พอเทียบกับความทรงจำจากเกมอย่าง 'The Legend of Zelda: Ocarina of Time' จะเห็นว่าเพลงของกระจกเลือกทำงานแบบจิตวิทยามากกว่า เสียงไม่จำเป็นต้องสวยงามตลอดเวลา แต่ต้องพาอารมณ์ผู้ชมไปยังมุมที่ไม่สะดวกสบาย ซึ่งสำหรับฉันมันได้ผลมาก เพราะจังหวะที่ไม่สมมาตรและเสียงที่คลุมเครือช่วยให้ฉากไม่นิ่งและมีพลังทางอารมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป