LOGINหลิงอวี๋มิใช่พวกลุ่มหลงในรูปโฉม นางมิได้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดสนิทใจกับเด็กหนุ่มผู้นี้เพียงเพราะรูปโฉมอันหล่อเหลาของเขาสิ่งที่ทำให้หลิงอวี๋รู้สึกถูกชะตา คือปูมหลังชีวิตของผู้ปกครองแคว้นเยาว์วัยผู้นี้เมื่อห้าปีก่อน กู่เหลียงฉิวอายุเพียงสิบเอ็ดปี เดิมทีควรเป็นวัยที่ยังออดอ้อนอยู่ในอ้อมอกบิดามารดา แต่กลับถูกผลักขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ปกครองแคว้นหลิงอวี๋แทบมิต้องดูข้อมูลของเขา ก็แจ้งแก่ใจว่า เพื่อที่จะยืนหยัดในแคว้นชางฉงให้มั่นคง เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องทุ่มเทความพยายามอย่างยากลำบากเพียงใดหลิงอวี๋นับถือผู้แข็งแกร่ง และยิ่งนับถือผู้แข็งแกร่งที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยตนเองเด็กหนุ่มผู้นี้ดูท่าทางไร้พิษสง แต่เบื้องลึกในจิตใจย่อมเต็มไปด้วยความพยศและจิตใจที่เข้มแข็งมุมานะครานี้เขาพาหมอมาเข้าร่วมการประลองสองคน ทั้งสองต่างเป็นบุรุษอายุราวสี่สิบปีหมี่อิงเคยสืบความมาว่า แม้หมอสองคนนี้จะถือเป็นยอดฝีมือด้านวิชาแพทย์ของแคว้นชางฉง แต่ดูเหมือนพรสวรรค์จะมิได้โดดเด่นหมี่อิงสันนิษฐานว่า การที่กู่เหลียงฉิวมาเข้าร่วมการประลองในครานี้ จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาหาใช่การคว้าชัยไม่จุดประสงค์ของเขาคือการเสาะหาพัน
องค์จักรพรรดิแห่งแคว้นซิงลั่วทรงมีพระนามว่าจักรพรรดิหมิงกวง องค์จักรพรรดิได้ผนวกสิบเจ็ดแคว้นเล็กที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นซิงลั่ว และสถาปนาเป็นสิบเจ็ดมณฑล ส่วนผู้ที่เป็นประมุขของแคว้นเหล่านั้นก็ถูกแต่งตั้งเป็นอัครเสนาบดีบรรดาบุตรธิดาของพวกเขาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐทายาทและท่านหญิงคนเช่นอวี่เหวินหงที่เดิมทีควรจะได้เป็นรัชทายาท ฐานะกลับเปลี่ยนเป็นจวิ้นกง หรือก็คือรัฐทายาทความเหลื่อมล้ำเช่นนี้จะให้อวี่เหวินหงที่มีฝีมือปานนั้นยอมจำนนได้อย่างไร!ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายอวี่เหวินหงคือดรุณีร่างระหงนางหนึ่งในอาภรณ์ผ้าโปร่งสีฟ้าอ่อน เรียบง่ายแต่มิทิ้งความสง่างามนางดูเย้ายวนและสูงศักดิ์ บนดวงหน้าผุดผ่องมักแต้มรูปดอกเหมยจาง ๆ ไว้ใบหน้าดูราวกับเทพธิดาจุติลงมา งามล้ำล่มเมือง ดวงตาหงส์คู่นั้นทอประกายสดใสประหนึ่งแสงดาวปิ่นหยกมรกตหนึ่งเล่มเสียบอยู่ในเรือนผมดำขลับราวม่านเมฆพริ้วไหว คิ้วเรียวงามโค้งดั่งใบหลิวนางยืนอยู่ด้านหลังอวี่เหวินหงอย่างเนือย ๆ เมินเฉยต่อเสียงอื้ออึงรอบกาย คล้ายจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง ความนิ่งเฉยนั้นแสดงออกมาอย่างมิปิดบังนี่คงจะเป็นจูเสี่ยวเสี่ยว คู่หมั
หลิงอวี๋นึกถึงการที่ลูกหลานในตระกูลเซวียนหยวนแห่งสำนักเซียนแพทย์จำนวนมากแต่งงานกันเองในหมู่เครือญาติ ก็มิรู้สึกแปลกใจนักตระกูลเซวียนหยวนคงค้นพบผลเสียของการแต่งงานในหมู่เครือญาติแล้ว ดังนั้นในการเลือกสตรีที่จะมาช่วยสืบสกุลให้ตระกูลเซวียนหยวน จึงให้ความสำคัญกับเชื้อสายที่แข็งแรงทว่าแม้นเข้มงวดเพียงนี้ แต่หากมิเปลี่ยนประเพณีการแต่งงานในหมู่ญาติจากต้นเหตุ ตระกูลเซวียนหยวนก็คงให้กำเนิดมีเด็กที่พิกลพิการออกมามากขึ้นอยู่ดีบนลานกว้างมีผู้คนมารวมตัวกันมากมายแล้ว พวกเขาต่างสวมชุดหลากสีสัน ยืนจับกลุ่มสนทนาสัพเพเหระเพื่อรอให้การประลองเริ่มขึ้นเมื่อกลุ่มของหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนเดินขึ้นมา สายตานับมิถ้วนก็พุ่งเป้ามาทางพวกนางทันที อย่างไรเสียในช่วงที่ผ่านมาหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนและท่านอ๋องเหลียนก็เป็นบุคคลที่เป็นกระแส ใคร ๆ ต่างก็ทราบเรื่องที่นางจะฝ่าด่านทดสอบเพื่อถอนตัวออกจากสำนักเมื่อเห็นหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนมาพร้อมกับกลุ่มคนแปลกหน้า บางคนก็เริ่มสืบหาที่มาที่ไปของพวกเซียวหลินเทียนและหลิงอวี๋“คนเหล่านั้นเป็นผู้ใดกัน?”“พวกเขาเป็นผู้ช่วยที่พระชายาเหลียนเชิญมาอย่างนั้นหรือ?”ใครบางคนถามขึ้นเบา ๆบางคน
ศิษย์ของสำนักเซียนแพทย์สวมเสื้อคลุมสีเดียวกันทั้งหมด และยืนอยู่ตามทางแยกต่าง ๆ เพื่อคอยชี้ทางให้ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกมุ่งหน้าไปยังลานกว้าง หลิงอวี๋ เซียวหลินเทียนและคนอื่น ๆ ลงจากรถม้าเดินขึ้นบันไดไปตามฝูงชนที่หลั่งไหลมาตลอดเส้นทาง กลุ่มคนต่างชื่นชมทัศนียภาพและเยี่ยมชมความอลังการของสำนักหลักแห่งสำนักเซียนแพทย์ต้องยอมรับว่า พลังแห่งเงินตรานั้นยิ่งใหญ่นักบันไดหินด้านล่างโถงใหญ่นี้ สอดรับกับจำนวนดวงดาวและผังแปดทิศ มีขั้นบันไดรวมทั้งสิ้นเก้าสิบเก้าขั้นจากด้านล่างทอดยาวขึ้นไปจนถึงลานหน้าประตูโถงเมื่อแหงนมองจากด้านล่างขึ้นไป ก็จะเห็นโถงใหญ่เบื้องบนมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีทองอร่าม ดูน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์ โดยรอบโถงใหญ่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่สูงเทียมเมฆอายุนับร้อยปี เส้นทางของสำนักเซียนแพทย์ที่ทุกย่างก้าวล้วนเป็นสัญลักษณ์ของเงินตรามหาศาล ช่างข่มขวัญสั่นประสาทผู้คนได้จริง ๆเซียวหลินเทียนที่มองเห็นได้แล้วก็ถูกสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าเหล่านี้ข่มขวัญเข้าเช่นกันหากนับดูแล้ว นี่คือสิ่งก่อสร้างที่อลังการที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา โถงใหญ่แต่ละหลังนั้น แม้มิใช่พระราชวัง ทว่ากลับดู
หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนกล่าวเช่นนั้นพลางเลิกม่านรถม้าขึ้น แล้วเรียกหาหมี่อิงองครักษ์ที่เดินอยู่ข้างรถม้าได้ยินเข้า ก็ถ่ายทอดคำสั่งให้แก่หมี่อิงที่อยู่ด้านหลังครู่หนึ่งหมี่อิงก็วิ่งมา หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนจึงบอกความประสงค์เรื่องการกินนอาหารบนรถม้าไปหมี่อิงรีบกล่าวทันทีว่า “ขอรับ ข้าน้อยจะส่งคนไปซื้อเดี๋ยวนี้”หมี่อิงกำลังจะก้าวออกไป แต่หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนก็อดที่จะถามมิได้ว่า “ทางด้านท่านอ๋องยังไม่มีข่าวคราวอีกหรือ?”หมี่อิงส่ายหน้า “ข้าน้อยส่งคนไปสืบดูที่ศาลบูรพกษัตริย์แล้ว อีกมินานคงมีข่าวคราวขอรับ”หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนขมวดคิ้ว มิรู้ว่าหลงเหลียนเป็นอย่างไรบ้างเขาย่อมแจ้งแก่ใจว่าวันนี้เป็นวันสำคัญยิ่ง เขาไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ผลลัพธ์จะดีหรือร้ายอย่างไร ก็ควรจะส่งข่าวบอกนางสักคำเมื่อปล่อยม่านรถม้าลง หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนรู้สึกกระวนกระวายใจ และหนังตาก็เขม่นมิหยุด“อาอวี๋ เหตุใด... เหตุใดข้าถึงสังหรณ์ใจมิดีเลย”“หรือว่าจักเกิดเรื่องขึ้นกับสามีข้า”หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนวางมือบนหน้าอก พลางถามด้วยความมิสบายใจหลิงอวี๋ปลอบโยนว่า “เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่าน ยามนี้คนภายนอกจำนวนมากต่างคิดว่าท่านอ๋องเหลียนต
เรื่องนี้มิต้องกล่าว หลิงอวี๋ก็แจ้งแก่ใจแม้นางมาถึงแคว้นซิงลั่วได้มินาน แต่บางวิชาแพทย์ของแคว้นซิงลั่วก็นำหน้าแคว้นอื่นไปไกลมากแล้วตาเฒ่าประหลาดเซวียนหยวนผู้นี้ก่อตั้งสำนักเซียนแพทย์ขึ้นมา สามารถยืนหยัดมาได้หลายร้อยปีโดยมิล่มสลาย สิ่งนี้เองที่เป็นการวางรากฐานทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งให้กับสำนักเซียนแพทย์เพียงแต่หลายร้อยปีมานี้ ในสำนักเซียนแพทย์ไม่มีผู้ใดสามารถก้าวข้ามตาเฒ่าประหลาดเซวียนหยวนได้ คนรุ่นหลังยึดติดกับตำราเดิม จึงทำให้สำนักเซียนแพทย์มิก้าวหน้าทว่าคนรุ่นหลังของสำนักเซียนแพทย์เหล่านี้ เมื่ออำนาจพองโต กลับทุ่มเทความคิดไปกับการศึกษาด้านบริหารจัดการและเสริมสร้างอิทธิพล จึงเป็นเหตุให้วิชาแพทย์ของสำนักเซียนแพทย์ถดถอยลงรุ่นสู่รุ่นนี่มิใช่ปณิธานแรกเริ่มที่ตาเฒ่าประหลาดเซวียนหยวนคิดก่อตั้งสำนักเซียนแพทย์อย่างแน่นอนหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนคิดแล้วกล่าวต่อว่า “จริงด้วย เล่าลือกันว่าในบรรดาด่านทดสอบของตาเฒ่าประหลาดเซวียนหยวนยังซ่อนขุมทรัพย์ไว้ด้วย ว่ากันว่าเป็นสิ่งที่เขาค้นพบเมื่อกาลก่อน”“เพียงแต่ตาเฒ่าประหลาดเซวียนหยวนรู้สึกว่าเงินทองมากไปก็ไร้ประโยชน์ จะทำให้ลูกหลานพอใจกับสิ่งที่มีจ







