องค์ประกอบที่ทำให้ผมติดใจคือการใส่น้ำหนักในประเด็นเชิงคุณธรรมและเกียรติ ซึ่งไม่ใช่แค่อุดมคติบนกระดาษ แต่ถูกเล่าออกมาในรูปแบบสถานการณ์ที่ทำให้คิดตาม การเปรียบเทียบความขัดแย้งของตัวละครในเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศของนิยายต่างประเทศอย่าง 'A Separate Peace' ในมุมของการเติบโต แต่โทนของภาษาและภูมิหลังแตกต่างอย่างชัดเจน
ด้วยสำนวนที่ค่อนข้างละเมียดละไม ผมเลยมองเห็นเสน่ห์แบบคลาสสิกที่ต่างจากงานร่วมสมัยบางเล่ม เช่น 'Daily Lives of High School Boys' ซึ่งเล่นมุกตลกมากกว่า แต่ 'โรงเรียนลูกผู้ชาย' เลือกจะเล่นเชิงจิตวิทยาและศีลธรรมแทน นั่นทำให้ผมยังคงคิดถึงเรื่องนี้หลังวางหนังสือเสมอ
สไตล์การเล่าไม่รีบเร่ง แต่ก็ไม่ยืดยาดเกินไป ส่งผลให้ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนกำลังค่อย ๆ เปิดโปงเลเยอร์ของตัวละครทีละชั้น เหตุการณ์บางช่วงมีความเข้มข้นและชวนให้คิดถึงงานวรรณกรรมที่โฟกัสการเติบโต เช่น 'The Catcher in the Rye' ในแง่ของความเปราะบางทางอารมณ์ แต่เนื้อหาของม.ร.ว.คึกฤทธิ์มีพื้นถิ่นและบริบทต่างกันชัดเจน