Mag-log inครั้งหนึ่งเฉาเยว่เคยอ่อนโยนและใจดี แต่ความเมตตานั้นกลับพาครอบครัวสู่หายนะ เมื่อสามีต้องนอนนิ่งไร้สติ ลูกชายยังเล็กเกินจะปกป้องตัวเอง ครานี้ นางจะไม่ยอมอีกต่อไป เพื่อไม่ให้ใครกล้าทำร้ายครอบครัวของนาง
view moreเมื่อนางมาถึงหน้าร้าน เฉาเยว่หยุดยืนมองการแสดงอันเกินจริงของทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง เสียงเห็นด้วยจากผู้คนรอบข้างดังประสานเป็นระยะ เมื่อมองจนพอใจแล้ว นางจึงก้าวออกมาด้านหน้าอย่างสงบนิ่ง“ข้าก็นึกว่าเรื่องใด นึกว่าใครมาร้องขอสวนบุญอยู่หน้าร้านของข้า…ที่แท้ก็พวกเจ้าเองสินะ” นางกวาดสายตามองทั้งคู่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสองคนที่แสร้งนั่งร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นสบตานางอย่างตกใจ เมื่อได้เห็นเฉาเยว่ซึ่งห่างหายไปหลายเดือน ทั้งคู่ยิ่งตะลึงเมื่อเห็นการแต่งกายงดงามของนาง โดยเฉพาะหยวนจูที่เคยดูหมิ่นไว้นักหนา นางไม่คิดเลยว่าหญิงที่เคยถูกใช้งานราวบ่าวรับใช้ จะงามสง่าได้ถึงเพียงนี้ ชุดที่เฉาเยว่นุ่งห่มดูท่าว่าจะมีราคาไม่น้อยซูฟางเมื่อเห็นเฉาเยว่เดินออกมา นางยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น พลางคลานเข้ามากอดขานางอย่างน่าเวทนา“สะใภ้ใหญ่ ได้โปรดให้ข้าได้พบลูกชายของข้าเถิด” นางร่ำไห้โวยวายราวโลกจะแตกการกระทำเช่นนั้นเรียกความสงสารจากผู้คนไม่น้อย จนหญิงชราผู้หนึ่งอดตำหนิไม่ได้“เจ้ากับนางเป็นสะใภ้แม่ผัวกันหรืออย่างไร ถึงใจดำเช่นนี้กันเล่า”ซูฟางยิ่งได้ยินเสียงสนับสนุนก็ยิ่งแผดเสียงร้อง พร้อมก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่ผุดข
“เจ้าอย่ามายุ่งกับลูกสาวของข้านะ!” ซูฟางรีบวิ่งเข้ามากอดบุตรสาวแน่นด้วยความหวาดกลัวส่วนหยวนลี่นั้น หนีหายไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ เพราะเขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้วหยวนจื่อทนดูต่อไปไม่ไหว จึงก้าวออกมาขวางพร้อมเอ่ยห้าม“ทุกท่านโปรดหยุดก่อนเถิด เรื่องนี้เป็นปัญหาที่หยวนลี่ก่อไว้ เช่นนั้นไม่ควรผูกเรื่องเข้ากับหญิงสาวผู้นี้กระมัง”เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบ หวังให้คนที่มาวุ่นวายใจเย็นลงสักนิดชายร่างใหญ่เหลือบตาขึ้นมองชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ“แล้วเจ้าคือผู้ใดกัน เรื่องนี้ใช่สิ่งที่เจ้าควรมายุ่งด้วยหรือ”“ข้ามิได้อยากยุ่ง เพียงแต่ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ข้าดูแล ในเมื่อหยวนลี่นำที่ดินบ้านหลังนี้ไปขาย ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเขาขายไปเท่าใด”เขาพยายามช่วยหาทางออกให้ซูฟาง อย่างน้อยสามีของนางก็ยังเป็นญาติร่วมตระกูลชายร่างใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อ้อ…เป็นผู้ใหญ่บ้านนี่เอง เช่นนั้นข้าก็ต้องให้เกียรติบ้างละ”ก่อนกล่าวต่อเสียงเข้ม“ลูกชายของเจ้าติดเงินเจ้านายของข้าอยู่ แปดสิบตำลึงทอง เจ้าจะจ่ายหรือไม่เล่า ถ้าจ่าย ข้าก็ไม่จำเป็นต้องยึดบ้านเจ้าไป”ซูฟางเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ…แปดสิบตำลึ
“จริงเจ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่สนใจสิ่งที่ข้าเสนอหรือไม่” นางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางเบา“แล้วเรื่องนี้หยวนเล่อรู้หรือไม่” หยวนจื่ออดกังวลไม่ได้ กลัวว่าสามีของนางจะตำหนิ“เขารู้เจ้าค่ะ พวกเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว” ทั้งสองได้ปรึกษากันจนตกลงเป็นที่เข้าใจ“แล้วพวกข้าจะหาผลนี้ได้จากที่ใดเล่า” หยวนจื่อถามด้วยสีหน้ากังวล“ท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้านอกจากจะช่วยท่านแล้ว ยังเตรียมต้นกล้าไว้ให้ด้วย ท่านสามารถนำไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านปลูกได้ แม้อาจต้องใช้เวลานานอยู่บ้าง แต่ระหว่างรอก็ยังคิดทำสิ่งอื่นควบคู่ไปได้เช่นกัน”นางคิดว่าในช่วงต้นกล้าเติบโต ตนเองก็สามารถขยายการทำที่นอนและหมอนจากขนนุ่มได้มากพอสมควรแล้ว“ขอบใจพวกเจ้าสองคนมาก ร่ำรวยแล้วก็ยังไม่ลืมคนในหมู่บ้านของเรา” หยวนจื่อเหลือบตามองสามีภรรยาคู่นั้น เห็นหยวนเล่อเดินเข้ามาพร้อมอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขน“ท่านผู้ใหญ่ สิ่งที่ทำไปเทียบไม่ได้กับความช่วยเหลือที่ท่านมอบให้ข้าและภรรยาหรอกขอรับ ข้าได้ดีก็ยิ่งต้องไม่ลืมคนในหมู่บ้าน” หยวนเล่อเอ่ยด้วยความจริงใจหยวนฉินแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางรู้สึกอบอุ่นใจที่สหายที่ตนเลือกคบมีน้ำใจมากเพียงนี้ นางหันไปมองก้อนแ
หยวนลี่เดินยืดอกเข้าไปในนั้นด้วยอาการลำพองใจ เขาตรงไปยังโต๊ะที่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ ก่อนวางแผ่นกระดาษลงตรงหน้า “ข้าอยากได้สิบตำลึงทอง”ชายวัยกลางคนนิ่งสงบ ไม่แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษราวกับคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนัก เขาหยิบฉโฉนดขึ้นมาพินิจอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประเมินราคา“ข้าให้เจ้าได้มากสุดแปดตำลึงทอง จะเอาหรือไม่เอา” เอ่ยจบก็วางฉโฉนดกลับลงตรงหน้าชายหนุ่มเช่นเดิมหยวนลี่ส่งเสียง “ชิ” เบา ๆ อย่างขัดใจ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แปดตำลึงก็ได้ เร็ว ๆ เอามาให้ข้า” เขาบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะไม่คิดว่าที่ดินของบ้านตนจะมีราคาต่ำเช่นนี้ชายวัยกลางคนหยิบเงินจากลิ้นชักใต้โต๊ะมาวางตรงหน้าโดยไร้สีหน้า เหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากท่าทีหยาบคายของชายหนุ่มแม้แต่น้อย เพราะผู้คนหลากหลายแบบเวียนผ่านมาทุกวันจนเขาเคยชินเสียแล้วเมื่อได้เงินมาแล้ว หยวนลี่ก็ตรงไปยังห้องด้านในที่มีประตูปิดกั้น บรรยากาศภายในต่างจากด้านนอกโดยสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสียงโหวกเหวกปะปนกับเสียงร้องดีใจของบางคน ทำให้เขารู้สึกคึกคักขึ้นมาไม่น้อย เขานั่งลงที่โต๊ะหนึ่งก่อนวางเงินเดิมพันที่เพิ่งได้มาอย่างไม่ลังเลครึ่
“ได้ แต่เจ้าก็อย่าหักโหมนักเล่า” หยวนเล่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาอยากช่วยนางขายของเช่นกัน แต่จำต้องอยู่คอยดูแลช่างที่มาสร้างบ้าน ได้เพียงช่วยเก็บผลไม้ในมิติไว้ให้เท่านั้น เวลานางไปขายก็จะหยิบออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้นเวลาผ่านไปสิบห้าวันหลังจากช่างเริ่มลงมือปรับปรุงร้านและบ้านพักอาศัย จนกระทั่งทุกอย่า
หลังจากพูดคุยกับสามีอยู่นาน แสงอาทิตย์ยามรุ่งสางก็ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนอย่างอ่อนโยน เฉาเยว่มองเห็นใบหน้าของสามีได้ชัดขึ้น ดวงหน้าซูบซีดของเขาดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ แม้ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมหยวนเล่อปรือตาขึ้นมอง เมื่อแสงสว่างสาดเข้ามาในห้อง เขาเห็
เสียงเด็กร้องไห้แผ่วเบาเรียกให้เฉาเยว่ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น ดวงตาพร่ามัวกระพริบปรับแสงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปตามเสียงร้อง เห็นหยวนฉินยืนกล่อมเด็กอยู่ข้างเตียง“ลูกข้า…” เสียงของนางแผ่วเบาแหบพร่า ทว่าแฝงความดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“เจ้าตื่นแล้วรึ ดีเลย เจ้าตัวน้อยของเจ้ากำลังหิวนมพอดี” หยวนฉินเอ่ย
วันนี้เฉาเยว่เดินขึ้นเขาแต่เช้า หวังจะหาเนื้อกลับมาให้คนในบ้านได้กินบ้าง ทว่ากับดักที่สามีของนางเคยทำไว้กลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่สัตว์ตัวเล็กติดอยู่ นางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่า หวังจะหาผลไม้แทน แต่ผลไม้ในฤดูกาลนี้กลับยังไม่สุกดี มีเพียงไม่กี่ลูกที่พอจะเก็บได้ เมื่อนำกลับมาบ้านแล






Rebyu