แชร์

ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ
ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ
ผู้แต่ง: ซูเมี่ยวหลิง

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-01 00:45:06

ข้าถือกำเนิดแล้วในร่างติงหลีซือ คุณหนูใหญ่ของตระกูลติงซึ่งเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ชายสี่

มารดาที่แท้จริงเสียชีวิตไปแล้ว บิดาไม่ได้แต่งภรรยาใหม่เข้ามา

เป็นบิดาที่มอบความรักให้แก่บุตรสาวและบุตรชายมากคนหนึ่ง

ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ แต่ข้ากับหลีซือคนนี้มีชื่อเป็นอักษรตัวเดียวกัน

ต่างกันตรงที่มนุษย์มีแซ่แต่เทพไม่มีแซ่

“องค์ชายสี่ใจกว้างถึงเพียงนี้ แค่ตำแหน่งสนมก็ยังมอบของมีค่ามากมายให้”

ตอนนี้ข้ารู้บทบาททุกอย่างในนิยายที่ข้าเลือกแล้ว เมื่อได้มาอยู่ในร่างของหลีซือ ความทรงจำจากร่างเดิมก็เข้ามาในหัวราวกับว่าเผชิญเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง

สถานที่แรกที่ข้ามาปรากฏตัวบนโลกมนุษย์คือห้องนอนของติงหลีซือ

ด้านข้างเตียงมีถ้วยยาสีดำปี๋พร่องลงไปนิดหน่อย เมื่อสูดกลิ่นดูจึงทราบว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีพิษผสมอยู่ด้วย

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างที่แท้จริงเสียชีวิต!

ติงหลีซือในนิยายเป็นตัวประกอบที่มีหรือไม่มีก็ได้ เพราะตัวเอกที่แท้จริงคือองค์ชายสี่และพระชายาเอก

อนุคนใดก็ได้ที่แต่งเข้าจวนองค์ชายสี่จะเป็นแพะรับบาปให้ชายารอง สุดท้ายถูกเนรเทศมาอยู่ที่ชายแดน

เป็นที่รู้กันว่าพระเอกของเรื่องมักจะได้รับความนิยมจากตัวประกอบหญิง

แม้แต่ฐานะสนมก็ยังเป็นที่แกร่งแย่งกันจนหลีซือคนเดิมถูกวางยาพิษในยาสมุนไพร

“แค่ถูกเนรเทศไปชายแดนเรื่องก็จบแล้วหลีซือ เจ้าแค่ทำตามบทไปเท่านั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก”

ข้าสะกดใจตัวเองเช่นนี้ก็หยิบนิยายมาอ่านซ้ำอีกรอบ ด้วยเป็นเทพที่มีทักษะเรื่องการอ่านหนังสือ ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อข้าก็จำเรื่องราวในนิยายได้แล้ว

“พรุ่งนี้แล้วสินะที่คนของจวนองค์ชายสี่จะมาส่งชุดแต่งงานให้ ระหว่างนี้ข้าก็จะมีเวลาเป็นของตัวเอง อยากทำอะไรก็ได้ทำ ว่าแต่ข้าจะทำอะไรดี”

ระหว่างที่นอนคิดอยู่นั้นหนังตาก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายข้าก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะผล๊อยหลับไปจนได้

ข้าขยับปากพูดไม่ได้แต่สมองยังทำงานอยู่ ก่อนจะเข้าสู่ห่วงนิทราสิ่งที่ข้าคิดก็คือ…

ร่างมนุษย์ต้องนอนอย่างน้อยสี่ชั่วยามด้วย ข้าที่ไม่เคยนอนหลับเลยต้องทำตัวให้ชินสินะ

เช้าวันต่อมา

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมาจากนิทรา

ไม่บ่อยที่เทพเช่นเราจะฝัน พอตื่นขึ้นมาแล้วภาพความฝันเหล่านั้นก็เลือนหายไปจนข้าแอบตะลึงไปชั่วขณะ

“ตอนที่มนุษย์ฝันเป็นความรู้สึกแบบนี้สินะ”

ข้าพยายามคิดถึงความฝันเมื่อครู่

ในความรู้สึกยังคงชัดเจนว่าตื่นตระหนก แต่พอจะเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ กลับเรียบเรียงเนื้อเรื่องไม่ได้

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวเองเจ้าค่ะ”

เสียงที่ดังขึ้นหน้าห้องรวมถึงเนื้อความในประโยคนี้ทำให้ข้าเดาว่าจะต้องเป็นสาวใช้คนสนิทแน่

“เข้ามาสิซิงซิง”

สิ้นคำประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยสาวใช้ตัวเล็กหน้าตาดาษดื่นไม่มีสิ่งใดโดษเด่น เหมือนกันกับที่ข้าเห็นเป็นภาพก่อนหน้านี้

ในตอนที่เห็นหน้าตาของซิงซิงนั่นเองข้าจึงอยากเห็นหน้าตาของตัวเองบ้าง

ข้าลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปนั่งหน้ากระจกทองเหลืองแสร้งว่าหวีผม

“บ่าวหวีผมให้เจ้าค่ะคุณหนู”

เสียงใสเชียว!

ข้าเห็นภาพเหตุการณ์ในชีวิตของหลีซือคนเดิมแต่ไม่ได้ยินเสียง ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าคนที่มาเรียกเป็นสาวใช้คนสนิทหรือไม่

“องค์ชายสี่ให้คนส่งของมาหรือยัง”

ข้าถามเพราะจะได้เตรียมตัวรับมือ เมื่อผ่านฉากหลักในนิยายได้แล้วจะได้ไปทำอย่างอื่น

อยากลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์ นั่งรถม้า ทานอาหาร ดื่มน้ำชาตามเหลาสุราอย่างเช่นในนิทานที่ตัวหลักเคยนัดพบกับองค์ชายสี่ก่อนจะอภิเษก

“คิก ๆ คุณหนูอย่าใจร้อนสิเจ้าคะ”

ซิงซิงหัวเราะคิกคัก ท่าทางแฝงความเขินอายเอาไว้จนข้าทราบว่านางเข้าใจไปในทางรัก ๆ ใคร่ ๆ

เมื่อก่อนการเข้าตำหนักองค์ชายสี่คงเป็นสิ่งที่หลีซือคนเดิมใฝ่ฝันเลยสินะ

“ก็ข้าตื่นเต้น”

ในเมื่อสาวใช้แสร้งเขินอาย ข้าก็แสร้งเขินอายบ้างเพราะไม่อยากให้นางผิดสังเกตว่าข้าเปลี่ยนไป

นิสัยเดิมของหลีซือฉอเลาะ ตรงข้ามกับข้าที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคน ‘ฉอเลาะ’ กับ ‘นิ่งเฉย’

ซิงซิงไม่ได้พูดอะไร นางช่วยข้าอาบน้ำ ปรนนิบัติตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจนร่างกายหอมกรุ่น

ผิวพรรณของติงหลีซือกระจ่างใส เนียนนุ่ม ได้รับการดูแลอย่างดีพร้อมส่งเข้าจวนองค์ชายสี่

“คุณหนูเจ้าคะ เหลียงกงกงมาแล้วเจ้าค่ะ”

ตอนที่ซิงซิงกำลังทำผมให้ข้าอยู่ เสียงสาวใช้ก็ดังขึ้นหน้าห้อง ไม่ได้เดินเข้ามาในห้องนอน

“อ้อ ใกล้จะเสร็จแล้ว”

เหลียงกงกงคือขันทีอาวุโสประจำจวนองค์ชายสี่ แม้สถานะจะเป็นขันทีแต่ทุกคนก็ให้ความเคารพเพราะเป็นขันทีพี่เลี้ยงองค์ชายสี่ตั้งแต่เขายังไม่ได้ออกมาสร้างจวนนอกวังหลวง

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

ข้ามองตัวเองในกระจก พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ เพราะพอใจกับทรงผมในวันนี้ ปล่อยสยายลงกลางหลัง ม้วนผมครึ่งหนึ่งขึ้นกลางศีรษะแล้วปักด้วยปิ่นปักผมสีชมพู

ไม่มาก ไม่น้อย สมวัย

ณ โถงรับแขกของจวน

ข้าเดินมายังโถงรับแขกก็ผงะไปกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เข้าใจแล้วว่าทำไมขันทีอาวุโสจะต้องนำของหมั้นมาให้ข้าด้วยตนเอง

เยอะแท้!

“คารวะคุณหนูติง”

เสียงของชายวัยกลางคนทำให้ข้าต้องดึงสายตาออกมาจากหีบทั้งหลาย

“คารวะเหลียงกงกงเจ้าค่ะ”

ข้าย่อกายลงเล็กน้อยคารวะเขา แอบโล่งใจที่การคารวะมนุษย์ครั้งนี้ไม่เกิดสิ่งผิดปรกติใด

…หากชนชั้นเทพทำการคารวะมนุษย์จะเกิดฟ้าผ่า!

“ข้าเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้วสินะ”

“คุณหนูว่าอันใดนะขอรับ”

เหลียงกงกงเดินเข้ามาใกล้ข้าหนึ่งก้าวพร้อมแสดงท่าทางสงสัยอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่มีอะไร นี่คือของหมั้นใช่หรือไม่”

ข้าตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง!

เหลียงกงกงที่เข้าใจเจตนาจึงตามน้ำ หันไปพยักหน้าให้องครักษ์ทั้งหลายที่มาช่วยคุ้มครองของหมั้นเปิดฝาออกทั้งสิบหีบ

ในนั้นบรรจุไปด้วยของมีค่าทั้งผ้าหายากและเครื่องประดับ ซิงซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังข้าเผลอหลุดเสียงตกใจออกมาจนข้าต้องหันไปดุ

...สาวใช้คนสนิทคือหน้าตาของเจ้านาย จะมาแสดงออกเยอะไม่ได้!

ข้าหันไปดุซิงซิงไม่นาน เมื่อนางทำสีหน้าสลดแล้วข้าก็หันมามองหน้าเหลียงกงกงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มหวานว่า

“รบกวนเหลียงกงกงแล้วเจ้าค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๙(จบ)

    ๑๙ติงหลีซือกำลังนอนอยู่บนเตียงในช่วงบ่ายคล้อย ตอนนี้นางแพ้ท้องหนักมาก อ่อนเพลียจนต้องนอนอยู่นิ่ง ๆ ไม่อาจทำสิ่งใด“หมดสภาพเลย”ในขณะนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นภายในห้องบรรทม ดวงตาคู่งามลืมขึ้นมองต้นเสียงก็เป็นเทพแห่งดวงชะตาเจ้านายของนางจริงดั่งที่คิด“ท่านเทพ! มาได้อย่างไรเจ้าคะ”“มาดูคนแพ้ท้อง”ติงหลีซือลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าอิดโรย ท่าทางไร้เรี่ยวแรงจนเทพแห่งดวงชะตาต้องเข้ามาพยุงขึ้นนั่ง“ท่านเทพ ไหนเจ้าคะการเนรเทศ เหตุใดข้าถึงได้มานอนแพ้ท้องอยู่แบบนี้”“เจ้านี่แปลก! ไม่ต้องเนรเทศให้ลำบากก็ดีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงเรียกร้องการเนรเทศนัก”ติงหลีซือเถียงไม่ออก ทำเพียงถอนหายใจเทพแห่งดวงชะตาเห็นแบบนั้นก็เสกผลไม่รสเปรี้ยวมาให้นางหนึ่งถาด“ทานผลไม้เหล่านี้เสีย แล้วเจ้าจะไม่แพ้ท้องอีก”ติงหลีซือดวงตาลุกวาว ยื่นมือไปรับถาดมาวางไว้บนเตียง ผลไม้มีหลากหลายชนิดแต่นางเลือกทานเฉ่าเหมย [1] เป็นอันดับแรกเพราะชอบในรูปร่างของมัน“งื้อ~สะใจเจ้าค่ะ”รสเปรี้ยวผสมหวานทำให้นางหลับตาพริ้ม อร่อยจนตัวสั่น เทพแห่งดวงชะตาเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะ“หากเจ้าชอบข้าจะขอนำเข้าพืชชนิดนี้จากเทพต่างทวีป นี่คือผลไม้จาก

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๘

    ๑๘ตอนนี้ข้ากำลังนอนด้วยดวงตาเหม่อลอยอยู่บนเตียง คำที่หมอหลวงกล่าวเมื่อครู่ทำข้าพูดไม่ออก อยากรู้หรือไม่ว่าหมอหลวงกล่าวว่าอย่างไรเขาบอกว่า…“กระหม่อมยินดีกับกับไท่จื่อด้วยพ่ะย่ะค่ะ ติง เหลียงตี้ทรงพระครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากล่าวประโยคนี้ครั้งแรกที่บอกผลหลังจากหมอหลวงตรวจอาการก็ได้บอกผลการตรวจแก่ฮองเฮาแล้วไท่จื่อคงได้ยินข่าวว่าตำหนักฮองเฮาเชิญหมอหลวง เขาจึงมาที่ตำหนักฮองเฮาด้วยชุดที่ใช้ประชุมเช้า ท่าทางร้อนใจเป็นอย่างมากจนกระทั่งได้ยินข่าวว่าข้าตั้งครรภ์มังกร จากที่แสดงอาการกังวลใจก็เปลี่ยนเป็นดีใจในทันทีฟอด~ร่างสูงเข้ามาหาข้าพร้อมกดริมฝีปากลงบนหน้าผากต่อหน้าฮองเฮา ไท่จื่อเฟย หมอหลวงนางกำนัลและขันที“ไท่จื่อ!”ฮองเฮาเรียกพระโอรสเสียงเขียว ทว่าไท่จื่อไม่สะทกสะท้าน หันมายิ้มแฉ่งใส่พระมารดา“เสด็จแม่ เฉินเอ๋อร์จะมีบุตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ทุกคนในห้องบรรทมตะลึงไปเลยเมื่อได้ยินคำแทนตัวที่ไท่จื่อใช้เรียกตัวเองเฉินเอ๋อร์เช่นนั้นหรือ…น่ารักแท้!ข้าหันไปสำรวจสีหน้าฮองเฮาก็เห็นว่าพระนางตัวแข็งทื่อ ดวงตาจับจ้องเพียงใบหน้าอาบรอยยิ้มของพระโอรส ไม่นานใบหน้างดงามสมวัยก็ฉายรอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๗

    ๑๗สองเดือนผ่านไปคำกล่าวที่ว่า ‘พระสนมคนโปรด’ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ไท่จื่ออู๋เฉินปี้โปรดปรานติงเหลียงตี้ถึงขนาดมาค้างด้วยที่ตำหนักทุกคืนสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะตั้งแต่แต่งไท่จื่อเฟยมา ไท่จื่อก็ยังเสด็จมาหาเฉพาะวันที่ฮองเฮากำหนดไว้ให้เท่านั้น แต่มาเพียงค่อนคืนก็กลับไปค้างกับติงเหลียงตี้จนกระทั่งถึงเช้าข่าวสารนี้รู้ถึงพระกรรณฮองเฮาแล้ว พระนางได้รับสั่งให้สะใภ้เอกหรืออีกฐานะหนึ่งคือหลานสาวพาตัวติง เหลียงตี้เข้าเฝ้าในวันนี้จ้าวฮองเฮาใคร่รู้นักว่าสตรีประเภทใดที่มัดใจพระโอรสของนางได้แต่งตั้งเป็นสนมขั้นสูงก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดถึงได้เสด็จไปหาทุกเช้าค่ำ!ทางด้านจ้าวฮองเฮา….ช่วงนี้สิ่งที่กวนใจข้ามากที่สุดไม่พ้นเป็นเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับพระโอรสที่ว่าหลงใหลได้ปลื้มพระสนมจนไม่เหลียวแลชายาเอกสิ่งนี้เป็นการกระตุ้นความทรงจำเก่าสมัยเป็นไท่จื่อเฟยวังบูรพายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าข้าเกลียดที่สุดเมื่อได้ยินบ้านไหนสามีหลงใหลภรรยารองมากที่สุด ก็ไม่คิดว่าพระโอสองค์เดียวของข้าจะเป็นไปกับเขาด้วย“ฮองเฮาเพคะ ไท่จื่อเฟยและติงเหลียงตี้เสด็จมาแล้วเพคะ”“เชิญเข้ามาได้”นางกำนัลโค้งตัวลงทำความเ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๖

    ๑๖เพราะทราบว่าเขาจะไปลงโทษมี่อิง ใจข้าก็เต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ จนไม่มีสมาธิอ่านนิยายต่อ เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องบรรทมรอฟังข่าวจากนางกำนัลที่ข้าส่งไปสืบข่าว“พระสนมเพคะ อย่าทรงกังวลใจไปเลยเพคะ มี่อิงนางสมควรได้รับแล้ว”“ก็ข้าไม่สบายใจ”ตอนอยู่บนสวรรค์ข้าไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร นี่เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกแปลกไปไม่น้อย“เรื่องตั้งใจทำชาร้อนหกใส่ระหว่างบ่าวด้วยกันเองยังนับว่าใจร้ายมากแล้ว แต่นี่นางประสงค์ร้ายในตัวพระสนมที่เป็นชนชั้นเจ้านาย ทั้งยังเป็นคนโปรดของไท่จื่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหนนางก็สมควรโดนทำโทษแล้วเพคะ”ข้าเผลอมองหน้าซิงซิงนิ่ง ไม่คิดว่าภาพลักษณ์ที่ดูสดใสจะไม่ใสซื่อเป็นข้าประเมินนางต่ำไปสินะ!“เช่นนั้นระหว่างนี้ข้าจะทำอะไรรอดีล่ะ ไม่มีสมาธิอ่านตำราแล้ว”“หม่อมฉันสอนปักผ้าดีหรือไม่เพคะ เวลาที่พระสนมปักผ้าทีไรจะมีสมาธิทุกครั้งเพราะกลัวเข็มแทงมือ”ข้าไม่เคยปักผ้ามาก่อนเลย น่าสนใจ!“ก็ได้ เอาลายง่าย ๆ นะ ข้าอยากปักผ้าเช็ดหน้าให้ตัวเอง เอาเป็นปักชื่อข้าก็แล้วกัน”ซิงซิงยิ้มกว้างรีบไปเตรียมอุปกรณ์ในทันทีเพราะเช่นนี้ข้าถึงเบนสมาธิมาจากเรื่องมี่อิงได้ เพราะในหัวกำลังคิดว่าเขียนอักษรด้วยลายมือ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๕

    ๑๕ตุบ!“หม่อมฉันขออภัยเพคะพระสนม”มี่อิงคุกเข่าฟุบหน้าลงกับพื้นทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งอันเด็ดขาดของไท่จื่อเฟยข้าก้มมองนางแต่ไม่รับการขอโทษนี้ หันไปมองนางกำนัลคนอื่นเพื่อจะขอน้ำชา“ขอน้ำชาอันใหม่ให้ข้าที”นางกำนัลที่ถูกออกคำสั่งหันไปมองหน้าไท่จื่อเฟยก็ได้รับการพยักหน้ารับเบา ๆตอนที่นางกำนัลยื่นน้ำชาให้ข้ามีความระมัดระวังเป็นอย่างมากข้าที่ไม่มีใจอยากเล่นบทนี้อยู่แล้วก็ตั้งใจรับ เดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าไท่จื่อเฟยโดยไม่สนใจการมี่อิง“น้ำชาเพคะไท่จื่อเฟย”ไท่จื่อเฟยยื่นมือมารับน้ำชาจากมือข้าในทันที จิบชาเล็กน้อยพอเป็นพิธีก็เป็นอันเสร็จพิธียื่นน้ำชา“ไม่ต้องมาคารวะเช้าทุกวันจนเป็นกิจวัตร หากเปิ่นกงอยากเจอเจ้าจะให้คนมาเชิญเอง”เอ่ยสั้น ๆ ก็หันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลที่ยื่นน้ำชามาให้ข้า“ไปหยิบยามาทาให้พระสนม โดนน้ำร้อนลวกมากหรือไม่ ไหนให้เปิ่นกงดู”ข้าลุกขึ้นยืนแล้วดึงชายกระโปรงขึ้น พบว่าเป็นรอยแดงตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมายังหน้าขา เพียงเท่านี้ดวงตาคู่งามก็ตวัดไปมองมี่อิงอย่างดุร้ายมี่อิงรีบก้มหน้าลงต่ำไม่สบตาเจ้านาย ไท่จื่อเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากคาดโทษเอาไว้“เปิ่นกงขออภัยแทนมี่อิงด้วย ต่อ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๔

    ๑๔ข้าตื่นเพราะนางกำนัลเข้ามาปลุกจึงเดาว่าใกล้ยามซื่อแล้วเมื่อข้าอนุญาตให้พวกนางเข้ามานางกำนัลทั้งสี่ก็ช่วยปรนนิบัติข้าทุกอย่างตั้งแต่การอาบน้ำไปจนกระทั่งการแต่งตัวเพราะชินกับการมีคนช่วยแล้ว ข้าจึงนั่งนิ่ง ๆ อำนวยความสะดวกให้พวกนางได้ทำงานทุกอย่างในขณะที่นางกำนัลกำลังช่วยทำผมให้อยู่นั้น ข้าก็เห็นใบหน้าคุ้นตาผ่านกระจกทองเหลือง“ซิงซิง!”“ถวายพระพรพระสนมเพคะ”ข้าไม่ได้หันหน้าไปมองซิงซิงเพราะนางกำนัลกำลังเกล้าผมขึ้นแล้วใช้ปิ่นปัก ดังนั้นจึงประสานสายตากับสาวใช้คนสนิทผ่านกระจกแทน“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”“ไท่จื่อรับสั่งให้องครักษ์มารับตัวหม่อมฉันที่จวนตระกูลติงเพคะ นายท่านฝากความคิดถึงมาถึงพระสนมด้วยนะเพคะ”นับว่าเขาใส่ใจข้าดี!“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“นายท่านดูเศร้าซึมไม่น้อยเพคะ ดีว่าคุณชายเล็กกลับมาแล้ว นายท่านจึงไม่ได้รู้สึกเหงามากจนเกินไป”“ติงอวี่มาแล้วหรือ!”น้องชายคนเดียวของติงหลีซืออยู่สำนักยุทธ์ไม่กลับจวนมาหลายปี เขากลับมาตอนนี้นับว่าตรงตามความประสงค์ของข้า“เพคะ คุณชายกล่าวว่ามาครั้งนี้จะอยู่กับนายท่านไม่ไปไหนเลยเพคะ”ข้อดีของการเป็นบุตรชายคือแต่งภรรยาเข้าจวน ไม่เหมือนสตรีอย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status