Mag-log inเมื่อซินซินออกมาจากห้องครัวก็เห็นอาเขยนั่งอยู่ในห้องโถงและกำลังคุยกับพ่อของตนอยู่ เธอก็แปลกใจเล็กน้อยและก็ใช้ขาสั้น ๆ ของตนเดินเข้ามาหาพ่อและอาเขยทันที
“สวัสดีค่ะคุณอา” ซินน้อยพยายามพูดให้ช้าลงพร้อมกับที่ตัวเองก็เดินไปเกาะเข่าพ่อของตนแล้วก็ส่งสายตาให้พ่ออุ้มตนเองขึ้นมานั่งบนตัก ผู้เป็นพ่อก็ไม่ทำให้ลูกสาวผิดหวังรีบอุ้มลูกสาวมานั่งที่ตักของตนทันที
“สวัสดีครับตัวน้อยอาจะมาบอกว่าตอนนี้อาเป็นฝ่ายดูแลเรื่องเสบียงครับ ทางเจ้านายของอาได้ให้เงินมาให้อาซื้อสินค้าที่จำเป็นเอาไว้ห้าหมื่นหยวนครับแต่ต้องมีหลักฐานการซื้อด้วยหนูพอจะจัดการได้ไหม” จางหยางบอกกับหลานสาวตัวน้อยของตน
แล้วตัวเขาเองก็รู้สึกอิจฉาพี่เขยเป็นอย่างมากที่ได้มีลูกสาวตัวน้อยอย่างซินซินมาคอยออดอ้อน เขาเองก็อยากจะได้ลูกสาวบ้างเช่นกัน
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาค่ะหนูจัดการได้ ส่วนของอาจะให้หนูเอาไปให้ที่ไหนคะเพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามาใกล้มากแล้ว อาทิตย์หน้าหิมะแรกก็จะตกลงมาแล้วด้วยและก็จะหนักขึ้นทุกวัน แล้วหลังจากนั้นอาคงต้องทำงานหนักแน่ ๆ” เจ้าตัวน้อยก็พยายามค่อย ๆ พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“อาหาโกดังไว้เรียบร้อยแล้วครับ พรุ่งนี้หนูให้คุณพ่อพาหนูไปที่บ้านของอาได้เลยอาจะพาไปที่โกดัง ว่าแต่พี่จินเป่าสะดวกไหมครับ” จางหยางซึ่งบอกกับซินซินอยู่ก็ลืมไปว่าเขายังไม่ได้ถามพี่ภรรยาเลยว่าว่างหรือเปล่า
“พี่ไม่มีปัญหาหรอก ลูกสาวพี่ว่ายังไงพี่ก็ว่าตามนั้นแหละ” จินเป่าตอบน้องเขยพลางลูบหัวลูกสาวของตนไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นผมเองก็ขอตัวกลับก่อนนะครับเพราะทิ้งฮัวเหมยอยู่คนเดียวนานแล้ว กลัวเธอจะเป็นห่วงว่าผมหายไปไหนยังไม่กลับบ้านสักที” จางหยางพูดพร้อมกับเดินออกมาจากห้องโถงโดยมีจินเป่าตามมาส่งด้วยโดยทิ้งให้ลูกสาวนั่งรออยู่ในห้องโถงอันแสนอบอุ่นคนเดียว
“อ้าวลูกเขยจะกลับแล้วเหรอ แม่นึกว่าจะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน” เยว่จินที่กำลังเดินออกมาจากในครัวก็เห็นลูกเขยและลูกชายของตนเดินออกมาจากห้องโถงพอดี
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมไม่อยากปล่อยให้ฮัวเหมยอยู่บ้านคนเดียวนะครับก็เลยว่าจะรีบกลับ เพราะตั้งแต่เลิกงานผมก็มาที่นี่เลยยังไม่ได้แวะกลับไปบอกเธอที่บ้านไว้ก่อนครับ” จาง หยางทำความเคารพแม่ภรรยาพร้อมบอกเหตุผลของตน
“ถ้าอย่างนั้นก็ขี่รถดี ๆ นะลูกแม่ฝากดูแลลูกสาวของแม่ด้วย”
“ครับแม่” จางหยางรับปากแม่ยาย เมื่อออกมาจากบ้านแล้วเขาก็ขี่รถจักรยานเข้าเมืองเพื่อกลับบ้านทันที
ซินซินตอนนี้กำลังนั่งกินบัวลอยน้ำขิงที่ตนไปอ้อนให้ย่าและแม่ทำให้กินอย่างเอร็ดอร่อย จนแก้มป่องออกมาทั้งสองข้าง เหมือนกระรอกตัวน้อย ๆ พ่อ แม่ และย่าที่ได้มาเห็นภาพนี้ก็ได้แต่ยิ้มให้ความเอ็นดูกับเจ้าเด็กจอมตะกละตรงหน้าซานซานเองก็ยิ้มให้กับความน่ารักของน้องสาวเช่นกัน
“ซินซินเราไปในป่ากันเถอะมีต้นไม้แห่งภูตที่อยู่ในป่ากำลังส่งเสียงเรียกขอความช่วยเหลือมา จิวจิวจะต้องไปช่วยเพราะต้นไม้ชนิดนี้มีความจำเป็นต่อภูตบนโลกแห่งนี้เป็นอย่างมาก” ในขณะที่ซินซินกำลังเพลิดเพลินกับขนมอยู่ก็ได้ยินเสียงเพื่อนรักของตนพูดขึ้นมา
“เราไปกันเองไม่ได้หรอกเราตัวกะเปี๊ยกกันแค่นี้ต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วยรอให้ซินซินกินบัวลอยลูกนี้หมดก่อนนะ ซินซินจะไปชวนคุณพ่อให้ไปเป็นเพื่อน” พอซินซินพูดจบเจ้าตัวน้อยก็รีบนำบัวลอยลูกสุดท้ายเข้าปากของตนพร้อมกับเคี้ยวหนุบหนับอย่างรวดเร็ว
“พ่อจ๋า พ่อช่วยพาหนูและจิวจิวเข้าป่าหน่อยได้ไหมคะ จิวจิวจะต้องไปช่วยต้นไม้แห่งภูตจ้ะ” ซินซินได้เดินมาหาพ่อของตนที่กำลังช่วยผู้เป็นแม่พับผ้าที่ผู้เป็นแม่เย็บเสร็จแล้วอยู่ที่พื้นหน้าเตาผิง พร้อมมองพ่อด้วยดวงตาใสแจ๋ว
“แล้วมันจะเป็นอันตรายกับลูกและก็จิวจิวด้วยไหมจ๊ะ” แม่ที่กำลังเย็บผ้าถามผู้เป็นลูกสาวออกมา
“แม่ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ หนูรับรองว่าพ่อและพวกหนูจะกลับมาอย่างปลอดภัยจ้ะ” ซินซินยิ้มหวานให้กับผู้เป็นแม่พร้อมกับเดินเข้าไปกอด
“หนูต้องระวังตัวดี ๆ นะลูก แม่รู้ว่าหนูและจิวจิวพิเศษแต่แม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้” ซูเหมยพูดขึ้นมาพร้อมกับกอดลูกน้อยของตน
ตั้งแต่เธอและครอบครัวได้รับรู้เรื่องของจิวจิวที่ลูกสาวตัวน้อยบอกว่าเป็นภูตแห่งจิตวิญญาณของเหล่าต้นไม้นั้น ครอบครัวของเธอก็คิดแล้วว่าลูกสาวของเธอจะต้องเป็นเทพธิดาจริง ๆ และจะต้องลงมาเกิดเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่อดอยากในยุคนี้เป็นแน่โดยมีจิวจิวลงมาเป็นผู้คอยช่วยเหลือ
เพราะตั้งแต่จิวจิวมาอยู่ต้นไม้ภายในบ้านก็ต่างเติบโตขึ้นมากแข่งกันออกดอกออกผลกันยกใหญ่ทำให้ที่บ้านเองก็ไม่เคยขาดแคลนพืชผักและสามีของเธอเองก็นำไปขายให้ร้านอาหารของ เถ้าแก่จางเป็นประจำ
“ไว้ไปกันพรุ่งนี้เช้าดีไหมลูกเพราะตอนนี้มันเย็นมากแล้ว พ่อเกรงว่าหากเราเข้าป่ากันในเวลานี้อาจจะเจอเข้ากับสัตว์ร้ายเอาได้นะลูก”
เมื่อได้ยินที่พ่อพูดซินซินก็หันไปมองจิวจิวเพื่อนตัวน้อยของตน เมื่อเห็นว่าจิวจิวเห็นด้วยแล้วก็หันหน้ากลับมามองผู้เป็นพ่อและแม่ที่กำลังรอคำตอบอยู่
“ตกลงค่ะพรุ่งนี้เรากินข้าวเสร็จแล้วก็ไปในป่ากันเลยนะคะ”
คืนนั้นเมื่อคนทั้งบ้านหลับกันไปหมดแล้วทางด้านภายใน ป่าก็เกิดความโกลาหลขึ้นเป็นอย่างมาก โดยที่เจ้าตัวน้อย ซินซินก็ได้แต่นอนเกาพุงป่อง ๆ ของตัวเองพร้อมกับจิวจิวที่นอนอยู่บนหัวของผู้เป็นเพื่อนไม่ได้รับรู้เรื่องราวแม้แต่นิดเดียว
“พ่อจ๋า วันนี้เราต้องไปหาอาจางหยางก่อนไม่ใช่เหรอคะ หนูเองก็เกือบลืมไปแล้วเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้เมื่อตะกี้นี่เอง” เจ้าตัวน้อยพูดกับพ่อ
“ถ้าอย่างนั้นเราก็รีบไปจัดการเรื่องอาจางหยางของลูกก่อน แล้วพอกลับมาก็ค่อยเข้าไปในป่ากันลูกว่าดีไหมครับ”
“ตกลงค่ะ”
“สองพ่อลูกมากินข้าวกันได้แล้วจ้า” พ่อกับลูกเมื่อได้ยินเสียงของซูเหมยก็รีบพากันเดินออกมายังห้องกินข้าวทันที
เมื่อทั้งสองกินข้าวกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็พากันขี่จักรยานไปหาจางหยางที่ตัวอำเภอโดยที่ทั้งสองได้ขี่จักรยานไปส่ง ซานซานที่ได้ออกจากบ้านมาพร้อมกันก่อน
เมื่อมาถึงบ้านของอาจางหยางทั้งสองคนก็เห็นว่าอาจาง หยางก็จูงจักรยานออกมาจากบ้านพอดี เมื่อทั้งสามได้พบกันและทักทายกันเรียบร้อยแล้วอาจางหยางก็ขี่จักรยานนำสองพ่อลูกไปยังโกดังที่ตนและเพื่อนได้เช่าเอาไว้แล้ว
ทั้งสามขี่จักรยานฝ่าลมหนาวมาประมาณสิบนาทีก็ได้มาเจอโกดังที่ว่าซึ่งอยู่ในที่ค่อนข้างลึกลับพอสมควร เมื่อมาถึงแล้วทั้งหมดก็จอดจักรยานด้านหน้าโกดัง ส่วนอาจางหยางก็รีบเดินไปเปิดประตูโกดังรอ
เมื่อซินซินเข้าไปด้านในพร้อมกับผู้เป็นพ่อและอาเขยของตนแล้วมหกรรมการเสกสิ่งของต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้น โดยซินซินก็ได้แยกสิ่งของเหล่านั้นไว้ให้เป็นหมวดหมู่ด้วย จากโกดังที่ว่างเปล่าตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเห็นหลานตัวน้อยเสกสิ่งของออกมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ตอนนี้เขาก็ยังคงตกใจอยู่ดีเพราะเขาไม่คิดว่าหลานสาวตัวน้อยจะเสกสิ่งของออกมาได้อย่างมากมายจนเกือบจะเต็มโกดังที่เขาเช่าไว้แล้ว
“พอแล้วลูกอาว่ามันน่าจะเกินห้าหมื่นหยวนที่อามีให้หนูแล้วนะ เดี๋ยวจะมีคนสงสัยเอาได้” อาจางหยางรีบพูดหยุดหลานสาวตัวน้อยของตน
เมื่อซินซินได้ยินเสียงห้ามของผู้เป็นอาเธอก็หยุดมือลงทันที พร้อมกับยื่นใบเสร็จรายการสินค้าให้กับผู้เป็นอาด้วย ทางด้านจางหยางก็ยื่นเงินห้าหมื่นให้กับเจ้าตัวน้อยเช่นกัน
“ขอบคุณค่ะคุณอา แค่นี้หนูก็เป็นเศรษฐีตัวน้อย ๆ แล้วอิอิ” ซินซินตัวน้อยกล่าวขอบคุณผู้เป็นอาและยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ทำให้ทั้งผู้เป็นอาและผู้เป็นพ่อต่างก็ยกยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ของมันจะไม่เยอะไปเหรอลูก” จางหยางก็ถามเจ้าตัวน้อยด้วยความกังวล
“หนูสมทมการบริจาคครั้งนี้ด้วยค่ะ คุณอาก็บอกไปว่าคนที่ขายสินค้าให้เขาฝากมาบริจาคด้วยก็แล้วกันค่ะ เขาคงจะไม่มาสนใจอะไรมากหรอกเมื่อถึงเวลานั้น”
“ตกลง เอาตามที่หนูว่ามาก็แล้วกัน”
เมื่อจัดการเรื่องสิ่งของเรียบร้อยแล้วทั้งพ่อและลูกสาวก็พากันกลับบ้านเพื่อที่จะได้เตรียมตัวเข้าป่า เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งพ่อและลูกก็มาสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดและเอาตะกร้าสะพายขึ้นหลังพร้อมทั้งจินเป่าเองก็เตรียมเชือกและอาวุธ ไปด้วย
ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าไปในป่าก็มาเจอกับคนที่ไม่อยากเจออย่างคนบ้านตระกูลหลงเสียได้ ทั้งคู่ซึ่งไม่อยากสนใจคนตระกูลนี้ก็ไม่ได้คิดจะทักทายหรือว่าพูดอะไรก็พากันจูงมือจะเดินเลี่ยงไป
“แหม ๆ เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่คิดจะทักทายกันเลยนะ ช่างสั่งสอนลูกสาวมาดีเสียจริง” เสียงกานเจียวเมียของหลงเทียน ผู้เป็นพี่ชายคนโตของจินเป่าจีบปากจีบคอพูดขึ้นมา
“จินเป่านายจะเข้าป่าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์กันล่ะ ถ้าหาอะไรได้ก็เอาไปแบ่งให้ปู่กับย่าที่บ้านบ้างสิท่านทั้งสองก็อายุมากแล้วนายเองก็เป็นหลานคนหนึ่งเหมือนกัน” หลงเทียนผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัวเจ้าเล่ห์ก็พูดขึ้นมา
“แล้วทำไมพี่กับพี่รองและน้องสี่ไม่เข้าป่าไปล่าสัตว์กันเองล่ะครับพวกพี่เป็นผู้ชายและก็มีกันตั้งสามคน ส่วนผมพี่ก็เห็น ๆ อยู่ว่ามากับลูกสาวผมคงไม่มีปัญญาล่าสัตว์มาให้ใครได้หรอกครับ” จินเป่าก็พูดกับคนที่มีสายเลือดเดียวกับตนอยู่ครึ่งหนึ่ง
“ก็รู้ว่าเข้าป่าแล้วจะเอาลูกสาวตัวซวยนี่เข้ามาด้วยทำไมกันล่ะ ใคร ๆ เขาก็รู้ว่าเด็กที่ไหนจะทำให้แม่คลอดก่อนกำหนดเมื่อเกิดมาก็ทำให้ปู่กับย่าเลิกรากัน พามันเข้าป่ามาด้วยวันนี้พวกฉันก็คงไม่ได้อะไรกลับไปกันหรอก” ฝ่ายเจียวเจียวที่เห็นว่าสามีของตนโดนน้องต่างแม่พูดแบบนี้ใส่ ตนจึงได้คิดเอาเรื่องลูกสาวของน้องสามีมาพูดบ้าง
ทางด้านจินเป่าเมื่อได้ยินเมียพี่ชายของตนว่าร้ายลูกสาวสุดรักของเขา เขาก็โกรธจนอยากจะเข้าไปตบตีคนตรงหน้า ทางด้านซินซินเมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อโกรธที่มีคนมาว่าร้ายเธอ เธอจึงได้บีบมือของคนเป็นพ่อไว้แน่น ๆ
จินเป่าได้ก้มลงมามองมือของตนที่ถูกลูกน้อยบีบไว้แน่น ก็ได้ทำให้ตัวเองมีสติขึ้นมาและเขาก็ไม่ได้คิดอยากจะโต้เถียงอะไรอีกจึงได้เดินเข้าป่าไปพร้อมกับลูกน้อยด้วยความอดทนอดกลั้น
‘อยากได้เนื้อสัตว์ป่าใช่ไหม เอาไปเลยหมูป่าตัวใหญ่ ๆ ขอให้หนีเอาชีวิตรอดกันให้ได้นะ’ ซินซินได้กล่าวขึ้นในใจ
เมื่อทั้งพ่อและลูกสาวหายลับเข้าไปในป่าลึกแล้ว ทางด้านชายป่ารอบนอกที่หลงเทียนและเจียวเจียวผู้เป็นภรรยากำลังเก็บฟืนกันอยู่ ครืดคราด ครืดคราด เสียงหายใจอย่างหนักหน่วงของหมูป่าตัวยักษ์ก็ได้พุ่งออกมาจากป่าด้านใน โดยที่สองคนผัวเมียนี่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“กรี๊ด” เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นจากเจียวเจียวเมียของหลงเทียนได้เรียกสติให้หลงเทียนที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆอยู่ได้เงยหน้าขึ้นมามองและขาของเขาก็อ่อนลงพร้อมที่เขาเองก็ได้นั่งลงกองกับพื้นทันทีกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“ช่วยด้วย ไปนะอย่าวิ่งตามฉันมา ไปให้พ้นเจ้าหมูบ้า” เสียงเจียวเจียวร้องไล่หมูป่าในขณะที่ตัวเองก็วิ่งหนีมันไปด้วย ทางด้านหลงเทียนเมื่อตั้งสติได้แล้วก็รีบวิ่งหนีไปทันทีโดยที่ตัวมันไม่คิดจะเป็นห่วงเมียของตนแม้แต่น้อย
ทางด้านซินซินกับพ่อก็ไม่อาจรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบนอกได้ เพราะตอนนี้ทั้งสามรวมทั้งจิวจิวที่ปรากฎกายออกมาอยู่บนหัวของซินซินได้เดินเข้าถึงป่าชั้นในแล้ว และป่าชั้นนี้ก็อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากเพราะไม่มีใครกล้าเข้ามา
หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเรื่องต่าง ๆ ตามที่เจ้าตัวได้รู้มาจากซินซินในครั้งอดีตส่วนพี่เลี้ยงอีกสามนั้นก็ต่างสั่งสอนในเรื่องที่พวกเขาถนัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อสู้ เรื่องการวางแผน การใช้มารยาต่าง ๆ ทำให้เด็กน้อยทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์เกินกว่าใครส่วนพ่อกับแม่ของเจ้าตัวนั้นตั้งแต่กลับมาจากไร่ชาพวกเขาก็ต่างยุ่งอยู่กับการทำงานแม้จะมีลุงและอาคอยช่วยก็ตาม“ไท่ไท่แม่กับพ่อจะยุ่งสักพักนะ เมื่อไหร่ที่กิจการของเราอยู่ตัว แม่จะอยู่กับลูกอย่างเต็มที่เลย” หญิงสาวกล่าวกับบุตรชายหลังมืออาหารเย็น“พ่อเองก็จะอยู่กับลูกเหมือนกัน” มู่หลงเฉินอุ้มบุตรชายยกขึ้นสูงทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างถูกใจไม่ว่าคนทั้งสองจะยุ่งและเหนื่อยขนาดไหนแต่สิ่งที่สองสามีภรรยาต่างทำไม่เคยขาดก็คือการเข้ามาหอมแก้มบุตรชายต
“ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หลังจากที่ชายหนุ่มส่งลูกให้ภรรยาแล้วเขาก็รีบวิ่งจากห้องนอนของตนไปหาผู้เป็นปู่ทันที“คุณปู่” มู่หลงเฉินตะโกนเรียกปู่ชราเสียงดัง แต่ไร้ซึ่งการตอบรับทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าปู่ได้จากเขาไปแล้วจากไปตลอดกาลมู่หลงเฉินมีเพียงดวงตาที่แดงก่ำเพียงเท่านั้น แม้อยากจะหลั่งน้ำตามากทว่าเขาไม่อาจทำได้เนื่องจากผู้เป็นปู่ไม่ชอบให้ลูกผู้ชายร้องไห้ แม้จะทุกข์ใจมากขนาดไหนก็ตามจงห้ามหลั่งน้ำตาชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงช่วงหัวค่ำ ปู่พูดกับเขาคล้ายเป็นการสั่งเสีย “แกโตแล้วมีครอบครัวที่ดีแล้วจงใช้ชีวิตให้ดี ตอนนี้ปู่ก็หมดห่วงแล้วจะได้ไปอย่างสบายใจหลังจากปู่ไม่อยู่ แกเข้าไปในห้องหนังสือของปู่นะ ปู่ได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว”ในตอนนั้นเขาพยายามจะแย้ง แต่ปู่ก็ยกมือห้าม เขาจึงได้แต
และหลังจากที่ครอบครัวของซินซินรู้ว่าบุตรหลานของตนตั้งครรภ์ พวกเขาต่างก็พากันทำอาหารบำรุงให้ซินซินกินทุกวัน จนทำให้หญิงสาวตื้นตันในความเอาใจใส่ของคนรอบตัวเป็นอย่างมากรวมถึงน้องชาย และพี่ชายก็ไม่ให้พี่สาวน้องสาวต้องทำงานหนักเหมือนเคยอีก ส่วนซานซานก็ได้ทำการยื่นเรื่องขอเรียนจบแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็กลับมาทำงานที่บ้านโดยที่ซินซินได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับลี่มี่ทางโทรศัพท์ จากนั้นคนทั้งคู่ก็มักจะติดต่อกันแทบจะตลอดเวลา“พี่ชาย พี่คิดยังไงกับพี่สาวลี่มี่อย่างนั้นเหรอ” ซินซินผู้กินผลไม้รสเปรี้ยวอยู่ถามไถ่พี่ชายผู้ยังโสดด้วยความอยากรู้หลังจากได้รู้มาว่าผู้เป็นพี่มักจะไปเจอกับลี่มี่มาแล้วหลายครั้งจากมู่มู่“เขาก็เป็นผู้หญิงเก่ง น่ารัก โก๊ะ ๆ ดูตลกดีคล้ายกระต่าย น้องถามทำไม” ซานซานละจากงานในมือมองหน้าผู้เป็นน้องอย่างสงสัย“พี่ไม่รู้สึกพิเศษอะไรอย่างอื่นบ้างเลยหรือคะ อย่างเช่นอยากเจอหน้าเขาบ่อย ๆ คิดถึงอะไรทำนองนี้” ซินซินถามไปก็ก้มหน้ากินผลไม้ของตนต่อไป“พี่ก็คุยกับเขาอยู่ทุกวันนะ คิดถึงอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มผู้พี่นิ่งคิดก่อนที่เขาจะถามตนเองวนไปมาว่าคิดอย่างไ
เสียงพิธีกรบนเวทีได้ประกาศถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ทำให้มู่หลงเฉินรีบอุ้มหญิงสาวข้างกายขึ้นในวงแขนแกร่งทันทีอย่างไม่รีรอ“พี่เฉิน!” ซินซินส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างตกใจการกระทำอันใจร้อนของชายหนุ่มได้ทำให้แขกในงานเลี้ยงต่างส่งเสียงโห่แซวเขาโดยเฉพาะอดีตลูกน้องเก่าของชายหนุ่มผู้ไม่เคยคิดว่าอดีตเจ้านายของตนจะเป็นคนใจร้อนภายในห้องหอของคู่บ่าวสาวซึ่งอยู่กันตามลำพังในตอนนี้ ซินซินได้แต่บีบมือเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นรัวเร็วแทบจะทะลุออกจากอกส่วนมู่หลงเฉินเขามองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่บนริมขอบเตียงนิ่งด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่หายากของเจ้าตัว“ซินซินน้องจะไม่เงยหน้ามองพี่สักนิดเลยหรือครับ” เสียงทุ้มของบุรุษหนุ่มกล่าวขึ้นหลังจากที่เขานั่งลงข้างกายหญิงสาว“เอ่อ” ซินซินประหม่าเกินกว่าจะพูดออกมามู่หลงเฉินยกยิ้มด้วยความเอ็นดูภรรยาตัวน้อย ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้ก้มหน้าอันหล่อเหลาของตนลงไปทางด้านหน้าของหญิงสาวทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นกายของชายหนุ่มเข้ามาปะทะจมูกของซินซินจากนั้นชายหนุ่มจึงได้นำมือของตนจับปลายคางเล็กข
ภายในรถพยาบาลซึ่งได้เปิดประตูหลังเอาไว้ ซินซินตอนนี้ก็กำลังช่วยทำแผลให้กับคู่หมั้นหนุ่มอย่างตั้งใจ“พี่เฉินเจ็บมากไหมคะ” ซินซินถามเขาในระหว่างที่ตัดเสื้อของชายหนุ่มออกและเห็นแผลยาว ที่แม้ว่าเลือดจะหยุดแล้วแต่ปากแผลที่เปิดออกก็ยังคงให้ความน่ากลัวอยู่ดี“ไม่เจ็บครับ ยาที่น้องให้พี่กินได้ผลดีมาก” ชายหนุ่มตอบหญิงสาวที่มีน้ำตาคลอหน่วย“จะไม่เจ็บได้ยังไงกัน ตอนซินซินเห็นมีดของคนร้ายหันมาทางพี่น้องหัวใจแทบหยุดเต้น” ซินซินพูดไปมือก็ทำแผลไปอย่างระมัดระวัง“พี่ขอโทษที่ทำให้น้องเป็นกังวล ต่อไปนี้พี่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกน้องวางใจได้” มู่หลงเฉินเอามือลูบศีรษะของหญิงสาวกล่าวปลอบโยนเสียงอ่อน“พี่ยังคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือคะ” ซินซินสูดจมูกของตนกล่าวพร้อมส่งตาเขียวให้ชายหนุ่มด้านหน้า“ไม่มีแล้วครับ ต่อไปจะไม่มีแล้วพี่คะ..คิดว่า” “พี่เฉินเราแต่งงานกันเถอะค่ะ ซินซินไม่รอจนอายุยี่สิบแล้ว” ซินซินพูดโพล่งขึ้นมา โดยที่มู่หลงเฉินยังกล่าวไม่ทันจบว่าเขากำลังจะทำเรื่องลาออกชายหนุ่มนิ่งงันคล้ายถูกสาป เขาจ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงคนรักนิ่ง
“เสี่ยวเฉินนายต้องใจเย็น ๆ นะเข้าใจไหมไม่อย่างนั้นแผนของเราพังแน่” ชุนเอามือตบบ่าพร้อมกล่าวกับว่าที่หลานเขยเสียงหนัก“ทราบ” ชายหนุ่มรับคำแม้ในใจจะรู้สึกไม่เป็นสุขก็ตาม“หัวหน้าเราจับหล่อนมาได้แล้ว นำไปหมู่บ้านเลยไหม” รองหัวหน้าของโจรชั่วพูดด้วยความดีใจที่มันสามารถจับตัวหญิงสาวผู้งดงามมาได้“พาไปเลย รีบหน่อยก็ดี หน้าตาหญิงผู้นี้ดูดีเสียด้วย อย่างนี้น่าจะขายได้ราคางามอยากจะเรียกค่าไถ่แต่ไม่มีข้อมูลช่างน่าเสียดาย” หัวหน้าของพวกมันกำลังจะเอามือหยาบลูบใบหน้าของซินซินแต่มันก็ได้ถูกขัดจังหวะโดยนกตัวหนึ่งที่ถ่ายมูลรดหัวของมันอย่างตั้งใจ“ไอ้นกบ้าที่ตั้งมากมาขี้ใส่หัว...” ถ้อยคำอันหยาบคายถูกพ่นออกจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกน้องของมันก็รีบพาซินซินหนีห่างจากผู้เป็นหัวหน้าของตนด้วยกลัวว่าจะโดนลูกหลงจนพวกมันพาตัวซินซินมาถึงรถจากนั้นพวกมันก็นำตัวซินซินใส่เข้าไปภายในรถที่พวกมันหาซื้อมาได้อย่างผิดกฎหมายด้วยเงินจำนวนสูงและหญิงสาวที่พวกมันได้จับมา“เสี่ยวเฉินขับตามไปได้ ทิ้งระยะห่างไกล ๆ ด้วยล่ะ” ชุนกล่าวย้ำกับว่าที่หลานเขยชายหนุ่มพยักหน้ารับด







