เจาเย่วอันสาวน้อยผู้นำความโชคดีมาสู่ครอบครัว

เจาเย่วอันสาวน้อยผู้นำความโชคดีมาสู่ครอบครัว

last updateآخر تحديث : 2026-03-03
بواسطة:  ปลายฝนต้นหนาวمكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
42فصول
3.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ระตีตื่นขึ้นมาในร่างสาวน้อยยุคเกือบจะดีแล้วแต่ทำไมครอบครัวของเธอยังคงยังยากจนพ่อแม่ที่ทำงานอย่างหนักในแปลงนารวมยังต้องโดนครอบครัวลุงใหญ่เอาเปรียบนี้มันยุคไหนแล้วฉันคนนี้จะไม่ยอมก้มหัวให้คนเลว

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ระตีสาวใหญ่วัยสามสิบห้าทำงานหนักทั้งงานประจำงานขายของออนไลน์เพื่อจะเก็บเงินให้ได้เยอะที่สุดเพื่อเลี้ยงดูตัวเองในปั้นปลายของชีวิตที่บ้านต่างจังหวัดทางภาคเหนือในเนื้อที่สิบไร่เธอได้สร้างบ้านทำสวนโคกหนองนาโมเดลไว้อีกไม่กี่ปีเธอจะย้ายกลับบ้านของตัวเองในวัยสี่สิบ  นี้คือการวางแผนทุกอย่างเอาไว้ในวัยสาวใหญ่สามสิบห้าผู้ผ่านหนาวผ่านร้อนมาอย่างโชกโชน

  เอ๊ะนี้มันที่ไหนวะใช่โรงพยาบาลหรือเปล่าจำได้ว่าเราทำงานเสร็จแล้ววูบหลับไปใครพามาโรงพยาบาลวะแต่ทำไมมันปวดหัวแบบนี้

 จากนั้นความทรงจำของสาวน้อยคนหนึ่งได้หลั่งไหลเข้ามาเหมือนฉากละครในทีวีเลย โอ๊ยโคตรน้ำเน่าเลยชีวิตของครอบครัวนี้ขนาดว่าแยกบ้านออกมาอยู่บ้านของตากับยาย ยังต้องคอยส่งข้าวของทุกอย่างให้บ้านของลุงใหญ่ผู้เป็นคนเลี้ยงพ่อแม่อ้างเรื่องกตัญญูบ้าๆโดยไม่สนใจว่าครอบครัวน้องชายจะได้กินอะไร ไม่สนใจขอเพียงได้เอาเปรียบจากน้องชายคือความพอใจส่วนตัว

ตอนนี้เจาเย่วอันอายุสิบเจ็ดปีมีพี่ชายอายุจะยี่สิบปียังก้มหน้าก้มตาทำนาทำไร่ช่วยพ่อแม่ในแปลงนารวมไม่เว้นแม้แต่สาวน้อยอย่างเจาเย่วอัน ด้วยเพราะขาดสารอาหารแล้วยังไม่สบายทำให้เธอเป็นลมแดด พี่ชายจึงพากลับมาบ้านให้แม่คอยเช็ดตัวดูแลให้ในบ้านแต่เพราะร่างกายนี้อ่อนแอจึงจากไปในตอนกลางคืนทุกคนในบ้านจึงไม่รู้ว่ามีการสวมร่างนี้แทนลูกสาวของตัวเอง

อืมนี้มันกี่โมงแล้วนะ ทั้งมันอยู่ใกล้ปีจะแบ่งไร่นาให้ชาวบ้านทำกินกันเองแล้วอีกหน่อยการค้าจะเปิดเสรีแล้วถ้าคิดตามความทรงจำของสาวน้อยคนนี้ อดทนรออีกไม่นานชาวบ้านจะเลิกทำงานในแปลงนารวมกันแล้ว ในหมู่บ้านยังมียุวปัญญาชนจากในเมืองหลวงมาทำงานอีกหลายคน  ทุกคนต่างเจอกับความลำบากแต่ก็ยังดีในหมู่บ้านนี้มีหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนซื่อสัตย์ จิตใจดีมากคนหนึ่งจึงทำให้คนในหมู่บ้านพึ่งพาอาศัยได้ถ้าโดนเอาเปรียบจากการทำงาน

"อันเอ๋อร์ลูกมีอาการไข้หายดีแล้วหรือถึงเดินออกมาจากในห้อง"

เสียงมารดาร้องถามบุตรสาวคนเล็กซึ่งอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กเพราะความยากจนลำบากแถมได้กินอาหารอย่างอดๆอยากๆมาตั้งแต่ครอบครัวยังอาศัยรวมกันอยู่ในบ้านใหญ่ปู่ย่ามาตั้งแต่เกิด จนเมื่อห้าเดือนก่อนบิดาขึ้นเขาไปหาของกินมาให้ลูกเมียตกเขาจนทำให้ขาหัก

ครอบครัวใหญ่จึงไล่ออกจากบ้านใหญ่เพราะไม่อยากเสียเงินค่าหมอให้ลูกชายคนเล็ก แถมยังตัดขาดอย่างไม่ใยดีแต่ต้องส่งอาหารให้บ้านใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญู พวกเขาได้ส่วนแบ่งมาจากบ้านใหญ่น้อยนิดคงจะอยู่ไม่ถึงหน้าแบ่งอาหารจากส่วนกลางของหมู่บ้าน แต่พ่อกับแม่ต้องกล้ำกลืนความลำเอียงจากพ่อแม่พาลูกชายกับลูกสาวกลับมาบ้านของแม่ ซึ่งยากจนมากตายายเสียชีวิตเพราะโรคระบาดไปนานแล้ว พ่อของเจาเย่วอันสงสารแม่มากตอนนั้นพ่อจึงยอมขัดใจย่าแต่งแม่เข้าบ้านทำให้ย่ารังเกียจแม่รังแกกลั่นแกล้งแม่ใช้งานหนักสารพัด

ทางพ่อนั้นตอนแต่งได้รับปากทางย่าว่าจะยอมทำงานทุกอย่างขอเพียงได้แต่งงานกับแม่ก็พอ นี้จึงเป็นข้ออ้างทำให้ย่านั้นรังแกภรรยากับลูกๆของเขามานานจนท่านพ่อเกิดอุบัติเหตุตกเขาขาหัก ย่าจึงให้พ่อตัดขาดเขาออกจากบ้านใหญ่ ทำให้พ่อเสียใจมาก มีเพียงพี่ชายคนโตกับแม่ที่ทำงานหนักท่านพ่อนั้นขายังไม่หายดีทำงานหนักไม่ได้ยังทำให้คะแนนทำงานน้อยลงไปอีก

แต่พ่อยังมีโชคดีได้เพื่อนเป็นหัวหน้าหมู่บ้านคอยช่วยเหลือและให้งานช่วยจดคะแนนให้ชาวบ้านกับเอกสารทุกอย่างแทนการลงทำงานในแปลงนา มีเงินเดือนให้แต่ท่านพ่อพึ่งจะได้เริ่มงานได้สิบกว่าวัน แล้วยังใช้ไม้ค้ำเดินไปมีพี่ชายของเธอกับแม่คอยประคองพ่อไปด้วยในทุกวัน

ตอนนี้ทุกคนนั้นทุกข์ใจส่วนแบ่งจะได้ในอีกสามเดือนจะพอกินถึงหน้าแบ่งปันกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวลูกสาวยังมาล้มป่วยอีกยิ่งซ้ำเติมครอบครัวนี้เข้าไปอีกตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

"หนูหายดีแล้วค่ะแม่ไม่มีไข้ขึ้นแล้วเลยเดินออกมาจากในห้อง พ่อกับพี่ใหญ่ยังไม่ไปทำงานใช่ไหมคะหนูขอโทษนะคะทำให้แม่ต้องเสียเงินค่ายาไปเมื่อวาน"

"อย่าพูดแบบนี้อีกแม่ยอมเป็นหนี้แต่แม่ไม่ยอมให้ลูกสาวแม่ทรมารจากความเจ็บป่วยปางตายหรอก ดีนะพี่ใหญ่ของลูกพาไปหาหมอเท้าเปล่ายังได้ยามาต้มกินแม่ว่าจะเข้าไปดูลูกในห้องพอดีลูกเดินออกมาก่อน"

"ค่ะแม่หนูจะไปทานข้าวพร้อมพ่อกับพี่ใหญ่ค่ะวันนี้หนูคงจะไม่ได้ไปทำงานช่วยพ่อกับแม่นะคะ แต่จะทำงานบ้านรอพ่อกับแม่ในบ้านแทนค่ะ"

"อันเอ๋อร์ลูกพึ่งจะหายป่วยไม่ต้องทำอะไรหรอกลูกมาเถอะมาทานข้าวจะได้ดื่มยาลูกจะได้หายเร็วๆ"

เจาเย่วอันเดินตามแม่มาไปหลังบ้านมีห้องครัวกับโต๊ะสำหรับนั่งกินข้าวกันสี่คนพ่อแม่ลูก เธอมองพ่อกับพี่ชายซึ่งร่างกายดำคล้ำเพราะทำงานหนักมาตลอดแถมผอมเพราะได้กินอาหารไม่เพียงพอด้วยความปวดใจ ทุกคนต่างเสียสละให้ลูกสาวคนเล็กอิ่มก่อนเสมอเจาเย่วอันถึงกับน้ำตาคลอพอมองดูพ่อนั่งอยู่กับพี่ชายเพื่อรอแม่มาทานข้าวพร้อมกัน

"อันเอ๋อร์ทำไมลูกถึงออกมาตากลมล่ะหายดีแล้วเหรอลูก" บิดาถาม

"นั้นสิน้องเล็กหายดีแล้วเหรอเมื่อวานน้องเป็นลมแดดแถมไข้ขึ้นสูงมากอยู่เลยนะ"

พี่ชายรีบลุกขึ้นเดินมาแตะหน้าผากของน้องสาวด้วยความเป็นห่วง

"ค่ะพี่ใหญ่น้องหายดีแล้วจึงเดินออกมาทานข้าวด้วยกันกับทุกคนค่ะ รีบทานเถอะค่ะเดี๋ยวพ่อกับแม่และพี่ใหญ่จะไปทำงานสายนะคะ"

เจาเย่วอันรีบบอกทุกคนให้รีบทานข้าว

"อืมถ้าอย่างนั้นลูกก็หยุดงานไปก่อนช่วงนี้พ่อยังไม่อยากให้ลูกไปทำงานกลางแดดร้อนจัดอีกเดี๋ยวไข้จะกลับมาอีก พ่อรับไม่ได้กับอาการของลูกเมื่อวานนี้พ่อพูดกับหัวหน้าไปแล้วว่าจะให้ลูกหยุดทำงานไปก่อนเพราะลูกไม่สบายหนัก"

"ได้ค่ะพ่อถ้าลูกหายดีเมื่อไรจะไปช่วยพ่อกับแม่ทำงานนะคะ"

เธอพูดให้ทุกคนสบายใจแต่ฉันจะต้องหาอะไรทำหลังจากพ่อแม่ไปทำงานในแปลงนารวมก่อน ข้าวต้มแทบจะนับเม็ดได้ มิน่าล่ะถึงพากันร่างกายผอมแห้งมองดูเหนื่อยหล้ากันทุกคน สาวน้อยต่อไปพี่สาวจะดูแลครอบครัวของเธอเองนะให้เธอไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้นะระตีคิดในใจแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนต้องลองหาทางทำให้อาหารการกินในครอบครัวดีขึ้นก่อนล่ะในตอนนี้

ที่จริงหมู่บ้านนี้ก็ล้อมรอบด้วยภูเขาน่าจะมีของป่าให้หาตามภาพในความคิดจากร่างเดิมนั้น ทุกคนขึ้นเขาไปหาเก็บผักป่ามาทำกินกันแทบจะทุกหลังคาเรือนเราคงต้องแอบขึ้นเขาแล้วล่ะ เผื่อจะเจอของดีลงมาทำอาหารให้พ่อกับแม่และพี่ชายได้กินให้อิ่มบ้างเจาเย่วอันคิดในใจ

 

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
42 فصول
บทที่ 1
ระตีสาวใหญ่วัยสามสิบห้าทำงานหนักทั้งงานประจำงานขายของออนไลน์เพื่อจะเก็บเงินให้ได้เยอะที่สุดเพื่อเลี้ยงดูตัวเองในปั้นปลายของชีวิตที่บ้านต่างจังหวัดทางภาคเหนือในเนื้อที่สิบไร่เธอได้สร้างบ้านทำสวนโคกหนองนาโมเดลไว้อีกไม่กี่ปีเธอจะย้ายกลับบ้านของตัวเองในวัยสี่สิบ นี้คือการวางแผนทุกอย่างเอาไว้ในวัยสาวใหญ่สามสิบห้าผู้ผ่านหนาวผ่านร้อนมาอย่างโชกโชน เอ๊ะนี้มันที่ไหนวะใช่โรงพยาบาลหรือเปล่าจำได้ว่าเราทำงานเสร็จแล้ววูบหลับไปใครพามาโรงพยาบาลวะแต่ทำไมมันปวดหัวแบบนี้ จากนั้นความทรงจำของสาวน้อยคนหนึ่งได้หลั่งไหลเข้ามาเหมือนฉากละครในทีวีเลย โอ๊ยโคตรน้ำเน่าเลยชีวิตของครอบครัวนี้ขนาดว่าแยกบ้านออกมาอยู่บ้านของตากับยาย ยังต้องคอยส่งข้าวของทุกอย่างให้บ้านของลุงใหญ่ผู้เป็นคนเลี้ยงพ่อแม่อ้างเรื่องกตัญญูบ้าๆโดยไม่สนใจว่าครอบครัวน้องชายจะได้กินอะไร ไม่สนใจขอเพียงได้เอาเปรียบจากน้องชายคือความพอใจส่วนตัวตอนนี้เจาเย่วอันอายุสิบเจ็ดปีมีพี่ชายอายุจะยี่สิบปียังก้มหน้าก้มตาทำนาทำไร่ช่วยพ่อแม่ในแปลงนารวมไม่เว้นแม้แต่สาวน้อยอย่างเจาเย่วอัน ด้วยเพราะขาดสารอาหารแล้วยังไม่สบายทำให้เธอเป็นลมแดด พี่ชายจึงพากลับมาบ้านให้
اقرأ المزيد
บทที่ 2
หลังจากส่งพ่อแม่พี่ชายออกจากบ้านไปทำงานในแปลงนารวม ด้วยความปวดใจกับการเป็นอยู่ของครอบครัวนี้บ้านดินผสมไม้พ่อกับพี่ใหญ่ซ่อมแซมเพื่อให้แข็งแรงเพื่อครอบครัวได้อยู่อาศัยตอนโดนไล่ออกจากบ้านใหญ่เห้อ เราจะหารายได้จากไหนดีนะระตีคิดในใจเธอเดินไปหลังบ้านล้างถ้วยจานคว่ำเอาไว้มองไปด้านหลังบ้าน มีพื้นที่ด้านหลังให้ปลูกผักกินได้มีคอกไก่แต่ยังไม่ทันออกไข่ได้เพราะพึ่งจะโตยังไม่เต็มที่มีไก่สองตัว เจาเย่วอันมองสำรวจที่ดินด้านหลังของบ้านมีผักแคระแกร่น ก่อนจะเดินตามทางซึ่งมีรอยเท้าเดินไปด้านหลัง เจาเย่วอันจึงเดินไปให้สุดทางเพราะเธออยากจะรู้ว่ามันมีอะไรบ้างถ้าเดินออกไปทางหลังบ้าน มีรั้วไม้เก่าๆแต่ก็มีการร่องรอยซ่อมตรงไหนผุพังคงจะเป็นพี่ใหญ่กับพ่อที่ซ่อมตอนย้ายมาเมื่อห้าเดือนก่อน แต่ตอนนี้พ่อต้องใช้ไม้ค้ำประคองไปทำงานในโรงเรือนส่วนกลางเพราะอยากให้มีคะแนนทำงานช่วยภรรยากับลูกแม้ขาจะยังไม่หายดี เจ็บปวดเพียใดพ่อยังอยากไปทำงานให้ได้คะแนนเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆทำให้เจาเย่วอันปวดใจแทนพ่อของเจ้าของร่างนี้ พื้นที่ด้านหลังเป็นป่าเพราะบ้านนั้นห่างคนอื่นๆมากเหมือนสวนของตากับยายนั้นห่างจากคนในหมู่บ้านออกมาอืมเป็นแบบน
اقرأ المزيد
บทที่ 3
"พี่เจาวันนี้หนูได้ผักป่าตั้งหลายอย่างจากการช่วยเหลือของพี่ ขอบคุณพี่เจามากนะคะวันนี้หนูจะทำอาหารรอพี่ใหญ่และจะแกงหน่อไม้สูตรพี่เจาบอกต้องอร่อยมากแน่ๆเลยค่ะ""อืมมันต้องอร่อยสินี้ผักสำหรับใส่ตอนแกงหน่อไม้สุกแล้วนะจ๊ะทิ้งลงหม้อคนให้ผักยุบมันจะส่งกลิ่นหอมมาก" เธอสอนวิธีทำให้กลับสาวน้อยไปทั้งหมด"เอ่อซูหลิงจ๊ะนั่งรอพี่ตรงนี้สักครู่นะพี่สาวไปทำธุระส่วนตัวแป๊บหนึ่งจ้า"เธอต้องบอกแบบนี้ที่จริงอยากไปส่องดูอะไรตรงพุ่มไม้นั้นตอนขุดหน่อไม้เหมือนจะเห็นไก่ป่าเดินเข้าไปทางนั้น เจาเย่วอันเดินไปถึงก็สอดส่องสายตาหาตามพุ่มไม้ !! มีจริงด้วยรังไก่ป่าโอ๊ะ !!! หรือ.นี้คือความโชคดีของเราใช่แล้วไข่ไก่มีเยอะเสียด้วยสิ สามสิบฟองเลยทีเดียวหรือมันจะมาไข่รวมกันนะอาหารของเราวันนี้เธอเด็ดใบไม้มาทำกระทงใส่ไข่ไก่จนเต็มเอาไว้พรุ่งนี้ขึ้นมาอีกรอบดีกว่า หรือจะทำกับดักขึ้นมาใส่ไว้จะได้แม่ไก่ไปเลี้ยงที่บ้านด้วยแอบเลี้ยงไว้หลายตัวหน่อยคงไม่เป็นไรก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กน้อย"ซูหลิงพี่สาวโชคดีได้ไข่ไก่ป่ามานี้พี่แบ่งให้เธอสิบฟองไปทำอาหารบำรุงร่างกายให้แข็งแรงนะ พรุ่งนี้พี่จะทำกับดักมาใส่เอาไว้เผื่อว่าเราจะโชคดีได้แม่ไก่ไ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
เจาเฉียวว่านรีบเดินกลับบ้านก่อนสามีกับลูกชายพอเดินมาถึงประตูหน้าบ้านได้กลิ่นอาหารโชยออกมาถึงด้านนอกเธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ลูกสาวทำอาหารแล้วได้อะไรมาทำถึงได้หอมขนาดนี้"อันเอ๋อร์แม่กลับมาแล้วลูกเป็นอย่างไรบ้าง" เสียงแม่เรียก แม่กลับมาถึงบ้านแล้วเจาเย่วอันรีบเดินมาเปิดประตูรั้วหน้าบ้านให้แม่ทันที"แม่หนูหายดีแล้วค่ะทำไมแม่มาคนเดียวล่ะคะพ่อกับพี่ใหญ่ไปไหนถึงไม่กลับมาพร้อมกันคะ""พ่อกับพี่ของลูกเดินตามหลังแม่มาแม่เป็นห่วงอันเอ๋อร์กลัวว่าลูกจะไข้ขึ้นอีกแม่จึงเดินล่วงหน้ามาก่อน แม่ได้กลิ่นอาหารลูกทำอะไรกินเหรอมีอะไรให้ลูกทำในบ้านเราไม่มีอะไรนอกจากแป้งกับข้าวเหลือไม่มากแล้วนะ""อ้อวันนี้หนูขึ้นเขาไปหาหน่อไม้มาแกงกับได้ไข่ไก่ป่ามายี่สิบฟองเลยค่ะแม่ แล้วยังมีผักป่าตั้งหลายอย่างแม่มาเหนื่อยๆไปอาบน้ำมาทานข้าวเถอะค่ะ เรื่องอาหารต่อไปให้หนูเป็นคนทำให้ทุกคนในบ้านทานนะคะหนูไปทำงานกลางแจ้งไม่ได้ แต่หนูไปตัดหญ้าให้หมูแล้วขอขึ้นบนเขาไปหาของป่านะคะแม่ วันนี้หน่อไม้ในดงไผ่เยอะมากเลยค่ะหนูจะไปหามานึ่งเอาไว้กินหน้าหนาวที่จะถึงอีกไม่กี่เดือน ฝนตกเมื่อสามอาทิตย์ก่อนทำให้ตอนนี้บนเขามีผักมีเห็ดขึ้นมาให้หาก
اقرأ المزيد
บทที่ 5
"แต่เหนือสิ่งใดพ่อแม่พี่ใหญ่คะลูกได้รับพรวิเศษมีมิติติดตัวลูกมา ด้านในมีข้าวของมากมายนำออกมากินมาใช้ไม่มีวันหมดเพราะของที่หนูนำออกมามันมีของมาทดแทนไว้""มันจะเป็นไปได้อย่างไรลูกแล้วมีสิ่งแลกเปลี่ยนอะไรไหมกับเรื่องพรวิเศษของลูก" มารดาเธอถามลูกด้วยความตกใจกับเรื่องราวบอกเล่าของลูกสาว"ไม่ค่ะแม่ท่านบอกว่าทุกอย่างเป็นของลูกทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงข้าวหุงในวันนี้หนูเอาออกมาจากในมิติของหนูค่ะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะพาพ่อแม่กับพี่ใหญ่เข้าไปได้หรือเปล่านะคะแต่จะลองพาทุกคนเข้าไปค่ะ""มันจะไม่เกิดอะไรใช่น้องเล็กเหรอถ้าจะพาพวกเราเข้าไปในมิติของน้อง""ไม่ลองก็ไม่รู้สิคะพี่ใหญ่เพราะหนูลองเข้าไปสำรวจมาแล้วเมื่อตอนกลางวันหนูพึ่งจะรู้ว่าตอนเข้าไปในครัวเห็นถังข้าวของเรามีนิดเดียว ลูกเลยคิดในใจว่าอยากได้ข้าวมาให้ครอบครัวกิน ถุงข้าวก็มากองตรงหน้าหนูตกใจมากตอนแรกจึงคิดถึงความฝันในตอนเช้าค่ะ"เจาเย่วอันโกหกทุกคนเพื่อเอาตัวรอดอย่าให้หนูบาปนะคะมันจำเป็นต้องโกหก"พ่อคะแม่คะพี่ใหญ่ดูนะขอข้าวสารหนึ่งถุง" เจาเย่วอันคิดในใจข้าวกองมาวางด้านหน้าทำให้สามพ่อแม่ลูกพากันตกใจกับสิ่งที่เห็นจะบอกว่าจะไม่เชื่อแต่มันก็มีหลักฐานออกม
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ในคืนนั้นทุกคนในครอบครัวเจานอนในมิติของลูกสาวคนละห้องอากาศเย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวไม่แออัดพร้อมปลดล็อคความกังกลทุกอย่าง เรื่องอาหารการกินของคนในครอบครัว ทำให้ทุกคนหลับสบายฝันดีตื่นมาช่วยกันเก็บผักมาทำอาหารแถมมีเครื่องดื่มร้อนๆให้คนละแก้วพร้อมขนมและผลไม้ให้ได้กินคู่กาแฟ โอวัลตินสำหรับแม่คือลูกสาวนั้นชงทุกอย่างให้ลองชิมดูแม่ชอบโอวัลตินมากกว่ากาแฟหลังจากทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยก่อนจะออกมาจากในมิติของลูกสาวพร้อมอาหารใส่ปิ่นโตเพื่อเตรียมไปทำงานแปลงนาในส่วนรวม ยาในตู้ยาประจำบ้านมียาแก้ปวดแก้อักเสบมีทุกยาเลย สำหรับใช้ในยามฉุกเฉินเจาเย่วอันให้พ่อทานยาแก้ปวดแก้อักเสบไปดูก่อนถ้าของในนี้คือสิ่งวิเศษเธอขอให้พ่อหายจากขาเจ็บปวด กระดูกต่อกันเธอล้างแผลทายาพันผ้าให้พ่อใหม่หมดทุกอย่างรวมถึงเลือกเสื้อผ้าสีทึบกับหมวกออกมาให้สำหรับทุกคนให้ได้ใส่ มีน้ำดื่มสะอาดใส่กระบอกให้คนละอัน "จะพอดื่มไหมคะพ่อแม่พี่ใหญ่หนูว่าเอากระติกน้ำเก่าใบนี้ใส่ไปด้วยดีไหมคะทุกคนจะได้อิ่มตอนทำงานดื่มน้ำเย็นจะได้สดชื่น""พ่อว่าเอาใบนั้นน่าจะพอดีเพราะมีคนละกระบอกใส่น้ำแล้วไม่ต้องใหม่มากมันจะเป็นที่สงสัยของชาวบ้านกับบ้านใหญ่ อย่าลืมว่
اقرأ المزيد
บทที่ 7
"โน้นยังไงล่ะคนลงคะแนนทำงานมาถึงแล้วเข้าแถวห้ามแซงคิวนะ ให้เจาจื่อฟานเก็บสัมภาระของเขาเสร็จก่อนยังไม่ถึงเวลาทำงานเลย"เสียงชาวบ้านคุยกันดังแว่วให้ได้ยิน "หึแล้วจะรอเวลาทำไม่มาถึงก็ทำงานเลยสิไม่ทำก็ลาออกมาให้คนอื่นทำแทนไปสิ"เสียงยายเฒ่าจางสือผิงพูดขึ้นก่อนใครเขาพอเดินตามหลังมาถึงไล่เรี่ยกัน เจาเย่วอันหันหน้าไปมองญาติของพ่อด้วยความไม่พอใจในทันที ยายแก่เห็นแก่ตัวมาถึงก็ปากหมาเลยทันทีอะไรพูดแล้วทำให้พ่อเสียใจและอับอายคนอื่นคือนิสัยของยายแก่บ้านใหญ่ ผู้มีความคิดผิดเพี้ยนตรรกะเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง คือยังอยากได้ของทุกอย่างของบ้านลูกชายคนเล็ก"ทำไมแกมองหน้าฉันทำไมนังขี้โรคทำงานนิดๆหน่อยก็แกล้งเป็นลมบ้านไม่มีจะกินยังจะหาค่ายาให้แกอีกช่างไร้ประโยชน์เสียจริงตายไปได้ก็ดีจะได้หมดคนหารอาหารหึ" นางยังหัวเราะอย่างชั่วร้ายเสียงชาวบ้านส่งเสียงฮือฮากลับคำพูดของยายเฒ่าจางสือผิง แม้แต่ยุวปัญญาชนเดินมาถึงก็ได้ยินเสียงด่าหลานสาวให้ชาวบ้านฟังแต่เช้าเลย"ทำไมแม่พูดแบบนั้นล่ะครับนี้ลูกสาวของผมก็เป็นหลานแม่เหมือนกันนะครับผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่ถึงใจร้ายขนาดนี้ ขนาดผมเองตกเขาขาหักบาดเจ็บปา
اقرأ المزيد
บทที่ 8
"หึก็เพราะมันไม่ใช่ลูกของฉันยังไงล่ะมันคือลูกน้องสาวของตาเฒ่าจางฉีมันคลอดได้สามเดือนก็ตายฉันกับตาแก่จางไปงานฝั่งศพมันแล้วพามันกลับมาบ้านด้วยจากอีกมลฑล ฉันไปเกือบปีถึงกลับมาพวกแกเลยคิดว่าเป็นลูกของฉัน บุญหัวแกเท่าไรแล้วที่ฉันยอมเลี้ยงแกมาไอ้เด็กอักตัญญู""หยุดได้แล้วยายแก่เพราะแกได้ค่าเลี้ยงดูจากน้องสาวฉันมาหลายพันหยวนแกจึงยอมรับหลาฉันมาเลี้ยงดูทั้งหมดนี้เพราะฉันอ่อนแอไม่เคยห้ามปรามแกถึงได้ใจทำร้ายหลานฉันมาหลายปี ต่อไปพวกเธอไม่ต้องมาแสดงความกตัญญูกับพวกเราแล้วพ่อขอโทษนะเจาจื่อฟานเพราะว่าลูกยังเล็กต้องมีคนดูแลแต่พ่อกับไม่เคยปกป้องลูกเลย""ขอบคุณครับพ่อกับความจริงในวันนี้มันจะทำให้ผมไม่ต้องรู้สึกผิดภายในใจว่าจะเลือกครอบครัวกับแม่ ในเมื่อตลอดเวลาแม่ได้ค่าเลี้ยงดูจากแม่จริงๆของผมไปแล้วและผมเองก็ตอบแทนครอบครัวแม่มายี่สิบกว่าปีหรือตั้งแต่ผมจำความได้ ต่อจากนี้ถือว่าเราขาดกันไม่ว่าจะยากดีมีจนจะไม่เข้ามาวุ่นวาย อ้างสิทธิ์อะไรจากครอบครัวของผมได้ทั้งนั้น ในเมื่อแม่เป็นคนสอนให้ผมเห็นแก่ตัวเองนะครับ" เจาจื่อฟานพูดออกมาให้ชาวบ้านทุกคนเป็นพยานให้ด้วย"ได้พวกเราชาวบ้านทุกคนจะเป็นพยานให้ครอบครัวของพว
اقرأ المزيد
บทที่ 9
สามสาวต่างวัยเดินกลับบ้านไปด้วยกันแต่แวะเข้าบ้านครอบครัวเจาก่อนจะเดินทะลุออกด้านหลังไป เจาเย่วอันเอาถุงเสื้อผ้าให้กับเด็กน้อยเพราะเธอถูกชะตากับเธอมาก"ซูหลิงจ๊ะพี่มีเสื้อผ้าให้หนูใส่หมวกกับเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวกันยุงเดี๋ยวก่อนนะพี่สาวทายากันยุงให้"เจาเย่วอันให้เสื้อใหม่หมวกใหม่ให้ซูหลิงเรียบร้อย รวมถึงขนมใส่ห่อผ้าแยกให้ห่อใหญ่กลับไปกินที่บ้าน จึงบอกให้เด็กสาวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของเธอ"แม่คะแวะบ้านของซูหลิงก่อนนำของฝากไปเก็บไว้ก่อนแล้วเราค่อยขึ้นเขากัน ต้องเดินผ่านหลังบ้านน้องอยู่แล้วนี้คะ""อืมแม่ว่าก็ดีเหมือนกัน""ที่จริงหนูก็อยากให้ให้น้องสาวทุกอย่างนะคะ แต่เกรงว่าพี่ชายของน้องจะสงสัยเอาเพราะเรายังต้องยืมเงินค่ายาจากพี่ชายของน้องสาวอยู่ ไหนเลยหนูจะกล้าแบ่งอาหารหรือข้าวสารไปให้บ้านน้องสาวซูหลิงได้ละคะ เอาไว้หาเงินใช้หนี้ครบก่อนอย่างอื่นค่อยให้พี่ใหญ่จัดการ อีกอย่างถึงแม้ว่าในบ้านจะมีของกินกับเงินของหนูตอนนี้ยังไม่กล้าจะนำออกมาใช้หนี้พี่เฟยหลง รอให้พ่อได้รับเงินเดืนแรกก่อนจะดีกว่าค่ะ เดี๋ยวชาวบ้านจะสงสัยมากกว่านี้ เราต้องหารายได้อีกทางแต่ตอนนี้ยังค้าขายแบบเสรีไม่ได้นอกจากแอบ
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ตัดมาทางฝั่งสองหนุ่มตอนนี้ลงทำงานในแปลงงานของตัวเองจนถึงเวลาพักเที่ยง เจาเย่หลงบอกเพื่อนให้รอเขาตรงต้นไม้ใหญ่จะไปเอาปิ่นโตอาหารแล้วประคองพ่อมาทานข้าวด้วยทีเดียว"จะดีเหรอฉันว่าเราไปหาคุณลุงดีกว่านะจะได้ไม่ต้องให้พ่อของนายเดินกลับไปมาเราขาดีต้องเดินไปหาท่านสิถึงจะถูก"ซงเฟยหลงบอกเพื่อน "อืมเอาแบบนั้นก็ได้แต่ฉันกลัวพ่อจะลำบากใจจึงคิดว่าแยกออกมาทานเองไกลหน่อยก็จะดีจนลืมไปว่าพ่อฉันยังเดินไม่สะดวก""ไม่เป็นไรฉันรู้ว่านายคงคิดมากเรื่องเมื่อเช้านี้ก็หนักพอสมควร""อือแต่มันกับทำให้ฉันโล่งใจเพราะได้หลุดพุ้นจากบ้านใหญ่และฉันรู้สึกดีกับพ่อที่ไม่มีสายเลือดของยายแก่จางสือ เพราะตลอดเวลายี่สิบปีตั้งแต่ฉันเกิดมาพ่อกับแม่ยอมมาตลอดตั้งแต่ฉันจำความได้ฉันเคยถามแม่ว่าทำไมว่าย่าถึงไม่รักพวกเราเลยนอกจากลุงใหญ่คือพ่อผิดตลอดต้องยอมย่าทุกอย่าง ฉันสงสารน้องเล็กมากเกิดมาก็ร่างกายอ่อนแอมากพออยู่แล้วโดนด่าทำโทษเวลาพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน แต่วันนี้ฉันโคตรจะดีใจน้องเล็กได้ระบายมันออกมาจนหมดแล้วจบทุกอย่างใครจะมองว่าน้องสาวฉันอกตัญญูฉันไม่สนใจ เพราะไม่มีใครมารับรู้เรื่องในครอบครัวของฉันเท่าตัวของตัวเราว่าโดนกดข่มเหงมาตลอด
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status