LOGINฉันที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผีแต่กับต้องมาเจอกับตัว และความสัมพัธ์ที่เริ่มต้นจากวิญญาณที่มาขอความช่วยเหลือ ได้ปลุกประกายความรักระหว่างทั้งคู่มันทำให้ฉันรู้ได่ว่าไม่มีใครสามารถแหกกฏฟ้าได้ แต่ก็ไม่มีใครที่จะพรากความรักที่ลิขิตไว้ได้เช่นกัน
View Moreบทที่1
ไม่กลัว
เช้าวันที่สดใสในมหาลัยเอกชนชื่อดัง ผู้คนมากมายที่เดินไปมารอบข้างเต็มไปด้วยนักศึกษาเเละครูอาจารย์ เเต่ทว่ามีอีกมุมหนึ่งที่กำลังมีคนให้ความสนใจเช่นกัน
“จากคลิปที่มีกระเเสในตอนนี้อาจารย์ธันยวีย์มีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ” นักข่าวนับสิบคนที่กำลังยืนรุมสัมภาษณ์อาจารย์สาวได้ถามขึ้น
“ในฐานะที่ดิฉันเป็นอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์มานานเเล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าบนโลกของเรามีพลังงานค่ะ เเต่พลังงานที่ทุกคนคิดว่าเป็นผีหรือเงาตามคลิปที่เห็น ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ค่ะ อย่างเช่นการหักเหของเเสงที่กระทบลงจุดๆนั้นเเละบังเอิญว่าถ่ายติดพอดี เเต่สำหรับในทางวิทยาศาสตร์เชื่อว่าผี ไม่มีจริงค่ะ” ธันยวีร์ตอบรับอย่างมั่นใจ
“เเต่บางคนก็ได้เสียงจากคลิปนะคะ” นักข่าวเอ่ยถามอีกครั้ง
“เสียงเกิดได้จากการสั่นสะเทือนค่ะ ก็เเสดงว่าถ้าตรงนั้นมีจุดที่สามารถทำให้เกิดเสียงเเละมีองค์ประกอบร่วมเช่นลมที่พัดมา ก็อาจจะทำให้เกิดเสียงได้ค่ะ” ธันยวีย์ยิ้มมุมปากตอบอย่างมั่นใจ
“เเล้วอาจารย์เชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับพวกนี้มั้ยคะ” คำถามของนักข่าวทำให้อาจารย์สาวยิ้มตอบอย่างมั่นใจอีกคร้ง
“ส่วนตัวไม่เชื่อค่ะ เเล้วก็คิดว่ามันไร้สาระมาก เพราะถ้าโลกของเรามีผีจริงๆเขาคงไม่มาหลอกเราทีละคนสองคนหรอกค่ะ เพราะทุกที่มีคนเกิดเเก่เจ็บตาย ก็เเสดงว่าประชากรของผีกับคนก็ต้องเท่าๆกันถูกมั้ยคะ” ธันยวีย์หัวเราะออกมาเบาๆเเละยิ้มให้นักข่าว
“อาจารย์นี่ดูไม่กลัวผีเลยนะคะเนี่ย” คำชมที่ดูเหมือนกับคำถามของนักข่าวก็ทำให้ธันยวีย์อดที่จะพูดต่อไม่ได้
“อย่างที่บอกเเหละค่ะ ในทางวิทยาศาสตร์ผีไม่มีจริง” ธันยวีย์ตอบ
“ค่ะ สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากๆเลยนะคะที่สละเวลามาให้พวกเราได้สัมภาษณ์ในวันนี้ ถ้าเกิดใครที่มีคำถามก็พิมพ์พูดคุยกันมาในเเฟนเพจข่าวด่วนของเราได้เลยนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ” นักข่าวพูดปิดรายการ ก่อนที่จะหันมาหาอาจารย์สาวอีกครั้ง
“ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับวันนี้ ถ้าเกิดมีการถามอะไรที่ล่วงเกินไป ทางเราต้องขออภัยด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยินดีให้สัมภาษณ์ค่ะ”“งั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีอีกครั้งค่ะ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” ธันยวีย์พูดก่อนที่จะกล่าวสวัสดีเพื่อส่งนักข่าว
หลังจากที่นักข่าวเดินออกไปก็มีหญิงสาวกลุ่มนึ่งเดินเข้ามาหาอาจารย์สาว
“เเกเนี่ยนะเอม เคยกลัวอะไรบ้างมั้ย” ปัณยตา หรือ ‘ปัน’ สาวหน้าคมเพื่อนสนิทของธันยวีร์เดินเข้ามา
“ไม่อ่ะ ในโลกนี่ผีมีจริงที่ไหนกัน” ธันยวีย์ตอบพร้อมยักไหล่
“ระวังนะ เดี๋ยวผีจะมาหลอกเเก” กชมล ‘เกน’ สาวลูกครึ่งไทยอังกฤษพูดขึ้นก่อนที่จะเดินถือน้ำมายื่นให้ธันยวีร์
“มาเถอะ ฉันล่ะอยากเห็นจริงๆไอ้ผีที่ว่าเนี่ย” มือเรียวหยิบเเก้วน้ำมาดื่มพรางหันตอบเพื่อนไปเเบบหน้าตาเฉย
“พวกเเกอย่าไปว่ามันเลย คนจิตเเข็งเเบบมันจะไปกลัวอะไร” อรปรียา ‘เดือน’ ผู้ที่ได้ฉายาว่าเเม่ของกลุ่มเอ่ยขึ้น
“เรื่องผีนี่เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เที่ยงเเล้วกินอะไรกันดี” กนิษฐา ‘ยุ้ย’ อาจารย์ศิลปะลุกเท่ๆ คลูๆ พูดขึ้นก่อนที่จะมองมาทางพวกเธอทั้งสี่คน
“อะไรก็ได้ง่ายๆ” ธันยวีร์พูดพร้อมกับมองไปทางเพื่อนๆของเธอ
“ก๋วยเตี๋ยวหลังมอ” ปัณยตาพูดเสนอ
“ไม่เอากินบ่อยเเล้ว” ธันยวีร์ส่ายหน้าเบาๆ
“ข้าวมันไก่ป้าไพร” กชมลเสนอ
“อ้วน”
“งั้นอาหารตามสั่งป้านี” อรปรียาเสนอขึ้น
“เบื่อเเล้ว”
“พิซซ่า” กนิษฐาเสนอต่อ
“เเป้งเยอะเกินไม่เอา”
“ส้มตำไก่ย่าง” เพื่อนๆทั้งสี่ของธันยวีย์พูดขึ้นพร้อมกัน
“ความคิดดี เอาอันนี้เเหละ” ธันยวีร์ดีดนิ้วถูกใจก่อนที่จะตอบตกลง
“เเล้วบอกอะไรก็ได้ง่ายๆ เสนอไป38อย่างก็ไม่เอา” ปัณยตาบ่นออกมาเบาๆ
“จริง สุดท้ายก็มาจบที่อาหารอีสานเหมือนเดิม” กนิษฐาพูดพร้อมกับส่ายหน้า
“ไปรถใครดี” อรปรียาเเม่ของกลุ่มถาม
“รถฉันก็ได้” ธันยวีร์ตอบพร้อมกับชูกุญเเจรถขึ้นมา
“งั้นไปกัน” กชมลพูดก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินไปที่รถของธันยวีร์ที่จอดอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก ร้านที่พวกเธอจะไปอยู่ห่างจากมหาลัยประมาณ10นาที ก็ถือว่าไม่ได้ไกลมาก
เมื่อทุกคนขึ้นรถเเล้วธันยวีร์ก็ขับรถออกมาจากมหาลัยเเละเลี้ยวเข้าถนนหลักก่อนที่จะตรงไปยังร้านอาหารประจำของพวกเธอ พอถึงเเยกที่ต้องเลี้ยวธันยวีร์ก็จอดรถสนิทเพื่อมองซ้ายขวา เเละเมื่อเห็นว่าทางสะดวกเธอจึงเร่งเครื่องออก
“เอมระวัง!!” อรปรียาที่นั่งข้างคนขับพูดขึ้น ก่อนที่เสียงเบรกลากล้อจะดังขึ้น เพราะขณะที่ธันยวีร์ขับรถออกมาจู่ๆก็มีมอไซต์ขับปาดหน้ารถของพวกเธอไป
“รถมาจากไหนว่ะ” ธันยวีร์ตกใจเเละถามขึ้น
“นั้นดิ เมื่อกี้ก็มองเเล้วนี่หว่า” ปัณยตาพูดก่อนที่จะมองไปที่ถนนว่างเปล่า
“ชั่งเถอะ ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีเเล้ว สงสัยเขารีบ เราไปกันเถอะ” กชมลพูดขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆสบายใจ ก่อนที่รถหรูจะเคลื่อนตัวออกไปอีกครั้ง
เมื่อถึงร้านอาหารพวกเธอก็เดินไปนั่งโต๊ะประจำที่พวกเธอชอบนั่ง ก่อนที่จะสั่งอาหารมารับประทานกัน
“เอม นี่เเกได้หอหรือยัง” กนิษฐาถามขึ้น
“ยังเลย ฉันว่าจะไปหาดูช่วงเย็นๆน่ะ”
“เเล้วเเกอยากได้หอพักหรือว่าคอนโด เดี๋ยวพวกฉันช่วยหา” อรปรียาพูดขึ้นพรางหยิบน้ำขึ้นมากิน
“จริงๆก็อยากได้คอนโดเเหละ เเต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนปล่อยเลย ตอนนี้ขอเเค่หาให้ได้สักห้องก่อนก็ยังดี”
“งั้นเดี๋ยวพวกฉันช่วยหา ฉันรู้จักกับเจ๊เจ้าของหออยู่ เดี๋ยวเย็นๆฉันนัดเจ๊ไว้ให้ละกัน” กชมลพูดขึ้น
“ดีเลย ขอเเบบใกล้มอ ใกล้ตลาดยิ่งดีเลย จะได้เดินทางสะดวก”
“งั้นก็ต้องหอนี้เลย เเต่ไม่เเน่ใจว่าจะเต็มมั้ยนะ” กชมลพูดขึ้น
“เเกลองถามให้ฉันหน่อยนะ” ธันยวีร์มองเพื่อนก่อนที่จะพูดขึ้น
“อือ โอเค”
บทที่44จับตากลับมาปัจจุบันธันยวีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่จะกดโทรไปหาผู้เป็นพ่อ“ฮะโหลค่ะพ่อ เอมอยากได้ประวัตริของอาจารย์ขุนพล วินัยเลิศ พ่อหาให้เอมหน่อยได้มั้ยคะ ได้เลยค่ะพ่อ เเล้วก็ขอดูรถตู้ฮุนได เลขทะเบียน กอไก่ วอเเหวน 2555 กรุ่งเทพมหานครด้วยนะคะ ค่ะพ่อ ได้เรื่องยังไงก็บอกเอมนะคะ ค่ะ สวัสดีค่ะ” พูดจบธันยวีร์ก็วางสายจากผู้เป็นพ่อก่อนที่ปัณยตาจะหันมาถามขึ้น “มีอะไรหรอเอม” “ขุนพลเคยทำวิจัยกับฉัน เป็นเวลาเดียวกันกับช่วงที่มีข่าวนักศึกษาถูกข่มขืน เเต่ที่สำคัญคือช่วงนั้นดันมีข่าวการประชุมเมืองเขต4มากลบข่าว” “ใช่ๆ ฉันจำได้ เเต่นั้นมันไม่ใช่มหาลัยเราไม่ใช่หรอ” กนิษฐามองหน้าธันยวีร์ “เเต่เเกลืมไปหรือป่าว ว่าช่วงนั้นอาจารย์ขุนพลเทียวสอนสองมหาลัย” ธันยวีร์มองหน้าเพื่อนๆ “เเล้วเเบบนี้เอาไงดีว่ะเอม เท่าที่ฉันรู้จัก อาจารย์ขุนพลเขาเป็นคนดีมากๆเลยนะ” “ดีเเต่เปลือกละสิ” กชมลพูดออกมาเพื่อเเย้งกับสิ่งที่อรปรียาพูด “เอาเป็นว่าตอนนี้เราจับตาดูอาจารย์ขุนพลไว้ก่อนละกัน” ธันยวีร์กล่าว “เอ่อ คือมีเรื่องเกี่ยวกับอาจารย์ขุนพลที่หนูลืมบอกค่ะ” บุษยายกมือขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา “มีอะไรหร
บทที่43ขุนพล“เห็นอะไร” กชมลพูดออกมา“ก็เห็นบางคนลูบหัวเด็กเเล้วก็บอกว่าพี่รักนิลนะ” ปัณยตาหันไปมองกชมล“พี่เกน บอกเเล้วไงคะว่ามีคนเห็น” นลินดาหันไปจ้องกชมล“ไม่ต้องเขินหรอกนิล เพราะยังมีอีกคู่” ชญานิศพูดออกมา“ไม่ใช่ฉันเเน่นอน” กนิษฐาพูดออกมาอย่างมั่นใจ“ถูก ไม่ใช่เเก เพราะเเกเเอบกอดกับบัวที่ห้องอาหารตอนที่เข้ามาเอาจาน” ธันยวีร์พูดออกมา“เเกเห็นหรอ”“ฉันเดินมาเข้าห้องน้ำ ก็เลยเห็นพอดี”&ldq
บทที่42หาย ค่ำคืนที่เเสนสนุกสนานได้ผ่านไป ต่างคนต่างเเยกย้ายเข้านอนห้องของตัวเอง เเต่ทว่าบนชายหาดขาวที่ทอดยาวออกไปจะมีร่างของหญิงสาวที่กำลังนั่งมองคลื่นทะเลที่กระทบเข้ากับฝั่ง เเววตาที่เเฝงไปด้วยความรู้สึกอยากหาความผ่อนคลายที่ปนไปกับคำถามมากมาย “มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้คะ” “ยิ้มนอนไม่หลับค่ะ เลยออกมานั่งเล่น” “คืนนี้พระจันทร์ยังไม่เต็มด้ว เเต่ก็สวยดีนะ” ธันยวีร์นั่งลงข้างๆเจ้าตัวเล็ก ก่อนที่จะมองไปทางดวงจันทร์ที่ใกล้จะเต็มดวง “
บทที่41จาง“พี่เมฆ มีเเฟนเป็นอาจารย์ปันก็ไม่บอกกันเลยนะ” นลินดาเอ่ยปากออกมาก่อนที่จะจ้องพี่สาวของตน “นี่ไงกำลังจะบอก เอ้อ ถ้าเกิดตอนอยู่มหาลัยเเกเห็นปันไปคุยกับผู้หญิงเชิงชู้สาวเเกรีบรายงานฉันเลยนะ เดี๋ยวฉันโอนค่าเสียเวลาให้” “ได้เลยค่ะพี่สาว เรื่องนี้งานถนัด” “อ้าวนิล ทำไมทำกับอาจารย์เเบบนั้นล่ะ” ปัณยตาเอ่ยออกมาอย่างยิ้มเเห้ง “เคลียกันเอาเองนะคะ นิลขอตัวก่อน” เมื่อเห็นสถานะการไม่ดีนลินดาจึงรีบหนีเอาตัวรอดออกไปก่อน





![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)