เจ้าลัทธิเทพทำลายล้าง ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปเซียวหลันยวนเองก็คิดไม่ถึงจะถามเขาอีกแล้วว่าทำไมถึงดึงดันจะสังหารตนเองให้ได้แน่นอน เขาเองก็จะไม่ไปถามฟู่จาวหนิงด้วย ว่าทำไมถึงรู้จักเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างสายตาที่เจ้าลัทธิเทพทำลายล้างมองจาวหนิง เซียวหลันยวนอันที่จริงก็มองออกอยู่ดูท่า เจ้าลัทธิเทพทำลายล้างจะชิงชังสามีภรรยาคู่นี้เท่ากันเลยตอนเขายังเล็กก็ลำบากเสียขนาดนั้น ร่างกายผุพังแบบนั้นก็ยังรอดมาได้ เติบโตมาได้ และเพราะความอยากรู้อยากเห็นกับความอยากสำรวจของเขาไม่ได้แรงกล้านัก มีอันตรายอะไรก็จะรีบกำจัดทิ้งไป ไม่ปล่อยให้ความเสี่ยงคงอยู่เพียงเพราะต้องการจะสำรวจเพิ่มเติมในที่สุดพอเห็นเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างหายไป ไม่เพียงแค่เซียวหลันยวน อันที่จริงกระทั่งซืออวี๋ชิงจวิน รวมถึงพวกจงเจี้ยนชิงอีก็ถอนใจโล่งออกมา"ท่านอ๋อง คุณชายใหญ่ถังทางนั้นไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง" จงเจี้ยนเอ่ยขึ้น "ข้าน้อยส่งคนลงไปดูดีไหม?""ไม่ต้อง ถังอู๋เจวี้ยนน่าจะรับมือเจ้าลัทธิฝั่งขวาอะไรนั่นไหวอยู่"เซียวหลันยวนส่ายหัว"พวกเราไปที่เมืองหลีเถอะ"ซืออวี๋ชิงจวินเองก็เอ่ยขึ้นทันที "ถูกต้อง ต้องเอาเมืองหลีมาให้ได้ก่อน
สายตาของเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างจ้องอยู่บนใบหน้าฟู่จาวหนิงตลอดสายตาของเขา...มีความรังเกียจและชิงชังสายตาเช่นนี้ ฟู่จาวหนิงคุ้นเคยมากอาจารย์คนนั้นในอดีตก็มองนางแบบนี้ตอนนั้นนางไม่เข้าใจมาตลอด ว่าตนเองไปผิดใจอะไรกับเขาตอนนี้พอเห็นสายตาแบบนี้ของเจ้าลัทธิเทพทำลายล้าง ฟู่จาวหนิงจู่ๆ ก็ยืนยันออกมาเรื่องหนึ่งในตอนนี้เจ้าลัทธิเทพทำลายล้าง เป็นไปได้มากว่าจะเป็นอาจารย์คนนั้น!เขาอาจจะเคยข้ามภพไป หรือไม่ก็ เป็นอาจารย์ของนางนี่ล่ะ ที่ข้ามภพมาที่นี่"ถังเฉิงฮุย?"ฟู่จาวหนิงขานชื่อนี้ออกมาเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างม่านตาหดลงฟู่จาวหนิงจึงยืนยันแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆอาจารย์คนนั้น ชื่อว่าถังเฉิงฮุยแต่ไม่รู้ว่าถังเฉิงฮุยข้ามภพมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร กลายมาเป็นเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างเส้นเวลานี่นางเองก็ไม่ชัดเจนเอาเสียเลยแต่ถังเฉิงฮุยกลับทนไม่ไหวแล้ว เขาเบิกตาโพลงมองฟู่จาวหนิง แล้วลมหายใจก็ขาดห้วงไปจงเจี้ยนนั่งยองลงสำรวจ เงยหน้าบอกกับพวกเขาว่า "เขาตายแล้ว"นี่ไม่มีทางรอดแล้วจริงๆทนลมหายใจเฮือกสุดท้ายมาได้นานขนาดนี้ก็ทำให้ตกตะลึงมากแล้วซืออวี๋ชิงจวินเดินเข้ามา มองฟู่จาวหนิง ถามว
ฟู่จาวหนิงตอนนั้นรู้สึกว่าการสัมภาษณ์นี้อาจารย์ของนางดีที่สุด หลังจากเข้าประตูมาก็ยังโค้งเอวพยักหน้า มีรอยยิ้มทักทายให้ใครจะคิดว่าอาจารย์คนนั้นจะมองบนใส่นาง จากนั้นก็หน้าบึ้งตึงตลอดเวลาระหว่างที่ถามคำถาม อาจารย์คนอื่นกำลังถามคำถามนาง แต่เขาก็ยังคงเหน็บแนมอยู่เป็นระยะอย่างเช่นมีอาจารย์ถามนางว่าทั้งที่การผ่าตัดก็ทำได้ดี มีประสบการณ์ทางคลีนิคมามากมาย แต่ทำไมจึงมาเรียนอายุรกรรมนางยังไม่ทันตอบ อาจารย์คนนั้นก็บอกขึ้นมาว่า..."ศัลยกรรมและอายุรกรรมเป็นสาขาที่แตกต่างกันมาโดยตลอด แต่ในวงการแพทย์ก็มักจะมีคนที่รู้สึกว่าตนเองมีพรสวรรค์ ยอดเยี่ยมเหนือคนทั่วไป คิดแต่อยากจะก้าวข้ามขอบเขตเพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยไม่รู้เลย ว่าความคิดแบบนี้มันน่าขำ และเป็นการไม่รับผิดชอบต่อคนไข้ด้วย"ตอนนั้นนางจะเปลี่ยนจากศัลยกรรมมาเรียนอายุรกรรม แต่นางก็เรียนอายุรกรรมได้ดีมากจริงๆอันที่จริงการเปลี่ยนจากศัลยกรรมมาเป็นอายุรกรรมก็ไม่ใช่เรื่องที่เห็นได้ยาก กลับกัน หากอายุรกรรมจะเปลี่ยนไปเป็นศัลยกรรม โดยที่ไม่มีประสบการณ์การผ่าตัดเลย นี่ก็ดูไม่น่าเชื่อถือจริงๆ อาจจะต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดแต่ตอนที่นางเรียนทฤษฎีนางก
ซืออวี๋ชิงจวินตอนนี้หยิบถุงลูกปัดของเขาออกมา เริ่มคำนวณโชคชะตาของเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างจงเจี้ยนกับเหล่าองครักษ์พอเห็นการกระทำของเขาก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะเจ้าอารามนี่ช่าง...มีความรับผิดชอบจริงๆไมว่าจะเวลาไหนก็ยังคิดถึงการคำนวณโชคชะตาที่เป็นงานใหญ่ของตนเองเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างเองก็ทนทายาดเหลือเกินทั้งที่กระบี่เล่มนั้นแทงเขาจนทะลุแล้ว เลือดเองก็ไหลมาจนเสื้อผ้าเขาแดงฉาน แต่เขากลับยังยืนอยู่ตรงนั้น ยืดตัวตรงแข็งทื่อ ไม่ยอมล้มคิดว่าตอนนี้คงมีเพียงความเชื่อมั่นเท่านั้นที่ค้ำจุนร่างเขาไว้: จะล้มไม่ได้ ขอแค่ยังยืนอยู่ เขาก็จะไม่ตายถ้าหากล้มลงไป งั้นเขาก็อาจจะตายไปจริงๆคนทั้งหมดล้วนมองดูเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างอย่างเงียบๆจนกระทั่ง ซืออวี๋ชิงจวินเปิดตา เอ่ยขึ้นอย่างชัดเจนมาคำหนึ่ง "คำนวณออกมาแล้ว เขาจะตายในวันนี้"พลานุภาพของคำพูดนี้ยิ่งใหญ่นักเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างหงายหลังล้มลงไปจังหวะที่เขาล้มลง เซียวหลันยวนก็กำด้ามกระบี่ กระชากมันกลับมาเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างล้มดังตึง ตอนที่กระแทกลงพื้นอย่างหนัก บาดแผลก็มีเลือดไหลออกมาจำนวนมากเขาชักกระตุก ดวงตาเบิกกว้าง"อายวน"เสียงฟู่จาวห
เจ้าลัทธิเทพทำลายล้างอันที่จริงวิชายุทธ์ก็ร้ายกาจมากแต่ว่าเซียวหลันยวนกับเขาพูดได้เลยว่าพอๆ กัน ทว่ายังหนุ่มกว่ามีปฏิกิริยาไวกว่านี่ยังบวกกับเจ้าอารามโยวชิงซืออวี๋ชิงจวินที่วิชายุทธ์พอๆ กับพวกเขาด้วยอีกคน แล้วยังมีจงเจี้ยนองครักษ์ข้างกายเซียวหลันยวนที่วิชายุทธ์ดีที่สุดอีกด้วย คนมากขนาดนี้หันมารุมเขา มันก็ดูไม่ค่อยยุติธรรมอยู่หน่อยๆ จริงๆแต่พวกของเซียวหลันยวนตอนนี้จะไปพูดเรื่องความยุติธรรมกับเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างได้อย่างไร?เจ้าลัทธิเทพทำลายล้างเดิมทีก็คิดจะเอาชีวิตเขามาตลอดอยู่แล้วเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างถูกซืออวี๋ชิงจวินเตะออกไป หลังจากตกลงมาก็รู้สึกว่ากระดูกของตนเองผิดที่ผิดทางไปหมดแล้วเขากระอักเลือดออกมาอีกโฮกหนึ่งข้างหูได้ยินเสียงลม สัมผัสได้ว่าพวกเขาล้อมกันเข้ามาแล้ว ในใจเจ้าลัทธิเทพทำลายล้างชิงชังขึ้นถึงขีดสุดส่วนเขาตอนนี้ก็มีความรู้สึกเหมือนจริงมากขึ้นมา รู้สึกว่าครั้งนี้เขาคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้วแต่เขาก็รู้สึกไม่ยอมจริงๆเซียวหลันยวนยืนอยู่ตรงหน้าเขา ยื่นมือไปข้างๆ จงเจี้ยนเข้าใจความคิดเขา จึงส่งกระบี่เข้ามาทันทีเซียวหลันยวนรับกระบี่ พลิกมือแทงลงไปที่เจ้าล
ที่นี่อยู่ใกล้เมืองหลีมากแต่ไม่รู้เพราะกวนฟู่คนนั้นนำกำลังทหารออกมาเองหรือเปล่า ทำให้คนที่เหลืออยู่ในเมืองค่อนข้างมั่นใจ ดังนั้นผ่านมานานขนาดนี้จึงยังไม่มีคนจากเมืองมาสำรวจสถานการณ์จนตอนที่คนบาดเจ็บถูกพันแผลจัดการให้เรียบร้อย เมืองหลีทางนั้นก็ยังคงนิ่งเงียบอยู่"ท่านพี่ ไม่งั้นให้ข้าพาคนออกไปสำรวจที่เมืองหลีดีไหม?"ฟู่จาวเฟยมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงคิดๆ พยักหน้าเห็นด้วยนี่ก็สามารถให้เสี่ยวเฟยได้ฝึกฝนเสียหน่อย"แต่ว่าเจ้าต้องระวังให้มาก เมื่อครู่เจ้าเองก็เห็นแล้ว พวกเขาสามารถสร้างอาวุธแบบนั้นออกมาได้ ยังไม่รู้ว่าบนหอเมืองยังมีปืนใหญ่อยู่อีกกี่กระบอก"ฟู่จาวหนิงพูดเช่นนี้ สีหน้าของฟู่จาวเฟยก็เคร่งขรึมขึ้นมาเมื่อครู่พวกเขาก็ไปค้นคว้าปืนใหญ่กระบอกนั้นอย่างอยากรู้อยากเห็นแต่ก็ไม่คิดเลย ว่าของสิ่งนี้จะยังมีอยู่บนหอเมืองได้อีกหลายกระบอก"ถ้าหากว่ามีอยู่จริง แล้วพวกเราย้ายกลับไป เมืองหลวงไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยขึ้นอีกมากหรอกหรือ?""เรื่องนี้เอาไว้ว่ากันทีหลัง เจ้าคิดจะไปสืบเมืองหลีก็ไปเสียตอนนี้ ระวังตัวด้วย"ฟู่จาวเฟยพยักหน้า พาคนสิบกว่าคนไปยังเมืองหลีกลับมาพูดถึงตอนที่