คนที่ติดตามนิยายแปลจากญี่ปุ่นมานานจะมีรายชื่อคนโปรดอยู่ในใจกันเกือบทุกคน, และสำหรับผมสองคนที่มักถูกยกขึ้นมาว่าเก่งที่สุดคือ Jay Rubin กับ Philip Gabriel เพราะพวกเขาทำให้ภาษาญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่บางทีมันหลุดกรอบไวยากรณ์หรือมีจังหวะซ้ำซ้อน กลายเป็นภาษาอังกฤษ/ไทยที่อ่านลื่นโดยไม่เสีย 'รส' ของต้นฉบับ
สไตล์ของ Jay Rubin ในงานแปลเช่น 'Norwegian Wood' และ 'The Wind-Up Bird Chronicle' เข้าถึงความซับซ้อนทางอารมณ์ของตัวละครได้ดี โดยยังคงรักษาจังหวะเล่าเรื่องแบบ Murakami เอาไว้ ส่วน Philip Gabriel ในงานอย่าง 'Kafka on the Shore' มักเลือกทางเรียงประโยคที่ทำให้ภาพและสัญลักษณ์ในเรื่องเดินต่ออย่างเป็นธรรมชาติ ฉันชอบที่ทั้งสองคนไม่ยอมให้ความทับศัพท์หรือคำอธิบายว่าง่ายเกินไป แต่ก็ไม่ปล่อยให้ผู้อ่านหลุดออกจากเรื่องด้วยศัพท์เทคนิคมากเกินไป
มุมมองเชิงประวัติศาสตร์และเชิงวรรณกรรมชี้ให้เห็นว่าการแปลวรรณคดีญี่ปุ่นเก่าแก่กับสมัยใหม่ต้องการทักษะต่างกันมาก ผมมองว่าในหมวดคลาสสิกมีคนที่เด่นชัดเพราะความสามารถในการถ่ายทอดโครงสร้างภาษาที่ต่างจากภาษาอังกฤษหรือไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ - Royall Tyler กับงานแปล 'The Tale of Genji' ของเขาให้สัมผัสร่วมสมัยและรักษาโทนดั้งเดิมไว้โดยไม่ทำให้โคลงกลายเป็นภาษาแข็งทื่อ - Arthur Waley ในงานเช่น 'The Pillow Book' มีความสามารถพิเศษในการคัดเลือกถ้อยคำที่ทำให้ผู้อ่านสมัยใหม่เข้าใจความคิดของนักเขียนคลาสสิกโดยไม่สูญเสียเสน่ห์โบราณ - Helen Craig McCullough กับ 'The Tale of the Heike' แสดงให้เห็นทักษะในการจัดการกับบทกวีนิพนธ์และการเล่าเชิงประวัติที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจน