ข้ามมาที่ยุคคลาสสิกจีนอีกเรื่องคือ 'once upon a time in China' ที่นำเสนอฮีโร่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลง ฉากโชว์ฝีมือของเจ็ท ลี ผสมกับบริบทประวัติศาสตร์ทำให้ฉันรู้สึกว่าการต่อสู้บนจอสามารถมีน้ำหนักทางสังคมได้ ในทางกลับกัน 'Yojimbo' ของคุโรซาวะใช้การต่อสู้เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องเชิงมืดขำขันและการวางกับดักทางจิตวิทยา ฉากคมๆ สองสามฉากของหนังเรื่องนี้คือบทเรียนการใช้พื้นที่และการตั้งกล้องที่ฉันมักนึกถึงเมื่อดูหนังต่อสู้เรื่องอื่นๆ นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมชอบให้คนดูทั้งสามแนวนี้ร่วมกัน — แต่ละเรื่องเติมเต็มความเข้าใจในวิธีที่การต่อสู้เล่าเรื่องได้แตกต่างกันไป