LOGINเมื่อร่างกายที่ควรถูกปฏิเสธ กลับตอบสนองอย่างเร่าร้อน เมื่อไฟต้องห้ามระหว่าง พี่เขย และ น้องเมีย ลุกโชน พวกเขาจะหยุดยั้งความใคร่นี้ได้จริงหรือ… หรือจะยอมปล่อยให้มันกลืนกินทั้งหัวใจและร่างกาย นิยายอีโรติกดราม่าเร่าร้อน แซ่บ ซับซ้อน และห้ามพลาดสำหรับสายลุ้นรักต้องห้าม! หยางซิน ต้องตายอย่างน่าสมเพช เพราะเธอถูกครอบครัวหักหลัง ขายให้เศรษฐีเฒ่าอารมณ์รุนแรง ถูกทุบตีจนสิ้นลมหายใจ แต่ชะตากลับให้เธอได้โอกาส ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ เธอจะไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกต่อไป… ผู้ชายที่เธอเลือกจะไขว่คว้า กลับไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ จางเฮ่อ…พี่เขยของเธอเอง ชายที่เพิ่งกลับจากสงครามในสภาพขาพิการ จางเฮ่อถูกภรรยาที่เป็นพี่สาวของหยางซินขอหย่า และทิ้งเขาไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทของเขาเอง และยังดูถูกว่าเขาก็แค่คนพิการไร้ประโยชน์คนหนึ่งทำให้จางเฮ่อเจ็บแค้นใจมาก แต่หยางซินรู้ความจริงดีว่า อีกไม่นาน จากเฮ่อจะหายจากบาดแผล และกลายเป็นผู้บัญชาการผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่ใคร ๆ มองว่าเขาตกต่ำ ไร้ค่า… เธอกลับเห็นอนาคตอันเรืองรอง และตั้งใจจะใช้ทั้งเสน่ห์ ทั้งเล่ห์รัก มัดเขาไว้ในอ้อมกอด ให้พี่เขยกลายเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
View Moreปี ค.ศ.1979
"จะไปไหน?"
หยางซินหยุดชะงัก ก่อนจะตอบแม่ "เอายาหลังอาหารไปให้พี่เขย แล้วก็เช็ดตัวให้เขาค่ะ"
"แกจะไปทำให้มันทำไม ก็แค่คนพิการไร้ประโยชน์คนหนึ่ง"
"แม่ก่อนหน้านี้ ก็เป็นแม่ไม่ใช่เหรอ ที่ยกย่องเทิดทูนเขา และเขาก็ยังเป็นเขยแต่งเข้าของสกุลหยาง ตอนนี้แม่กลับทำแบบนี้กับเขาได้ยังไงคะ"
"ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกัน ผู้ชายในห้องนั้นก็เป็นแค่คนพิการที่ได้เบี้ยเลี้ยงทหารเดือนละไม่กี่หยวน ไม่ใช่พี่เขยคนเดิมของแกแล้ว"
"จะไม่ใช่ได้ยังไง พวกเขาเป็นสามีภรรยากันแล้ว พี่หยางเหมยควรทำหน้าที่เมีย ทำไมแม่ไม่ให้พี่ดูแลพี่เขยบ้าง วัน ๆ เอาแต่แต่งตัวสวยไปงานสังคม ไม่สนใจสามีที่ยังนอนป่วยอยู่บนเตียงสักนิด พี่เขยออกไปรบเพื่อชาติ เขาถึงได้รับบาดเจ็บและโดนปลดประจำการมาอยู่บ้าน ตอนนั้นแม่เป็นคนที่คุยนักคุยหนาว่า เขาเป็นคนมีอนาคตที่สุดในเมืองหนานหนิงนี่แล้ว ถ้าพี่แต่งกับเขาพี่ก็จะได้เป็นคุณนายผู้บัญชาการอย่างแน่นอน ตอนนี้ทำไมแม่เป็นแบบนี้แล้ว"
"แกมันยังเด็ก จะไปเข้าใจอะไร พี่เขยแกน่ะหมดอนาคตแล้ว ก็คงจะเหมือนทหารทั่วไปที่ไปรบมาแล้วพิการ หลังถูกปลดประจำการก็ได้เงินเดือนแค่พอเลี้ยงตัวไปตลอดชีวิต อย่าหวังว่าจะได้เลื่อนยศอะไรอีก และอีกอย่างพี่แกมีผัวพิการมันน่าขายหน้าแค่ไหน แกไม่รู้เหรอ"
"แม่ พูดเสียงดังเกินไปแล้วถ้าพี่จางเฮ่อได้ยิน เขาคงเสียใจแย่"
"ทำไม ฉันจะพูดให้มันรู้กันไป มันจะได้ออกจากบ้านหลังนี้เสียที ต้องมานั่งเลี้ยงคนพิการมันใช่หน้าที่ของฉันเหรอ"
"แม่ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!"
ในตอนนั้นเสียงสวยของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาทันใด
"ทำไมจะไม่ได้ ฉันไม่เอาคนพิการมาเป็นพ่อพันธุ์ของลูกฉันเด็ดขาด"
หยางซินหันไปมองตามเสียง พี่สาวของเธอหยางเหมยที่แต่งหน้าแต่งตัวสวยฉ่ำ กำลังจะออกไปงานเต้นรำนายทหารใหญ่ หลังจากที่สงครามได้ยุติลงอย่างเป็นทางการ โดยมีนายทหารหนุ่มอนาคตไกลที่เป็นเพื่อนของพี่เขยที่มีชื่อว่าหลินเว่ยมารับนั่นเอง
หยางซินเห็นพี่สาวของตัวเองกำลังควงกับเพื่อนของพี่เขย ก็คิดในใจ
หึ เมียตัวเองไปแต่งกับเพื่อนสนิท ใครบ้างจะไม่แค้น จางเฮ่อถึงได้เอาคืนหนักขนาดนั้น
หยางเหมยมองน้องสาวแล้วพูดต่อ "ทำไมต้องดูแลพี่เขยแกขนาดนี้ จะทำไปทำไม เดี๋ยวฉันก็หย่าแล้ว เขาก็ไม่ใช่พี่เขยของแกแล้ว"
หยางซินส่ายหน้า "ฉันไม่เหมือนพี่ ที่ไร้มโนธรรม ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน ไม่ต้องมาสั่งฉันอีก"
"หน็อย แกจะมากไปแล้วนะ เดี๋ยวนี้คิดเถียงฉันเหรอ"
"พี่ได้ยินยังไงก็แบบนั้นแหละ"
หยางซินเดินสะบัดก้นหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งแม่และพี่สาวถึงกับหันมามองหน้ากัน หยางเหมยกำมือแน่นและกัดฟัน เธอจ้องมารดาเขม็งเอ่ยเสียงเย็น
"แม่ นังหยางซินมันกล้าขึ้นเสียงกับฉัน แม่ต้องจัดการมันให้ฉัน"
คุณนายหยางยิ้มเอาใจลูกสาวคนโต ก่อนจะพูดว่า "แม่จะสั่งสอนหยางซินเอง ไม่ต้องโกรธนะ เดี๋ยวจะไม่สวย จะไปงานไม่ใช่เหรอ แม่ได้ยินเสียงรถมาแล้ว รีบไปเถอะเดี๋ยวสาย" จากนั้นก็กุลีกุจอพาหยางเหมยออกไปที่หน้าบ้านอย่างรวดเร็ว
ด้านหยางซินเธอเดินเข้ามาใน ห้องนอนของจางเฮ่อพร้อมกับมองชามข้าวต้มที่ตอนนี้ว่างเปล่าไปแล้ว
"โห กินข้าวหมดเลยเหรอคะ เก่งแล้วนี่"
เสียงแหบเครือดังขึ้นเบา ๆ "ก็แค่กินข้าว มีอะไรต้องชม"
เขายังคงเสียงดุกับเธอเหมือนเดิม แน่นอนว่าเพราะไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหนกันแน่จึงได้ตั้งแง่กับเธอแบบนี้
"ทำดีก็ต้องชมนี่คะ ปกติพี่กินข้าวนิดเดียวสองสามวันมานี้กินเก่งจริง ๆ"
จางเฮ่อยิ้มเย็นออกมา นี่นับว่าเป็นรอยยิ้มแรกตั้งแต่เขาล้มป่วยที่เธอได้เห็น เขาคงอยากถามว่าทำไมถึงได้ดีกับเขานัก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าพี่สาวของเธอจะบอกให้ทำอะไรเธอก็มักจะทำตาม กระทั่งร่วมมือกลั่นแกล้งไม่ให้ข้าวให้น้ำเขามาแล้ว
คนสกุลหยางต้องการให้ภรรยาเขาหย่าขาด และขับไล่เขาออกจากบ้านหลังนี้ที่เขาใช้เงินทั้งหมดในการสร้างเพื่อเอาใจหยางเหมย และยังให้บ้านเป็นชื่อหยางเหมยเพื่อเป็นของขวัญ แต่วันนี้เขากลับกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านของตัวเอง
หากใครรู้เข้า ก็คงพูดได้เพียงคำเดียวว่าเขาคนนี้ โง่เง่ายิ่งกว่าลา
จางเฮ่อมองน้องสาวภรรยาของตัวเองด้วยสายตาสงสัย หลายวันมานี้ยอมรับว่าเพราะได้หยางซินคอยดูแล และให้กินข้าวนินยาไม่ขาดทำให้อาการป่วยของเขาเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ถึงหมอจะบอกว่าเขาอาจจะเดินไม่ได้อีกแต่คนอย่างจางเฮ่อไม่มีทางยอมแพ้ ต่อให้สวรรค์ส่งเขาลงนรก เขาก็จะตะกายกลับมาจากนรกด้วยตัวเอง และตอนนี้เขาก็รู้ว่าเรี่ยวแรงของเขากกำลังฟื้นคืนมาแล้ว
เด็กสาวคนนี้กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ และดูเหมือนว่าเธอที่เคยอ่อนแอ เป็นเบี้ยล่างของพี่สาวมาตลอดอยู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาเถียงคนอื่นและรู้จักโต้ตอบ ทั้งยังปฏิบัติกับเขาแตกต่างไปจากปกติ ดูเหมือนเธอเอาใจใส่เขาด้วยใจจริง และจากสายตาคู่นั้นเขาก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่าง
ความรักที่เธอเหมือนจะซ่อนอยู่ในใจ และหลายครั้งที่ลอบมองเขาอย่างเปิดเผย แต่เขากลับคิดว่าสายตาคู่นี้กลับมองเขาแปลก ๆ เหมือนหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย
หยางซินกำลังกลัวอะไรกันแน่!
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนใหญ่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็ก หยางซินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ในอ้อมแขนมีห่อผ้าสีสะอาดที่โ่อร่างเล็กจ้อยของเสี่ยวอันอันเอาไว้ เธอก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังหลับสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก หลังจากที่ทั้งแม่และลูกต่างผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่างยากลำบากในวันนั้น หม่าเฮ่อทำให้เธอแทบหัวใจสลาย เพียงเพราะหลังจากผ่าตัดเอาลูกออกมา ลูกของเธอต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าที่จะออกมาสู่อ้อมกอดแม่ได้ และนั่นทำให้หม่าเฮ่อกังวลใจจนพูดอ้ำอึ้งกับเธอในวันนั้น เพราะกลัวว่าเธอจะรับความจริงไม่ไหว แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงอดีตที่คอยย้ำเตือนให้เห็นถึงค่าของชีวิตหยางซินมองหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มแห่งความรัก ตอนนี้สิ่งที่เธอชอบที่สุดก็คือการมองหน้าเล็กขาวเหมือนก้อนแป้งนุ่มๆ ของบุตรชายโดยไม่มีวันเบื่อ ลูกชายของเธอในช่วงเดือนที่สองนี้ก็ยังเอาแต่กินและนอน เขาเติบโตขึ้นมากหลังจากออกจากโรงพยาบาลและได้เธอเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ ผิวของลูกขาวละเอียดและเนียนนุ่มเหมือนน้ำนม แก้
ผู้คุ้มกันของเธอเห็นเลือดที่ไหลออกจากท้องก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองรีบถลาเข้ามาช่วย แต่ไม่ทันการเสียแล้ว หยางซินยกมือขึ้นกุมหน้าท้องที่เปียกชื้น เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้วไม่หยุดแม่จ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท“ลูกอกตัญญูอย่างแก สมควรตาย ฉันไม่มีทางให้แกสมหวังเด็ดขาด เพราะแกทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แกทำทำให้หยางเหมยตาย แกทำให้พ่อของแกต้องตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของแกทั้งหมด”แม่เสียสติไปแล้ว และในตอนนั้นหยางซินก็หน้ามืดและวูบลงไปพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหมอและพยาบาลที่รีบเข้ามาพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินใครจะรู้ว่าแม่ของหยางซินเตรียมการเอาไว้แล้ว ที่เตียงข้าง ๆ ก่อนที่คนไข้คนนั้นจะได้ออกจากโรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมคนไข้พร้อมกับตะกร้าผลไม้และมีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งแม่จึงแอบเก็บมีดเอาไว้ในตอนที่พวกเขาเผลอ และเตรียมการเอาไว้อย่างดีเพื่อฆ่าลูกสาวสารเลวที่แม่เกลียดชังในตอนนี้แม่สมหวังแล้ว แม่คิดถึงใบหน้าของหยางเหมยแล้วพูดว่า “หยางเหมยคนดีของแม่ แม่กำลังจะไปหาแล้ว”จากนั้นแม่ก็ใช้มีดเล่มเดิมปาดเข้าที่ลำคอของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเ
“แล้วแม่เรียกฉันมาทำไม แม่ไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วนี่ สายตาของแม่ที่มองฉันมีแต่ความชิงชังรังเกียจ ไม่ว่าฉันจะทำดีแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเห็น”นี่เป็นอีกครั้งที่เธออดที่จะน้ำตาคลอหน่วยไม่ได้ แม่มองที่เธอจากนั้นก็มองที่หน้าท้องนูนของเธอ“แกมีความสุขหรือเปล่า”อยู่ ๆ แม่ก็ถามคำนี้ หญิงสาวพยักหน้า“แน่นอน ว่าฉันมีความสุข”แม่ยิ้ม “ดี แบบนี้นก็ดี ที่เรียกแกมาวันนี้เพราะก่อนตายฉันอยากบอกอะไรบางอย่างกับแก"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“มีคำสั่งเสียถึงฉันเหรอ แม่อย่าพูดให้ฉันรู้สึกว่าเราคือแม่ลูกที่รักกันสิ”แม่ไอออกมาจนตัวโยนก่อนจะบอกเสียงแหบเครือ“มาใกล้ ๆ สิ”หยางซินเดินเข้าไปจนใกล้ขอบเตียงพยาบาลข้าง ๆ แม่ แม่จ้องมองท้องที่โตโย้ของเธอดวงตาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความรู้สึกชิงชังอย่างไม่ปิดบัง“เด็กที่อยู่ในนี้ อีกไม่นานก็คงจะลืมตาดูโลกแล้วสินะ”หยางซินยิ้มเย็น ธอยกมือขึ้นลูบท้องเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกในครรภ์“ใช่ อีกไม่นานแล้ว เดือนหน้าที่จะถึงนี้เขาก็จะออกมาแล้ว”แม่กลับพูดเสียงเบา ที่เธอแทบจะไม่ได้ยิน“แกกล้าดียังไงที่ฆ่าพี่ ฆ่าพ่อตัวเองแล้วยังกล้าให้กำเนิดชีวิตใหม่ออกมาอีก แกกล้าดียังไง”หยางซิน
สองเดือนให้หลัง หลังจากหยางเหมยถูกหยางซินส่งตัวเข้าคุก หญิงสาวก็ทนรับสภาพไม่ไหวเธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนและในที่สุดก็คลุ้มคลั่งและผูกคอตายในคุกหยางซินจัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่ายที่สุด โดยที่แม่ของหยางซินเมื่อได้ยินข่าวว่าบุตรสาวสุดที่รักตายในคุก แม่ก็ล้มป่วยลงทันใดหยางซินดูแลแม่โดยการส่งเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ไม่ได้หรูหราแต่ก็มีการรักษาที่ดี เธอยังจ้างพยาบาลดูแลแม่เป็นพิเศษอีกคนหนึ่งส่วนพ่อของหยางซิน ตอนเขาติดการพนันอย่างหนัก และเพราะกู้เงินนอกระบบมาเยอะ ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนและสุดท้ายก็ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายจนตายโดยที่หยางซินได้รับศพกลับมาแน่นอนว่าเธอทำพิธีศพอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากพิธีของพี่สาวของเธอครอบครัวสกุลหยางในชาตินี้ ยังคงย่อยยับเหมือนชาติที่แล้ว เพียงแต่คนที่ทำให้ตัวเองต้องประสบภัยนั้น กลายเป็นตัวของคนคนนั้นเอง และหยางซินก็พาตัวเองรอดพ้นมาได้เพียงคนเดียวทั้งพ่อแม่และหยางเหมย ล้วนกระทำให้ตัวเองตกต่ำด้วยตัวเอง หาใช่ฝีมือของหม่าเฮ่อเหมือนชาติที่แล้วหยางซินท้องโตขึ้นทุกวัน หม่าเฮ่อรักและเอาใจใส่เธอมาก เขาทะนุถนอมเธอเหมือนเจ้าหญิงคนหนึ่ง หยางซินกระซิบแผ่วเ












reviews