مشاركة

ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ
ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ
مؤلف: ซูเมี่ยวหลิง

last update تاريخ النشر: 2026-01-01 00:45:06

ข้าถือกำเนิดแล้วในร่างติงหลีซือ คุณหนูใหญ่ของตระกูลติงซึ่งเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ชายสี่

มารดาที่แท้จริงเสียชีวิตไปแล้ว บิดาไม่ได้แต่งภรรยาใหม่เข้ามา

เป็นบิดาที่มอบความรักให้แก่บุตรสาวและบุตรชายมากคนหนึ่ง

ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ แต่ข้ากับหลีซือคนนี้มีชื่อเป็นอักษรตัวเดียวกัน

ต่างกันตรงที่มนุษย์มีแซ่แต่เทพไม่มีแซ่

“องค์ชายสี่ใจกว้างถึงเพียงนี้ แค่ตำแหน่งสนมก็ยังมอบของมีค่ามากมายให้”

ตอนนี้ข้ารู้บทบาททุกอย่างในนิยายที่ข้าเลือกแล้ว เมื่อได้มาอยู่ในร่างของหลีซือ ความทรงจำจากร่างเดิมก็เข้ามาในหัวราวกับว่าเผชิญเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง

สถานที่แรกที่ข้ามาปรากฏตัวบนโลกมนุษย์คือห้องนอนของติงหลีซือ

ด้านข้างเตียงมีถ้วยยาสีดำปี๋พร่องลงไปนิดหน่อย เมื่อสูดกลิ่นดูจึงทราบว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีพิษผสมอยู่ด้วย

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างที่แท้จริงเสียชีวิต!

ติงหลีซือในนิยายเป็นตัวประกอบที่มีหรือไม่มีก็ได้ เพราะตัวเอกที่แท้จริงคือองค์ชายสี่และพระชายาเอก

อนุคนใดก็ได้ที่แต่งเข้าจวนองค์ชายสี่จะเป็นแพะรับบาปให้ชายารอง สุดท้ายถูกเนรเทศมาอยู่ที่ชายแดน

เป็นที่รู้กันว่าพระเอกของเรื่องมักจะได้รับความนิยมจากตัวประกอบหญิง

แม้แต่ฐานะสนมก็ยังเป็นที่แกร่งแย่งกันจนหลีซือคนเดิมถูกวางยาพิษในยาสมุนไพร

“แค่ถูกเนรเทศไปชายแดนเรื่องก็จบแล้วหลีซือ เจ้าแค่ทำตามบทไปเท่านั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก”

ข้าสะกดใจตัวเองเช่นนี้ก็หยิบนิยายมาอ่านซ้ำอีกรอบ ด้วยเป็นเทพที่มีทักษะเรื่องการอ่านหนังสือ ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อข้าก็จำเรื่องราวในนิยายได้แล้ว

“พรุ่งนี้แล้วสินะที่คนของจวนองค์ชายสี่จะมาส่งชุดแต่งงานให้ ระหว่างนี้ข้าก็จะมีเวลาเป็นของตัวเอง อยากทำอะไรก็ได้ทำ ว่าแต่ข้าจะทำอะไรดี”

ระหว่างที่นอนคิดอยู่นั้นหนังตาก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายข้าก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะผล๊อยหลับไปจนได้

ข้าขยับปากพูดไม่ได้แต่สมองยังทำงานอยู่ ก่อนจะเข้าสู่ห่วงนิทราสิ่งที่ข้าคิดก็คือ…

ร่างมนุษย์ต้องนอนอย่างน้อยสี่ชั่วยามด้วย ข้าที่ไม่เคยนอนหลับเลยต้องทำตัวให้ชินสินะ

เช้าวันต่อมา

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมาจากนิทรา

ไม่บ่อยที่เทพเช่นเราจะฝัน พอตื่นขึ้นมาแล้วภาพความฝันเหล่านั้นก็เลือนหายไปจนข้าแอบตะลึงไปชั่วขณะ

“ตอนที่มนุษย์ฝันเป็นความรู้สึกแบบนี้สินะ”

ข้าพยายามคิดถึงความฝันเมื่อครู่

ในความรู้สึกยังคงชัดเจนว่าตื่นตระหนก แต่พอจะเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ กลับเรียบเรียงเนื้อเรื่องไม่ได้

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวเองเจ้าค่ะ”

เสียงที่ดังขึ้นหน้าห้องรวมถึงเนื้อความในประโยคนี้ทำให้ข้าเดาว่าจะต้องเป็นสาวใช้คนสนิทแน่

“เข้ามาสิซิงซิง”

สิ้นคำประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยสาวใช้ตัวเล็กหน้าตาดาษดื่นไม่มีสิ่งใดโดษเด่น เหมือนกันกับที่ข้าเห็นเป็นภาพก่อนหน้านี้

ในตอนที่เห็นหน้าตาของซิงซิงนั่นเองข้าจึงอยากเห็นหน้าตาของตัวเองบ้าง

ข้าลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปนั่งหน้ากระจกทองเหลืองแสร้งว่าหวีผม

“บ่าวหวีผมให้เจ้าค่ะคุณหนู”

เสียงใสเชียว!

ข้าเห็นภาพเหตุการณ์ในชีวิตของหลีซือคนเดิมแต่ไม่ได้ยินเสียง ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าคนที่มาเรียกเป็นสาวใช้คนสนิทหรือไม่

“องค์ชายสี่ให้คนส่งของมาหรือยัง”

ข้าถามเพราะจะได้เตรียมตัวรับมือ เมื่อผ่านฉากหลักในนิยายได้แล้วจะได้ไปทำอย่างอื่น

อยากลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์ นั่งรถม้า ทานอาหาร ดื่มน้ำชาตามเหลาสุราอย่างเช่นในนิทานที่ตัวหลักเคยนัดพบกับองค์ชายสี่ก่อนจะอภิเษก

“คิก ๆ คุณหนูอย่าใจร้อนสิเจ้าคะ”

ซิงซิงหัวเราะคิกคัก ท่าทางแฝงความเขินอายเอาไว้จนข้าทราบว่านางเข้าใจไปในทางรัก ๆ ใคร่ ๆ

เมื่อก่อนการเข้าตำหนักองค์ชายสี่คงเป็นสิ่งที่หลีซือคนเดิมใฝ่ฝันเลยสินะ

“ก็ข้าตื่นเต้น”

ในเมื่อสาวใช้แสร้งเขินอาย ข้าก็แสร้งเขินอายบ้างเพราะไม่อยากให้นางผิดสังเกตว่าข้าเปลี่ยนไป

นิสัยเดิมของหลีซือฉอเลาะ ตรงข้ามกับข้าที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคน ‘ฉอเลาะ’ กับ ‘นิ่งเฉย’

ซิงซิงไม่ได้พูดอะไร นางช่วยข้าอาบน้ำ ปรนนิบัติตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจนร่างกายหอมกรุ่น

ผิวพรรณของติงหลีซือกระจ่างใส เนียนนุ่ม ได้รับการดูแลอย่างดีพร้อมส่งเข้าจวนองค์ชายสี่

“คุณหนูเจ้าคะ เหลียงกงกงมาแล้วเจ้าค่ะ”

ตอนที่ซิงซิงกำลังทำผมให้ข้าอยู่ เสียงสาวใช้ก็ดังขึ้นหน้าห้อง ไม่ได้เดินเข้ามาในห้องนอน

“อ้อ ใกล้จะเสร็จแล้ว”

เหลียงกงกงคือขันทีอาวุโสประจำจวนองค์ชายสี่ แม้สถานะจะเป็นขันทีแต่ทุกคนก็ให้ความเคารพเพราะเป็นขันทีพี่เลี้ยงองค์ชายสี่ตั้งแต่เขายังไม่ได้ออกมาสร้างจวนนอกวังหลวง

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

ข้ามองตัวเองในกระจก พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ เพราะพอใจกับทรงผมในวันนี้ ปล่อยสยายลงกลางหลัง ม้วนผมครึ่งหนึ่งขึ้นกลางศีรษะแล้วปักด้วยปิ่นปักผมสีชมพู

ไม่มาก ไม่น้อย สมวัย

ณ โถงรับแขกของจวน

ข้าเดินมายังโถงรับแขกก็ผงะไปกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เข้าใจแล้วว่าทำไมขันทีอาวุโสจะต้องนำของหมั้นมาให้ข้าด้วยตนเอง

เยอะแท้!

“คารวะคุณหนูติง”

เสียงของชายวัยกลางคนทำให้ข้าต้องดึงสายตาออกมาจากหีบทั้งหลาย

“คารวะเหลียงกงกงเจ้าค่ะ”

ข้าย่อกายลงเล็กน้อยคารวะเขา แอบโล่งใจที่การคารวะมนุษย์ครั้งนี้ไม่เกิดสิ่งผิดปรกติใด

…หากชนชั้นเทพทำการคารวะมนุษย์จะเกิดฟ้าผ่า!

“ข้าเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้วสินะ”

“คุณหนูว่าอันใดนะขอรับ”

เหลียงกงกงเดินเข้ามาใกล้ข้าหนึ่งก้าวพร้อมแสดงท่าทางสงสัยอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่มีอะไร นี่คือของหมั้นใช่หรือไม่”

ข้าตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง!

เหลียงกงกงที่เข้าใจเจตนาจึงตามน้ำ หันไปพยักหน้าให้องครักษ์ทั้งหลายที่มาช่วยคุ้มครองของหมั้นเปิดฝาออกทั้งสิบหีบ

ในนั้นบรรจุไปด้วยของมีค่าทั้งผ้าหายากและเครื่องประดับ ซิงซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังข้าเผลอหลุดเสียงตกใจออกมาจนข้าต้องหันไปดุ

...สาวใช้คนสนิทคือหน้าตาของเจ้านาย จะมาแสดงออกเยอะไม่ได้!

ข้าหันไปดุซิงซิงไม่นาน เมื่อนางทำสีหน้าสลดแล้วข้าก็หันมามองหน้าเหลียงกงกงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มหวานว่า

“รบกวนเหลียงกงกงแล้วเจ้าค่ะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๙(จบ)

    ๑๙ติงหลีซือกำลังนอนอยู่บนเตียงในช่วงบ่ายคล้อย ตอนนี้นางแพ้ท้องหนักมาก อ่อนเพลียจนต้องนอนอยู่นิ่ง ๆ ไม่อาจทำสิ่งใด“หมดสภาพเลย”ในขณะนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นภายในห้องบรรทม ดวงตาคู่งามลืมขึ้นมองต้นเสียงก็เป็นเทพแห่งดวงชะตาเจ้านายของนางจริงดั่งที่คิด“ท่านเทพ! มาได้อย่างไรเจ้าคะ”“มาดูคนแพ้ท้อง”ติงหลีซือลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าอิดโรย ท่าทางไร้เรี่ยวแรงจนเทพแห่งดวงชะตาต้องเข้ามาพยุงขึ้นนั่ง“ท่านเทพ ไหนเจ้าคะการเนรเทศ เหตุใดข้าถึงได้มานอนแพ้ท้องอยู่แบบนี้”“เจ้านี่แปลก! ไม่ต้องเนรเทศให้ลำบากก็ดีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงเรียกร้องการเนรเทศนัก”ติงหลีซือเถียงไม่ออก ทำเพียงถอนหายใจเทพแห่งดวงชะตาเห็นแบบนั้นก็เสกผลไม่รสเปรี้ยวมาให้นางหนึ่งถาด“ทานผลไม้เหล่านี้เสีย แล้วเจ้าจะไม่แพ้ท้องอีก”ติงหลีซือดวงตาลุกวาว ยื่นมือไปรับถาดมาวางไว้บนเตียง ผลไม้มีหลากหลายชนิดแต่นางเลือกทานเฉ่าเหมย [1] เป็นอันดับแรกเพราะชอบในรูปร่างของมัน“งื้อ~สะใจเจ้าค่ะ”รสเปรี้ยวผสมหวานทำให้นางหลับตาพริ้ม อร่อยจนตัวสั่น เทพแห่งดวงชะตาเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะ“หากเจ้าชอบข้าจะขอนำเข้าพืชชนิดนี้จากเทพต่างทวีป นี่คือผลไม้จาก

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๘

    ๑๘ตอนนี้ข้ากำลังนอนด้วยดวงตาเหม่อลอยอยู่บนเตียง คำที่หมอหลวงกล่าวเมื่อครู่ทำข้าพูดไม่ออก อยากรู้หรือไม่ว่าหมอหลวงกล่าวว่าอย่างไรเขาบอกว่า…“กระหม่อมยินดีกับกับไท่จื่อด้วยพ่ะย่ะค่ะ ติง เหลียงตี้ทรงพระครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากล่าวประโยคนี้ครั้งแรกที่บอกผลหลังจากหมอหลวงตรวจอาการก็ได้บอกผลการตรวจแก่ฮองเฮาแล้วไท่จื่อคงได้ยินข่าวว่าตำหนักฮองเฮาเชิญหมอหลวง เขาจึงมาที่ตำหนักฮองเฮาด้วยชุดที่ใช้ประชุมเช้า ท่าทางร้อนใจเป็นอย่างมากจนกระทั่งได้ยินข่าวว่าข้าตั้งครรภ์มังกร จากที่แสดงอาการกังวลใจก็เปลี่ยนเป็นดีใจในทันทีฟอด~ร่างสูงเข้ามาหาข้าพร้อมกดริมฝีปากลงบนหน้าผากต่อหน้าฮองเฮา ไท่จื่อเฟย หมอหลวงนางกำนัลและขันที“ไท่จื่อ!”ฮองเฮาเรียกพระโอรสเสียงเขียว ทว่าไท่จื่อไม่สะทกสะท้าน หันมายิ้มแฉ่งใส่พระมารดา“เสด็จแม่ เฉินเอ๋อร์จะมีบุตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ทุกคนในห้องบรรทมตะลึงไปเลยเมื่อได้ยินคำแทนตัวที่ไท่จื่อใช้เรียกตัวเองเฉินเอ๋อร์เช่นนั้นหรือ…น่ารักแท้!ข้าหันไปสำรวจสีหน้าฮองเฮาก็เห็นว่าพระนางตัวแข็งทื่อ ดวงตาจับจ้องเพียงใบหน้าอาบรอยยิ้มของพระโอรส ไม่นานใบหน้างดงามสมวัยก็ฉายรอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๗

    ๑๗สองเดือนผ่านไปคำกล่าวที่ว่า ‘พระสนมคนโปรด’ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ไท่จื่ออู๋เฉินปี้โปรดปรานติงเหลียงตี้ถึงขนาดมาค้างด้วยที่ตำหนักทุกคืนสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะตั้งแต่แต่งไท่จื่อเฟยมา ไท่จื่อก็ยังเสด็จมาหาเฉพาะวันที่ฮองเฮากำหนดไว้ให้เท่านั้น แต่มาเพียงค่อนคืนก็กลับไปค้างกับติงเหลียงตี้จนกระทั่งถึงเช้าข่าวสารนี้รู้ถึงพระกรรณฮองเฮาแล้ว พระนางได้รับสั่งให้สะใภ้เอกหรืออีกฐานะหนึ่งคือหลานสาวพาตัวติง เหลียงตี้เข้าเฝ้าในวันนี้จ้าวฮองเฮาใคร่รู้นักว่าสตรีประเภทใดที่มัดใจพระโอรสของนางได้แต่งตั้งเป็นสนมขั้นสูงก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดถึงได้เสด็จไปหาทุกเช้าค่ำ!ทางด้านจ้าวฮองเฮา….ช่วงนี้สิ่งที่กวนใจข้ามากที่สุดไม่พ้นเป็นเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับพระโอรสที่ว่าหลงใหลได้ปลื้มพระสนมจนไม่เหลียวแลชายาเอกสิ่งนี้เป็นการกระตุ้นความทรงจำเก่าสมัยเป็นไท่จื่อเฟยวังบูรพายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าข้าเกลียดที่สุดเมื่อได้ยินบ้านไหนสามีหลงใหลภรรยารองมากที่สุด ก็ไม่คิดว่าพระโอสองค์เดียวของข้าจะเป็นไปกับเขาด้วย“ฮองเฮาเพคะ ไท่จื่อเฟยและติงเหลียงตี้เสด็จมาแล้วเพคะ”“เชิญเข้ามาได้”นางกำนัลโค้งตัวลงทำความเ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๖

    ๑๖เพราะทราบว่าเขาจะไปลงโทษมี่อิง ใจข้าก็เต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ จนไม่มีสมาธิอ่านนิยายต่อ เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องบรรทมรอฟังข่าวจากนางกำนัลที่ข้าส่งไปสืบข่าว“พระสนมเพคะ อย่าทรงกังวลใจไปเลยเพคะ มี่อิงนางสมควรได้รับแล้ว”“ก็ข้าไม่สบายใจ”ตอนอยู่บนสวรรค์ข้าไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร นี่เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกแปลกไปไม่น้อย“เรื่องตั้งใจทำชาร้อนหกใส่ระหว่างบ่าวด้วยกันเองยังนับว่าใจร้ายมากแล้ว แต่นี่นางประสงค์ร้ายในตัวพระสนมที่เป็นชนชั้นเจ้านาย ทั้งยังเป็นคนโปรดของไท่จื่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหนนางก็สมควรโดนทำโทษแล้วเพคะ”ข้าเผลอมองหน้าซิงซิงนิ่ง ไม่คิดว่าภาพลักษณ์ที่ดูสดใสจะไม่ใสซื่อเป็นข้าประเมินนางต่ำไปสินะ!“เช่นนั้นระหว่างนี้ข้าจะทำอะไรรอดีล่ะ ไม่มีสมาธิอ่านตำราแล้ว”“หม่อมฉันสอนปักผ้าดีหรือไม่เพคะ เวลาที่พระสนมปักผ้าทีไรจะมีสมาธิทุกครั้งเพราะกลัวเข็มแทงมือ”ข้าไม่เคยปักผ้ามาก่อนเลย น่าสนใจ!“ก็ได้ เอาลายง่าย ๆ นะ ข้าอยากปักผ้าเช็ดหน้าให้ตัวเอง เอาเป็นปักชื่อข้าก็แล้วกัน”ซิงซิงยิ้มกว้างรีบไปเตรียมอุปกรณ์ในทันทีเพราะเช่นนี้ข้าถึงเบนสมาธิมาจากเรื่องมี่อิงได้ เพราะในหัวกำลังคิดว่าเขียนอักษรด้วยลายมือ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๕

    ๑๕ตุบ!“หม่อมฉันขออภัยเพคะพระสนม”มี่อิงคุกเข่าฟุบหน้าลงกับพื้นทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งอันเด็ดขาดของไท่จื่อเฟยข้าก้มมองนางแต่ไม่รับการขอโทษนี้ หันไปมองนางกำนัลคนอื่นเพื่อจะขอน้ำชา“ขอน้ำชาอันใหม่ให้ข้าที”นางกำนัลที่ถูกออกคำสั่งหันไปมองหน้าไท่จื่อเฟยก็ได้รับการพยักหน้ารับเบา ๆตอนที่นางกำนัลยื่นน้ำชาให้ข้ามีความระมัดระวังเป็นอย่างมากข้าที่ไม่มีใจอยากเล่นบทนี้อยู่แล้วก็ตั้งใจรับ เดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าไท่จื่อเฟยโดยไม่สนใจการมี่อิง“น้ำชาเพคะไท่จื่อเฟย”ไท่จื่อเฟยยื่นมือมารับน้ำชาจากมือข้าในทันที จิบชาเล็กน้อยพอเป็นพิธีก็เป็นอันเสร็จพิธียื่นน้ำชา“ไม่ต้องมาคารวะเช้าทุกวันจนเป็นกิจวัตร หากเปิ่นกงอยากเจอเจ้าจะให้คนมาเชิญเอง”เอ่ยสั้น ๆ ก็หันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลที่ยื่นน้ำชามาให้ข้า“ไปหยิบยามาทาให้พระสนม โดนน้ำร้อนลวกมากหรือไม่ ไหนให้เปิ่นกงดู”ข้าลุกขึ้นยืนแล้วดึงชายกระโปรงขึ้น พบว่าเป็นรอยแดงตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมายังหน้าขา เพียงเท่านี้ดวงตาคู่งามก็ตวัดไปมองมี่อิงอย่างดุร้ายมี่อิงรีบก้มหน้าลงต่ำไม่สบตาเจ้านาย ไท่จื่อเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากคาดโทษเอาไว้“เปิ่นกงขออภัยแทนมี่อิงด้วย ต่อ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๔

    ๑๔ข้าตื่นเพราะนางกำนัลเข้ามาปลุกจึงเดาว่าใกล้ยามซื่อแล้วเมื่อข้าอนุญาตให้พวกนางเข้ามานางกำนัลทั้งสี่ก็ช่วยปรนนิบัติข้าทุกอย่างตั้งแต่การอาบน้ำไปจนกระทั่งการแต่งตัวเพราะชินกับการมีคนช่วยแล้ว ข้าจึงนั่งนิ่ง ๆ อำนวยความสะดวกให้พวกนางได้ทำงานทุกอย่างในขณะที่นางกำนัลกำลังช่วยทำผมให้อยู่นั้น ข้าก็เห็นใบหน้าคุ้นตาผ่านกระจกทองเหลือง“ซิงซิง!”“ถวายพระพรพระสนมเพคะ”ข้าไม่ได้หันหน้าไปมองซิงซิงเพราะนางกำนัลกำลังเกล้าผมขึ้นแล้วใช้ปิ่นปัก ดังนั้นจึงประสานสายตากับสาวใช้คนสนิทผ่านกระจกแทน“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”“ไท่จื่อรับสั่งให้องครักษ์มารับตัวหม่อมฉันที่จวนตระกูลติงเพคะ นายท่านฝากความคิดถึงมาถึงพระสนมด้วยนะเพคะ”นับว่าเขาใส่ใจข้าดี!“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“นายท่านดูเศร้าซึมไม่น้อยเพคะ ดีว่าคุณชายเล็กกลับมาแล้ว นายท่านจึงไม่ได้รู้สึกเหงามากจนเกินไป”“ติงอวี่มาแล้วหรือ!”น้องชายคนเดียวของติงหลีซืออยู่สำนักยุทธ์ไม่กลับจวนมาหลายปี เขากลับมาตอนนี้นับว่าตรงตามความประสงค์ของข้า“เพคะ คุณชายกล่าวว่ามาครั้งนี้จะอยู่กับนายท่านไม่ไปไหนเลยเพคะ”ข้อดีของการเป็นบุตรชายคือแต่งภรรยาเข้าจวน ไม่เหมือนสตรีอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๐

    ๑๐เช้าวันต่อมาข้าถูกปลุกโดยซิงซิงสาวใช้คนสนิทของข้า ท่าทางของนางตื่นเต้นมากเมื่อเห็นนางกำนัลเกือบสิบคนเดินยืนเรียงกันอยู่หน้าห้องนอนเล็ก ในมือถือถาดที่ด้านบนวางชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับหลายชิ้นนางกำนัลเหล่านี้ล้วนมาจากวังบูรพา ถูกไท่จื่อส่งมาเพื่อแต่งตัวเจ้าสาว!“เอาเลย! อยากทำอะไรกับข้าก็เชิญเล

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๙

    ๙แววตาของเขาทำให้ข้าเดาไม่ยากว่าต้องทำอย่างไรถึงจะพอใจชายหนุ่มเริ่มปรนนิบัติเขาตามที่เคยเห็นผ่านกระจกส่องโลกาซึ่งฉายภาพเหล่าเทพเซียนที่เคยไปเริงรักในสถานที่เริงรมย์จัดการทำรักให้เขาถึงใจจนอีกฝ่ายหลุดเสียงครางไม่เป็นภาษา ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้จนกระทั่งเราสองต่างเสร็จสมด้วยกันทั้

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๕

    ๕ข้านิ่งไปทันทีเมื่ออยู่ ๆ ในหัวก็เห็นภาพบางอย่างขึ้น เป็นภาพอดีตของหลีซือคนเดิมที่…กรี๊ด! นี่มันอะไรกัน เหตุใดในนิยายไม่ได้บอกเอาไว้ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็น เหตุใดเพิ่งมาเห็นในยามนี้“เปิ่นไท่จื่อไม่สบายใจที่ทำให้คุณหนูติงตกใจ ไม่สู้ให้เปิ่นไท่จื่อเลี้ยงน้ำชาคุณหนูติง”ประโยคนี้คล้ายจะเป็นคำ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๔

    ๔ทางด้านองค์ชายสี่อู๋เยี่ยนหยา…“องค์ชายทรงพระสรวลใส่หม่อมฉันหรือเพคะ”ท่าทางของนางตอนถามประโยคนี้จริงจังมาก นางจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าต่างไปจากคนเดิมที่เหลียงกงกงกล่าวว่านางเปลี่ยนไปนั้น...ข้าเริ่มจะเชื่อแล้ว!ว่าแต่…อะไรทำให้นางเปลี่ยนไปกัน“เปิ่นหวางหัวเราะเจ้าเพราะรู้สึกเอ็นดู เมื

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status