ログインซินซินเทพรับใช้ตัวน้อยของเจ้าแม่หนี่วาต้องลงมาเผชิญเคราะห์กรรมในโลกมนุษย์ แต่ในระหว่างที่รอลงมาเกิดได้เกิดการทะเลาะกันของเทพองค์อื่น ทำให้เธอได้ตกลงมายังบ่อน้ำที่เป็นยุคอดอยาก ชีวิตในโลกมนุษย์จะวุ่นวายขนาดไหนไปติดตามกันค่ะ
もっと見るทำไมมันถึงได้รู้สึกอึดอัดขนาดนี้ ตอนนี้ซินซินอยู่ที่ไหนกันทำไมมองไปทางไหนก็มืดไปหมด ไม่เห็นมีแสงอะไรเลยล่ะ “เจ้าแม่เจ้าขา เจ้าแม่หนี่วา เจ้าแม่ได้ยินเสียงของซินซินไหมเจ้าคะ”
“เจ้าโวยวายอะไรกันเจ้าตัวน้อย ตอนนี้เจ้าอยู่ในครรภ์มารดาเจ้าก็ต้องรู้สึกอึดอัดอยู่แล้ว” เจ้าแม่พูดขึ้นมาอย่างเอ็นดู
“โอ๊ย! เจ้าแม่เจ้าขาทำไหมซินซินรู้สึกเหมือนมีอะไรมาผลักที่ก้นกันล่ะเจ้าคะ” ซินซินน้อยร้องโวยวาย
“เจ้าเด็กโง่เจ้ากำลังจะได้ออกไปลืมตาดูโลกใบใหม่ข้างนอกแล้วนะสิเจ้าอย่าฝืนแรงผลักนั้นล่ะ” เจ้าแม่รีบพูดเตือนขึ้นมา “เอาล่ะเดี๋ยวข้าจะช่วยเจ้าและแม่ของเจ้าอีกแรง” เจ้าแม่ หนี่วาพูดขึ้นอีกครั้ง
ทางด้านนอกตอนนี้กำลังวุ่นวายเป็นอย่างมาก เนื่องจากลูกสะใภ้ของซูเยว่จินซึ่งเป็นสะใภ้บ้านใหญ่ตระกูลหลง กำลังเจ็บท้องคลอด เด็กคนนี้เพิ่งจะได้เจ็ดเดือนก็ต้องมาคลอดก่อนกำหนดเพราะหลินซูเหมยผู้เป็นลูกสะใภ้ของซูเยว่จินถูกครอบครัวของบ้านรองใช้ให้ไปหาบน้ำ
“โอ๊ย! แม่คะฉันเจ็บท้องเหลือเกิน” ผู้เป็นลูกสะใภ้ร้องออกมา
“อดทนไว้ก่อนเหมยเหมย อาเป่ากำลังไปจ้างรถไถเพื่อจะมาพาลูกไปโรงหมอ” เสียงแม่สามีเอ่ยปลอบลูกสะใภ้
“แม่ครับแม่ ผมมาแล้ว” หลงจินเป่าผู้เป็นสามีของซูเหมยส่งเสียงมาก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งมายังห้องที่ภรรยาของตนนอนอยู่
“รถรออยู่ข้างนอกแล้วเดี๋ยวผมจะอุ้มคุณนะเหมยเหมย คุณอดทนไว้ก่อนนะครับ” จินเป่าพูดปลอบภรรยาของตนพร้อมกับอุ้มซูเหมยขึ้นมาแนบอกตัวเองอย่างทะนุถนอม
“แหม ๆ ๆ คนบ้านนี้นี่ท่าทางจะมีเงินกันนะคะแค่เจ็บท้องจะคลอดลูกถึงกับต้องไปจ้างรถไถมารับถึงบ้านกันทีเดียว ถ้ามีเงินมากนักก็น่าจะเอามาแบ่งให้น้องใช้บ้างสิคะคุณพี่” เสียงพูดจากระทบกระเทียบแสบแก้วหูนี้เป็นเสียงของหลิวอี้เหลียนซึ่งเป็นเมียรองของปู่ซินซิน
“ที่อาเหมยต้องมาเจ็บท้องก่อนกำหนดไม่ใช่เพราะบ้านของหล่อนมาใช้ให้ไปหาบน้ำหรือไงกัน คนท้องคนไส้ยังใช้ได้ลงคอฉันว่าหล่อนมาทางไหนก็ไปทางนั้นซะเถอะ” ซูเยว่จินที่อดทนมานานได้พูดขึ้นมาบ้าง
เพี๊ยะ ! เสียงตบใบหน้าที่ดังสนั่นและตามมาด้วยคำพูดที่โหดร้ายจากผู้เป็นสามี “หล่อนไปกับลูกสะใภ้ของหล่อนเลยนะ อาเหลียนก็แค่พูดออกมานิดหน่อยหล่อนมีสิทธิ์อะไรมาว่าเมียรักของฉันกัน”
ซูเยว่จินที่ถูกสามีตบหน้าแล้วยังเอ่ยด้วยวาจาที่ทำร้ายจิตใจกันแบบนี้ เธอก็ได้แต่เอามือกุมแก้มข้างที่โดนตบเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า เธอรู้ดีว่าคนที่ได้ชื่อว่าสามีไม่เคยมีความรักให้กับเธอเลย ที่เขาต้องมาแต่งงานกับเธอก็เพราะเขาต้องจำใจรับผิดชอบที่เขาได้กระโดดลงน้ำมาช่วยเธอ และพ่อแม่ของเขาต่างก็เห็นว่าเธอเป็นคนมีการศึกษาทางบ้านก็มีฐานะดีเพราะมีบ้านอยู่ในตัวเมืองจึงได้บังคับให้เขามาแต่งงานกับเธอ
ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเธอเองก็ปฏิเสธเขาไปแล้วเช่นกันเพราะเธอก็มีชายในดวงใจแล้ว แต่เนื่องจากเขาเป็นทหารและต้องไปปฏิบัติภารกิจบ่อย ๆ จึงทำให้เธอและเขาต้องห่างกัน
เมื่อมาเกิดเรื่องนี้ขึ้นในวันที่เธอมาเยี่ยมญาติที่นี่กับพ่อแม่แล้วด้วยความโชคร้ายของเธอที่ต้องการจะเอื้อมมือไปเก็บผ้าพันคอที่ชายในดวงใจมอบไว้ให้ทำให้เธอพลัดตกลงไปในน้ำ
จังหวะนั้นเองก็เป็นหลงตาอี้ได้กระโดดน้ำลงมาช่วยเธอ ตัวเธอเองก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยเพราะว่าเธอสามารถว่ายน้ำได้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าตอนนั้นทำไมหลงตาอี้ถึงได้เข้ามาช่วยเธอไว้พอเหมาะขนาดนั้น
หลังจากแต่งงานเธอก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือใด ๆ จากทางบ้านทั้งสิ้น แม้จะถูกทางบ้านแม่สามีกดดันต่าง ๆ นานาก็ตาม เมื่ออยู่กันมาหนึ่งปียังไม่มีลูกรวมทั้งทางบ้านสามีจะเอ่ยปากขออะไรเธอก็ทำเป็นหูทวนลม ทางสามีกับแม่สามีจึงได้แต่งอี้เหลียนเข้ามาเป็นเมียรองของสามีอีกคน
ด้วยสามีของตนและอี้เหลียนนั้นเป็นคนรักกันมาก่อนและตนก็มารู้ทีหลังว่าทั้งสองคนแอบมีความสัมพันธ์กันอย่าง ลับ ๆ มาตลอด แต่แค่ยังหาจังหวะแต่งมาอยู่ด้วยกันไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเธอยังไม่ท้องสักทีจึงเป็นข้ออ้างให้สามีแต่งเมียเข้าบ้านมาได้อีกคน
เธอเคยคิดจะหย่าขาดจากสามีคนนี้หลายครั้งแต่ด้วยยังนึกถึงหน้าตาพ่อแม่ หากหย่ากันขึ้นมาเธอกลัวว่าจะทำให้ทั้งสองเสียหน้าและเป็นทุกข์ไปกับเธอด้วย ดังนั้นเธอจึงไม่คิดติดต่อกับทางบ้านเลยไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ ก็ตาม
หลังจากทั้งคู่แต่งงานกันไม่นานอี้เหลียนก็ตั้งครรภ์ เมื่อคลอดออกมาก็ได้ลูกชายทุกคนต่างก็พากันดีใจกันยกใหญ่ซึ่งยกเว้นเธอ หลังจากนั้นไม่นานอี้เหลียนก็ได้ตั้งครรภ์อีกครั้งและครั้งนี้เด็กก็ยังคลอดออกมาเป็นผู้ชายเช่นเดิม
ครั้งนี้ทุกคนจึงยิ่งเปรียบเทียบเธอกับอี้เหลียนมากขึ้นกล่าวหาว่าเธอเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ แต่งงานก็แต่งก่อนตั้งหนึ่งปียังไม่แม้แต่จะมีลูกสักคน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอถูกผู้เป็นสามีรังเกียจโดยเขาไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย
จนวันหนึ่งเขาเมามากและได้เข้าห้องผิดมาเข้าห้องของเธอ ใช่เธอถูกเขาข่มเหงเขาทำกับเธออย่างรุนแรงไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวก็ทำให้เธอได้ให้กำเนิดจินเป่าลูกชายผู้แสนดีคนนี้
แล้วต่อมาเขาก็มายุ่งกับเธออีกครั้งเพราะช่วงนั้นอี้เหลียนตั้งครรภ์อยู่ ดังนั้นเขาจึงมาหาเธอแต่เธอก็ขัดขืนแต่สุดท้ายสู้แรงไม่ไหวจึงได้ให้กำเนิดฮัวเหมยขึ้นมา
ตั้งแต่นั้นมาเธอกับเขาก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันอีกเลยดั่งน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองก็คงจะมีแต่บ้านรองของเขามาระรานรังแกลูกสาวลูกชายของเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนกระทั่งวันนี้ถึงขนาดใช้ให้คนท้องมาหาบน้ำและเธอก็ไม่สามารถที่จะแตะต้องเมียรักของเขาได้
“หลังจากที่ฉันกลับมาจากโรงหมอเรามาทำเรื่องหย่ากันเถอะ” ฝ่ายหญิงชั่วชายโฉดคู่นี้ก็ผงะด้วยความตกใจ เพราะไม่เคยคาดคิดว่าคนที่รักษาหน้าตาของครอบครัวมาโดยตลอดอย่างซูเยว่จินจะพูดขอหย่าขึ้นมาได้
ทางด้านเยว่จินก็ไม่ได้รั้งรอใด ๆ อีกรีบเรียกหาลูกสาวและหลานชายของตนเพื่อที่จะได้ตามลูกชายและลูกสะใภ้ไป โรงหมอได้ทัน
ทางด้านโรงหมอขณะนี้ซูเหมยก็ได้อยู่ในห้องคลอดแล้ว หมอยังนึกทึ่งเลยด้วยซ้ำว่าคุณแม่รายนี้สามารถกลั้นลูกที่กำลังจะคลอดได้อย่างไร เพราะแค่นำคนท้องเข้ามากำลังจะเตรียมขั้นตอนต่าง ๆ แล้วกำลังจะให้คนเป็นแม่เบ่งคลอด แค่พูดคำว่าเบ่งปุ๊บเด็กก็ออกมาปั๊บ
“อุแว๊ แง ๆ” “โอ๊ย ตีมาได้ซินซินเจ็บก้นนะเข้าใจไหมจะเป็นรอยแดงไหมนี่”
“เจ้าตัวน้อยเจ้าก็อย่าขี่บ่นมากนักออกมาอย่างปลอดภัยได้ก็ดีแล้ว ข้าขออวยพรให้เจ้าคิดสิ่งใดขอสิ่งใดก็ขอให้สมกับความต้องการ แต่อย่าได้ไปคิดร้ายกับใครก่อนนะหรือใช้พรนี้ในการทำร้ายใครโดยเจตนาไม่ดีก่อนล่ะ
หากเขาคิดร้ายต่อเจ้าค่อยว่ากันเข้าใจไหม จงใช้ความรู้ที่ข้ามอบให้เอาตัวรอดและช่วยเหลือครอบครัวรวมทั้งผู้คนให้ดีล่ะ อีกร้อยปีข้างหน้าค่อยพบกันใหม่”
ซินซินเมื่อได้รู้ว่าจะต้องห่างจากเจ้าแม่ผู้เป็นทั้งอาจารย์และเปรียบเสมือนแม่ของตนก็ร้องไห้ออกมา
“อุแว๊ ๆ แง ๆ ฮึก ๆ” ซินซินที่กำลังร้องไห้อยู่ต้องเงียบเสียงลงเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่
“เจ้าตัวน้อยของแม่หิวนมหรือลูกแม่เองก็ช่างมีน้ำนมน้อยนักจะให้เจ้ากินอิ่มได้ยังไงกัน” ผู้เป็นแม่เอ่ยเสียงเศร้าสร้อยปลอบลูกของตนพร้อมโอบกอดลูกน้อยในอ้อมแขนไว้ด้วย
ซินซินเมื่อได้ยินเสียงอันอ่อนโยนพร้อมอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้ก็เงียบเสียงลงทันที พร้อมทั้งคิดว่าฉันซินซินขอให้แม่ของฉันมีน้ำนมให้ฉันพอกินไปจนถึงตอนฉันอายุหกเดือน
ซินซินสงสารแม่ผู้ให้กำเนิดของตนและความรู้ที่เจ้าแม่ให้มาได้บอกเรื่องเกี่ยวกับทารกไว้ด้วยว่าควรกินแต่นมแม่อย่างเดียวจนอายุหกเดือน ซินซินเก่งซินซินจำได้จึงขอพรทีเดียวเลยฮิฮิ
ฝ่ายผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้เริ่มเจ็บเต้าของตนขึ้นมาทั้งสองข้างก็ตกใจเพราะอยู่ดี ๆ ก็มีน้ำนมไหลออกมาอย่างมากมายจนเธอต้องรีบให้ลูกตัวน้อยดูดทันที ลูกสาวตัวน้อยก็ไม่ทำให้ผิดหวังอ้าปากน้อย ๆ ของตนดูดดังจ๊วบจ๊าบอย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว
ฝ่ายพ่อของซินซินที่เข้ามาเห็นภาพลูกน้อยดูดนมจากอกมารดาก็ได้แต่รู้สึกตื้นตันใจ เขามองภรรยาและลูกน้อยที่คลอดก่อนกำหนดคนนี้อย่างอ่อนโยนและสงสาร แต่หมอบอกเขาแล้วว่าเด็กคนนี้แข็งแรงดีมากไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเขาถึงได้รู้สึกวางใจ
ยิ่งมาเห็นลูกสาวตัวน้อยกินเก่งแบบนี้ก็ยิ่งเชื่อว่าคำพูดของหมอต้องพูดถูกอย่างแน่นอน พอลูกสาวคนนี้เกิดแม่ของเขาก็ตัดสินใจหย่ากับผู้ชายคนนั้นปั๊บ แล้วค่าคลอดก็ไม่ต้องเสียเงินสักหยวนเพราะมีโครงการช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้มาพอดี ลูกสาวคนนี้ช่างเป็นดาวนำโชคของครอบครัวเขาจริง ๆ
“สามีคุณกลับมาแล้วเหรอคะเรื่องเงินเราพอจ่ายไหมคะ” ภรรยาถามขึ้นมาด้วยความกังวล เมื่อผู้เป็นลูกรับรู้ถึงความกังวลของผู้เป็นแม่ก็หยุดดูดน้ำนมแสนอร่อยทันควัน
“ภรรยาคุณไม่ต้องคิดมากไปครับลูกเราช่างเป็นดาวนำโชคโดยแท้เพราะตอนนี้เขามีโครงการช่วยเหลือชาวนาให้สามารถคลอดบุตรคนที่สองไม่เสียเงินครับ” ผู้เป็นสามีพูดให้ภรรยาฟังด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ฝ่ายภรรยาเมื่อได้ยินแบบนี้ก็ยกยิ้มของตนขึ้นเช่นเดียวกัน
ส่วนซินซินนะเหรอก็ดูดน้ำนมแสนอร่อยตรงหน้าต่อไปนะสิจะรออะไรล่ะ
หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเรื่องต่าง ๆ ตามที่เจ้าตัวได้รู้มาจากซินซินในครั้งอดีตส่วนพี่เลี้ยงอีกสามนั้นก็ต่างสั่งสอนในเรื่องที่พวกเขาถนัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อสู้ เรื่องการวางแผน การใช้มารยาต่าง ๆ ทำให้เด็กน้อยทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์เกินกว่าใครส่วนพ่อกับแม่ของเจ้าตัวนั้นตั้งแต่กลับมาจากไร่ชาพวกเขาก็ต่างยุ่งอยู่กับการทำงานแม้จะมีลุงและอาคอยช่วยก็ตาม“ไท่ไท่แม่กับพ่อจะยุ่งสักพักนะ เมื่อไหร่ที่กิจการของเราอยู่ตัว แม่จะอยู่กับลูกอย่างเต็มที่เลย” หญิงสาวกล่าวกับบุตรชายหลังมืออาหารเย็น“พ่อเองก็จะอยู่กับลูกเหมือนกัน” มู่หลงเฉินอุ้มบุตรชายยกขึ้นสูงทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างถูกใจไม่ว่าคนทั้งสองจะยุ่งและเหนื่อยขนาดไหนแต่สิ่งที่สองสามีภรรยาต่างทำไม่เคยขาดก็คือการเข้ามาหอมแก้มบุตรชายต
“ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หลังจากที่ชายหนุ่มส่งลูกให้ภรรยาแล้วเขาก็รีบวิ่งจากห้องนอนของตนไปหาผู้เป็นปู่ทันที“คุณปู่” มู่หลงเฉินตะโกนเรียกปู่ชราเสียงดัง แต่ไร้ซึ่งการตอบรับทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าปู่ได้จากเขาไปแล้วจากไปตลอดกาลมู่หลงเฉินมีเพียงดวงตาที่แดงก่ำเพียงเท่านั้น แม้อยากจะหลั่งน้ำตามากทว่าเขาไม่อาจทำได้เนื่องจากผู้เป็นปู่ไม่ชอบให้ลูกผู้ชายร้องไห้ แม้จะทุกข์ใจมากขนาดไหนก็ตามจงห้ามหลั่งน้ำตาชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงช่วงหัวค่ำ ปู่พูดกับเขาคล้ายเป็นการสั่งเสีย “แกโตแล้วมีครอบครัวที่ดีแล้วจงใช้ชีวิตให้ดี ตอนนี้ปู่ก็หมดห่วงแล้วจะได้ไปอย่างสบายใจหลังจากปู่ไม่อยู่ แกเข้าไปในห้องหนังสือของปู่นะ ปู่ได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว”ในตอนนั้นเขาพยายามจะแย้ง แต่ปู่ก็ยกมือห้าม เขาจึงได้แต
และหลังจากที่ครอบครัวของซินซินรู้ว่าบุตรหลานของตนตั้งครรภ์ พวกเขาต่างก็พากันทำอาหารบำรุงให้ซินซินกินทุกวัน จนทำให้หญิงสาวตื้นตันในความเอาใจใส่ของคนรอบตัวเป็นอย่างมากรวมถึงน้องชาย และพี่ชายก็ไม่ให้พี่สาวน้องสาวต้องทำงานหนักเหมือนเคยอีก ส่วนซานซานก็ได้ทำการยื่นเรื่องขอเรียนจบแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็กลับมาทำงานที่บ้านโดยที่ซินซินได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับลี่มี่ทางโทรศัพท์ จากนั้นคนทั้งคู่ก็มักจะติดต่อกันแทบจะตลอดเวลา“พี่ชาย พี่คิดยังไงกับพี่สาวลี่มี่อย่างนั้นเหรอ” ซินซินผู้กินผลไม้รสเปรี้ยวอยู่ถามไถ่พี่ชายผู้ยังโสดด้วยความอยากรู้หลังจากได้รู้มาว่าผู้เป็นพี่มักจะไปเจอกับลี่มี่มาแล้วหลายครั้งจากมู่มู่“เขาก็เป็นผู้หญิงเก่ง น่ารัก โก๊ะ ๆ ดูตลกดีคล้ายกระต่าย น้องถามทำไม” ซานซานละจากงานในมือมองหน้าผู้เป็นน้องอย่างสงสัย“พี่ไม่รู้สึกพิเศษอะไรอย่างอื่นบ้างเลยหรือคะ อย่างเช่นอยากเจอหน้าเขาบ่อย ๆ คิดถึงอะไรทำนองนี้” ซินซินถามไปก็ก้มหน้ากินผลไม้ของตนต่อไป“พี่ก็คุยกับเขาอยู่ทุกวันนะ คิดถึงอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มผู้พี่นิ่งคิดก่อนที่เขาจะถามตนเองวนไปมาว่าคิดอย่างไ
เสียงพิธีกรบนเวทีได้ประกาศถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ทำให้มู่หลงเฉินรีบอุ้มหญิงสาวข้างกายขึ้นในวงแขนแกร่งทันทีอย่างไม่รีรอ“พี่เฉิน!” ซินซินส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างตกใจการกระทำอันใจร้อนของชายหนุ่มได้ทำให้แขกในงานเลี้ยงต่างส่งเสียงโห่แซวเขาโดยเฉพาะอดีตลูกน้องเก่าของชายหนุ่มผู้ไม่เคยคิดว่าอดีตเจ้านายของตนจะเป็นคนใจร้อนภายในห้องหอของคู่บ่าวสาวซึ่งอยู่กันตามลำพังในตอนนี้ ซินซินได้แต่บีบมือเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นรัวเร็วแทบจะทะลุออกจากอกส่วนมู่หลงเฉินเขามองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่บนริมขอบเตียงนิ่งด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่หายากของเจ้าตัว“ซินซินน้องจะไม่เงยหน้ามองพี่สักนิดเลยหรือครับ” เสียงทุ้มของบุรุษหนุ่มกล่าวขึ้นหลังจากที่เขานั่งลงข้างกายหญิงสาว“เอ่อ” ซินซินประหม่าเกินกว่าจะพูดออกมามู่หลงเฉินยกยิ้มด้วยความเอ็นดูภรรยาตัวน้อย ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้ก้มหน้าอันหล่อเหลาของตนลงไปทางด้านหน้าของหญิงสาวทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นกายของชายหนุ่มเข้ามาปะทะจมูกของซินซินจากนั้นชายหนุ่มจึงได้นำมือของตนจับปลายคางเล็กข





