Se connecterถ้าโอเมก้าคิดจะบวก ก็ต้องได้บวก จะไม่มีวันยอมอดกลั้นต่อพวกอัลฟ่าเหยียดเพศโง่ๆ นี่เด็ดขาด เอาล่ะ นายน่ะ ถนัดวิชาอะไร กล้าทำโจทย์แข่งกันป่าว เราไม่เอา DNA ของพวกที่โง่กว่าส่งต่อให้ลูกหรอกนะ
Voir plusเพราะว่า GoodNovel ติดเหรียญแยกตอนไม่ได้ ตอนนี้ก็เลยต้องมาแปะก่อนตอนที่ศูนย์แทน ทุกคนก็อ่านข้ามไปตอนต่อไปก่อนนะ ถ้าอ่านจบแล้วอยากอ่านค่อยกลับมาใหม่
ตอนที่อ่านมังงะแนว OmegaVerse เป็นครั้งแรกสมัยอยู่มัธยม พล็อตของนิยายเรื่องนี้ก็โผล่ขึ้นมาในสมองเราเหมือนกับเครื่องหมายคำถามอันใหญ่บะเอ้ก
แล้วก็มีคำพูดหนึ่ง ที่เพื่อนของคนเขียนพูดกับคนเขียน (ซ่อนอยู่ในเนื้อเรื่องแหละ) ที่ทำให้เรารู้สึกว่า อยากจะเขียนประโยคนั้นใส่ในนิยายจังเลยนะ ก็เลยออกมาเป็นเรื่องนี้นั่นเอง
ก้ามปูเป็นตัวเอกที่ฉลาดเป็นอันดับสองในนิยายที่เราเขียนเลย เพื่อชดเชยที่ต้องเป็นโอเมก้าก็เลยเติมทรูให้รัวๆๆ มาก ความฉลาดเป็นรองจากไป๋เฉี่ยนคนเดียว (รายนั้นเป็นสนมนางใน ซวยกว่าเป็นโอเมก้าซะอีก) ส่วนติงเซียง หนูบ๊วยนะลูก จื่อชุนเองก็บ๊วยเหมือนกัน ไปนั่งเอ๋อด้วยกันเลยไป แบบว่าพยายามบาลานซ์ระหว่างแต้มพละกำลังกับสมองของตัวเอกให้ไม่มีใครแกรี่ สตูเกินไปน่ะ ไม่ได้แกล้งหนูนะลูกนะ
แล้วก็จริงๆ แล้วทั้งติงเซียง ลิลัว ไป๋เฉี่ยน แล้วก็ก้ามปูมาจากโรงเรียนเดียวกันล่ะ ถ้ามีนิยายงอกขึ้นมาอีกก็อาจจะมาจากโรงเรียนนี้เหมือนกันหมดก็ได้ คำว่า FOR ที่ชื่อตอนก็มาจาก Formative Exam เหมือนกับว่าทุกๆ ตอนเป็นการสอบย่อยเพื่อทำให้ทุกคนค่อยๆ เติบโตขึ้น แต่โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสมมุตินะ ถ้ามันไปตรงกับโรงเรียนของใครก็ เอ่อ ก็เป็นอย่างที่คิดนั่นแหละ แต่ก็สมมุติว่าไม่ได้เป็นละกัน เพราะที่นี่คือเมือง A ประเทศ S โรงเรียนก็เลยเป็นโรงเรียน S ที่ไม่ใช่โรงเรียน T ไงล่ะ
เราพยายามตีความความเป็นอัลฟ่าให้เข้าใกล้มนุษย์ธรรมดา ที่แค่เก่งเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับคนทั่วไป ก็เอาตัวอย่างมาจากเพื่อนสมัยมัธยมนั่นแหละ พอคนเราเก่งมากๆ ก็มีทั้งอีโก้ ทั้งความมีเหตุผลมากๆ รวมอยู่ในคนเดียวกัน เพื่อนๆ ของก้ามปูต่างก็ยังเด็ก อีโก้มีน้อยเหตุผลมีมาก จึงได้เป็นเพื่อนที่ดี ส่วนพวกที่ไม่ดีก็โดนลูกเราจัดการไปหมดละ
เนื่องจาก setting เป็นชีวิตมัธยม ความคิดของตัวเอกก็จะแกว่งๆ หน่อย ประมาณว่ามีคนมาชอบเป็นครั้งแรก เวลาที่มีคนที่ตัวเองแคร์มาชอบตัวเอง ส่วนนึงก็อึดอัด เพราะว่าแคร์ความรู้สึกอีกฝ่าย แต่ก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป แต่บางส่วนก็แอบดีใจ วันนึงคิดแบบนึง วันนึงคิดอีกแบบ ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไงดี
ไม่รู้ว่ามีคนอ่านสังเกตเห็นรึเปล่า แต่ก้ามปูจะไม่ตัดสินใจทำอะไรด้วยเหตุผลที่มาจากความคิดที่ว่าตัวเองเพศรองเป็นอะไร ทำทุกอย่างในฐานะของมนุษย์ และนี่ก็คือแก่นของเรื่องนี้ เพราะเราคิดว่าข้อดีของ OmegaVerse ก็คือการแสดงออกถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศโดยไม่ต้องระบุถึงเพศที่มีอยู่จริงยังไงล่ะ
อะไรที่ดาร์คคนเขียนตัดฉับๆๆ ไปหมดเลย แบบว่าตอนที่เริ่มวางโครงเรื่องเคยคิดว่าจะทำแบบสื่อให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในประเทศ Z ที่ไม่ใช่ประเทศ A บลาๆ แต่คิดอีกที อืม มัธยมของคนเราอย่าดาร์คขนาดนั้นเลย สงสารลูกน่ะ แต่ในโลกนี้ก็ยังมีผู้คนที่ทุกข์ทรมานเหมือนกับเป็นโอเมก้าอยู่จริง แล้วก็ยังมีประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำบิดเบี้ยวอย่างมากอยู่จริงเหมือนกัน ซึ่งคนเขียนก็ได้เอาไปเขียนไปด่าไปแล้วในนิยายอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราจะไม่เล่นมุกซ้ำ ดังนั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าเพลาๆ แล้วกันนะ (?)
2024/06/19: ไม่ได้เขียนตอนเพิ่มเพราะอยากได้ตังค์ แต่เขียนเพราะ—โอย นิยายทุกเรื่องของเราเลขตอนหารห้าลงตัวหมดเลยมีแค่เรื่องนี้อะที่ไม่ลงตัว อดทนอยู่สามปีจนทนไม่ไหวแล้ว ขออนุญาตอัพเพิ่มเถอะ
霧
ปล. เพิ่งสังเกตว่า Omegaverse เค้าไม่ใช้ camel case กัน 555
สัมภาษณ์ตัวละคร:
(คาแรกเตอร์)
ก้ามปู: สรุปแล้วหน้าตาของเราเป็นยังไงเหรอ
ต้นสน: ทำไมตัวละครเดียวที่ได้รับการบรรยายหน้าตาถึงเป็นตัวประกอบล่ะ
ชะเอม: เพราะเรางดงาม—เฮ้ย! ว่าใครเป็นตัวประกอบยะ!
คนเขียน: เพราะตามระเบียบการศึกษาของประเทศ S ที่ไม่ใช่ประเทศ T พวกนายทุกคนมีทรงผมทรงเดียวกันคือรองทรงสูงไงล่ะ
ก้ามปู: ...
ต้นสน: ...
คนเขียน: อ๊ะ เผลอทำลายจินตนาการคนอ่านไปรึเปล่า เมื่อกี้ไม่นับละกันนะ ก็ช่วยอ่านไปด้วยจินตนาการว่าทั้งสองคนหล่อเท่ากับหนุ่มที่หล่อที่สุดในโรงเรียนสมัยที่ทุกคนเรียนอยู่ ม.ปลาย ละกัน
(เรื่องที่อยากรู้)
ต้นสน: ก้ามปูชอบเราตั้งแต่ตอนไหน
ก้ามปู: ...
ก้ามปู: ...
คนเขียน: เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เราเฉลยเองละกัน
คนเขียน: คนเขาจำชื่อนายได้เมื่อไหร่ก็ตอนนั้นแหละ
Loading...
ต้นสน: (〃ω〃)
ก้ามปู: //ทุ่มคนเขียน
おわり
เรากับต้นสนไม่ได้เลือกเรียนต่อคณะเดียวกัน เพราะต้นสนเลือกเรียนต่อกฎหมายอาจารย์ก้มหน้ามองคะแนนอันหรูหราอลังการ เงยหน้ามองต้นสน ก้มลงมองคะแนนอีกรอบ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดเหลือจะกล่าว "เธอคิดใหม่มั้ย อย่างน้อยก็ไปต่อต่างประเทศด้วยทุน [เซนเซอร์] ""ไม่อยากไปเรียนต่อด้วยเงินของ [เซนเซอร์] ครับ""..." อาจารย์"..." เราปี 2018 น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียนเราที่คนที่เรียนเก่งที่สุดเลือกเรียนต่อกฎหมายในประเทศน่ะต้นสนกล่าวว่า "ที่พูดว่าอยากจะคบกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่งน่ะ ไม่ได้พูดพล่อยๆ นะ"ในยุคสมัยที่บางประเทศมองโอเมก้าไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามราวกับไม่ใช่มนุษย์ 'เท่ากัน'ตอนแรกเราคิดว่าแค่ต้นสนมองว่าเราเป็น 'มนุษย์' ก็พอแล้วแต่ต้นสนกลับอยากจะใช้ชีวิตเพื่อให้ทั้งโลกมองว่าเราเป็น 'มนุษย์' เหมือนกัน"แต่ถ้าเป้าหมายยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเอาทุน [เซ็นเซอร์] แล้วไปต่อต่างประเทศน่าจะเห็นผลง่ายกว่านะ ส่วนเรื่องรำลึกบุญคุณอะไรนั่นก็ไม่เห็นจะต้องสนใจเลย"เรากล่าวหลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจัง"..." ต้นสนหลังจากเวลาผ่านไป 10 นาที ต้นสนหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด"เอ่อ เธอต่างหากท
เรากำลังแทะเครป แล้วก็ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ลอยมาพอหันไปดูก็พบกับฉากที่เห็นได้บ่อยๆ ใน BL มังงะ เด็กหนุ่มหน้าสวยคนหนึ่งกำลังถูกนักเลงห้าคนรุมล้อม แล้วยังเป็นห้าคนที่เป็นอัลฟ่าด้วยนะคนเรียนเก่งส่วนใหญ่เป็นอัลฟ่า แต่อัลฟ่าไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง อาจจะเล่นกีฬาเก่ง ค้าขายเก่ง ทำธุรกิจเก่ง ฯลฯ ซึ่งก็รวมไปถึงต่อยตีเก่งเช่นกัน ดังนั้น นักเลงส่วนหนึ่งจึงเป็นอัลฟ่าด้วยบุญบาปบางประการ ตามสถิติแล้ว นักเลง 99.99% ในโลก BL เป็นอัลฟ่า แล้วก็ต้องมีโอเมก้ากำลังฮีทโดนรังแกในซอยเปลี่ยวอยู่เรื่อยไป จากนั้นอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็ขึ้นอยู่กับความมืดในใจของคนเขียนละแต่เราไม่สามารถทนยืนมองให้สถานการณ์พาไปจนถึงจุดที่ ‘ได้แต่รอความเมตตาของคนเขียน’ ได้เพราะตัดสินใจไปแล้วว่าจะกำหนดชีวิตของตัวเองด้วยตัวเองเรื่องที่เป็นโอเมก้าจะเป็นยังไงก็ช่าง เราจะมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเราจึงหยิบนกหวีดเลียนแบบนกหวีดของตำรวจขึ้นมาเป่า ได้ยินเสียงนั้น นักเลงห้าคนเลิกลั่กขึ้นมาทันที จากนั้น—“เดี๋ยวนะ เป็นไปไม่ได้ ตำรวจประเทศ S รู้จักการลาดตระเวนตั้งแต่เมื่อไรกัน”“เชี่ย! ใครแกล้งวะ ตกใจหมด”เอ่อ นั่นสินะ คนเราเกิดมาในปร
ห้องของเราจัดทริปห้องขึ้นตอนปิดเทอมนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแบบพร้อมหน้า แต่ก็อาจจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายด้วยเหมือนกันแต่ที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่คงจะได้ไปเจอกันที่ห้องคิงนั่นแหละพอคิดว่าจะไม่ได้นั่งเรียนด้วยกันอีกต่อไปครบทุกคนแล้วก็รู้สึกใจหาย เราคงจะคิดถึงห้องเรียนที่ต่อให้หลับทั้งวันและสอบได้คะแนนแย่ก็ไม่เป็นไร (ชะเอม: เป็นเดะ เรียงความสารภาพผิดที่คะแนนอังกฤษพังพินาศที่ส่งให้แม่ของนายไปไหนละนะ) แล้วก็เพื่อนๆ ที่ฉลาดจนบ้าไปแล้วทุกคนมากๆรถตู้จอดที่โรงอาหารคณะข้างๆ ระหว่างที่กำลังกินข้าวปั้นเซเว่นที่กินจนเบื่อ ต้นสนก็มาถึงอืม ปกติพวกเราก็มาเช้าเป็นอันดับหนึ่งตลอดนี่เนอะ“เอ่อ...” ภายใต้ยามเช้าที่เงียบสงัด เรารู้สึกว่าต้องพูดอะไรบางอย่างออกมาให้ได้ “ที่ไม่ได้ไปกินข้าวเช้าด้วย...เราดูอนิเมะมากไปหน่อยก็เลย...”“ก็เลยตื่นไม่ไหว?”จริงๆ แล้วเรายังมาโรงเรียนในเวลาเดิมเพราะไม่ชอบยืนเบียดบน BTS ตอนเช้า แค่เอาเวลาไปนั่งหลับในห้องเรียนแทนเท่านั้นเองเราหลบตา แต่ก็พยักหน้าตอบไปเรานี่มันแย่จริงๆพอเงยหน้ามองต้นสน เห็นสีหน้าของเขา ก็รู้สึกเหมือนกับอะไรบางอย่างในตัวเองกำลังปริ
หมวดพละมีกิจกรรมสมควรตายอันหนึ่ง เรียกว่าการวิ่งเก็บรอบ นักเรียนต้องวิ่งรอบสนามให้ได้เทอมละ 100 รอบแลกเป็นคะแนนวิชาพละ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากวิ่ง ส่วนครูก็ไม่มีปัญญามาตรวจว่าใครวิ่งจริงๆ จึงได้แต่ใช้วิธีปั่นจักรยานถือโทรโข่งไล่ให้เด็กวิ่ง "ใครวิ่งขอให้ติดจุฬา ธรรมศาสตร์ ศิริราช มหิดล ศิลปกร ขอนแก๊น ใครเดินขอให้อ้วน~~~"มาถึงจุดนี้แล้ว เอ่อ—ขอยืนยันอีกครั้งว่านี่เป็นโรงเรียนสมมุติส่วนครูที่ทำหน้าที่ปั๊มรอบวิ่งให้ก็ตรวจเหงื่อนักเรียนกันเป็นการใหญ่"นี่เหงื่อหรือน้ำเนี่ย แอบไปล้างหน้ามาใช่มั้ย หน้าไม่แดงเลย ครูให้รอบเดียวแล้วกัน อยากได้เพิ่มไปวิ่งมาใหม่" ปกติแล้วเรากับชะเอมใช้วิธีไปนั่งห้องซาวน่า (สนามแบต) นั่งครบสิบนาทีเหงื่อก็โชกทั้งตัว ไปเซ็นได้ห้ารอบเลยไม่ต้องวิ่งจริงแต่ช่วงหลังมานี้—แค่เห็นหน้าต้นสนเดินผ่านไปไกลๆ เราก็—"หน้าแดงมาก เก่งๆๆ เอาไปเลยห้ารอบ" คุณครูชมเปาะ เซ็นให้ห้ารอบอย่างง่ายดายชะเอม: ขี้โกงมากอะ -3-สอบไฟนอลเสร็จเรารีบบินกลับบ้านที่ต่างจังหวัดทันที ขอชี้แจงก่อนว่านี่ไม่ใช่การลี้ภัยนะ แค่คิดถึงน้องที่บ้านเฉยๆๆ ส่วนประกาศผลสอบ สอบซ่อมอะไรนั่น—ช่างมันเถอะชะเอมที่