นะคะ ฝ้ายก็เข้ามาตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเหมือนกัน ให้โอกาสน้องเถอะนะคะ” ปุยฝ้ายได้แต่เอ่ยอ้อนวอนหญิงสาวผู้จัดการ
“แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนที่เธอเข้ามาแรก ๆ นะปุยฝ้าย...” ใบหม่อนเอ่ยขึ้นอย่างหนักใจ เพราะทุกวันนี้สถานบันเทิงถูกตรวจเข้ม
“ฝากน้องอีกคนเถอะนะคะพี่ น้องอยากได้งานที่นี่จริง อีกอย่างน้องมันทำงานส่งตัวเองเรียน ที่บ้านน้องก็ลำบากมาก เด็กเป็นเด็กดีนะคะ ฝ้ายรับรองได้ว่าน้องจะไม่ทำให้พี่เดือดร้อนแน่นอน...” ปุยฝ้ายยกมือขึ้นไหว้หญิงตรงหน้า แล้วเอ่ยอ้อนวอนขอความเห็นใจอีกครั้ง
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา







