เข้าสู่ระบบระตีตื่นขึ้นมาในร่างสาวน้อยยุคเกือบจะดีแล้วแต่ทำไมครอบครัวของเธอยังคงยังยากจนพ่อแม่ที่ทำงานอย่างหนักในแปลงนารวมยังต้องโดนครอบครัวลุงใหญ่เอาเปรียบนี้มันยุคไหนแล้วฉันคนนี้จะไม่ยอมก้มหัวให้คนเลว
ดูเพิ่มเติมระตีสาวใหญ่วัยสามสิบห้าทำงานหนักทั้งงานประจำงานขายของออนไลน์เพื่อจะเก็บเงินให้ได้เยอะที่สุดเพื่อเลี้ยงดูตัวเองในปั้นปลายของชีวิตที่บ้านต่างจังหวัดทางภาคเหนือในเนื้อที่สิบไร่เธอได้สร้างบ้านทำสวนโคกหนองนาโมเดลไว้อีกไม่กี่ปีเธอจะย้ายกลับบ้านของตัวเองในวัยสี่สิบ นี้คือการวางแผนทุกอย่างเอาไว้ในวัยสาวใหญ่สามสิบห้าผู้ผ่านหนาวผ่านร้อนมาอย่างโชกโชน
เอ๊ะนี้มันที่ไหนวะใช่โรงพยาบาลหรือเปล่าจำได้ว่าเราทำงานเสร็จแล้ววูบหลับไปใครพามาโรงพยาบาลวะแต่ทำไมมันปวดหัวแบบนี้ จากนั้นความทรงจำของสาวน้อยคนหนึ่งได้หลั่งไหลเข้ามาเหมือนฉากละครในทีวีเลย โอ๊ยโคตรน้ำเน่าเลยชีวิตของครอบครัวนี้ขนาดว่าแยกบ้านออกมาอยู่บ้านของตากับยาย ยังต้องคอยส่งข้าวของทุกอย่างให้บ้านของลุงใหญ่ผู้เป็นคนเลี้ยงพ่อแม่อ้างเรื่องกตัญญูบ้าๆโดยไม่สนใจว่าครอบครัวน้องชายจะได้กินอะไร ไม่สนใจขอเพียงได้เอาเปรียบจากน้องชายคือความพอใจส่วนตัว ตอนนี้เจาเย่วอันอายุสิบเจ็ดปีมีพี่ชายอายุจะยี่สิบปียังก้มหน้าก้มตาทำนาทำไร่ช่วยพ่อแม่ในแปลงนารวมไม่เว้นแม้แต่สาวน้อยอย่างเจาเย่วอัน ด้วยเพราะขาดสารอาหารแล้วยังไม่สบายทำให้เธอเป็นลมแดด พี่ชายจึงพากลับมาบ้านให้แม่คอยเช็ดตัวดูแลให้ในบ้านแต่เพราะร่างกายนี้อ่อนแอจึงจากไปในตอนกลางคืนทุกคนในบ้านจึงไม่รู้ว่ามีการสวมร่างนี้แทนลูกสาวของตัวเอง อืมนี้มันกี่โมงแล้วนะ ทั้งมันอยู่ใกล้ปีจะแบ่งไร่นาให้ชาวบ้านทำกินกันเองแล้วอีกหน่อยการค้าจะเปิดเสรีแล้วถ้าคิดตามความทรงจำของสาวน้อยคนนี้ อดทนรออีกไม่นานชาวบ้านจะเลิกทำงานในแปลงนารวมกันแล้ว ในหมู่บ้านยังมียุวปัญญาชนจากในเมืองหลวงมาทำงานอีกหลายคน ทุกคนต่างเจอกับความลำบากแต่ก็ยังดีในหมู่บ้านนี้มีหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนซื่อสัตย์ จิตใจดีมากคนหนึ่งจึงทำให้คนในหมู่บ้านพึ่งพาอาศัยได้ถ้าโดนเอาเปรียบจากการทำงาน "อันเอ๋อร์ลูกมีอาการไข้หายดีแล้วหรือถึงเดินออกมาจากในห้อง" เสียงมารดาร้องถามบุตรสาวคนเล็กซึ่งอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กเพราะความยากจนลำบากแถมได้กินอาหารอย่างอดๆอยากๆมาตั้งแต่ครอบครัวยังอาศัยรวมกันอยู่ในบ้านใหญ่ปู่ย่ามาตั้งแต่เกิด จนเมื่อห้าเดือนก่อนบิดาขึ้นเขาไปหาของกินมาให้ลูกเมียตกเขาจนทำให้ขาหัก ครอบครัวใหญ่จึงไล่ออกจากบ้านใหญ่เพราะไม่อยากเสียเงินค่าหมอให้ลูกชายคนเล็ก แถมยังตัดขาดอย่างไม่ใยดีแต่ต้องส่งอาหารให้บ้านใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญู พวกเขาได้ส่วนแบ่งมาจากบ้านใหญ่น้อยนิดคงจะอยู่ไม่ถึงหน้าแบ่งอาหารจากส่วนกลางของหมู่บ้าน แต่พ่อกับแม่ต้องกล้ำกลืนความลำเอียงจากพ่อแม่พาลูกชายกับลูกสาวกลับมาบ้านของแม่ ซึ่งยากจนมากตายายเสียชีวิตเพราะโรคระบาดไปนานแล้ว พ่อของเจาเย่วอันสงสารแม่มากตอนนั้นพ่อจึงยอมขัดใจย่าแต่งแม่เข้าบ้านทำให้ย่ารังเกียจแม่รังแกกลั่นแกล้งแม่ใช้งานหนักสารพัด ทางพ่อนั้นตอนแต่งได้รับปากทางย่าว่าจะยอมทำงานทุกอย่างขอเพียงได้แต่งงานกับแม่ก็พอ นี้จึงเป็นข้ออ้างทำให้ย่านั้นรังแกภรรยากับลูกๆของเขามานานจนท่านพ่อเกิดอุบัติเหตุตกเขาขาหัก ย่าจึงให้พ่อตัดขาดเขาออกจากบ้านใหญ่ ทำให้พ่อเสียใจมาก มีเพียงพี่ชายคนโตกับแม่ที่ทำงานหนักท่านพ่อนั้นขายังไม่หายดีทำงานหนักไม่ได้ยังทำให้คะแนนทำงานน้อยลงไปอีก แต่พ่อยังมีโชคดีได้เพื่อนเป็นหัวหน้าหมู่บ้านคอยช่วยเหลือและให้งานช่วยจดคะแนนให้ชาวบ้านกับเอกสารทุกอย่างแทนการลงทำงานในแปลงนา มีเงินเดือนให้แต่ท่านพ่อพึ่งจะได้เริ่มงานได้สิบกว่าวัน แล้วยังใช้ไม้ค้ำเดินไปมีพี่ชายของเธอกับแม่คอยประคองพ่อไปด้วยในทุกวัน ตอนนี้ทุกคนนั้นทุกข์ใจส่วนแบ่งจะได้ในอีกสามเดือนจะพอกินถึงหน้าแบ่งปันกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวลูกสาวยังมาล้มป่วยอีกยิ่งซ้ำเติมครอบครัวนี้เข้าไปอีกตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม "หนูหายดีแล้วค่ะแม่ไม่มีไข้ขึ้นแล้วเลยเดินออกมาจากในห้อง พ่อกับพี่ใหญ่ยังไม่ไปทำงานใช่ไหมคะหนูขอโทษนะคะทำให้แม่ต้องเสียเงินค่ายาไปเมื่อวาน" "อย่าพูดแบบนี้อีกแม่ยอมเป็นหนี้แต่แม่ไม่ยอมให้ลูกสาวแม่ทรมารจากความเจ็บป่วยปางตายหรอก ดีนะพี่ใหญ่ของลูกพาไปหาหมอเท้าเปล่ายังได้ยามาต้มกินแม่ว่าจะเข้าไปดูลูกในห้องพอดีลูกเดินออกมาก่อน" "ค่ะแม่หนูจะไปทานข้าวพร้อมพ่อกับพี่ใหญ่ค่ะวันนี้หนูคงจะไม่ได้ไปทำงานช่วยพ่อกับแม่นะคะ แต่จะทำงานบ้านรอพ่อกับแม่ในบ้านแทนค่ะ" "อันเอ๋อร์ลูกพึ่งจะหายป่วยไม่ต้องทำอะไรหรอกลูกมาเถอะมาทานข้าวจะได้ดื่มยาลูกจะได้หายเร็วๆ" เจาเย่วอันเดินตามแม่มาไปหลังบ้านมีห้องครัวกับโต๊ะสำหรับนั่งกินข้าวกันสี่คนพ่อแม่ลูก เธอมองพ่อกับพี่ชายซึ่งร่างกายดำคล้ำเพราะทำงานหนักมาตลอดแถมผอมเพราะได้กินอาหารไม่เพียงพอด้วยความปวดใจ ทุกคนต่างเสียสละให้ลูกสาวคนเล็กอิ่มก่อนเสมอเจาเย่วอันถึงกับน้ำตาคลอพอมองดูพ่อนั่งอยู่กับพี่ชายเพื่อรอแม่มาทานข้าวพร้อมกัน "อันเอ๋อร์ทำไมลูกถึงออกมาตากลมล่ะหายดีแล้วเหรอลูก" บิดาถาม "นั้นสิน้องเล็กหายดีแล้วเหรอเมื่อวานน้องเป็นลมแดดแถมไข้ขึ้นสูงมากอยู่เลยนะ" พี่ชายรีบลุกขึ้นเดินมาแตะหน้าผากของน้องสาวด้วยความเป็นห่วง "ค่ะพี่ใหญ่น้องหายดีแล้วจึงเดินออกมาทานข้าวด้วยกันกับทุกคนค่ะ รีบทานเถอะค่ะเดี๋ยวพ่อกับแม่และพี่ใหญ่จะไปทำงานสายนะคะ" เจาเย่วอันรีบบอกทุกคนให้รีบทานข้าว "อืมถ้าอย่างนั้นลูกก็หยุดงานไปก่อนช่วงนี้พ่อยังไม่อยากให้ลูกไปทำงานกลางแดดร้อนจัดอีกเดี๋ยวไข้จะกลับมาอีก พ่อรับไม่ได้กับอาการของลูกเมื่อวานนี้พ่อพูดกับหัวหน้าไปแล้วว่าจะให้ลูกหยุดทำงานไปก่อนเพราะลูกไม่สบายหนัก" "ได้ค่ะพ่อถ้าลูกหายดีเมื่อไรจะไปช่วยพ่อกับแม่ทำงานนะคะ" เธอพูดให้ทุกคนสบายใจแต่ฉันจะต้องหาอะไรทำหลังจากพ่อแม่ไปทำงานในแปลงนารวมก่อน ข้าวต้มแทบจะนับเม็ดได้ มิน่าล่ะถึงพากันร่างกายผอมแห้งมองดูเหนื่อยหล้ากันทุกคน สาวน้อยต่อไปพี่สาวจะดูแลครอบครัวของเธอเองนะให้เธอไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้นะระตีคิดในใจแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนต้องลองหาทางทำให้อาหารการกินในครอบครัวดีขึ้นก่อนล่ะในตอนนี้ ที่จริงหมู่บ้านนี้ก็ล้อมรอบด้วยภูเขาน่าจะมีของป่าให้หาตามภาพในความคิดจากร่างเดิมนั้น ทุกคนขึ้นเขาไปหาเก็บผักป่ามาทำกินกันแทบจะทุกหลังคาเรือนเราคงต้องแอบขึ้นเขาแล้วล่ะ เผื่อจะเจอของดีลงมาทำอาหารให้พ่อกับแม่และพี่ชายได้กินให้อิ่มบ้างเจาเย่วอันคิดในใจห้าปีผ่านไปไวเหมือนโกหกเจาเย่วอันมาอยูในภพนี้เข้าปีที่หกตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์แรกให้สามีตอนนี้เย่วอันก็อายุยี่สิบสามย่างยี่สิบสี่เหมาะสมกับการตั้งภรรค์และตัวเธอพร้อมจะเป็นแม่คนแล้ว ส่วนเด็กน้อยซูหลิงตอนนี้ก็อายุสิบแปดปีใกล้สิบเก้าอีกหนึ่งอาทิตย์เป็นสาวสาวจนหนุ่มๆมองเหลียวหลัง เพราะซูหลิงเรียนมัธยมปลายเพราะสอบข้ามชั้นมาตั้งแต่ประถมจึงทำให้เรียนทันเพื่อนอายุเท่ากัน นั้นคือทุ่มลงการเรียนตัวต่อตัวกับพี่สะใภ้พี่ชายทุกวันทำข้อสอบของพี่สะใภ้ทำขึ้นอย่างหนัก กว่าจะมาถึงวันจบมัธยมปลายแล้วสอบต่อเข้ามหาวิทยาลัยและจะได้ไปเรียนในปักกิ่งเพราะได้คะแนนนำลิ้วของโรงเรียนได้ไปสอบแข่งขันนำใบประกาศมาฝากพี่สะใภ้กับพี่ชายตลอดตั้งแต่เข้าเรียนจนจบมัธยมปลาย"วันนี้น้องเป็นอย่างไรบ้างครับอันเอ๋อร์ลูกถีบท้องแรงมากไหมครับ"เฟยหลงกลับมาถึงบ้านจะเข้าไปกอดหอมภรรยารักแล้วก้มคุยกับลูกในท้องทุกวันเขาดูในทีวีของภรรยาในมิติเพื่อรอเวลาให้ภรรยาคลอดลูกออกมาตอนนี้ได้เจ็ดเดือนแต่ท้องของเจาเย่วอันใหญ่มาก เธอฝากท้องในโรงพยาบาลของอำเภอ เธอเข้ามาอยู่กับน้องสามีตั้งแต่มาเรียนในเมืองบางวันก็ไปกลับบ้านแต่พอท้องโตจึงไม่ค่อยได้กลับไป
หลังจากแต่งงานกับสามีมาได้สามเดือนก็ได้ข่าวดีเรื่องการประชุมว่าจะมีแจกจ่ายที่ดินให้ชาวบ้านปีนี้จะได้ทำกินในที่ดินของตัวเอง ลุงเจียงตงหลุนใช้วิธีให้ชาวบ้านจับฉลากว่าจะได้ที่ดินแปลงไหนจะได้ไม่มีปัญหากันเรื่องว่าญาติพี่น้องฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ให้รำคาญใจหลังจากเลิกประชุมตอนเช้าเสร็จ เฟยหลงกับเพื่อนพากันเดินกลับมาบ้านเพื่อจะเล่าเรื่องในที่ประชุมของหมู่บ้านให้คนในครอบครัวได้ฟัง เมื่อเช้าเขาพาภรรยามาบ้านพ่อแม่ให้รอเขาในบ้านกับพ่อแม่น้องสาวเขาทุกคนจะเข้าทำงานในมิติของภรรยาทุกเช้าถ้าไม่ติดธุระ บางครั้งจะพากันนอนในมิติกันเป็นอาทิตย์เท่ากับหลายเดือนยิ่งตอนหิมะตกหนักหลังแต่งงานกับเจาเย่วอัน ทุกคนจึงอาศัยอยู่ในมิติเจาเย่วอันมาตลอดเวลาสามเดือน แต่ในมิติเวลาเดินเร็วกว่าข้างนอกมากเหมือนสามปีทุกคนชินกับการใช้ชีวิตทำงานในบ้านของเจาเย่วอันและทำได้ตลอดแถมโตเร็ว ทำให้โรงเรือนของกินเต็มแน่นไปด้วยอาหารรอแค่เวลาให้เปิดการค้าเสรีเมื่อไรจะได้นำไปขายถึงแม้สามีกับพี่ชายนำไปขายบางส่วนก่อนหิมะตกแล้วได้เงินมาเก็บไม่น้อยในตลาดมืดเพราะคนในเมืองออกหาซื้อของไปตุนในหน้าหนาวข้างในนั้นได้ราคาดีมาก เฟยหลงกับเย่หลงค้าขายมานาน
เย่วอันยังไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มเธอก็รู้สึกถึงบางสิ่งใหญ่โตล่วงล้ำเข้าในของสงวนของเธอจนจุกเพราะความใหญ่เกินกว่าจะเข้าไปในร่างกายของเธอได้จนเธอรับรู้ได้ว่ามันเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียว เธอแทบจะเหมือนร่างโดนฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ"เย่วเอ๋อร์ผ่อนคลายหน่อยคนดีอย่ารัดพี่แน่นจะแตกเสร็จก่อนน้องแล้วนะ"เฟยหลงกลั้นใจหยุดก่อนเขาจะทนไม่ไหวเสร็จก่อนจะได้ท่องในหลืบกุหลาบงามยังไม่สุดโคนเลย"อึกพี่เฟยหลงหนูเจ็บจนจะไม่ไหวแล้วและก็ไม่ได้รัดพี่ด้วยนะของพี่ใหญ่เกินไปมันคงเข้าไม่ได้แล้วละค่ะพี่เอาออกก่อนนะสามี"เฟยหลงตัดสินใจก้มลงจูบเบี่ยงเบนความสนใจให้ภรรยาผ่อนคลาย มืออีกข้างบีบเค้นนมเอานิ้วบี้หัวนมเย่วอันจนเสียวจนลืมความเจ็บด้านล่าง เขาจึงตัดสินใจกระแทกลงทีเดียวจนมิดด้ามสุดโคนก่อนจะหยุดแช่เอาไว้ให้ภรรยาปรับตัว "อ๊าาาส์อึกพี่จะฆ่าฉันเหรอ"เธอทั้งเจ็บทั้งเสียวเพราะสามีไม่ปล่อยให้ถามได้เลยเขาจูบดูดดื่มไม้ให้เธอตอบโต้กลับเขา แล้วเริ่มขยับเอวสอบเพราะร่างบางอึดอัดจนขยับตัวก่อน เฟยหลงเลยเริ่มขยับเข้าออกช้าๆเน้นๆจนเย่วอันครางเสียงสั่นด้วยความเสียวซ่าน"อื้อ..พี่เฟยหลง" เธอขยับสะโพกลอยสวนตอบสามีเพราะมันต้องกา
พอส่งชาวบ้านกลับไปหมดแล้วเหลือแต่คนในครอบครัว ที่กำลังนั่งทานข้าวด้วยกันเพราะช่วยกันเก็บกวาดจนหมดเรียบร้อยแล้ว อาหารตักแยกเอาไว้ต่างหากสำหรับทุกคนในครอบครัว " เหนื่อยมากไหมลูกทานกันเยอะๆนะ" แม่ของเจาเย่วอันบอกทุกคนร่วมวงทานข้าวด้วยกัน"ขอบคุณค่ะแม่/ขอบคุณครับแม่" "ซูหลิงด้วยนะทานเยอะๆรับแขกช่วยป้าเก่งเชียวเราเด็กดี" "ขอบคุณค่ะป้าเจา" "ขอบคุณครับแม่ยาย""แม่เองก็ทานเยอะๆด้วยนะคะตักให้แต่หนูแม่เองก็เหนื่อยมาหลายวันแล้วนะคะ"เย่วอันตักอาหารใส่จานของแม่กับพ่อและให้ทุกๆคนด้วยความใส่ใจ ทุกคนยิ้มรับแล้วทานข้าวกันต่อไปรวมถึงพูดคุยกันเหมือนเช่นทุกวันจัดงานบ้านของของพ่อแม่แต่จะไปนอนบ้านของสามีหมาดๆพึ่งจะแต่งงานกันเสร็จวันนี้แล้ว เย่วอันคิดในใจ"ถ้าอิ่มแล้วก็แยกกันไปพักผ่อนนะลูกตอนเย็นค่อยทานข้าวกันใหม่ค่อยกลับไปนอนบ้านก็ได้ บ่ายนี้ก็นอนพักในบ้านของเรานี้ล่ะ มีห้องส่วนตัวกันทุกคนอยู่แล้วซูหลิงด้วยนะเด็กดี""ค่ะคุณป้า" นี้ก็อาหารเที่ยงแต่ปาเข้าบ่ายเพราะตอนเช้ายุ่งมาก พอทุกคนอิ่มต่างก็แยกกันนั่งพักคุยกันย่อยอาหารก่อนค่อยพากันนอนพักเอาแรงต่อตอนนี้สามคนครอบครัวซงพี่ชายพี่สะใภ้ซูหลิงกำลังพากั
วันนี้เจาเย่วอันตื่นแต่เช้าเพราะเป็นวันแต่งงานของเธอกับพี่เฟยหลง ตลอดเวลาสองวันมานี้พี่เฟยหลงมองตามหลังเธอตาละห้อยเพราะไม่มีโอกาสแอบกินเต้าฮู้เธอเหมือนวันนั้นที่บ้านของเขา เพราะต้องช่วยกันทำงานในบ้านแล้วมีน้องสาวของเขาเดินตามหลังเธอตลอดเวลาทำเอาชายหนุ่มหมดโอกาสได้กอดหอมคู่หมั้นสาวไปโดยปริยายส่วนเธอ
"เย่วอันคนดีพี่ทรมารปวดไปหมดเลยครับ" เฟยหลงได้แต่ฟ้อนเฟ้นดูดดื่มภูเขาไฟของเจาเย่วอันเพื่อคลายความหื่นของตัวเอง นี้ขนาดคลุกวงในเธอจนจะหมดเหลือเพียงสอดใส่เข้าไปด้านในเธอก็จะเป็นเมียของเขาทันทีอย่างสมบูรณ์ก่อนแต่งแน่นอน เจาเย่วอันจึงเอามือดันหัวของคู่หมั้นหนุ่มออกเอ่ยเรียกเขาเสียงสั่นเพราะความเสียวจ
"นายต้องถามใจตัวเองแล้วล่ะนะเพราะฉันไม่เคยมีความรักแบบหนุ่มสาวจึงไม่เข้าใจ" เจาเย่หลงตอบเพื่อน "แต่ว่านายบอกชอบน้องสาวฉันนั้นต้องจริงใจนะโว้ย ฉันรักน้องเล็กมากรวมถึงพ่อแม่ด้วยถ้านายแค่ชอบยังไม่ต้องรีบ เอาให้ใจของนายชัดเจนจริงๆก่อนนะฉันยังไม่อยากมีน้องเขยตอนนี้เท่าไรวะ""อืมนายก็น่าจะรู้ดีว่าถ้าฉั
ตัดมาทางฝั่งสองหนุ่มตอนนี้ลงทำงานในแปลงงานของตัวเองจนถึงเวลาพักเที่ยง เจาเย่หลงบอกเพื่อนให้รอเขาตรงต้นไม้ใหญ่จะไปเอาปิ่นโตอาหารแล้วประคองพ่อมาทานข้าวด้วยทีเดียว"จะดีเหรอฉันว่าเราไปหาคุณลุงดีกว่านะจะได้ไม่ต้องให้พ่อของนายเดินกลับไปมาเราขาดีต้องเดินไปหาท่านสิถึงจะถูก"ซงเฟยหลงบอกเพื่อน "อืมเอาแบบน











