สิ่งที่ผมประทับใจคือวิธีที่เซี่ยจือกวงเชื่อมความทรงจำส่วนตัวกับวรรณกรรมคลาสสิก เช่นการยกเอาบทกวีหรือฉากจาก 'Dream of the Red Chamber' มาเติมความหมายใหม่ให้กับตัวละครปัจจุบัน ทำให้คนอ่านรุ่นใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับงานคลาสสิกสามารถเข้าใจได้ผ่านมุมมองชีวิตจริง
เขาเคยยกกรอบการเล่าแบบเวทมนตร์เรียลิสม์มาเป็นตัวอย่างในการเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ทำให้ฉันนึกถึงงานที่เล่นกับเวลาและความทรงจำ เช่น 'One Hundred Years of Solitude' การสัมภาษณ์แบบนั้นไม่ได้มุ่งจะสอน แต่เชื้อเชิญให้ผู้อ่านร่วมจินตนาการและเติมความหมายของตัวเอง