Share

เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก
เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update publish date: 2025-12-31 09:20:29

หญิงสาวแคว้นหานต้องมีอันต้องอกสั่นขวัญแขวน หลังจากมีข่าวโจรราคะออกก่อกวนจนทางการต้องประกาศจับ ทั้งนี้ในแต่ละเมืองในแคว้น ล้วนแล้วแต่มีหญิงสาวจากตระกูลต่างๆ ถูกโจรราคะผู้นั้นทำลายชื่อเสียง

‘หากแม้นไม่ได้โฉมสะคราญมาแนบชิดเชยชม

ขอเพียงลูบไล้ผิวนวลอนงค์ แนบเนื้อ หนึ่งราตรี’

นั่นคือบทกลอนในจดหมายจากโจรราคะ ซึ่งจะถูกส่งไปในเวลาที่เขาเล็งเป้าหมายก่อนลงมือ ซึ่งทุกครั้งเขาไม่เลือกวิธีการขอเพียงสามารถทำลายชื่อเสียงของโฉมสะคราญจากเมืองต่างๆ

บางครั้งเขาเพียงขโมยชุดเอี๊ยมออกมาแขวนเอาไว้ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขามาเยือน

บางคราเขาก็ลักพาตัวโฉมสะคราญไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ก่อนจะส่งตัวหญิงสาวเหล่านั้นกลับไป

ในเวลาเพียงห้าเดือนโจรราคะผู้นั้น กลับสามารถก่อเรื่องได้ถึงสิบสองครั้ง อีกทั้งยังวนเวียนอยู่ในเมืองต่างๆ ของแคว้นหาน กระทั่งในยามนี้วนเวียนใกล้เมืองอี๋หยาง ทำให้ทางการต้องเร่งออกหมายเตือนไปทั่ว

แต่ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดสามารถบอกรูปพรรณสัณฐานของโจรราคะตัวจริง เนื่องจากหญิงสาวทุกคนที่ถูกลักพาตัวไป ต่างไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้คนในเมืองอี๋หยาง จึงได้แต่เฝ้าระวังบุตรสาวของตัวเองอย่างใกล้ชิด

“เจ้าได้ยินข่าวลือแล้วหรือยัง”

“เรื่องโจรราคะหรือ”

“ข้าก็ได้ยินนะ ก่อนออกมาจากเมืองผิงหยาง โจรราคะผู้นั้นประกาศว่าจะมาที่นี่”

“ข้าว่าเป้าหมายคงหนีไม่พ้นตระกูลหลัน”

“นั่นสิๆ คุณหนูหลันเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของเมืองอี๋หยาง อีกทั้งผิวกายของนางยังหอมกรุ่น”

“นั่นเป็นเพียงข่าวลือมิใช่หรือ”

“นั่นสิ เจ้าไม่เคยพบนางเลยสักครั้ง รู้ได้อย่างไรว่าผิวกายของนางหอมกรุ่นดังที่ร่ำลือกัน”

“ก็คนที่นี่มิใช่พูดเป็นเสียงเดียวกันหรอกหรือ”

“แต่ก็ไม่เคยมีใครยืนยันได้มิใช่หรือ”

“แต่ข้าเคยพบนางนะ นางก็ดูปกติ ไม่เห็นมีกลิ่นหอมอะไรเลย”

“จริงหรือ”

“ก็จริงนะสิ นางเคยมาเดินในตลาดด้วย แต่ไม่เห็นมีกลิ่นหอมอะไรที่ว่านั่นเลย”

“แล้วข่าวลือมาจากไหนกัน”

“นั่นมันนานมาแล้ว เป็นความจริงเสียที่ไหน”

“แล้วนี่เจ้าเป็นใครหรือ”

ทุกคนที่กำลังจับกลุ่มนินทากันหันไปมองสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มไม่คุ้นหน้า

“ข้าหรือ ข้าเป็นสาวใช้คนใหม่ของคฤหาสน์ตระกูลหลัน”

“จริงหรือ” หลายคนต่างก็มีท่าทีตื่นเต้น “แต่ข่าวลือนี้ข้าได้ยินมาตั้งแต่นางปักปิ่นแล้ว ได้ยินมาว่าแม่นมของนางเป็นคนพูดเองเลย”

“แม่นมหรือ” เด็กสาวผู้นั้นเลิกคิ้ว “ข้าได้ยินมาว่าแม่นมคนนั้นขโมยของของคุณหนูหลันไปแต่โดนจับได้ ดังนั้นนางจึงเจ็บแค้นกระทั่งสร้างข่าวลือขึ้น”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ดูเหมือนจะเคยได้ยินมานะ”

“แต่เรื่องนี้ก็ร่ำลือกันมานาน หลายคนที่เคยพบคุณหนูหลันเองก็ยืนยันว่าตัวนางหาได้มีกลิ่นหอมอะไรไม่”

“แต่จะอย่างไรนางก็ยังคงได้ชื่อว่าโฉมสะคราญอันดับหนึ่งเมืองอี๋หยาง ข้าว่าโจรราคะต้องเล็งนางเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน”

“จริงด้วย” ทุกคนต่างก็พยักหน้าก่อนจะมองหาเด็กสาวซึ่งอ้างตัวเป็นสาวใช้ตระกูลหลัน ทว่าคนกลับหายไปเสียแล้ว

หลันอิ๋งชุนถอนหายใจออกมา เมื่อสามารถหลบออกมาจากกลุ่มแม่ค้าและพ่อค้าในตลาด ซึ่งกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาอยู่ข้างถนน วันนี้นางปลอมตัวเป็นสาวใช้ออกมากับคนในครัว

พอได้ยินว่าผู้อื่นกำลังซุบซิบเรื่องของผู้เป็นพี่สาว นางย่อมอดรนทนไม่ได้ต้องรีบก้าวออกไปแก้ข่าว

“คุณหนูท่านอยู่นี่เองหรอกหรือเจ้าคะ ข้าน้อยตามหาเสียแทบแย่”

“จะกลับแล้วหรือ”

“เจ้าค่ะ ป่านนี้คุณหนูรองตามหาท่านแย่แล้ว”

“อ้อได้ เช่นนั้นรีบกลับเถิด”

เด็กสาวย่อมยอมกลับแต่โดยดี ทั้งนี้ก็เพราะนางออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ ป่านนี้หลันเยี่ยเซียงพี่สาวของนางคงรู้แล้วว่านางแอบหนีออกมา เพราะในยามเช้าของทุกวัน นางและพี่สาวต้องออกมาส่งหลันเฟิ่ง พี่ชายคนโตออกไปเค่อหลี่

หากจะพูดถึงสำนักศึกษาเค่อหลี่แห่งเมืองอี๋หยาง ย่อมไม่มีผู้ใดในแคว้นหานไม่รู้จัก เนื่องจากขุนนางมากมายในราชสำนัก ล้วนแล้วแต่มาจากสำนักศึกษาเค่อหลี่ทั้งสิ้น เค่อหลี่จึงนับได้ว่าเป็นสำนักศึกษาอันดับหนึ่งของแคว้นหาน

ปีหน้าหลันเฟิ่งก็สามารถเข้าสอบซิ่วฉ่าย[1]อย่างที่บิดาตั้งความหวัง ดังนั้นช่วงนี้เขาจึงไปยังเค่อหลี่ทุกเช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเข้าไปทบทวนบทเรียน และขอคำปรึกษาจากอาจารย์ทั้งสองแห่งเค่อหลี่อย่างจ้าวเสิ่นและหวังชิง

[1] การสอบขุนนางชั้นอำเภอ เรียก ซิ่วฉ่าย เทียบเท่าชั้นปริญญาตรี

สอบชั้นมณฑลได้ เรียก จูเหยิน เทียบเท่าชั้นปริญญาโท

สอบชั้นนครหลวงได้ เรียก จิ้นซื่อ เทียบเท่าชั้นปริญญาเอก

สอบในพระราชวังได้ เรียก ฮันหลิน ใครได้ที่หนึ่งผู้นั้นย่อมได้ตำแหน่ง จอหงวน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 43 จบ

    “ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่านยายเป็นอย่างดี ท่านไปพักผ่อนนะเจ้าคะ” หลันเยี่ยเซียงส่งสายตาบอกเสี่ยวฝานให้พยุงท่านยายฟางกลับไปยังเรือนพัก“นางพูดจาเหลวไหล” หลิวอิ่นเซียนเอ่ยเสียงสั่นไม่ยอมรับ“ฮูหยินหลิว” เซวี่ยอวี้เอ่ยเสียงเย็น “ข้ายืนอยู่ด้วยตอนที่ท่านโยนหยกนั่นลงบนพื้น ท่านประกาศต่อหน้าคนมากมายที่เข้าไปมุงดูหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลิว ตัดขาดความสัมพันธ์เพราะเคหาสน์ชมฟ้ากำลังจะล้มละลาย”ยิ่งพูดหลิวอิ่นเซียนก็ยิ่งหน้าซีด“แม่นมฟางที่ตาบอดเพราะถูกพิษไปขอร้องตระกูลหลิว แต่ที่พวกท่านทำก็คือจับนางโยนออกมาอย่างไร้ความปรานี หยกนั่นท่านเองที่เป็นคนทุบทำลาย ตอนนี้ตระกูลหลิวกำลังตกอยู่ในภาวะกำลังล้มละลาย พวกท่านกลับคิดจะมาทวงสัญญา ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าขันไปหน่อยหรือ”เสียนอวี้แค่นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง “ตอนนี้เคหาสน์ชมฟ้าขาดเพียงสาวใช้ หากนางเด็กนั่นอยากเข้ามาย่อมได้” นางเดินเข้าไปยังสองป้าหลานตระกูลหลิว“ตามธรรมเนียมเคหาสน์ชมฟ้าตอนนี้ หากจะเข้ามาย่อมต้องมอบส่วนใดส่วนหนึ่งให้ข้าก่อน คงเคยได้ยินข่าวลือกระมัง ผู้ที่จะเข้ามาย่อมต้องสูญเสียอวัยวะเพื่อแลกเปลี่ยน”บรรยากาศเย็นเยือกครอบคลุมไปทั่วห้องโถงเค

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 42

    “หมายความว่าอย่างไร พี่เซวี่ยหมั้นหมายกับข้า แล้วเหตุใดแต่งผู้อื่นเข้ามา!” หลิวหลี่เชี่ยนเสียงดังขึ้นมา สายตากวาดมองหลันเยี่ยเซียงด้วยความไม่พอใจ รูปลักษณ์ของหลันเยี่ยเซียง ทำให้นางเม้มปากอย่างอิจฉาริษยาไม่ปิดบังแม้แต่น้อยหลันเยี่ยเซียงกะพริบตามองแขกทั้งสอง ก่อนเหลือบไปมองผู้ติดตามที่มีจำนวนไม่น้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่น กระทั่งมองเห็นว่าเสี่ยวฝานและเสี่ยวหนิวไปตามท่านลุงลิ่วและพี่ชิงอวี้เข้ามาสมทบบัดนี้คนของเคหาสน์ชมฟ้า จะขาดก็เพียงแค่เซวี่ยอวี้ เสียนอวี้ และท่านยายฟางที่ตาบอดเท่านั้น แต่ให้หลันเยี่ยเซียงมองอย่างไร ผู้ติดตามของหลิวอิ่นเซียนที่แม้จะมีมากกว่า แต่นางมองออกว่าย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบุคคลทั้งหมดข้างกายนาง“จับโยนออกไปเลยดีหรือไม่” จื่ออวี้เสนอ “ทั้งหมดเลย”“ท่านใจเย็นๆ ให้ข้าสอบถามจุดประสงค์และที่มาของคู่หมายของสามีก่อน ข้าไม่เคยได้ยินว่าเขามีคู่หมาย” หลันเยี่ยเซียงกระซิบตอบ ก่อนหันไปมองหลิวหลี่เชี่ยนที่จ้องนางเขม็ง“แม่นางน้อย ที่เจ้าบอกว่าเป็นคู่หมายของสามีนั้น เจ้าหมายถึงเจ้าเคหาสน์คนปัจจุบันหรือ”“ย่อมต้องเป็นเขา ข้าก็คือคู่หมายของพี่เซวี่ย บิดามารดาของเขาหมั้นหมายข้ากับเ

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 41

    ชาวเมืองซินเจิ้งไม่มีผู้ใดไม่รู้จักเคหาสน์ชมฟ้า ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าบ้านคนปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งจะรื้อคดีลอบวางยาพิษคนตระกูลเฉินทั้งตระกูลให้ตายตกตามกันไปจนสิ้นในคืนเดียวคุณชายตระกูลเฉินรอดมาได้อย่างไรไม่มีใครรู้ รู้เพียงแต่ว่าผู้คนที่อยู่ในเคหาสน์ชมฟ้านั้น ล้วนแล้วแต่ประหลาดทั้งสิ้น หากไม่เป็นใบ้ ก็มือขาด ขาขาด ไม่เช่นนั้นก็ตาบอดข่าวลือที่ผู้คนต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้หุบเขาไป๋หลง ย่อมหนีไม่พ้นเสียนอวี้ จ้าวยุทธภพคนปัจจุบันที่เป็นมารดาบุญธรรมของคุณชายเฉินผู้นั้นนางไม่เพียงแต่มอบชีวิตใหม่ให้เขา แต่ยังเรียกเขาว่า ‘เซวี่ยอวี้’หุบเขาไป๋หลงในวันวานนั้น เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ เพราะเจ้าบ้านคนก่อนเป็นคหบดีที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อโอบอ้อมอารี ผิดกับเซวี่ยอวี้ที่ปิดตายบริเวณโดยรอบ ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปได้โดยง่ายแต่ถึงอย่างนั้นการที่คนเพียงไม่กี่คน สามารถดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยของเคหาสน์ชมฟ้าได้ กลับบ่งบอกถึงความร้ายกาจของเซวี่ยอวี้เป็นอย่างดีหลันเยี่ยเซียงซึ่งสวมหมวกคลุมผ้าโปร่ง นั่งฟังคำร่ำลือต่างๆ เกี่ยวกับเคหาสน์ชมฟ้าด้วยความงุนงง นางกระซิบถามจื่ออวี้ด้วยความประหล

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 40

    “เซียงเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว”หญิงสาวลืมตาขึ้นสบตาคม “ข้าไม่กลัว”นางกระซิบบอกซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากเซวี่ยอวี้ ชายหนุ่มจุมพิตริมฝีปากเย้ายวน พร้อมกับสัมผัสผิวเนียนละเอียดใต้ร่าง จุมพิตรุกเร้าพัวพันกระทั่งเปลี่ยนเป็นล้ำลึกอกอิ่มนุ่มหยุ่นถูกมือใหญ่สอดเข้าไปกอบกุม หลันเยี่ยเซียงใบหน้าแดงก่ำ กระนั้นความเขินอายไหนเลยจะมีมากกว่าความรู้สึกวูบวาบ ทุกครั้งที่มือใหญ่ของเซวี่ยอวี้ลูบไล้ไปทุกอณูร่างกระทั่งริมฝีปากเร่าร้อนครอบครองความอ่อนไหวที่ปลายยอดปทุมสีอ่อน หลันเยี่ยเซียงบิดกายอย่างร้อนรุ่ม แอ่นกายเข้าหาริมฝีปากที่รุกเร้าพัวพันไม่ยอมผ่อนปรน ราวกับสัมผัสของเขายังไม่ลึกล้ำพอ กลิ่นอายของร่างแกร่งมอมเมาให้นางหวามไหว จุมพิตอ่อนโยนระคนเร่าร้อน ล่อหลอกให้นางเปิดรับเขามากขึ้นเซวี่ยอวี้ส่งเสียงครางออกมาด้วยความพึงพอใจ ความอ่อนนุ่มเย้ายวนของหลันเยี่ยเซียง ทำให้เขากายแกร่งของเขารวดร้าวด้วยความต้องการ เขาพยายามให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพื่อให้หญิงสาวได้มีโอกาสปรับตัว แต่กลิ่นหอมบนเรือนกายเนียนละเอียด กลับปลุกสัญชาตญาณของบุรุษเพศในกายให้ตื่นเพริศในยามที่ทุกอย่างมาจนถึงจุดที่ไม่อาจต้านทาน เขาพลั้งเ

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 39

    ในวันส่งมอบสินสอดสตรีมากมายที่รอเย้ยหยันหลันเยี่ยเซียง เนื่องจากพวกนางต่างก็คิดว่าชาวยุทธ์ในยุทธภพ ไหนเลยจะมีฐานะมั่งคั่งดังเช่นตระกูลใหญ่ๆกระนั้นรถม้าสามคันซึ่งขนสินสอดไปยังตระกูลหลัน รวมไปถึงของขวัญจากทั่วทุกสารทิศที่ต่างก็เป็นของมีค่าหายาก กลับทำให้พวกนางทั้งหลายได้แต่อิจฉาริษยาคราก่อนเห็นการแต่งกายธรรมดาของเซวี่ยอวี้ ซึ่งไปเข้าร่วมการตัดสิน ทุกคนต่างก็ดูแคลนชายหนุ่มทั้งสิ้น ไหนเลยจะคิดว่าเขาจะร่ำรวยมั่งคั่งถึงเพียงนี้“อย่ามองข้าเช่นนั้น ท่านแม่บุญธรรมเป็นคนจัดการข้าไม่เกี่ยว” จื่ออวี้มองใบหน้าหลันเยี่ยเซียงด้วยความเห็นใจนางเองแม้รู้สึกว่าสินสอดเหล่านี้มากเกินไปอยู่บ้าง หากแต่เมื่อคิดถึงข่าวลือเสียหายมากมายเกี่ยวกับหลันเยี่ยเซียง การกระทำราวกับตบหน้าผู้คนเช่นนี้นับว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ“สิ้นเปลืองเปล่าๆ” หลันเยี่ยเซียงรู้สึกไม่สบายใจ“ศิษย์พี่ยังไม่ว่าอะไร เจ้าก็ทำใจให้สบายเถิด” จื่ออวี้ปลอบโยนกระทั่งถึงวันแต่งงานเซวี่ยอวี้แต่งกายด้วยชุดสีแดง นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหลังของเจ้าวายุ นำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวออกจากตระกูลหลัน ตรงไปยังสำนักศึกษาเค่อหลี่พิธีการต่างๆ เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 38

    “เมื่อคืนข้าบอกเซียงเอ๋อร์เกี่ยวกับจุดประสงค์ของจอมยุทธ์เซวี่ย นางต้องการพบเขาสักครั้งก่อนให้คำตอบขอรับ ตอนนี้แม่นางจื่ออวี้พานางไปที่เค่อหลี่แล้ว”หลันเซียวพยักหน้า “แม้พวกเขาจะดูประหลาดไปสักหน่อย แต่อาจเพราะเราไม่คุ้นเคยกับชาวยุทธ์ มีเพียงจอมยุทธ์เซวี่ยกระมังที่สามารถปกป้องคุ้มครองเซียงเอ๋อร์ได้ อีกทั้งเซียงเอ๋อร์เองก็มีท่าทีว่าจะชอบพอเขาเช่นกัน”“ลูกเองก็คิดเช่นนั้น” หลันเฟิ่งเห็นด้วยศาลาแปดเหลี่ยมหน้าหอตำราในยามนี้ หลันเยี่ยเซียงกำลังนั่งอย่างสงบเสงี่ยม นางเหม่อมองกำแพงสูงของสำนักเค่อหลี่ จากนั้นก็นึกถึงวันที่นางนั่งรถม้าเข้ามากระทั่งได้พบกับเซวี่ยอวี้เป็นครั้งแรกวันนั้นนางเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นโจรราคะ ทว่าวันนี้นางกำลังจะได้พบเขาในฐานะที่แตกต่างไปจากวันแรกโดยสิ้นเชิง“รอนานหรือไม่”ร่างสูงก้าวเข้ามานั่งลงยังฝั่งตรงข้ามนาง มือใหญ่คว้ากาน้ำชาขึ้นรินลงไปในถ้วยที่วางคว่ำอยู่ ท่วงท่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความสงบเยือกเย็น ทำให้หลันเยี่ยเซียงเหม่อลอย“พี่ใหญ่บอกข้าว่าท่านให้ข้าเป็นผู้เลือก”“ใช่” เขาไม่ปฏิเสธ“เช่นนั้นข้าขอถามท่านได้หรือไม่”“ถามมาสิ ข้ายินดีตอบเจ้าทุกข้อ”“ทุกข้อจริงห

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 15

    เขาส่งสัญญาณให้ทหารอีกสามนายเข้าไปดูเหตุการณ์ เพราะห่างจากประตูไปไม่มาก มีบุรุษสองคนกำลังประมือกันอยู่ แต่เพราะจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ เพียงสามารถมองเห็นเงาดำสองสาย ซึ่งสะท้อนกับแสงจันทร์เท่านั้น“หนึ่งในนั้นเขาช่วยข้าไว้ เขายังมีป้ายคำสั่งจากท่านเจ้าเมือง” หลันเยี่ยเซียงเอ่ยทันทีที่เปิดหมวกคลุมเพื่

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 14

    ไม่รอให้นางพูดจบเขาก็ชิงจังหวะคว้ามือของนางมา ก่อนจะใช้แขนอีกข้างรวบเอวเล็กขึ้น ให้นางนั่งซ้อนด้านหน้า โดยมีเขาโอบร่างเล็กเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นางหล่นลงไปหลันเยี่ยเซียงหวีดร้องคราหนึ่ง มือทั้งสองข้างคว้าจับท่อนแขนแกร่งเอาไว้ด้วยความตื่นกลัว แม้ไม่ได้สูงมาก แต่เมื่อตระหนักว่าตัวเองนั่งอยู่บนหลั

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 13

    เซวี่ยอวี้คว้าเสื้อคลุมกันลมมาจากโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้ามาหาหญิงสาว นางถอยหลังหลบ แต่ยังคงช้ากว่าชายหนุ่มอยู่ดี ดังนั้นเสื้อคลุมตัวใหญ่จึงถูกคลุมลงไปยังร่างเล็กที่ยังคงมีท่าทีหวาดระแวง“สะกดรอยตามหรือ เจ้าหมายถึง…”เขาครุ่นคิดครู่เดียวก็พอจะนึกออก วันนั้นเขานั่งเล่นอยู่บนกำแพงและนางก็ได้เห็นเขาเป็นครั้

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 12

    ก่อนเกิดเรื่องคุณชายตระกูลฟู่ส่งแม่สื่อเข้าไปเจรจาสู่ขอหลันเยี่ยเซียง ทั้งยังพลั้งปากพูดเรื่องโจรราคะออกมา หมายให้ตระกูลหลันยกหญิงสาวให้แต่งออกไปเพื่อแก้ปัญหา กระทั่งทำให้หลันเฟิ่งโกรธจัดจนไล่แม่สื่อทั้งสองออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเซวี่ยอวี้ได้ยินหลิวเย่ากวงเอ่ยถึง ในยามที่อีกฝ่ายพาหลันเฟิ่งเข้ามาขอควา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status