LOGIN“อือ... อือ...”เสียงนั้นคล้ายเสียงสะอื้นไห้ ทว่าก็คล้ายเสียงโหยหวนด้วยเช่นกันเป็นเสียงแว่วเลือนราง ครั้นหลิงอวี๋ลืมตาตื่น เสียงนั้นก็เงียบหายไปทันใดนางนึกว่าตนเองเพียงฝันไป จึงหลับตาลงหมายจะนอนต่อทว่ายังมิทันได้หลับลึก ก็แว่วเสียงอันน่าเวทนานั้นดังขึ้นอีกคราเป็นเสียงที่เจือไปด้วยความเจ็บปวดทรมานสาหัสเมื่อหลิงอวี๋มั่นใจว่าตนมิได้หูแว่ว จึงยันกายลุกขึ้นนั่งนางใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนจะสวมอาภรณ์อย่างเบามือ จังหวะที่กำลังจะลุกขึ้นก็พลันได้ยินเสียงของหนานซวงดังมาจากในความมืด“พี่หญิงหลิง นั่นเสียงกระไรหรือเจ้าคะ?”หนานซวงรู้สึกว่า คำเรียกขานฮูหยินอู่นั้นดูห่างเหินกับหลิงอวี๋จนเกินไป ตลอดการเดินทางจึงเรียกขานหลิงอวี๋ว่าพี่หญิงตามอย่างหลิงหว่านหลิงอวี๋ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถาม “เจ้าเองก็ตกใจตื่นเช่นกันหรือ?”“ข้าฟังดูคล้ายเสียงสัตว์ชนิดหนึ่งร้อง ฟังดูน่าเวทนายิ่งนัก บางทีอาจเกิดเรื่องอันใดขึ้น ข้าใคร่จะออกไปดูเสียหน่อย!”หนานซวงรีบเอ่ยห้าม “อย่าไปเลยเจ้าค่ะ ในหุบเขานี้มีสัตว์วิเศษอยู่มากมาย ล้วนดุร้ายทั้งสิ้น”“อีกทั้งยามนี้ฟ้ามืดมองสิ่งใดมิชัดเจน ท่านออกไปอาจมีอันตรายได้!”
คนในเรือนมิได้เอ่ยวาจา เด็กหนุ่มผู้นั้นเพียงแค่นเสียงก่อนจะกล่าวว่า “บาดแผลสาหัสปานนี้ทำได้เพียงนอนรอความตายเท่านั้น จะรักษาได้เยี่ยงไร!”หลิงอวี๋เชิดหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “แต่ข้ารักษาได้!”“ข้ามิได้คุยโวโอ้อวด แม้แต่หยวนป๋อ เจ้าตำหนักน้อยแห่งตำหนักเสวียนเทียนก็เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ข้ายังรักษาจนหายดีมาแล้ว!”“หากผู้อาวุโสอูหม่ามิเชื่อ ก็ลองไปดูรอยแผลเป็นที่หน้าอกของหยวนป๋อเถิดว่าเป็นจริงดั่งที่ข้ากล่าวหรือไม่!”เด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มเย้ยหยัน “พวกท่านรู้อยู่เต็มอกว่าอาจารย์ข้าเร้นกายอยู่ที่นี่ มิออกไปสู่ใต้หล้าภายนอกมาหลายปี การกล่าวอ้างเช่นนี้มิใช่เห็นว่าอาจารย์ข้ามิอาจไปพิสูจน์ความจริงได้หรอกหรือ?”หลิงอวี๋มิได้ใส่ใจเขา นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้อาวุโสอูหม่า ข้าขอเอาเกียรติของหมอเป็นประกัน ทุกถ้อยคำล้วนเป็นความจริง!”“หากท่านยังกังขาในวิชาแพทย์ของข้า เราสามารถจับสัตว์แถวนี้มาพิสูจน์ให้เห็นกับตาเดี๋ยวนี้เลยก็ได้!”ภายในเรือนหญ้าคายังคงไร้ความเคลื่อนไหว ผ่านไปเนิ่นนานจึงมีเสียงชราภาพดังเล็ดลอดออกมา “โม่ถง เข้ามา!”เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้น จึง
ชัยชนะในศึกประเดิมสนามที่แคว้นซิงลั่วจบลงด้วยความงดงามยิ่ง สร้างความฮึกเหิมลำพองใจแก่หลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนรวมถึงคนอื่น ๆ ยิ่งนักทว่าหลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนมิได้หลงระเริงในชัยชนะจนเกิดความเย่อหยิ่ง ทั้งสองต่างตระหนักดีว่า การที่เซวียนหยวนเซินต้องเพลี่ยงพล้ำสาหัสเพียงนี้ อีกมินานเขาต้องระแคะระคายและเพ่งเล็งมาที่พวกตนเป็นแน่ด้วยเหตุนี้ หลิงอวี๋กับเซียวหลินเทียนจึงกำชับให้เผยอวี้และพรรคพวกตระเตรียมการป้องกันภัยไว้อย่างรัดกุมเคราะห์ดีที่ลู่ปินนำกองกำลังเดินทางมาถึงไห่เจียงและสมทบกับพวกเขาได้ทันท่วงทีก่อนหน้านี้หลิงอวี๋ได้มีพันธสัญญากับหนานซวงว่า จะพาเซียวหลินเทียนไปเสาะหาวิธีรักษาดวงตาจากอูหม่าจือยามนี้หนานซวงได้รับจดหมายแนะนำตัวจากมารดาเป็นที่เรียบร้อย ครั้นถึงกำหนดวันเดินทาง หลิงอวี๋กับเซียวหลินเทียนจึงพาทั้งหลิงหว่านและเผยอวี้มุ่งหน้าสู่เขาเก้าตำหนักพร้อมกันเขาเก้าตำหนักตั้งอยู่ห่างจากไห่เจียงกว่าหนึ่งร้อยลี้ คณะเดินทางต้องรอนแรมอยู่นานถึงสองวันจึงจะบรรลุถึงจุดหมายเบื้องหน้าคือยอดเขาตระหง่านเสียดฟ้าท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ รายล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจีครึ้มหนา อากาศบริสุทธิ
หนานซวงรู้สึกเวทนาในชะตากรรมของสองพ่อลูกซินฉายิ่งนักหากมิใช่เพราะนางเป็นผู้ไต่ถามเรื่องชาหมอกมังกร ก็คงมิชักนำศัตรูเยี่ยงเซวียนหยวนคุนมาสู่พวกเขาจนเป็นเหตุให้ซินฉาต้องสูญเสียใบชาและทรัพย์สินไปจนสิ้นการกระทำของนางในครานี้ เป็นเพียงการชดเชยความเสียหายส่วนหนึ่งให้แก่ซินฉาเท่านั้นเรื่องทะเบียนราษฎรของซินฉานั้น หนานซวงได้วานให้จูเก๋อเซวียนช่วยสืบหา ซึ่งจูเก๋อเซวียนก็รับหน้าที่ทำลายหนังสือทะเบียนประวัติของนักโทษทั้งหมดทิ้งแล้วเขาได้คัดลอกข้อมูลทะเบียนราษฎรของซินฉามอบให้แก่หนานซวงหนานซวงส่งคนนำไปมอบให้ถึงมือซินฉาที่เรือน ด้วยมิปรารถนาให้สองพ่อลูกต้องประสบเหตุร้ายหรือสูญเสียทรัพย์สินใด ๆ อีกในยามหลบหนีเมื่อเผยอวี้ทราบความนัย ก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของหนานซวงยิ่งนักหนานซวงรับตัวเด็ก ๆ หลายคนไปดูแล โดยให้พำนักชั่วคราวอยู่ที่บ้านชนบทของตระกูลหนานเด็กเหล่านี้มิได้มีความสำคัญต่อเซวียนหยวนเซิน ต่อให้ส่งทหารออกตามล่า ก็คงหามีผู้ใดคาดคิดไม่ว่าพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในอาณาเขตของตระกูลหนานเผยอวี้เห็นว่าเด็ก ๆ มีที่พึ่งพิงแล้วก็เบาใจครั้นรถม้าแล่นเข้าสู่เมืองอู๋ถัง เผยอวี้จึงได้ร่ำลาเด็ก
แม้ว่าเงินที่เผยอวี้มอบให้นั้นมิได้มากมายกระไรนัก ทว่าเมื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ก็นับเป็นกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่เทียมฟ้าแล้วหลี่เต๋อประคองก้อนเงินในมือ พลางทอดสายตามองเด็กกำพร้าร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเหล่านั้น เขาตัดสินใจแบ่งเงินในมือออกเป็นหลายส่วน แล้วยัดใส่มือพวกเขา“ข้าสกุลหลี่ผู้นี้มีแรงกายเหลือเฟือ ขึ้นฝั่งเมื่อใดก็หางานทำเลี้ยงปากท้องตนเองได้!”“พวกเจ้าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เก็บเงินเหล่านี้ไว้ป้องกันตัวเถิด!”ทว่าแม้เหล่าเด็กกำพร้าจะหนีรอดออกมาได้และมีเงินติดกาย แต่ใบหน้ายังคงฉายแววหวาดหวั่นพรั่นพรึง มิรู้ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปเยี่ยงไรเผยอวี้เห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้น “พี่หลี่ ท่านมิต้องแบ่งเงินให้พวกเขาหรอก!”“พวกข้าจะดูแลเด็กเหล่านี้เอง ประเดี๋ยวพอขึ้นฝั่ง ข้าจะพาพวกเขาไปด้วย!”เด็กน้อยทั้งหลายต่างเงยหน้ามองเผยอวี้ด้วยแววตาน่าสงสารจับใจ เด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ดูฉลาดเฉลียวส่ายหน้าปฏิเสธ “พี่ใหญ่เผย พวกเราไปกับท่านมิได้หรอก!”“ท่านพาพวกเราไปมากมายเช่นนี้ จะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป อาจชักนำภัยมาสู่ตัวได้!”“ลำพังตัวข้าเลี้ยงดูตนเองได้ แค่ปลอมตัวเป็นขอทานก็รอดแล
การต่อสู้ปะทะกันดำเนินไปเพียงชั่วครู่ก็ยุติลงจากนั้นเผยอวี้และผิงกวงก็นำเหล่านักโทษวิ่งเข้าไปในเหมืองที่ถูกปิดตายทันทีผิงกวงแจ้งเจตนาให้ทราบ เมื่อเหล่านักโทษล่วงรู้ว่าเพียงแค่ขุดทะลุอุโมงค์เหมืองนี้ไปได้ก็จะหลบหนีได้สำเร็จ ต่างก็ช่วยไม้ช่วยมือกันขุดอย่างมิรอช้าการลงมือกระทำด้วยความสมัครใจนั้นผิดแผกจากการถูกบังคับเคี่ยวเข็ญ เหล่านักโทษล้วนเปี่ยมด้วยแรงกายแรงใจอย่างถึงที่สุดบ้างก็ขุด บ้างก็ขน ยามก้านธูปยังมิทันหมดดอก ก็สามารถเปิดช่องทางได้สำเร็จ ผู้คนต่างทยอยมุดลอดตามเผยอวี้ออกไป“รีบวิ่งลงเขาไป ด้านล่างมีคนรอรับอยู่!”เผยอวี้รั้งท้ายอยู่ปากถ้ำเพื่อคอยระวังหลัง พลางกำชับทุกคนซินฉาฉุดดึงซินเล่อวิ่งตะบึงไปเบื้องหน้าพวกเขากำลังแข่งกับเวลา ยิ่งฝีเท้าเร็วเท่าไร โอกาสรอดพ้นก็ยิ่งมากเพียงนั้นทางด้านหลิงอวี๋ ได้จัดเตรียมรถม้าไว้คอยท่ากว่าสิบคันผู้ที่ลงมาถึงตีนเขาก่อนเมื่อขึ้นรถจนเต็มคันแล้ว ก็จะเร่งรุดมุ่งหน้าไปยังเมืองถูเค่อทันทีสารถีบังคับรถม้าเหล่านี้ล้วนเป็นองครักษ์เงาของหมี่อิง ซึ่งแบกรับหน้าที่คุ้มกันเหล่านักโทษไปด้วยในคราเดียวกันเผยอวี้สั่งให้ผิงกวงพาเด็กน้อยรูปร่างผ




![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


