Share

บทที่ 1 : คำสาป 4

Author: persiA99
last update Huling Na-update: 2025-08-27 23:10:35

______________

“บลู ชื่อของเธอนี่แปลกจัง”

“...ชื่อ****เองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละ”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ชื่อนี้แม่อุตส่าห์คิดให้เราตั้งนานเลยนะ”

“....”

“เงียบอีกแล้ว เราคุยคนเดียวเยอะๆ ก็เหนื่อยนะ”

“...ก็ เธอพูดไม่หยุดเลยนี่”

“... ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอนั่นแหละที่พูดน้อย ระวังโตไปจะไม่มีคนมาจีบนะ”

“...........เรื่องของฉัน”

______________

...อึ อืม...

...ฝันหรอ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอันเลือนราง ฉันกำลังต่อล้อต่อเถียงกับเด็กสาวช่างจ้ออีกคน ชื่อของเธอน่าจะนามว่า “แกรด” ใบหน้าของเธอนั้นฉันจำไม่ได้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ที่พอจำได้อยู่บ้างคือเธอพูดไม่หยุดจนฉันหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง

...ฉันไปรู้จักคนแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหนกันนะ คงเป็นหลายครั้งที่ฉันเข้าเมืองพร้อมกับพ่อแม่รึเปล่า

ถึงอย่างนั้นฉันกลับรู้สึกแปลกตรงกลางอก มันอบอุ่นและเจ็บปวดพร้อมๆ กันอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร ...แต่ฉันเกลียดมัน เกลียดความรู้สึกที่อธิบายด้วยหลักการไม่ได้นี้

“กลับเข้าบ้านดีกว่า”

นึกได้ดังนั้นเด็กสาวก็เอื้อมมือไปเก็บกล่องข้าวเปล่าใส่กระเป๋า ส่วนคทายาวก็ถูกเช็ดและทำความสะอาดอย่างผ่านๆ ก่อนจะวางใส่ลงบนกระเป๋าสีดำใบเดิม

ฟืบบบ ต๊อก ต๊อก

เด็กสาวก้าวเท้าออกจากป่าอย่างไม่รีบร้อนโดยทิ้งซากพื้นดินที่ถูกใช้ทดสอบเวทมนตร์ไว้เบื้องหลัง

...

“พร้อมนะลูก”

“ค่ะแม่”

สัมภาระทั้งหมดของฉันถูกเตรียมใส่ในกระเป๋าลากหลายใบ ของมากมายสำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย

ความกังวล ความคิดว่าจะใช้ชีวิตที่นั่นได้ไหม การหาเพื่อนใหม่ ทั้งหมดมันปนเปอยู่ในหัวตลอดหนึ่งเดือนที่ฉันตัดสินใจย้ายตัวเองไปยังเมืองหลวงอันห่างไกล

การเดินทางในโลกแห่งนี้ยังถือเป็นเรื่องยากลำบาก เรือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

แล้วถ้าสถานที่นั้นไม่มีน้ำล่ะ?

สิ่งนั้นไม่จำเป็นหรอกสำหรับโลกแห่งนี้ เรือในความหมายของเราคือสิ่งที่ใช้เดินทางบนอากาศ โบยบินไปอย่างอิสระด้วยเวทมนตร์ธาตุลมซึ่งคอยขับเคลื่อนวัตถุ

เพียงมีมนุษย์ที่ใช้เวทมนตร์ธาตุลมได้อย่างคล่องแคล่ว เรือไม้ที่มีทั้งห้องดาดฟ้า เสากระโดงเรือ ห้องนอนและห้องเก็บของในชั้นล่าง น้ำหนักรวมตัวเรือที่มากเกินกว่าจะยกด้วยแรงคนหลายร้อยคนก็เป็นไปได้ สำหรับเรือของครอบครัวเชอร์โนบ็อก ชายแก่สองคนที่อยู่รับใช้ตระกูลของเรามานานจะเป็นคนคอยพาพวกเราไปยังที่ต่างๆ ทั้งสองจะสลับกันขับเรือและพักผ่อนตามเวลาที่เท่ากันภายในห้องคนขับที่แยกออกจากพวกเราอีกที

ฟูววว

เราสามคนยืนอยู่ตรงลานกว้างหน้าบ้าน ด้านหลังของเรามีเหล่าเมดมากมายออกมายืนรออำลาฉันกันยกใหญ่

พื้นปูนกว้างหน้าบ้านถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้วางหรือจอดวัตถุขนาดใหญ่ ไม่นานสิ่งที่เราสามคนกำลังรอก็เคลื่อนมาจากด้านหลังของฉัน

โรงเก็บเรือซึ่งตั้งอยู่ในโกดังหลังบ้าน ภายในมีเรือไม้ขนาดใหญ่พอให้คนประมาณห้าคนใช้ชีวิตกันได้อย่างไม่อึดอัด

ฟูววว

เรือไม้ค่อยๆ ลงจอดบนพื้นปูนเบื้องหน้าของฉันพร้อมกับชายแก่คนหนึ่งที่เดินลงมาต้อนรับพวกเราอย่างสุภาพ

เสากระโดงที่เก็บพับใบเรือเอาไว้จะถูกใช้ในตอนที่ลมแรงและพัดไปในทิศทางเดียวกับที่หมายของเรา

“ผมทำความสะอาดทั้งภายนอกภายในแล้วก็เตรียมของใช้จำเป็นไว้ให้แล้วครับ เชิญด้านในเลย”

“ขอบคุณนะครับ”

ด้านท้ายของเรือจะมีประตูอยู่หนึ่งบานเพื่อใช้เป็นทางเข้าไปยังภายใน หากมองโดยไม่คิดถึงรูปลักษณ์ของมัน สิ่งนี้ก็เหมือนบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งที่ภายในมีทั้งห้องนอนห้องน้ำห้องอาหารครบครัน หรือแม้แต่ดาดฟ้า สถานที่ซึ่งเป็นที่โปรดของบลูเองก็ยังมี

เรือไม้พร้อมออกเดินทางในทันทีที่ข้าวของถูกวางเก็บเป็นที่เรียบร้อยและเราได้มีการตรวจสอบของกันอีกรอบอย่างละเอียด

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ...ผมจะเริ่มทำการออกเดินทางแล้วนะครับ”

“ค่ะ รบกวนด้วย”

พรึบ!

ทั้งพ่อบ้านและแม่บ้านทั้งหมดที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานต่างก้มหัวโค้งคำนับให้เราทั้งสามกันอย่างพร้อมเพรียง ฉันมองพวกเขาจากหน้าต่างภายในห้องนอนขนาดเล็กพลางหวนคิดถึงเรื่องในอดีตที่มีต่อคนพวกนี้

ฟูวววว

...

ความรู้สึกถึงเครื่องยนต์ที่กำลังทำงานแม้จะเป็นความรู้สึกที่เบาบางก็ตามที เรือลำนี้กำลังลอยขึ้นเหนือพื้นดินอย่างช้าๆ

ภาพของเมดมากมายและบ้านหลังใหญ่ค่อยๆ ถูกกดต่ำและเล็กลงเรื่อยๆ

สายตาของฉันเหม่อลอยเมื่อได้ดูภาพเบื้องหน้า กว่าจะรู้ตัว เรือลำนี้ก็บินขึ้นเหนือพื้นดินจนถึงจุดที่พร้อมจะเคลื่อนไปข้างหน้าแล้ว

...

“กว่าจะได้กลับมาที่นี่ก็ช่วงปิดเทอมเลยหรอ?”

ฉันพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเมินหน้าหนีออกจากหน้าต่างบานเล็ก

...เห้อ

กลางดึกของคืนแรกบนเรือไม้ลำหรู อากาศด้านนอกที่หนาวเหน็บ ลมแรงพัดไปมาตามความเร็วที่เรือเคลื่อนที่ เด็กสาวคนหนึ่งกำลังยืนเกาะขอบข้างเรืออยู่คนเดียวเงียบๆ

ในมือของเธอถือแก้วโกโก้ที่ถูกชงจนหวานตามรสนิยมของเธอ

บลูก้มหน้าลงมองภาพของผืนป่าด้านล่างพลางยกเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบเป็นทีๆ

แสงไฟที่มีให้เห็นบนพื้นดินอันกว้างใหญ่ หากพวกมันรวมกันเป็นแสงขนาดใหญ่ นั่นหมายถึงตรงนั้นคือเขตชุมชนใหญ่ แต่ส่วนมากภาพที่เด็กสาวเห็นมักจะเป็นผืนป่ามืดๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมจนมองแทบไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง

เวลาในการเดินทางจากบ้านไปจนถึงโรงเรียนใหม่อาจกินเวลาไปถึงห้าวัน แต่ถ้าระหว่างการเดินทางดันเกิดฝนฟ้าไม่เป็นใจจนเรือต้องทำการลงจอด เวลาในการไปถึงที่หมายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอากาศในวันต่อไปจะเป็นอย่างไร ทำได้แค่อาศัยความเหมาะสมในการเดินทางตามช่วงฤดูเพียงเท่านั้น

สองวันที่ผ่านมา ค่ำคืนบนเรือที่ถูกมองผ่านดวงตาของฉันยังคงเป็นเหมือนเดิม ท้องฟ้าโปร่งใส อากาศที่หนาวชื้นตามปกติ ดาวประกายสว่างไสวทั่วฟ้าดั่งเช่นปกติ

ในตอนนี้เรือไม้ลำนี้คงอยู่แถวๆ เมืองมาร์ติน ผ่านเมืองนี้ไปก็จะเจอกับเมืองมิชก้าและจบลงที่เซอร์เมีย

...นั่นเท่ากับว่าการเผชิญหน้ากับความจริงของฉันกำลังเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย

หัวใจที่ถูกบีบจนทรมาน ความหน่วงกลัวว่าหนทางข้างหน้าจะไปได้ไม่ดี สำหรับคนที่ไม่ชอบการเข้าสังคมอย่างฉัน เรื่องพวกนี้ ...ฉัน ...เกลียดการเปลี่ยนแปลงพวกนี้จริงๆ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์ (จบ) 74

    ...ทั้งเจ็ดพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ด้านล่างนอกหอพักหรือตามระเบียงห้องต่างๆ ต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาดูบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าสาม สอง หนึ่งนาฬิกาจากปากของผู้คนจากทั่วโรงเรียนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทั้งหมดนับถอยหลังเพื่อรอบางอย่างที่กำลังจะมาถึงปิ้วววววว~ดอกไม้ ...เปรียบดั่งความสวยงามและเป็นตัวแทนของสีสันบนโลกไฟ ...คือแสงอันร้อนแรงที่ส่องสว่างชี้ทางให้บรรดาชีวิตเมื่อสิ่งอันสวยงามและความมีอำนาจทั้งสองรวมกันเลยเกิดภาพดั่งที่ทุกคนกำลังเงยหน้ามองตุ้ม! ตุ้ม!เสียงดังสนั่นพร้อมๆ กับเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้คนตามมา ทั้งหมดมองลูกไฟลูกเล็กๆ ลอยขึ้นสู่น่านฟ้าลูกแล้วลูกเล่าก่อนพวกมันจะแตกตัวออกกลายเป็นแสงไฟรูปร่างต่างๆ อย่างสวยงาม แสงไฟหลากสีตัดกับแสงสีดำของท้องฟ้าสร้างความตระการตาให้ผู้พบเห็นมากขึ้นไปอีก“ว้าววว”เมเจียร์ดูจะให้ความสนใจดอกไม้ไฟที่ถูกจุดเหล่านั้นเป็นพิเศษอคาเดม ที่แห่งนี้มีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง ดอกไม้ไฟจะถูกจุดโดยอาจารย์ท่านต่างๆ ก่อนเพื่อแสดงถึงแสงสว่างส่องทางให้เหล่าศิษย์ ก่อนจะตามด้วยเหล่านักเรียนที่ขานรับความตั้งใจของพวกเขาฟีววววว ตุ้ม! ตุ้

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์ 73

    ต๊อก ต๊อก ต๊อกณ ห้องทำงานอันหรูหรา ชายแก่ผู้หนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารต่างๆ จนหน้าดำคร่ำเครียดสร้างความเป็นห่วงให้ดยุคแห่งมิชก้าพอสมควร“ฝ่าบาท”ชายวัยกลางคนทักกษัตริย์ของเขาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย“หืม...?”“การโหมทำงานหนักมันช่วยให้ลืมได้จริงหรอครับ”“ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น...”แม้น้ำเสียงจะออกมาอย่างอ้อยอิ่งแต่มือยังคงจับปากกาเขียนกระดาษตรงหน้าต่อไปอย่างขะมักเขม้น“ถึงจะเป็นการเสียมารยาทไปเสียหน่อยแต่ผมคิดว่าท่านควรพักบ้างนะครับ”“เสร็จนี่ก็พอแล้ว”กษัตริย์แห่งเมิร์คหันไปมองเอกสารกองหนาข้างโต๊ะพลางยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน“วันนี้วันสิ้นปีนะครับ ท่าน...”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ฝ่าบาทครับ ผมมาขอเข้าเฝ้าครับ”“ชาเซหรอ? เข้ามาเลยๆ”แอ๊ดดดชายหนุ่มในชุดสุภาพเดินเข้ามาหากษัตริย์ของตนก่อนจะก้มหัวลงทำความเคารพ“ท่านครับ ...ทรงงานหนักอีกแล้วหรอครับ”“แม้แต่นายก็ด้วยหรอ?”เซฟอนหันไปมองดยุคลูวิคแห่งมิชก้าที่กำลังแอบหัวเราะคิกคักใส่ตน“ลูวิค ออกไปก่อนไป ฉันไม่อยากโดนรุมเหน็บจากเด็กแบบพวกนาย”“ครับท่าน”พอถูกสะบัดมือไล่เจ้าตัวก็เดินออกไปอย่างเต็มใจกษัตริย์เบนความสนใจกลับมายังชายหนุ่มตรงหน้าก่อ

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์ 72

    บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์หนึ่งสัปดาห์หลังเหตุลอบปลงพระชนม์ท้ายที่สุดความสงบสุขก็หวนกลับคืนสู่ประเทศอีกครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถูกจดจำและกล่าวขานไปอีกตราบนานเท่านาน_ฉันและแกรด รวมถึงเมเจียร์ พวกเราได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง การพูดคุยปรับความเข้าใจเป็นไปได้ด้วยดีความเกี่ยวพันระหว่างตระกูลทั้งสองกลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้งหลังเกือบมีเรื่องให้เคืองแค้นแทนใจกัน_อดีตองค์ราชินี เอเรนอล ผลการลงโทษที่หญิงแก่ได้รับเป็นไปอย่างปรานีที่สุด เธอถูกเนรเทศให้ไปอยู่ยังชายแดนของเมืองไนมูเอล พื้นที่ห่างไกลผู้คน ภูมิประเทศยากจนข้นแค้นติดกับภูเขาอันแห้งแล้งสถานที่กักตัว ลักษณะเป็นบ้านหลังใหญ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและทหารมากมายคอยดูแลความเรียบร้อยอาจฟังดูไม่เหมือนกับถูกทำโทษ หากแต่หญิงแก่จะไม่สามารถออกจากที่นั่นได้ตลอดชีวิต ซ้ำร้ายยังสามารถพบเจอครอบครัวได้เพียงปีละสองครั้งเท่านั้นคุกกลางหุบเขาจึงไม่ใช่สถานที่ที่น่ารื่นรมย์เพียงใดนัก_หัวหน้ากลุ่มต่อต้านภัยพิบัตินำโดยดยุคแห่งมิชก้าและมาเชอร์เนสแห่งทัพเมทนีดล ทั้งสองได้เข้าเฝ้าพระราชาเป็นการส่วนตัว โดยกษัตริย์ทรงกล่าวขอโทษและข

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 16 : คำตัดสิน 71

    ครึบ!ลานกว้างในเขตเมืองหลวงสถานการณ์ตรงนี้ไม่ใช่แค่ไม่ดี มันย่ำแย่เลยด้วยซ้ำแกรดกำลังนอนหมดสติบนตักของเด็กสาวอีกคนที่พยายามประคองร่างเธอเอาไว้บลูโอบร่างของแกรดเอาไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้ทหารรอบๆ เขามาใกล้เธอเมเจียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ทำอะไรไม่ถูกเธอสัมผัสได้ถึงสายตาอันโกรธเคืองและมุ่งร้ายที่คนกว่าพันกำลังมีต่อเราทั้งสาม“พวกข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!”“หุบปาก แกกล้าทำร้ายราชินีของพวกเราแล้วยังกล้าแก้ตัวแบบนั้นอีกเหรอ!?”นายทหารคนหนึ่งด่าทอเด็กสาวอย่างไม่ไว้หน้า“จับมันไปให้พระราชาตัดสิน!”“ “ครับ!” ”คลึบ..เมเจียร์กลายร่างกลับไปเป็นคทา บลูรีบคว้าไม้ของตนก่อนจะชูขึ้นฟ้าเป็นสัญญาณเตือน!ทหารทั้งหมดหยุดนิ่ง“ฉันจะเดินไปเอง”พูดจบบลูก็อุ้มร่างของแกรดแบกขึ้นก่อนจะเดินไปตามทางโดยมีทหารนับพันจ่อคทาตามติดต๊อก ต๊อก ต๊อก......เธอถูกสั่งให้หยุดก้าวเท้าต่อทันทีที่ถึงหน้าทางเข้าพระราชวังบลูเงยหน้าขึ้นมองระเบียงบนอาคารหลังใหญ่“หนูมาเพื่อเจรจา!”บลูตะโกนสุดเสียงเพื่อเรียกให้คนที่ต้องการคุยด้วยโผล่หน้าออกมาฟรึบ...ในที่สุดชายแก่ก็โผล่หน้าออกมาจากระเบียงคลึบ...ไม้คทากลายร่างกลับเป็นเด็กสาวเพื่

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 16 : คำตัดสิน 70

    “ “!?” ”คลืน คลืนนนน!“ออกไป ออกไป!”ลูวิคที่เห็นท่าไม่ดีรีบตะเบ็งเสียงสั่งให้ทุกคนอพยพออกจากโรงงานแห่งนี้เป็นการด่วนตู้มมมม!หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีอาคารใหญ่ก็ถูกพังถล่มลงเหลือเพียงเศษซาก“ทำลายหลักฐา-”คลึง!“ “!?” ”มีบางอย่างกำลังพยายามตะกุยตัวออกมาจากซากปรักหักพังตรงหน้าซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งเดิมของไฮดรา มีเสียงกระพือปีกหนักแน่นก่อนจะตามด้วยเสียงร้องคำรามดังสนั่นซึ่งมิได้มาจากงูยักษ์เก้าหัวพรึบ!“ชิxหาย วิ่ง!” ทั้งหมดแตกกระเจิงหนีกันไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่คิดชีวิตไม่มีใครทันเห็นร่างเต็มๆ ของมัน มีเพียงส่วนปีกที่เผยออกมาก่อนจะตามด้วยไฟบรรลัยกัลป์โพยพุ่งไปทั่วสารทิศแอ๊กกกก!“มังกรหรอ!?”“เอกสารแผ่นนี้ ...คือเจ้าตัวนี้นี่เอง”พรึบ พรึบร่างของมันลอยอยู่เหนือหัวพวกเราทั้งหมดทั่วทั้งตัวที่ถูกปกคลุมด้วยผิวสีแดงดั่งรุธิระ ปีกหนาสยายกางออกซึ่งใหญ่เป็นสองเท่าของลำตัวที่มีโซ่หนาเส้นหนึ่งพันธนาการมันเอาไว้สัตว์ยักษ์โผล่ออกมาจากใต้ดินพร้อมดวงตาที่แดงก่ำขาดสติ เสมือนมันถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลอย่างไม่เต็มใจมังกรไฟ ...สิ่งมีชีวิตที่อาจเรียกได้ว่ามีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีว

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 16 : คำตัดสิน 69

    ณ กลางป่าลึกที่ไร้ซึ่งผู้คนอาศัยเรือทั้งหมดถูกจอดไว้ห่างจากที่ตั้งโรงงานพอสมควรเพื่อเลี่ยงการโจมตีที่ขวานผ่าซากทั้งหมดต้องเข้าใจภูมิศาสตร์และจำนวนศัตรูเสียก่อนเหล่าทหารจากองค์กรลับกว่าร้อยชีวิตกำลังซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อดูลาดเลา“...เป็นไงมั่ง”“ชาเซถามลูอาเพื่อฟังการประเมินจากเด็กสาว”ลูอาและอัสลินจะมีหน้าที่อีกอย่างเพื่อสนับสนุนผู้กล้าคือพวกเธอจะวิเคราะห์ความสามารถของศัตรูและแนวทางสู้ที่เหมาะสมครั้งนี้เองก็เช่นกันที่เห็นข้างนอกมีทหารอยู่ประมาณหนึ่งร้อยคน น นี่...”“ว่าไง”“ยินดี ...ที่ได้ทำงานร่วมกันอีกนะ”“หึ นั่นสิ” ทั้งสามชนหมัดเบาๆ เพื่อแสดงออกถึงมิตรภาพที่มีให้กัน“แต่ว่าที่นี่ใหญ่จริงๆ”“...ใช่ พื้นที่คงสักสองร้อยคูณสองร้อยเมตร”“...สนามหน้าอาคารเรียนสองผืนรวมกันเลยหรอ?”...ข้างในมีอะไรกันแน่อาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าลึกห่างไกลความเจริญบัดนี้ทั้งหน้าหลังซ้ายขวา รอบอาณาบริเวณถูกล้อมด้วยเหล่าทหารจากกลุ่มต่อต้านภัยพิบัติ โดยที่รอบตัวอาคารเองก็มีทหารหลายร้อยคนเดินไปมารอบๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยถึงจะไม่เห็นว่าภายในมีอะไร แต่พวกเราก็รับรู้ได้ถึ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status