ใครจะไปคิดว่า 'WandaVision' กับฉากคนธรรมดาในเมืองเล็กๆ จะกลายเป็นเหมืองทองของทฤษฎีแฟนคลับได้ขนาดนี้ — รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ถูกหยิบมาแยกชิ้นแล้วประกอบเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ จังหวะการเล่าในซีรีส์ทำให้ผมเผลอเชื่อมจุดระหว่างฉากบ้านๆ กับพลังระดับจักรวาลได้ง่ายกว่าเดิม และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทฤษฎีหลายอันน่าสนใจมาก
หนึ่งในทฤษฎีที่ผมชอบหยิบมาคุยบ่อยๆ คือแนวคิดว่า Wanda เป็น 'nexus being' ของ MCU หรืออย่างน้อยก็เป็นคนที่ความจริงสามารถบิดเบือนได้อย่างเป็นระบบ ทฤษฎีนี้ไม่ได้มาจากฉากเดียว แต่มาจากการวางแผนซ้อนของซีเควนซ์หลายตอน ตั้งแต่การที่เธอรังสรรค์ความจริงใน 'WandaVision' ไปจนถึงซีนที่เธออ่านหนังสือคำสาปใน '
doctor strange in the Multiverse of Madness' แฟนๆ ชี้ให้เห็นสัญลักษณ์ รูน และภาพซ้ำที่สอดคล้องกับคอนเซปต์เวทมนตร์โบราณ ทำให้ผมมองเห็นเธอเหมือนคนที่ปลดล็อกพลังแบบค่อยๆ ขยาย ซึ่งอาจไม่ใช่แค่เวทมนตร์ แต่เป็นการเชื่อมโยงกับพลังพื้นฐานของจักรวาล
อีกทฤษฎีที่ชวนขนลุกคือการตีความบทบาทของ 'Agatha' ว่าเธอไม่ใช่แค่แม่มดชั้นดี แต่เป็นตัวกระตุ้นที่ดึงความสามารถของ Wanda ออกมา ทฤษฎีแบบนี้อธิบายได้ว่าทำไมเหตุการณ์ใน Westview จึงดูเหมือนถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น และทำไมความทรงจำกับอารมณ์จึงถูกกลั่นกรองในรูปแบบซิตคอม — มันเหมือนการทดลองทางจิตวิทยาในระดับมหากาพย์ เมื่อเชื่อมโยงกับแรงบิดของพลัง ความเป็นไปได้ว่าต่อไป Wanda จะกลายเป็นแนวร้ายระดับโลกหรือผู้สร้างโลกใหม่ตามแบบ 'House of M' ในคอมิกส์ก็ไม่น่าจะฟังดูแปลกเกินไปสำหรับผม
สรุปแล้ว ทฤษฎีและอีสเตอร์เอ้กที่เกี่ยวกับเธอทำให้การติดตามจักรวาล Marvel มีมิติยิ่งขึ้น ผมตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ที่จะเห็นการเชื่อมโยงระหว่างงานโทรทัศน์กับคอมิกส์แบบที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป และยังแอบหวังว่าเส้นเรื่องจะเลือกนำเสนอความเศร้า ความขัดแย้งภายใน และผลกระทบต่อผู้คนรอบตัว Wanda อย่างจริงจัง เพราะนั่นแหละจะทำให้เรื่องราวของเธอหนักแน่นและน่าจดจำกว่าแค่โชว์พลัง