Masukบทที่2
สอน
หลังจากที่ตกลงกันเสร็จไม่นานนักอาหารก็มาส่งที่โต๊ะ ระหว่างที่กินข้าวพวกเธอก็พูดคุยตามประสาเพื่อนสนิท ทั้ง5คนรู้จักกันมาตั้งเเต่สมัยมัธยมเเละเรียนด้วยกันมานาน จนตอนนี้ทำงานเเล้วพวกเธอก็ยังทำงานที่เดียวกัน ธันยวีร์เป็นอาจารย์ที่พึ่งย้ายมาใหม่เพราะติดภารกิจของอีกมหาลัยนึ่ง ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้โยกย้ายมาทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆของเธอเเล้ว ไม่นานหลังจากที่อาหารมาส่งพวกเธอก็รับประทานกันจนอิ่ม
“เช็กบิลด้วยค่ะ” ธันยวีร์พูดขึ้น
“ทั้งหมด675บาทค่ะ” พนักงานยื่นบิลให้ธันยวีร์
“นี่ค่ะ” ธันยวีร์หยิบเเบงค์พันในกระเป๋าออกมาจ่ายให้พนักงาน
“รอสักครู่นะคะ” พนักงานกล่าวเเละเดินออกไป
“วันนี้เอมเลี้ยงว่ะ” ปัณยตาพูดขึ้น
“เลี้ยงอะไรล่ะ โอนคืนด้วย”
“โห่ววว ก็คิดว่าใจดี” อรปรียาพูดขึ้นก่อนที่จะหยิบกระเป๋าตัง
“ล้อเล่นน่ะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
“เงินทอนค่ะ”
“ค่ะ” ธันยวีร์หยิบเเบงค์100ในบิลออกมาเเละเหลือเศษไว้
“ขอบคุณค่ะ” พนักงานยิ้มเเละเดินออกไป
“มีให้ทิปพนักงานด้วยว่ะ ไม่ให้ยุ้ยบ้างหรอคะเสี่ย” กนิษฐาเเกล้งเดินไปเกาะเเขนธันยวีร์
“เสี่ยเส่ออะไรของเเกเนี่ย ไปกันได้เเล้วใกล้เวลาสอนเเล้ว เดี๋ยวนักศึกษาจะกินหัวพวกเเกซะก่อน” ธันยวีร์
“ลืมเลยว่ามีสอบ ไปกัน” กชมลพูดก่อนที่พวกเธอจะรีบเดินออกไป
เมื่อมาถึงมหาลัยพวกเธอก็เเยกย้ายกันไปสอนตามหน้าที่ของใครของมัน
ห้องวิทยาศาสตร์
“นักศึกษารู้มั้ยคะว่าในต่างประเทศเนี่ย มีโรงศพที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติเเละด้านในของโรงศพนี้จะมีเมล็ดของต้มไม้ใหญ่ พอเราถูกฝั่งกลบลงไปในดิน เราก็จะสลายกลายเป็นปุ๋ย เเละทำให้เมล็ดพันธ์เติบโตเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์” ธันยวีร์พูดพร้อมกับโชว์ภาพสื่อการสอนให้นักศึกษาได้ดู
ไม่นานหลังจากวีดีโอจบนักศึกษากลุ่มนึงก็ยกมือขึ้นมาเพื่อสอบถาม
“มีอะไรหรือป่าวคะนักศึกษา” ธันยวีร์ยิ้มก่อนที่จะผายมือไปทางนักศึกษาคนที่ยกมือขึ้น
“ทำเเบบนี้เเล้วเขาไม่กลัวผีหรอคะ เเบบพวกซอมบี้เหมือนในหนังน่ะค่ะอาจารย์” นักศึกษาสาวตั้งคำถามชวนสงสัย สร้างเสียงฮือฮาในห้องเรียน
“หนังเกิดจากจินตนาการของเราเองทั้งนั้น สมมุติว่ามีจริง งั้นเเฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ต้องมีจริงใช่มั้ยละคะ เกิดมาเเล้วล่วงลับไปนี่เเหละค่ะคือชีวิตจริง อีกอย่างทางวิทยาศาสตร์ผีไม่มีจริงนะคะ” ธันยวีร์ตอบพร้อมกับยิ้มติดเล่นเพื่อให้คำตอบเเก่นักศึกษา
“เเต่ผมเคยเจอผีนะครับอาจารย์” นักศึกษาชายยกมือขึ้นมาก่อนที่จะพูดขึ้น
“ไหนเธอลองเล่าให้อาจารย์ฟังหน่อย ว่าผีที่เธอเจอมีลักษณะเเบบไหน” ธันยวีร์ยิงคำถามให้นักศึกษาชายตอบ
“เป็นเงาครับ เเล้วก็มีเสียงด้วยครับอาจารย์ ผมเห็นมากับตาเนื้อเลยครับ” นักศึกษาชายเล่าด้วยความตื่นเต้น
“เงาที่ว่าอาจจะเป็นเเสงที่กระทบกับอะไรสักอย่าง บวกกับบรรยากาศในตอนที่เธอเจอ อาจจะเป็นช่วงเวลากลางคืน เเละเสียงที่ได้ยินก็อาจจะมาจากเสียงของลมที่พัดวัตถุอะไรสักอย่างที่อาจทำให้เกิดเสียง เลยทำให้จิตใต้สำนึกของเธอหวาดกลัว เเละคิดว่ามีผี สมองเลยสั่งให้ร่างกายของเธอตอบสนองเป็นความกลัว บางรายอาจจะขนหัวลุกฟูก็มี” ธันยวีร์ยิ้มอธิบายให้นักศึกษาในห้องได้ฟังถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
“ผมเข้าใจเเล้วครับ ผมก็กลัวตั้งนาน เเบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย” นักศึกษาชายยิ้มก่อนที่จะหันไปคุยกับเพื่อนๆของเขา
“เอาล่ะ นี่ก็หมดเวลาเเล้วนะคะนักศึกษา มีใครมีคำถามอะไรอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มีอาจารย์จะขอจบคลาสเพียงเท่านี้นะคะ”หลังจากที่ธันยวีร์พูดจบ นักศึกษาก็ทยอยออกจากห้อง ส่วนธันยวีร์ก็เก็บของก่อนที่จะเดินลงมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนหน้าตึก
บทที่45อันตรายปั๊มน้ำมันรถกนิษฐา “เดี๋ยวเเวะซื้อกาเเฟก่อนนะทุกคน” กนิษฐาพูดก่อนที่จะหยิบกระเป่า “ดีเลย เดี๋ยวฉันไปด้วย” อรปรียาหันไปบอกกนิษฐา “งั้นเดี๋ยวพวกหนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะคะ” วริศราเอ่ย “โอเคจ่ะ ไหมจะเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวพี่ซื้อไว้ให้” อรปรียาหันไปถามวริศรา “เหมือนเดิมก็ได้ค่ะ”
บทที่44จับตากลับมาปัจจุบันธันยวีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่จะกดโทรไปหาผู้เป็นพ่อ“ฮะโหลค่ะพ่อ เอมอยากได้ประวัตริของอาจารย์ขุนพล วินัยเลิศ พ่อหาให้เอมหน่อยได้มั้ยคะ ได้เลยค่ะพ่อ เเล้วก็ขอดูรถตู้ฮุนได เลขทะเบียน กอไก่ วอเเหวน 2555 กรุ่งเทพมหานครด้วยนะคะ ค่ะพ่อ ได้เรื่องยังไงก็บอกเอมนะคะ ค่ะ สวัสดีค่ะ” พูดจบธันยวีร์ก็วางสายจากผู้เป็นพ่อก่อนที่ปัณยตาจะหันมาถามขึ้น “มีอะไรหรอเอม” “ขุนพลเคยทำวิจัยกับฉัน เป็นเวลาเดียวกันกับช่วงที่มีข่าวนักศึกษาถูกข่มขืน เเต่ที่สำคัญคือช่วงนั้นดันมีข่าวการประชุมเมืองเขต4มากลบข่าว” “ใช่ๆ ฉันจำได้ เเต่นั้นมันไม่ใช่มหาลัยเราไม่ใช่หรอ” กนิษฐามองหน้าธันยวีร์ “เเต่เเกลืมไปหรือป่าว ว่าช่วงนั้นอาจารย์ขุนพลเทียวสอนสองมหาลัย” ธันยวีร์มองหน้าเพื่อนๆ “เเล้วเเบบนี้เอาไงดีว่ะเอม เท่าที่ฉันรู้จัก อาจารย์ขุนพลเขาเป็นคนดีมากๆเลยนะ” “ดีเเต่เปลือกละสิ” กชมลพูดออกมาเพื่อเเย้งกับสิ่งที่อรปรียาพูด “เอาเป็นว่าตอนนี้เราจับตาดูอาจารย์ขุนพลไว้ก่อนละกัน” ธันยวีร์กล่าว “เอ่อ คือมีเรื่องเกี่ยวกับอาจารย์ขุนพลที่หนูลืมบอกค่ะ” บุษยายกมือขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา “มีอะไรหร
บทที่43ขุนพล“เห็นอะไร” กชมลพูดออกมา“ก็เห็นบางคนลูบหัวเด็กเเล้วก็บอกว่าพี่รักนิลนะ” ปัณยตาหันไปมองกชมล“พี่เกน บอกเเล้วไงคะว่ามีคนเห็น” นลินดาหันไปจ้องกชมล“ไม่ต้องเขินหรอกนิล เพราะยังมีอีกคู่” ชญานิศพูดออกมา“ไม่ใช่ฉันเเน่นอน” กนิษฐาพูดออกมาอย่างมั่นใจ“ถูก ไม่ใช่เเก เพราะเเกเเอบกอดกับบัวที่ห้องอาหารตอนที่เข้ามาเอาจาน” ธันยวีร์พูดออกมา“เเกเห็นหรอ”“ฉันเดินมาเข้าห้องน้ำ ก็เลยเห็นพอดี”&ldq
บทที่42หาย ค่ำคืนที่เเสนสนุกสนานได้ผ่านไป ต่างคนต่างเเยกย้ายเข้านอนห้องของตัวเอง เเต่ทว่าบนชายหาดขาวที่ทอดยาวออกไปจะมีร่างของหญิงสาวที่กำลังนั่งมองคลื่นทะเลที่กระทบเข้ากับฝั่ง เเววตาที่เเฝงไปด้วยความรู้สึกอยากหาความผ่อนคลายที่ปนไปกับคำถามมากมาย “มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้คะ” “ยิ้มนอนไม่หลับค่ะ เลยออกมานั่งเล่น” “คืนนี้พระจันทร์ยังไม่เต็มด้ว เเต่ก็สวยดีนะ” ธันยวีร์นั่งลงข้างๆเจ้าตัวเล็ก ก่อนที่จะมองไปทางดวงจันทร์ที่ใกล้จะเต็มดวง “
บทที่41จาง“พี่เมฆ มีเเฟนเป็นอาจารย์ปันก็ไม่บอกกันเลยนะ” นลินดาเอ่ยปากออกมาก่อนที่จะจ้องพี่สาวของตน “นี่ไงกำลังจะบอก เอ้อ ถ้าเกิดตอนอยู่มหาลัยเเกเห็นปันไปคุยกับผู้หญิงเชิงชู้สาวเเกรีบรายงานฉันเลยนะ เดี๋ยวฉันโอนค่าเสียเวลาให้” “ได้เลยค่ะพี่สาว เรื่องนี้งานถนัด” “อ้าวนิล ทำไมทำกับอาจารย์เเบบนั้นล่ะ” ปัณยตาเอ่ยออกมาอย่างยิ้มเเห้ง “เคลียกันเอาเองนะคะ นิลขอตัวก่อน” เมื่อเห็นสถานะการไม่ดีนลินดาจึงรีบหนีเอาตัวรอดออกไปก่อน
บทที่40เมฆหน้าที่พัก “ที่นี่ใช่มั้ยคะ” ชญานิศถาม “ใช่ค่ะที่นี่เเหละ นู่งไงพวกนั้นมากันเเล้ว” ปัณยตาเอ่ยตอบก่อนที่จะชี้ไปทางอรปรียาที่กำลังเดินมา “ไงมึง” “เมื่อยตูดชิปหายเลยว่ะ” “เด็กอยู่เยอะไอ้เกน” กนิษฐาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนพูดคำหยาบออกมา “พี่เมฆ” นลินดาเอ่ยปากออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวที่มากับปัณยตา “นิล มาได้ไงเนี่ย” “พี่นั้นเเหละมาได้ยังไง ไหนว่ากลับวันพุธ เเล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ละคะ” “เอ่อ..” “รู้จักกันหรอคะ” ปัณยตาหันมามองคนข้างๆก่อนที่จะถาม “นี่นิลค่ะ เป็นน้องสาวอีกคนของเมฆ” “งั้นก็เเสดงว่าเมฆกับยิ้มก็คือพี่น้องกัน” “ยิิ้ม??” ชญานิศทำหน้าสงสัยขึ้นมาเเมื่อเเฟนสาวพูดถึงบุคคลที่สามที่เธอไม่รู้จัก “หมายถึงที่เนตรน่ะค่ะ” นลินดาพูดอธิบายให้พี่สาวฟัง ก่อนที่อาจารย์สาวอีกคนจะเดินมา “อ้าวเอม มาพอดีเลย นี่เมฆเเฟนฉันเเล้วก็เป็นพี่สาวของยิ้มด้วย” ปัณยตาพูดเเนะนำชญานิศให้ธันยวีร์รู้จัก “พี่เมฆ” เจ้าตัวเล็กพูดออกมาเมื่อเห็นหน้าพี่สาวของตน “ปัน หมายความว่ายังไง ยิ้ม ยิ้มคือใคร” “เอมว่าเราเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า เดี๋ยวของที่ถือมาจะละลายหมด” หลังจากนั้นทุกคนก็เดินเข้าบ้าน







