นอกจากการเลือกโทนแล้ว การเว้นจังหวะของเพลงก็สำคัญไม่แพ้กัน ช่วงที่ดนตรีหยุดชั่วคราวก่อนการระเบิดของเหตุการณ์ทำให้เสียงที่ตามมามีผลทางอารมณ์หลายเท่าทันที ผมยังชอบเปรียบเทียบกับเพลงประกอบของ 'The Good, the Bad and the Ugly' ตรงที่ทั้งสองเรื่องรู้วิธีใช้เมโลดี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพื่อสร้างอิมแพ็คโดยไม่ต้องใช้น้ำเสียงโอ่อ่า เพลงใน 'จับเสือมือเปล่า' จึงเหมือนเป็นตัวละครล่องหน คอยผลักดันความรู้สึกและตีกรอบช่วงเวลาในหนังได้อย่างแนบเนียนโดยไม่พยายามครอบงำผู้ชม