ตอนที่15 ใจร้าย
หลังจากออกจากโรงพยาบาลณิชาได้ปรึกษาเรื่องยายของเธอกับเตมินว่าเธอควรพายายมาตรวจตามคำแนะนำของโดเมนดีหรือไม่ เพราะจากที่ได้คุยกับโดเมนแล้วเธอก็อยากให้ยายได้เจอหมอที่ดีเผื่อว่าหากเป็นโรคร้ายแรงอะไรจะได้รักษาทัน
“พี่ว่าเรื่องนี้น้องณิชาปรึกษานายดีกว่านะครับเพราะนายเป็นหมอน่าจะให้คำปรึกษาได้ดีกว่าพี่” ณิชาถอนหายใจราวกับคนหนักใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่เตมินแนะนำ
“ณิชาไม่กล้าปรึกษาคุณซันน่ะค่ะ กลัวว่าเขาจะดุเอา” เสียงเศร้า บอกออกไปพร้อมหน้าตาอย่างคนคิดหนัก
“ทำไมทำท่าแบบนั้นล่ะครับ นายไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอก”
“แต่ก็ไม่ได้ใจดีเท่าไหร่กับหนูใช่ไหมคะ” ณิชาแย้ง
“แต่ณิชาก็ไม่ใช่คนที่นายเกลียด เพราะถ้านายได้เกลียดใครแม้แต่ชื่อก็ไม่เอ่ยถึง ที่นายยังดูแลนั่นแสดงว่านายใส่ใจ แค่บางทีการกระทำของเจ้านายก็สวนทางกับคำพูดอยู่บ้าง..อย่าไปใส่ใจเลย” เตมินบอกให้ณิชาสบายใจ
ตลอดทั้งสัปดาห์ณิชาไม่มีโอกาสเจอหน้าซันเดย์แม้แต่น้อย เพราะชายหนุ่มยุ่งกับงานที่บริษัท ไหนจะงานที่โรงพยาบาลที่มีเคสพิเศษให้เขารักษาหลายเคส จนกระทั่งสุดสัปดาห์ณิชาร้อนใจอยากคุยเรื่องยายของเธอกับหมอหนุ่มจึงได้ตัดสินใจโทรหา
ครืด ครืด ครืด
ซันเดย์ที่กำลังจะเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดหยุดล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูว่าใครโทรมา ก่อนจะกดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเด็กสาว
“ฉันกำลังจะเข้าห้องผ่าตัด มีอะไรด่วนให้โทรหาเตมิน ถ้าเสร็จแล้วฉันจะโทรกลับ” จากนั้นชายหนุ่มก็วางสายไปโดยไม่เว้นจังหวะให้ณิชาได้เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว
ณิชารอสายจากซันเดย์จนดึกนอนพลิกตัวไปมาเพราะไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ เวลาผ่านไปก้าวเข้าสู่วันใหม่เปลือกตาที่หนักอึ้งก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
“อย่าบอกนะว่าเธอรอโทรศัพท์จากฉันจนเผลอหลับไป” ซันเดย์กลับมาที่คอนโดในช่วงเกือบสว่างเห็นเด็กสาวนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงโดยมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่ข้าง ๆ
ซันเดย์นั่งมองร่างบางที่หลับพริ้มอยู่บนเตียงอีกครั้งก่อนจะลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายแล้วกลับมาสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาผืนเดียวกับที่เด็กสาวห่มอยู่ เมื่อคนที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มรับรู้ถึงความอุ่นจึงขยับเข้าใกล้และซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งอย่างที่ชอบทำเป็นประจำเมื่อชายหนุ่มนอนค้างกับเธอหลังเสร็จกิจกรรมบนเตียง ไม่นานร่างกายอันเหนื่อยล้าก็เข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่ลืมกระชับร่างบางเข้ามากอด
เช้าวันต่อมา
“วันนี้วันหยุดจะตื่นทำไมตั้งแต่เช้า” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเด็กสาวในอ้อมกอดขยับตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง
“ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณตื่น”
“เงียบแล้วนอนต่อ วันนี้ฉันไม่มีงานขอนอนต่ออีกหน่อย” ไม่ว่าเปล่าฝ่ามือใหญ่ดันศีรษะเล็กซบลงที่อกแกร่งอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังวาดแขนแกร่งกอดเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหน
ตึก ตึก ตึก
เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจดังก้องอยู่ในหูจนคนตัวเล็กไม่สามารถข่มตาหลับต่อไปได้ ได้แต่นอนกะพริบตาปริบ ๆ มองกำแพงห้องสีขาวและซิกแพคหน้าท้องแน่น ๆ จนเผลอยื่นมือไปสัมผัส
“ถ้ายังอยากนอนต่อก็อยู่เฉย ๆ /อ้ะ!” ฝ่ามือหนาข้างที่ว่างจับเข้าที่ข้อมือเล็กล็อกและกดลงตรงตำแหน่งที่มืออยู่
“คุณก็ปล่อยมือหนูสิคะ”
“แล้วจะดื้อทำไมตั้งแต่เช้า ฉันพึ่งได้นอนยังไม่ถึงสามชั่วโมงเลยนะ” ซันเดย์บอกออกไปพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและปล่อยเด็กสาวให้เป็นอิสระ
“คุณนอนต่อเถอะค่ะ หนูจะไปเตรียมอาหารเช้าให้” พูดจบร่างบางก็รีบก้าวเท้าลงจากเตียงคว้าเสื้อคลุมมาใส่เดินตรงดิ่งเข้าห้องครัว
ซันเดย์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งช่วงเกือบสิบโมงเช้า หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จก็เดินมาโต๊ะอาหารพร้อมกับที่ข้าวต้มร้อน ๆ และกาแฟที่ณิชาเตรียมไว้ก็ถูกจัดขึ้นโต๊ะทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลง ซันเดย์นั่งทานอาหารเช้าไปได้สักครู่ก็เอ่ยขึ้น
“เมื่อวานโทรหาฉันมีเรื่องอะไร” เสียงเรียบเอ่ยถามในขณะที่นั่งทานข้าวไปด้วย
เมื่อถูกถามแบบไม่ทันตั้งตัวณิชาก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ยอมบอกจนซันเดย์เริ่มหงุดหงิดแล้วดุเธอออกไป
“มีอะไรก็รีบพูดมาณิชา อย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง” เสียงต่ำเย็นชาถามกลับด้วยใบหน้าหงุดหงิด
“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากรวบรวมความกล้าก่อนจะตัดสินใจบอกชายหนุ่มออกไป
“คือหนูอยากจะปรึกษาคุณเรื่องยายหนูค่ะ พอดียายหนูท่านมีอาการปวดตามข้อและหลังจนบางครั้งปวดจนลุกไปไหนไม่ได้ ไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ก็ได้แค่ยาบรรเทาปวดมาทาน หนูเลยอยากพายายมารักษาที่นี่ คือเรื่องนี้หนูได้ปรึกษากับพี่โดเมนก่อนหน้านี้บ้างแล้ว พี่โดเมนแนะนำให้พาคุณยายมาตรวจที่โรงพยาบาลของพี่เขา แต่หนูอยากปรึกษาคุณก่อนน่ะค่ะ ว่าคุณจะอนุญาตไหม” ซันเดย์ที่นั่งฟังเด็กสาวพูดเรื่อย ๆ และกำลังคิดตามกลับต้องมาสะดุดหูเพราะเพียงได้ยินว่าเธอปรึกษาคนอื่นมาก่อนแล้วที่จะมาปรึกษาเขา
“ปรึกษาไอ้โดเมนแล้วจะมาปรึกษาฉันทำไมอีกก็ทำตามที่มันบอกสิ หรือเธอติดปัญหาเรื่องอะไร” ซันเดย์เกิดอาการโมโหหลงตวาดเด็กสาวออกไปเสียงดัง จนอีกฝ่ายตกใจจนหน้าเจื่อนลง
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ คือหนูคุยกับพี่โดเมนตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วตอนที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้พึ่งคุยเมื่อวานหรือวันนี้ หนูก็เลยรอปรึกษาคุณอีกครั้งน่ะค่ะ” ณิชารีบอธิบายสีหน้าลนลานเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มเสียงแข็งใส่เธอขึ้นเรื่อย ๆ
มือหนาวางช้อนในมือลงและดันถ้วยข้าวต้มออกห่างพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วตามด้วยกาแฟ
“เรื่องส่วนตัวของเธอฉันไม่ออกความเห็น ก็ทำตามที่ไอ้โดเมนมันแนะนำแล้วกัน ยังไงมันก็เป็นเจ้าของโรงพยาบาลช่วยเธอได้อยู่แล้ว”
ณิชาหน้าเจื่อนลงเพราะในใจลึก ๆ เธอหวังจะได้คำแนะนำที่ดีจากชายหนุ่ม แต่นอกจากจะไม่ได้ตามสิ่งที่หวังเธอกลับได้คำพูดกระแทกแดกดันมาแทน ดีที่เธอเริ่มจะชินกับนิสัยของเขาบ้างแล้วเลยพอจะทำใจได้กับคำพูดคำจาแรง ๆ พวกนั้น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกน้อยใจอยู่ดี
“ขอโทษค่ะที่เอาเรื่องนี้มารบกวนเวลาของคุณ” เด็กสาวกล่าวขอโทษน้ำเสียงสั่นเครือ อาการน้อยใจปนเสียใจจุกในอกพลอยให้น้ำตาจะไหลออกมา
“เลิกดรามาแล้วเก็บโต๊ะ ส่วนเรื่องที่พูดไปเมื่อกี้อยากทำอะไรก็ทำ” แม้ในใจจะรู้สึกสงสารแต่คำพูดที่สื่อออกไปของซันเดย์นั้นกลับตรงกันข้าม และมันก็ทำให้ณิชาใจเสียไม่น้อย
“หนูตัดสินใจแล้วค่ะว่าหนูอยากพายายมาตรวจที่นี่ อาทิตย์หน้ามีวันหยุดสามวันหนูขออนุญาตกลับบ้านไปรับยายเข้ามากรุงเทพฯ นะคะ” ณิชากลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ บอกกับชายหนุ่มออกไปหลังจากที่วางแพลนคร่าว ๆ ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อเขาเอ่ยปากอนุญาตแล้วเธอจึงไม่รอช้าที่จะบอกเขาให้รับทราบในฐานะผู้ปกครองของเธอ
“มันเป็นสิทธิ์ของเธอ แต่เมื่อไหร่ที่ฉันต้องการเธอก็ต้องมาหาฉันได้ตลอดเวลาโดยไม่มีข้ออ้าง”
“แต่หนูต้องดูแลยายอาจจะไม่มีเวลาทำเรื่องนั้นหรอกนะคะ”
“นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอที่เธอต้องจัดการเอง ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“รับทราบค่ะ หนูจะทำหน้าที่ของตัวเองไม่ให้บกพร่องแม้แต่น้อยคุณวางใจได้ค่ะ” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ฟันซี่บนกัดริมฝีปากล่างจนเป็นรอย ฝ่ามือทั้งสองข้างที่วางอยู่หน้าตักกำเข้าหากันแน่น
“ก็ดี”
“หนูขอตัวก่อนนะคะ”
“จะไปไหน ผู้ใหญ่พูดไม่จบใครบอกให้เดินหนี มันเสียมารยาท”
“คุณต้องการให้หนูทำอะไรอีกคะ จะทำเรื่องนั้นตอนนี้อย่างนั้นเหรอคะ” น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมดวงตาที่เริ่มแดงหันมาพูดกับซันเดย์
สายตาคมเข้มกระตุกวูบเมื่อเห็นดวงตากลมโตแดงก่ำและมีน้ำสีใสคลอเต็มเบ้า ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“นั่งลงแล้วคุยดี ๆ” เสียงเข้มสั่ง
ณิชาจำต้องหันกลับมาแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านข้างชายหนุ่ม เพราะไม่อยากมีปัญหาทั้งที่ความจริงตอนนี้อยากร้องไห้ระบายความอัดอั้นที่มีออกมา
“แล้วจะไปพายายเธอมาเมื่อไหร่” ชายหนุ่มถามหลังจากนั่งมองหญิงสาวอยู่ชั่วครู่
สายตาเข้มและจริงจังที่มองมาที่เธอตอนนี้ทำเอาณิชาเริ่มประหม่าเล็กน้อย
“ตอนแรกก็คิดว่ารอปรึกษาคุณ หากคุณอนุญาตหนูก็จะโทรคุยกับยาย ถ้ายายตกลงวันหยุดที่จะถึงนี้หนูคิดว่าจะขอลาเพื่อไปรับยายมาค่ะ” เธอตั้งหน้ามองสบตาบอกเขาไปตามที่คิดไว้แต่แรก
“คุยกับยายเธอให้เรียบร้อยแล้วแจ้งรายละเอียดฉัน ฉันจะประสานกับทางโรงพยาบาลให้” เสียงทุ้มบอกกับเด็กสาวออกไป
“ขอบคุณค่ะ แต่หนูคุยเรื่องนี้กับพี่โดเมนไว้บ้างแล้ว ถ้าได้วันที่จะพายายมาแน่นอนหนูจะแจ้งให้พี่โดเมนทราบค่ะ”
“ก็ดี ไอ้โดเมนเป็นเจ้าของโรงพยาบาลมันสามารถจัดการทุกอย่างให้เธอได้อยู่แล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องช่วยเธอจัดการ”
“แต่หนูมีอีกเรื่องที่จะขอรบกวนคุณค่ะ”
“เรื่องอะไร” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันขณะที่รอฟัง
“ระหว่างที่พายายมาตรวจที่กรุงเทพฯ หนูอยากจะขออนุญาตคุณพายายมาพักด้วยที่นี่ได้หรือเปล่าคะ หนูจะได้ดูแลยายสะดวกและที่นี่ก็ใกล้โรงพยาบาลสามารถเดินทางสะดวกด้วย”
“ที่นี่ไม่ใช่ที่พักพิงคนไร้บ้าน ฉันไม่อนุญาต” เสียงเข้มปฏิเสธออกไปทันที
“ทำไมล่ะคะ หนูพายายมาพักแค่ไม่กี่วันเองหนูรับรองจะไม่ทำห้องคุณให้เสียหายอย่างแน่นอนค่ะ”
“พายายเธอไปหาที่พักที่อื่น ฉันไม่อนุญาตให้พามาพักที่นี่ ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของฉันคนอื่นห้ามเข้ามาในพื้นที่ของฉันเด็ดขาด แม้แต่ยายของเธอ” ซันเดย์ยื่นคำขาด จนณิชาไม่กล้าพูดอะไรต่อเพราะสิทธิ์ทั้งหมดในห้องนี้เป็นของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง ไม่ใช่เธอที่เป็นเพียงผู้อาศัย
“เข้าใจแล้วค่ะ หนูจะพายายไปเช่าโรงแรมที่อื่นจะไม่มารบกวนพื้นที่ของคุณ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“มันควรที่จะเป็นแบบนั้น ไปได้แล้วฉันจะไปนั่งทำงานด้านนอกแล้วไม่ต้องออกไปรบกวนฉันอีก”
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”