LOGINสิ่งที่จูเสียเอ่ยมา ก็เป็นสิ่งที่หลิงอวี๋กำลังคิดคำนึงอยู่เช่นกันนางหวนนึกถึงเรื่องราวที่เผยอวี้ต้องประสบ จึงเอ่ยขึ้นว่า “นั่นสิ แม้ข้าเพิ่งมาถึงแคว้นซิงลั่วได้มินาน แต่ก็ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความกร่างและใช้อำนาจบาตรใหญ่ของตระกูลเซวียนหยวนมามิน้อย!”“อย่างเมื่อวานนี้ ได้ยินว่าคุณชายน้อยตระกูลเซวียนหยวนเห็นผู้อื่นขายใบชาล้ำค่าในตลาด ก็เข้าแย่งชิงเอาดื้อ ๆ มิเพียงฉกฉวยใบชาไปเท่านั้น ยังฉุดคร่าตัวคนไปอีกด้วย!”“เพียงใบชาแผ่นเดียวยังเหิมเกริมได้ถึงเพียงนี้ หากต้องตาบุตรีบ้านใด มีหรือจะยอมละเว้น?”วาจานี้ทำให้จูเสียพยักหน้าเห็นพ้อง นางเอ่ยเสียงเบาว่า “โชคยังดีที่ข้ามิได้มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง คุณชายตระกูลเซวียนหยวนจึงมิได้คิดมิดีมิร้ายกับข้า!”“แต่ถึงกระนั้น ท่านแม่ก็มิยอมให้ข้าเผยตัวออกหน้าออกตาง่าย ๆ!”“วันนี้ข้ามาร่วมงานพิธีปักปิ่นของจูเก๋อเยวียน ท่านแม่ยังกำชับแล้วกำชับอีก มิให้ข้าทำตัวโดดเด่น หรือแต่งกายสะดุดตาผู้คนจนเกินงาม!”“เฮ้อ ต้องใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังปานนี้ ช่างน่าอึดอัดใจยิ่งนัก!”จูเก๋อเหวินยังเยาว์วัยนัก จึงมิได้คิดอ่านซับซ้อน นางเอ่ยถามด้วยความไร้เดียงสาว่า “เซ
หากชาดทาปากนี้ยังไม่มีผู้ใดจำหน่ายในแคว้นซิงลั่ว แล้วนางสามารถได้รับสิทธิ์การค้ามาครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว มิใช่ว่าจะร่ำรวยมหาศาลหรอกหรือ?มีหรือจูเสียจะยอมปล่อยโอกาสทางการค้าเช่นนี้ให้หลุดมือ นางจึงรีบสอบถามรายละเอียดทันทีอย่างอดใจมิไหวหลิงอวี๋แย้มยิ้มบางเบา “ราคาขายของแท่งชาดนี้ข้าเองก็มิทราบแน่ชัด เป็นญาติผู้น้องของข้ามอบให้มา!”“ครานี้ที่ข้ามาเยือนแคว้นซิงลั่ว ญาติผู้น้องของข้าก็ติดตามมาด้วย หากคุณหนูจูสนใจ วันหน้าข้าจะแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักกัน!”จูเสียรีบกล่าวรับคำทันควัน “เรือนของข้ากับจวนอัครเสนาบดีห่างกันเพียงสองถนนกั้นเท่านั้น!”“ฮูหยินอู่ วันพรุ่งท่านพาญาติผู้น้องไปเยือนเรือนข้าเถิด! พวกท่านพำนักอยู่ที่ใด วันพรุ่งข้าจะส่งรถม้าไปรับด้วยตนเอง!”ฮูหยินจูชะงักไปครู่หนึ่ง แม้นางจะมาจากตระกูลจูและตระหนักถึงลู่ทางทำเงินจากชาดทาปากนี้เช่นกันทว่าจูเสียจะมิรู้เรื่องราวเลยเชียวหรือ? หลิงอวี๋ผู้นี้เป็นถึงน้องสาวบุญธรรมของพระชายาอ๋องเหลียน ในยามที่ท่านอ๋องเหลียนและพระชายากำลังงัดข้ออยู่กับสำนักเซียนแพทย์!หากไปตีสนิทชิดเชื้อกับหลิงอวี๋ มิเท่ากับว่าประกาศตัวสนับสนุนพระชายาอ๋
ฉินตะวันตก?สำหรับจูซื่อแล้ว แคว้นนี้ช่างแสนแปลกหูนัก นางมิอาจจินตนาการได้เลยว่าบ้านเมืองแห่งนั้นมีสภาพความเป็นอยู่เช่นไรนางเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ “เช่นนั้นสามีของท่านเล่า?”“ข้าเห็นเขามีท่าทีสง่างามมิใช่สามัญ... หรือจะเป็นองค์ชายกระมัง?”หลิงอวี๋รู้สึกจูซื่อผู้นี้น่าสนใจนัก หรือนางจะเห็นว่าคุณชายทั่วไปมิคู่ควรกับหลานสาวของท่านเสนาบดี จึงทึกทักเอาเองว่าเซียวหลินเทียนต้องเป็นองค์ชายทว่าเซียวหลินเทียนก็กำเนิดเป็นองค์ชายจริงเสียด้วย หลิงอวี๋จึงอมยิ้มพลางพยักหน้ายอมรับ “เขาคือองค์ชายสี่ ทั้งยังเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิแห่งฉินตะวันตกแล้วเจ้าค่ะ!”จูซื่อถึงกับตะลึงลานไปในทันทีจักรพรรดิหรือ?คำเรียกขานนี้ในแคว้นซิงลั่วคือตัวแทนแห่งอำนาจและฐานะอันสูงส่ง!เช่นนั้นในฉินตะวันตก ย่อมหมายถึงอำนาจและบารมีเหนือผู้คนเช่นนั้นสตรีตรงหน้านางผู้นี้ มิใช่ฮองเฮาหรอกหรือ?แม้จักรพรรดิและฮองเฮาแห่งฉินตะวันตกจะมิได้มีอำนาจในแคว้นซิงลั่ว ทว่าฐานะอันสูงส่งเทียมฟ้าของคนทั้งสองก็ยังเป็นสิ่งที่จูซื่อคาดคิดมิถึงอยู่ดีเหตุที่หลิงอวี๋มิได้ปิดบังฐานะของตน ก็เพื่อเป็นการปูทางในภายภาคหน้าหากมีจูซ
วันนี้มีเหล่าขุนนางและตระกูลมั่งคั่งมาร่วมพิธีปักปิ่นของจูเก๋อเยวียนมากมาย ฮูหยินเหล่านี้อ้างนามว่ามาร่วมพิธี ทว่าเนื้อแท้แล้วหมายมาดสืบข่าวคราวเสียมากกว่าโดยเฉพาะเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างสำนักเซียนแพทย์และพระชายาอ่องเหลียนที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของหลายตระกูล พวกนางใคร่รู้นักว่าตระกูลจูเก๋อเลือกเข้าข้างฝ่ายใดแม้เหล่าฮูหยินจะมิได้เข้ามาใกล้ ทว่ายามหลิงอวี๋สนทนากับฮูหยินผู้เฒ่า พวกนางกลับเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจวาจาของหลิงอวี๋เผยนัยอย่างชัดแจ้งว่า นางยืนอยู่ข้างหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนและตำหนักเสวียนเทียนฮูหยินอู่ผู้นี้เป็นใครกัน?ไฉนจึงมิเคยพบหน้ามาก่อน?เหล่าฮูหยินต่างกระซิบกระซาบไถ่ถามกันทว่าหลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนนั้นแปลกหน้าสำหรับคนเหล่านี้ยิ่งนัก ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางของพวกเขาพวกนางจึงได้แต่ลอบสังเกตหลิงอวี๋ พลางวิพากษ์วิจารณ์หลิงอวี๋กับเซียวหลินเทียนไปต่าง ๆ นานาอาภรณ์ของหลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนมิใช่สามัญ ล้วนตัดเย็บจากแพรพรรณชั้นเลิศโดยเฉพาะหลิงอวี๋ บนมวยผมประดับปิ่นทองลายมังกรชุบ ข้อมือสวมกำไลหยกสีแดงเพลิง น้ำงามล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้เครื่องประดับสูงค่าเพี
หลิงหว่านทั้งร้อนรนทั้งขุ่นเคือง ทว่าหลังจากนั้นเสี่ยวเยี่ยนกลับปิดปากเงียบ มิยอมเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกหลิงหว่านจนปัญญา แต่ในใจยังคงระแวดระวัง คอยแอบจับตามองเสี่ยวเยี่ยนอยู่อย่างเงียบเชียบจูเก๋อเยวียนคิดปองร้ายหนานซวง และเสี่ยวเยี่ยนผู้นี้เห็นทีจะเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจอย่างแน่แท้หรือนี่อาจหมายความว่า เสี่ยวเยี่ยนเองก็มีหน้าที่ร่วมวางแผนทำร้ายหนานซวงด้วยเช่นกันการที่เสี่ยวเยี่ยนถูกขับไล่ให้มาทำงานหยาบในโรงครัวนั้น ต้นเหตุล้วนมาจากหนานซวงวาจาของนางเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง หากมีหนทางใดที่จะจัดการหนานซวงได้ มีหรือที่นางจะมิยินยอมพร้อมใจ!พิธีปักปิ่นจะจัดขึ้นในยามเว่ย[footnoteRef:0] ทว่าตั้งแต่ยามซื่อ[footnoteRef:1] แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยเดินทางมาถึงกันอย่างมิขาดสาย [0: ยาวเว่ย เริ่มนับตั้งแต่เวลา 13.00 – 15.00 น.] [1: ยามซื่อ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.00 น.] ผู้ที่มาถึงก่อนล้วนเป็นญาติสนิทมิตรสหายของจวนตระกูลจูเก๋อ โรงครัวต้องจัดเตรียมสำรับมื้อเที่ยงเพื่อรับรองแขกเหล่านี้ บรรดาพ่อครัวแม่ครัวต่างพากันวุ่นวายโกลาหลยิ่งนักหลิงหว่านจับตามองเสี่ยวเยี่ยนมิคลาดสายตา นางครุ
หลิงหว่านตรากตรำวุ่นวายอยู่ทั้งคืน ทว่ากลับมิได้ความอันใดเลยวันรุ่งขึ้นเป็นวันประกอบพิธีปักปิ่น ท้องฟ้ายังมิทันสาง นางและสาวใช้ร่วมห้องอีกหลายคนก็ถูกแม่นมปลุกขึ้นมาทำงานเสียแล้วเมื่อหลิงหว่านเห็นกองผักและจานชามมากมายที่ต้องล้างอีกแล้ว ก็อยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตาอยู่ในจวนอัครเสนาบดีจูเก๋อ นางไม่มีโอกาสปลีกตัวอยู่ตามลำพังเพื่อเรียกเหยี่ยวดำได้เลย อีกทั้งยังมิสามารถรู้ได้ว่าหลิงอวี๋กับคนอื่น ๆ กำลังวางแผนอะไรกันอยู่นางลอบครุ่นคิดในใจ หากวันนี้มิอาจสืบข่าวได้ว่าเผยอวี้ถูกคุมขังอยู่ที่ใด คืนนี้นางก็จะแสร้งทำผิดเพื่อให้แม่นมขับไล่ออกไปเสียให้ได้ออกไปพบพี่หญิงหลิงหลิงก่อน แล้วค่อยคิดหาหนทางช่วยเผยอวี้ในภายหลังขณะที่หลิงหว่านกำลังล้างจานอยู่ ก็พลันได้ยินเสียงเสี่ยวเยี่ยน สาวใช้ปากคอเราะรายเมื่อวานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสมน้ำหน้า“วันนี้คุณชายเซวียนหยวนก็จะมาร่วมงานเลี้ยงปักปิ่นด้วย อีกประเดี๋ยวพวกเจ้าคอยดูเรื่องขายหน้าของคุณหนูหนานเถิด!”หลิงหว่านขมวดคิ้วมุ่น แม้นางจะมิได้มีความรู้สึกดีอันใดต่อหนานซวงทว่ายามได้ยินสาวใช้ผู้นี้วิพากษ์วิจารณ์หลานสาวของฮูหยินผู้เฒ่าจูเก๋อด้วยน้ำเสี







