เมื่อใช้ชื่อแบบนี้ในงานวรรณกรรมหรือสื่อ มันมักถูกเลือกเพราะเสียงที่ชวนจินตนาการ ไม่หนักจนเกินไป แต่ก็ไม่เรียบง่ายจนไร้เอกลักษณ์ — เหมือนชื่อใน 'The Name of the Rose' ที่มีชั้นความหมายซ่อนอยู่ แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนเรื่องต้นกำเนิด แต่โครงสร้างคำแบบนี้มักเกิดจากการผสมผสานทางภาษาและการรับความหมายใหม่จนกลายเป็นชื่อเฉพาะที่ใครๆ จดจำได้