เข้าสู่ระบบ
ในตรอกเล็ก ๆ ใจกลางเมืองใหญ่ย่านนี้นับว่าคึกคักมากที่สุด สองฟากถนนเต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายขนมโบราณที่หายาก หลาย ๆ ร้านเสมือนย้อนยุคเข้าไปในช่วงเวลาสามสิบปีที่แล้ว หนึ่งในนั้นคือร้านหนังสือมือสองสุดแปลกตาตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างร้านขนมหวานและร้านเสริมสวย ทรงคลาสสิคทั้งที่ตอนนี้เป็นยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
เท้าคู่เล็กของสตรีคนหนึ่งหยุดลงหน้าร้านหนังสือ เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอยู่พักหนึ่งก็ก้าวขาเดินเข้าไปข้างใน วูบ สายลมพัดผ่านปะทะเข้ากับใบหน้างาม ผมหยิกฟูของเธอปลิวลู่ไปตามแรงลม หญิงสาวชะงักแล้วเดินต่อเข้าไปด้านใน แสงสลัวส่องสว่างเพียงเล็กน้อยให้ความรู้สึกลึกลับราวกับมีเวทมนตร์ จ้าวหานหรงเดินไปตามชั้นวางหนังสือที่จัดได้เป็นระเบียบเรียบร้อยทุกเล่มที่ได้สัมผัสราวกับมีมนต์ขลัง เธอหยุดครุ่นคิดก่อนหยิบนิยายเล่มสีน้ำตาลเข้มดูเก่าแต่สภาพดีขึ้นมาเล่มหนึ่ง "ชอบเล่มนี้เหรอ" ขณะที่หญิงสาวกำลังเปิดอ่านเนื้อเรื่องคร่าว ๆ อย่างสนใจต้องสะดุ้งตัวเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "อ้อ ค่ะ ฉันเห็นว่าน่าสนใจดี" เธอใจหายวาบหลังจากหันไปสนทนากับเจ้าหน้าที่ทว่าดู ๆ ไปแล้วเขาอาจจะเป็นเจ้าของร้านนี้มากกว่า ชายร่างสูงอายุราวแปดสิบปีใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ดวงตาดูลึกล้ำราวกับทะเลสาบไร้ก้นบึ้ง เขาและเธอสนทนาอยู่ไม่นานเธอตัดสินใจเช่าหนังสือนิยายเล่มนี้จะเอาไว้อ่านเล่นยามว่าง เพราะหนังสือเก่าทรงคุณค่าที่น่าอ่านไม่มีขายทั่วไปมีเพียงให้เช่าอ่านและต้องที่ร้านนี้เท่านั้น คนที่รักการอ่านเช่นเธอจึงเสาะแสวงหาจนพบและถูกใจในทันทีที่เห็นเพียงหน้าปกที่ดูไปดูมาคล้ายมีพลังดึงดูด "ระยะเวลาการเช่าหนึ่งเดือน" เสียงแหบของชายชราชี้แจงและให้สมัครสมาชิกไปด้วย จ้าวหานหรงได้หนังสือที่อยากอ่านเธอเดินออกจากซอยเล็กอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปที่จอดรถยนต์ เธอจะรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือนิยายเล่มใหม่ผ่อนคลายความตึงเครียดจากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวายเสียที "วันนี้คงไม่ทำอาหาร ซื้อไปกินก็แล้วกัน" จ้าวหานหรงแวะซื้อบะหมี่แถวนั้นหนึ่งห่อไว้เป็นอาหารมื้อเย็นแทนการทำกับข้าวที่จะทำให้เสียเวลาการอ่านหนังสือเล่มใหม่ของเธอ เธอสตาร์ทรถขับออกไปมุ่งหน้ากลับบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มตรงแล้ว เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์นี้รถจึงยังคงติดยาว เธอมองหนังสือที่วางไว้บนเบาะข้างคนขับในใจตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะได้เปิดอ่านแล้ว เธอชอบอ่านนิยายมากอ่านมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยประถมต้น แต่นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เรียนจบจนกระทั่งทำงานที่ได้เช่าหนังสือมือสองและถูกใจได้ขนาดนี้ถูกใจจนไม่สามารถอธิบายได้ จู่ ๆ ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากด้านหลังรถของเธอหมอกหนาเตอะบดบังทุกอย่าง จ้าวหานหรงรู้สึกตัวจากสัญญาณเตือนเธอตกใจหันมมองไปด้านหลังเตรียมหาทางออกทว่า... ตู้มมมม! เสียงระเบิดดังสนั่นพื้นดินสะเทือนรถของจ้าวหานหรงมีไฟลุกท่วมรถแสงไฟสีแดงลุกโชติช่วง รอบ ๆ บริเวณสว่างวาบ ๆ ผู้คนทั้งอยู่ในรถและกำลังข้ามถนนต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน จ้าวหานหรงถูกไฟคลอกตายคาที่ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือเพราะเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องไม่ยอมหยุด ต่อมาอีกราวครึ่งชั่วโมงรถดับเพลิงและรถพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจึงเดินทางมาถึง มองอีกด้านของร้านหนังสือในตรอกเล็ก ชายชรามองดูแสงไฟสีส้มสว่างไสวอยู่หน้าร้านเช่าหนังสือโบราณ ร้านรวงต่าง ๆ ในบริเวณนี้ปิดกันหมดแล้วมีเพียงแสงไฟจากข้างทางให้ความสว่างไม่มาก เขามองดูเหตุการณ์น่าระทึกขวัญเมื่อครู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนเดินเข้าไปในร้าน ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากที่ชายชราปิดประตูร้านเช่าหนังสือกลับหายวับไปในความมืดกลายเป็นเพียงกำแพงของร้านด้านข้างแทน ดูราวกับว่าสถานที่ตรงนี้ไม่เคยมีมาก่อน"วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด
รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า
"เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข
บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา
ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้
นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข







