การเริ่มจาก 'The Last Wish' จะช่วยให้ฉากความสัมพันธ์สำคัญอย่างการเจอกับเยเนเฟอร์หรือบทสนทนากับดันเดลิออนมีน้ำหนักกว่าเดิมเมื่อกลับไปเล่น 'The Witcher 3' เพราะคุณจะเห็นพื้นหลังและแรงจูงใจของตัวละครชัดขึ้น นอกจากนี้สำนวนและโทนของเรื่องสั้นยังให้รสสัมผัสที่ต่างจากนิยายตอนยาว — มันคม มีมุกตลกร้าย และเต็มไปด้วยโมเมนต์ที่เกมเอาไปใช้เป็นแรงบันดาลใจ
ส่วนถ้าอ่าน 'The Last Wish' แล้วยังติดใจ ค่อยต่อด้วยเล่มรวมเรื่องสั้นเล่มถัดไปหรือข้ามไปดูนิยายตอนยาวก็ได้ แต่แนะนำให้ให้เวลาอ่านเรื่องสั้นก่อนเพราะมันทำหน้าที่เหมือนแผนที่พาเราเข้าไปในโลกของเกรอลต์ได้อย่างอ่อนโยนและชัดเจนขึ้น — แล้วการเล่นเกมจะเป็นการกลับมาพบเพื่อนเก่าที่เราเข้าใจมากขึ้น
พูดตรงๆ การอ่านลำดับของ 'The Witcher' มีทั้งแบบที่ชัดเจนและแบบที่ยืดหยุ่นได้ ข้อแนะนำมาตรฐานที่ฉันมักบอกเพื่อนใหม่คือให้เริ่มจากคอลเล็กชันเรื่องสั้นก่อน เพราะนั่นคือประตูเข้าสู่โลกและตัวตนของเกอรัลท์—จุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจทัศนคติ น้ำเสียง และความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ๆ ได้เร็วที่สุด
ถ้าจะอ่านตามคำแนะนำโดยทั่วไป ให้ไล่ตามลำดับตีพิมพ์: เริ่มด้วยคอลเล็กชันเรื่องสั้น 'The Last Wish' แล้วตามด้วยอีกหนึ่งคอลเล็กชัน 'Sword of Destiny' จากนั้นเข้าสู่ชุดหลักซึ่งเริ่มต้นด้วย 'Blood of Elves' แล้วต่อด้วย 'Time of Contempt', 'Baptism of Fire', 'The Tower of Swallows' และสุดท้าย 'Lady of the Lake' ท้ายสุดมีนิยายย่อยที่ตีพิมพ์ทีหลังคือ 'Season of Storms' ซึ่งเวลาอ่านสามารถวางไว้หลังคอลเล็กชันเรื่องสั้นหรือหลังซีรีส์หลักตามใจชอบ
มุมมองส่วนตัวคืออ่านตามลำดับตีพิมพ์ให้ความต่อเนื่องของการพัฒนาทักษะผู้เขียนและการแปลในหลายฉบับ ส่วนใครอยากได้ลำดับเหตุการณ์ตอนเวลาในจักรวาลก็มีลำดับแบบไทม์ไลน์ แต่สำหรับการสัมผัสบรรยากาศและการค่อย ๆ เข้าใจโลกแบบที่แฟน ๆ ส่วนใหญ่ยกย่อง การเริ่มจากสองคอลเล็กชันเรื่องสั้นแล้วค่อยกระโดดสู่ชุดหลักคือวิถีที่ฉันคิดว่าเป็นมิตรและสนุกที่สุด