“คุณชายเหริน คุณชายรองจิง อาวุธของคนพวกนั้นเคลือบด้วยยาพิษ ระวังตัวด้วยนะขอรับ”
“ขอบใจเจ้ามาก แล้วคนที่โดนยาพิษเป็นเช่นไรบ้าง?” เหรินเหยียนชิงเอ่ยถามคนของจินเฟยหลง
“คนที่เหลือยังไม่เป็นอะไรมากขอรับ ยังพอสู้ได้”
“หากผู้ใดไม่ไหวก็ให้รีบถอยออกมาก่อนเข้าใจหรือไม่!”
“ขอรับ ขอบคุณขอรับคุณชายเหริน”
เหรินเหยียนชิงมองตามหลังคนของจินเฟยหลงที่ยามนี้เจ้าตัวได้กลับลงไปช่วยพวกของตนเองสู้ต่อแล้ว นับจากที่พวกเขาคุ้มกันพวกของเพ่ยฉีกับจิงเสี่ยวเจี้ยนให้พามารดาและน้องทั้งสองคนของเขาหลบหนีออกไปได้ ตอนนี้ก็เพิ่งผ่านมายังไม่ถึงสองเค่อ พวกเขาได้เสียคนของจินเฟยหลงไปแล้วถึงสองคน และก็มีคนที่ถูกยาพิษจากอาวุธของคนพวกนั้นไปแล้วอีกสามคน ฝีมือของคนพวกนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่เพ่ยฉีพูดเอาไว้จริง ๆ ขนาดในยามนี้มีเขากับจิงเสี่ยวจางคอยช่วยกันยิงธนูสกัดและคอยระวังหลังให้กับทุกคน พวกเขาก็ยังล้มคนพวกนั้นไปได้เพียงแค่หนึ่งคน
จินเฟยหลงรู้สึกตัวมาได้สักพัก ตอนนี้เขาทำได้เพียงนอนฟังเรื่องราวที่ทุกคนในห้องพูดคุยกันเท่านั้น เพราะความปวดร้าวจากบาดแผลทั่วทั้งร่างกายที่เขากำลังเผชิญอยู่ มันได้ทำให้จินเฟยหลงไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วหรือลืมตาที่หนักอึ้งของตนเองขึ้นมาได้ แต่เมื่อครู่ผู้เป็นพี่ชายได้นำยามาป้อนให้กับเขา ยามนี้ความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญมันจึงเริ่มดีขึ้นจากเดิมเรื่อย ๆ แต่มันก็มีความรู้สึกง่วงงุนแปลก ๆ เข้ามาแทนที่ และเพียงไม่นานจินเฟยหลงก็ได้รู้ถึงสาเหตุของอาการง่วงงุนแปลก ๆ ของตนเองว่ามาจากยาที่เขาเพิ่งดื่มเข้าไป แล้วเมื่อเขาได้รับฟังเรื่องราวของยาต้านพิษที่ผู้เป็นพี่ชายคิดเผื่อพวกเขาจบ เขาก็ได้แต่ขอบคุณอีกฝ่ายในใจ เพราะอย่างที่ชิงหลวนคุนพูดหากไม่ได้ยาต้านพิษสามเม็ดนั้นก็ไม่รู้ว่ายามนี้ตัวเขาจะรอดกลับมาหาทุกคนที่นี่ได้หรือไม่... หลังจากที่จินเฟยหลงได้ยินเสียงฝีเท้าของสหาย ผู้เป็นพี่ชายและคนรักของเจ้าตัวเดินห่างออกไปจากห้องพักของเขาแล้ว จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเหรินเหยียนชิงเด
ชิงหลวนคุนเมื่อได้ยินเรื่องยาพิษ เขาจึงเอ่ยถามเรื่องที่คาใจกับจินเฟยเทียน “พูดถึงเรื่องยาพิษ เฟยเทียนเจ้ารู้หรือไม่...หากไม่ได้ยาต้านพิษสามชุดที่เจ้าบังคับให้พวกข้ากิน ยามนี้เฟยหลงหรือแม้แต่ตัวข้าเองก็อาจจะไม่ได้กลับมาหาพวกเจ้าแล้วก็ได้ ว่าแต่...เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าท่านไป่จือจะใช้ยาพิษเล่นงานพวกข้า แล้วยาต้านพิษที่พวกข้ากินก็ยังสามารถต้านยาพิษที่ท่านไป่จือใช้กับพวกข้าได้ด้วย” “หลวนคุน เจ้าลืมเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนไปแล้วหรือว่าท่านพ่อของข้าก็ถูกวางยาด้วยคนของแคว้นฉิน และเจ้าก็เป็นคนมาเล่าให้พวกข้าฟังเองว่า...พ่อลูกตระกูลเยว่มีติดต่อซื้อขายอาวุธกับพวกแคว้นฉิน แล้วอย่างที่รู้กันคนแคว้นฉินโดดเด่นเรื่องการค้าขายสมุนไพร และชำนาญเรื่องการปรุงยาพิษ ดังนั้นข้าจึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนคราวท่านพ่อขึ้นมาอีก ข้าก็เลยไปขอยาต้านพิษร้อยแปดชนิดของฮูหยินรองที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเม็ดจากเฟยฮวามาให้หมิงเซียนศึกษา ตั้งแต่ที่เจ้าเล่าเรื่องของท่านไป่จือให้พวกข้าฟัง แต่ก็เ
เหรินเหยียนชิงเมื่อเห็นชิงหลวนคุนเดินออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปช่วยจัดผ้าห่มให้กับคนเจ็บที่เตียง แต่เมื่อมือของเขาขยับเข้าไปใกล้ตัวของอีกฝ่าย เขาจึงรับรู้ได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของจินเฟยหลง เหรินเหยียนชิงจึงรีบเดินออกไปหยิบผ้าสะอาดและอ่างใส่น้ำ ก่อนจะกลับเข้ามาลงมือเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนให้กับคนเจ็บ หลังจากเช็ดตัวให้จินเฟยหลงเสร็จ เหรินเหยียนชิงก็ยังคอยอยู่เฝ้าดูอาการของอีกฝ่ายต่อ เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการไข้ขึ้นแทบจะตลอดทั้งคืน แล้วในระหว่างนั้นเขาก็ได้นั่งคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างเขากับคนตรงหน้า รวมไปถึงประโยคที่ชิงหลวนคุนพูดทิ้งเอาไว้ก่อนจะขอตัวไปพัก “เหยียนชิง” เหรินเหยียนชิงเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนเอง เขาจึงลืมตาขึ้นมา...จากนั้นเขาก็เห็นจินเฟยเทียนกำลังก้มลงมาใช้มือเขย่าที่แขนของเขาเบา ๆ เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วถอยออกมาจากเก้าอี้ข้างเตียง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เข้ามาตรวจดูอาการของจินเ
เมื่อขบวนรถม้าเดินทางกลับมาถึงจวน เหรินเหยียนชิงก็เห็นท่านตาและพวกมารดาออกมายืนรอพวกเขาอยู่ที่หน้าจวน พวกเขาจึงอยู่พูดคุยถามไถ่กันเพียงเล็กน้อย ก่อนจะช่วยกันพาคนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงคนที่ติดตามมาด้วยทั้งหมดเข้าไปพักยังเรือนพักรับรองที่เหรินเหยียนเป่าได้ให้คนไปจัดเตรียมไว้ให้ โดยเหรินเหยียนเป่าได้ให้จินเฟยหลง ชิงหลวนคุน ซงหยวน หยงหมินและสหายแฝดของเหรินเหยียนชิงเข้าพักที่เรือนพักรับรองหลังเดิม ส่วนผู้ที่ติดตามมากับจินเฟยหลงทั้งหมด เหรินเหยียนเป่าได้ให้ไปพักอยู่ที่เรือนไม้สองหลังซึ่งอยู่ถัดจากเรือนพักรับรองของพวกจินเฟยหลงไปไม่ไกล แล้วเมื่อจัดการเรื่องห้องพักของทุกคนเสร็จ เหรินเหยียนเป่าจึงให้คนออกไปตามท่านหมอที่เตรียมไว้รอ...แยกเข้าไปรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บตามห้องพักทันที และในยามนี้เหรินเหยียนชิงจึงเพิ่งรู้ว่าทุกคนที่มาพร้อมกับจินเฟยหลงต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า ไม่เว้นแม้แต่ชิงหลวนคุน แต่คนที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่สุดก็ยังคงเป็นจินเฟยหลง 
“คุณชายเหริน คุณชายรองจิง อาวุธของคนพวกนั้นเคลือบด้วยยาพิษ ระวังตัวด้วยนะขอรับ” “ขอบใจเจ้ามาก แล้วคนที่โดนยาพิษเป็นเช่นไรบ้าง?” เหรินเหยียนชิงเอ่ยถามคนของจินเฟยหลง “คนที่เหลือยังไม่เป็นอะไรมากขอรับ ยังพอสู้ได้” “หากผู้ใดไม่ไหวก็ให้รีบถอยออกมาก่อนเข้าใจหรือไม่!” “ขอรับ ขอบคุณขอรับคุณชายเหริน” เหรินเหยียนชิงมองตามหลังคนของจินเฟยหลงที่ยามนี้เจ้าตัวได้กลับลงไปช่วยพวกของตนเองสู้ต่อแล้ว นับจากที่พวกเขาคุ้มกันพวกของเพ่ยฉีกับจิงเสี่ยวเจี้ยนให้พามารดาและน้องทั้งสองคนของเขาหลบหนีออกไปได้ ตอนนี้ก็เพิ่งผ่านมายังไม่ถึงสองเค่อ พวกเขาได้เสียคนของจินเฟยหลงไปแล้วถึงสองคน และก็มีคนที่ถูกยาพิษจากอาวุธของคนพวกนั้นไปแล้วอีกสามคน ฝีมือของคนพวกนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่เพ่ยฉีพูดเอาไว้จริง ๆ ขนาดในยามนี้มีเขากับจิงเสี่ยวจางคอยช่วยกันยิงธนูสกัดและคอยระวังหลังให้กับทุกคน พวกเขาก็ยังล้มคนพวกนั้นไปได้เพียงแค่หนึ่งคน
“เหยียนชิง! อย่าหันกลับไปมอง...” จิงเสี่ยวจางเอ่ยทักสหายเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวกำลังจะหันกลับไปมองทางด้านหลัง “เจ้าก็รู้สึกเหมือนกันใช่หรือไม่? ว่ามีคนกำลังจับตามองพวกเราอยู่” เหรินเหยียนชิงกดเสียงถามจิงเสี่ยวจาง ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างอีกฝ่าย แล้ววักน้ำในลำธารขึ้นมาล้างหน้าล้างตา “อืม...ตั้งแต่ที่พวกเราหยุดรับเสบียงกันแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจุดประสงค์หรือเป้าหมายของพวกมันคืออะไร ข้าก็เลยชวนเจ้าแยกออกมาล้างหน้าที่ลำธาร” จิงเสี่ยวจางกดเสียงตอบสหาย ยามนี้เขาได้ให้จิงเสี่ยวเจี้ยนกับเพ่ยฉีและคนของเจ้าตัวคอยอยู่ดูแลมารดากับน้อง ๆ ของเหรินเหยียนชิง ส่วนคนของจินเฟยหลงที่แอบสะกดรอยตามพวกเขามาด้วยนั้น ยามนี้ก็ดูเหมือนว่าจะรู้ตัวแล้วเช่นกัน เพราะอีกฝ่ายก็ได้แบ่งคนและแยกตัวออกมาคอยติดตามคุ้มกันพวกเขาอยู่อีกชั้นหนึ่งแล้วด้วย แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาทั้งคู่จะได้พูดคุยอะไรกันต่อ เหรินเหยียนชิงก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาจากบริเวณที่มารดากับน้อง ๆ ของเขากำลังนั่งพักกันอยู่ เขา