ส่วนที่ทำให้ฉันยังคุยไม่หยุดคือการผูกปมระหว่างมิตรภาพและพันธะครอบครัวอย่างแยบยล: หนังใช้ภารกิจภายนอกเป็นฉากหลังเพื่อให้ตัวละครได้เติบโตจริงจัง ตัวร้ายมีมิติและไม่ได้แค่ร้ายเพราะต้องร้าย แต่มีคำอธิบายที่พอทำให้เห็นใจ การเดินทางแบบผจญภัยตอนท้ายมีฉากที่ยิ่งใหญ่เหมือนงานมหากาพย์ ทำให้นึกถึงอรรถรสของ 'The lord of the rings' ในการเดินทางข้ามดินแดนและการแลกเปลี่ยนความหวังกับความสูญเสีย ฉันชื่นชมการใช้มุมกล้องและเพลงประกอบที่ทำให้ทั้งเรื่องมีจังหวะขึ้นลงเป็นของตัวเอง จบแบบไม่หวือหวาแต่ตรงจุด — เหมือนส่งให้คนดูเดินออกจากโรงด้วยภาพในหัวที่ยังเคลื่อนไหวอยู่