การออกแบบภาพและการตัดต่อทำให้นึกถึงแนวทางของ 'Eternal Sunshine of the Spotless Mind' ในแง่ของการจัดการความทรงจำต่างจากความเป็นจริงตรงที่หนังนี้เลือกทิ้งช่องว่างให้คนดูเติมความหมายเอง
ความสัมพันธ์แบบไม่สมบูรณ์ระหว่างตัวละครสองคนในฉากสุดท้ายทำให้ฉันนึกถึงจังหวะการเล่าเรื่องของ 'In the Mood for Love' ที่ไม่ยอมเปิดเผยทุกอย่าง แต่ปล่อยให้ความอึดอัดและความปรารถนาแฝงอยู่ระหว่างภาพกับเสียง ในมุมมองนี้ธีมของผู้กำกับคือการยอมรับว่าบางแผลอาจไม่ได้ถูกเยียวยาอย่างสิ้นเชิง แต่การอยู่ร่วมกันและการรับฟังก็เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตเดินต่อไปได้