Share

บทที่ 1 : คำสาป 3

Penulis: persiA99
last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-23 23:59:16

ต๊อก ต๊อก ...

ผู้เป็นพ่อเดินไปหยิบสมุดปกหนามาหนึ่งเล่มพร้อมกับแผนที่ประเทศที่วางอยู่อีกฝั่งก่อนจะนำของทั้งสองชิ้นมาวางไว้ตรงโต๊ะกลางห้อง

ฟึบ!

ชายแก่เริ่มต้นด้วยการกางแผนที่ออกอย่างบรรจงก่อนจะใช้หนังสือที่วางอยู่แต่เดิมบนโต๊ะมาทับกระดาษแผนที่ตรึงไว้กับโต๊ะ

“ตรงนี้คือบ้านของเรา ส่วนตรงนี้คือโรงเรียนอคาเดม แล้วตรงนี้ก็เป็นเมืองหลวง”

ผู้เป็นพ่อเริ่มอธิบายสถานที่ตั้งของโรงเรียนให้บลูเข้าใจอย่างละเอียดโดยชี้นิ้วไปตามจุดสำคัญต่างๆ

ทางเหนือสุดของประเทศ สถานที่ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งของบ้านฉัน ถัดลงมาตามนิ้วที่ชี้ลากเป็นเส้นตรง ทางซ้ายมือคือเมืองเฮลเก้ ส่วนทางขวาคือไนมูเอล ถัดลงมาอีกทอดคือเมืองมาร์ตินและเมืองฟาร์ฮาน โดยใต้ของเมืองทั้งสองจะมีเมืองมิชก้ากับเมืองซิมรีกั้นเมืองเซอร์เมีย เมืองหลวงของประเทศเอาไว้ รอบๆ ประเทศแห่งนี้จะมีประเทศไอชาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศทาฮีร์ทางตะวันออกเฉียงเหนือและอคาคิออส ประเทศที่อยู่ทางใต้ของเราซึ่งจะติดกับเมืองหลวง

“ถ้าลูกจะไปที่นั่น ระยะทางจะห่างจากที่นี่สี่เมืองเลยนะ เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้ว เข้าใจที่พ่อพูดรึเปล่า?”

น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยถามอย่างกระอ้อมกระแอ้มจากผู้เป็นพ่อมิทำให้ความตั้งใจของเด็กสาวไขว้เขว

“ค่ะ...”

“ถ้างั้นมาดูอันต่อไปดีกว่า”

พ่อของฉันพับแผนที่เก็บแล้วนำสมุดเล่มหนาก่อนหน้ามากางออกแทนที่ มันคือสมุดที่มีการสเก็ตช์ภาพโรงเรียนอคาเดมเอาไว้พร้อมกับข้อมูลวิชาที่สอนและรายชื่อบุคลากรในโรงเรียน

“เรื่องรายชื่ออาจารย์ไม่ค่อยสำคัญเท่าไรนักหรอก พ่ออยากให้ลูกดูรายวิชาที่ต้องเรียนจะดีกว่า”

ฉันค่อยๆ กางสมุดออกและอ่านรายชื่อวิชาต่างๆ พร้อมกับเนื้อหาที่ต้องเรียนในแต่ละวัน รวมถึงเวลาต่อคาบที่ฉันต้องเข้าไปอยู่ในห้องเรียนอันแสนอึดอัดน่ากระอักกระอ่วน

ช่วงเวลาเรียนคือวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเที่ยง ไม่มีการบ้าน ไม่มีการเรียนนอกเวลา เฉลี่ยจะเป็นการเรียนวันละวิชาไม่รวมกิจกรรมและงานเทศกาลที่ทางโรงเรียนจัดให้

...ดูๆ แล้วมันก็น่าเรียนอยู่นะ

“...หนูอยากเรียนที่นี่ค่ะ”

การยืนยันความตั้งใจเป็นครั้งที่สองของฉันทำให้คนทั้งสองยิ้มยินยอมแต่โดยดี

“เข้าใจแล้ว ถ้างั้นหลังจากนี้แม่จะยื่นจดหมายพร้อมกับเกรดลูกไปให้โรงเรียนพิจารณานะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“บลู แล้วเรื่องเพื่อน จะไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

“เดี๋ยวถึงตรงนั้นหนูคงหาได้เองแหละ มั้งคะ?”

...

“ก็ได้ๆ เข้าใจแล้ว”

...แม้นแววตาที่มองมาที่ฉันจะเต็มไปด้วยความห่วงหวงแหน แต่ความตั้งใจอย่างแน่วแน่สื่อผ่านสายตาที่มองโต้กลับมันตอกย้ำความต้องการนี้

ท้ายที่สุดความตั้งใจของฉันก็สัมฤทธิ์ผล วันต่อมาพ่อและแม่ก็ยอมเขียนจดหมายสมัครเรียนรวมทั้งแนบข้อมูลส่วนตัวของฉันไปยังโรงเรียนอคาเดมเพื่อพิจารณา

เหมือนดั่งการใช้ชื่อเสียงตัวเองในการเข้าเรียน เพียงใครก็ตามที่ได้เห็นนามสกุลนี้ตามท้ายก็พร้อมจะรับเข้าด้วยความหวั่นเกรงแทบทั้งนั้น หากแต่ฉันที่ทำตามขั้นตอนทุกอย่างด้วยความโปร่งใสจึงไม่น่าจะต้องมีเรื่องอะไรให้คนเขาเคลือบแคลง เกียรติบัตรมากมายรวมถึงผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธลงแน่

...อีกอย่าง

“ยังไงเพื่อนแม่ก็เป็นผู้อำนวยการอยู่แล้วด้วย ลูกได้เข้าเรียนแน่นอน”

...

“...ค่ะ”

เด็กสาวยิ้มเจื่อนตอบกลับไปด้วยสีหน้าอันเหนื่อยหน่ายในความมั่นใจของผู้เป็นแม่

....

กิจวัตรประจำของฉันในช่วงปิดเทอมคือการอยู่แต่ในบ้าน ...ที่หมายถึงคฤหาสน์ส่วนตัว

ในวันนี้สถานที่ซึ่งเลือกจะออกมาผ่อนคลายคือทุ่งโล่งหลังบ้านโดยที่แห่งนี้ถูกกั้นด้วยป่าไม้บางๆ มันคือสถานที่ซึ่งใช้สำหรับซ้อมร่ายเวทมนตร์

บนโลกใบนี้มีธาตุของเวทมนตร์อยู่สี่ธาตุหลัก

ดิน

น้ำ

ลม

ไฟ

ทั้งสี่ธาตุเมื่อใช้ในการต่อสู้ ความได้เปรียบเสียเปรียบจะเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หรือไฟมากน้ำน้อยย่อมถูกระเหยแห้งเหือด

แต่หากการโจมตีด้วยธาตุหลายธาตุผสมกันอย่างพอเหมาะ ความรุนแรงของมันก็จะทวีเพิ่มขึ้นเฉกเช่นการจุดไฟแล้วปล่อยให้ลมพัดพาอัคคีนั้นลามไปตามผืนหญ้า

...แต่นั่นคือธาตุที่มีให้เห็นกันทั่วไป

สองธาตุที่อยู่เหนือทุกสิ่ง รวมถึงอาจอยู่เหนือผู้ควบคุมเสียด้วยซ้ำ

ธาตุแสง ตัวแทนแห่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของผู้คน ความสว่างไสว การคุ้มครองรักษา การชี้นำและแนะแนว ความศักดิ์สิทธิ์ นี่คือหนึ่งในสองเวทที่อยู่บนจุดสูงสุดของพลังธาตุพิเศษ

ถ้าเปรียบแสงสว่างคือความดี ธาตุอีกหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนคู่แข่งคือ ...ธาตุมืด ความลึกลับ น่ากลัว ความชั่วและความตาย

...ธาตุมืดถูกเรียกอีกชื่อว่าวายร้าย หรือบ้างก็เรียกผู้ที่มีพลังธาตุนี้ติดตัวว่า ...คำสาป

แต่โลกนี้ไม่ได้โหดร้ายกับคนเราขนาดนั้น ธาตุแสงนั้นมีผู้ครอบครองที่เปิดเผยตัวตนออกมาเพียงสามคนเท่านั้น

คนแรกคือ “เซฟอน ฟอดาเซล” กษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ปกครองประเทศแห่งนี้ ส่วนอีกคนคือมือขวาของเขา “ชาเซ ลาลินต้า” ชายที่ถูกผู้คนเรียกกันว่า ...ผู้กล้า ส่วนคนสุดท้ายนั้นถูกระบุว่าเป็นคนจากตระกูลดิแอนเจโล่ ตระกูลของผู้อำนวยการโรงเรียนอคาเดมคนปัจจุบัน

ธาตุแสงเลือกผู้ถือครองตามความคิดว่าเขาผู้นั้นเหมาะสมหรือไม่ ทว่าธาตุต้องสาปกลับต่างกันเล็กน้อยตรงที่มันสืบเชื้อสายตามเลือดเนื้อเชื้อไขจากรุ่นสู่รุ่น มีเพียงคนของตระกูลเชอร์โนบ็อกตระกูลเดียวเท่านั้นที่ครอบครองพลังนี้ไว้

ในตอนนี้คนที่ถือครองพลังมืดไว้คือฉันและพ่อเพียงสองคนเท่านั้น ถ้าธาตุพิเศษสองธาตุนี้ดันมีผู้ใช้ให้พบเห็นได้ทั่วไป ความสมดุลของธาตุอื่นๆ จะถูกกลบจนไม่เหลือความสำคัญเป็นแน่

...ฟังถึงตรงนี้ คิดว่าพล๊อตเรื่องมันคล้ายกับอะไรล่ะคะ?

“...ผู้กล้ากับจอมมาร”

พวกเราถูกมองเป็นตัวร้ายในสายตาคนเกือบทั้งโลก หากแต่ความมืดดันมีพลังที่มากกว่าแสงสว่าง รวมถึงเราก็ไม่เคยคิดจะมีปัญหากับใคร จนถึงตอนนี้ตระกูลเชอร์โนบ็อกจึงยังคงใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติสุขและได้รับการต้อนรับจากพระราชาเสมอมา

...หนังสือนิทานหลายต่อหลายเล่มวางบทให้ผู้กล้าคือคนที่ช่วยเหลือมนุษยชาติ ส่วนจอมมารคือสิ่งที่ต้องถูกกำจัด

...เฮ้อ

...เพราะแบบนั้นฉันถึงต้องเรียนรู้วิชาธาตุต่างๆ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างคนทั่วไป

ปึก!

บลูเดินมาจนถึงพื้นโล่งในป่าหลังบ้านพร้อมกับกระเป๋าปริศนาใบยาวที่สะพายไว้บนบ่า

เธอถอดสายพาดบ่าออกก่อนจะนำกระเป๋าใบนั้นมาตั้งไว้ตรงหน้า

กระเป๋าสีดำทมิฬที่มีความยาวเกือบเท่ากับส่วนสูงของเธอ วัสดุแข็งและเบาเพื่อป้องกันของภายในถูกกระแทก บลูมองจ้องกระเป๋าตรงหน้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจหนึ่งทีแล้วนำมันกลับไปสะพายไว้บนหลังตามเดิม

...

...ไม่ได้ๆ วันนี้ฉันกะจะมาซ้อมนี่

เด็กสาวกระซิบกระซาบกับตัวเองพักหนึ่งก่อนในท้ายที่สุดกระเป๋าใบนั้นจะถูกนำมาวางนอนไว้ตรงหน้าอีกครั้ง ในรอบนี้เธอเลือกจะเอื้อมมือไปรูดซิปเพื่อเปิดเอาของภายในออกมา

ฟูวววว

อาวุธชิ้นนี้ คล้ายกับมันมีชีวิต ด้ามจับสีดำยาวเรียบหรูและก้อนกลมสีชมพูอ่อนบริเวณส่วนปลาย ทันทีที่มันถูกบลูสัมผัส ออร่าสีเทาก็เริ่มแผ่ออกจากคทาเสมือนเป็นการเปิดสวิตช์เครื่อง

ธาตุทั้งสี่คือธาตุที่บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้รวมถึงฉัน ต่างจากอีกสองธาตุพิเศษที่คนทั่วไปไม่สามารถใช้ได้

เพื่อช่วยไม่ให้พลังเวทที่เด็กสาวใช้รุนแรงเกินไป สิ่งนี้จึงต้องถูกใช้เพื่อยับยั้งอันตรายที่จะเกิดขึ้น

“...เมเจียร์” ชื่อของคทาเวทในมือของฉัน

...

มือข้างขวาถือด้านสีดำไว้มั่น บลูเล็งส่วนปลายของคทาไปยังพื้นโล่งก่อนจะตั้งจิตของตัวเองให้นิ่ง

ฟูมมมม!!!

เพลิงขนาดใหญ่ถูกพ่นออกมาจากส่วนปลายของคทาเป็นเส้นตรง เปลวไฟสีชาดที่แผ่ความร้อนออกมาจนตัวของเด็กสาวรับรู้ได้ เป็นเครื่องยืนยันว่าฝีมือในพลังเวทของเธอยังคงแข็งแกร่งและไฟตรงหน้านั้นสร้างความเสียหายได้จริง

พึบ!

เพียงแต่ไม่นานเปลวเพลิงก็ดับลง ผลจากการใช้เวทที่ไม่ใช่เวทหลักของตัวเอง ประสิทธิผลนั้นย่อมด้อยกว่าผู้ที่เป็นเจ้าของธาตุจริงๆ

...คราวนี้ทำได้ตั้งสี่วิ ถึงนับด้วยปากจะดูเท่ากันกับครั้งก่อนก็เถอะ แต่รู้สึกว่าครั้งนี้จะนานกว่านะ

คิดได้แบบนั้นเด็กสาวก็เริ่มมีกำลังใจจะฝึกต่อขึ้นมาทันที

เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยง ความหิวถูกเตือนออกมาจากเสียงร้องของกระเพาะ

....

บลูเดินกลับไปนั่งพักใต้ต้นไม้ก่อนจะเปิดกล่องอาหารที่เตรียมมาด้วย

เธอนั่งทานข้าวกลางวันอยู่คนเดียวเงียบๆ พลางมองจ้องไปยังพื้นโล่งเบื้องหน้าที่ตอนนี้มีทั้งดินที่ถูกเผาจนเกรียมกลายเป็นสีดำผิดรูปหรือร่องรอยของน้ำที่ชุ่มพื้นข้างๆ

ง่ำ ง่ำ

...

คทาเมเจียร์ซึ่งถูกวางพาดไว้กับต้นไม้ข้างตัว ในตอนนี้มันไม่ได้แผ่ออร่าสีเทาออกมาแล้ว เด็กสาวมองจ้องสิ่งนั้นตาเขม็ง ถึงรูปร่างมันจะดูสวยงามและโดดเด่นมากก็ตามที แต่เพราะมันดูสะดุดตาจนเกินไปทำให้เธอไม่ค่อยอยากจะพกมันไปไหนมาไหนด้วยเสียเท่าไร

ฟูววว

สายลมเย็นที่พักผ่านทุ่งโล่งกระทบกับร่างของบลูซึ่งตอนนี้ทานข้าวจนอิ่มพอดี เปลือกตาของเธอค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับความผ่อนคลายและความเงียบสงบ

...

...ฟี่ ฟี่

เด็กสาวทิ้งตัวลงบนผืนหญ้านุ่มพลางค่อยๆ หลับตานอนอย่างช้าๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์ (จบ) 74

    ...ทั้งเจ็ดพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ด้านล่างนอกหอพักหรือตามระเบียงห้องต่างๆ ต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาดูบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าสาม สอง หนึ่งนาฬิกาจากปากของผู้คนจากทั่วโรงเรียนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทั้งหมดนับถอยหลังเพื่อรอบางอย่างที่กำลังจะมาถึงปิ้วววววว~ดอกไม้ ...เปรียบดั่งความสวยงามและเป็นตัวแทนของสีสันบนโลกไฟ ...คือแสงอันร้อนแรงที่ส่องสว่างชี้ทางให้บรรดาชีวิตเมื่อสิ่งอันสวยงามและความมีอำนาจทั้งสองรวมกันเลยเกิดภาพดั่งที่ทุกคนกำลังเงยหน้ามองตุ้ม! ตุ้ม!เสียงดังสนั่นพร้อมๆ กับเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้คนตามมา ทั้งหมดมองลูกไฟลูกเล็กๆ ลอยขึ้นสู่น่านฟ้าลูกแล้วลูกเล่าก่อนพวกมันจะแตกตัวออกกลายเป็นแสงไฟรูปร่างต่างๆ อย่างสวยงาม แสงไฟหลากสีตัดกับแสงสีดำของท้องฟ้าสร้างความตระการตาให้ผู้พบเห็นมากขึ้นไปอีก“ว้าววว”เมเจียร์ดูจะให้ความสนใจดอกไม้ไฟที่ถูกจุดเหล่านั้นเป็นพิเศษอคาเดม ที่แห่งนี้มีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง ดอกไม้ไฟจะถูกจุดโดยอาจารย์ท่านต่างๆ ก่อนเพื่อแสดงถึงแสงสว่างส่องทางให้เหล่าศิษย์ ก่อนจะตามด้วยเหล่านักเรียนที่ขานรับความตั้งใจของพวกเขาฟีววววว ตุ้ม! ตุ้

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์ 73

    ต๊อก ต๊อก ต๊อกณ ห้องทำงานอันหรูหรา ชายแก่ผู้หนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารต่างๆ จนหน้าดำคร่ำเครียดสร้างความเป็นห่วงให้ดยุคแห่งมิชก้าพอสมควร“ฝ่าบาท”ชายวัยกลางคนทักกษัตริย์ของเขาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย“หืม...?”“การโหมทำงานหนักมันช่วยให้ลืมได้จริงหรอครับ”“ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น...”แม้น้ำเสียงจะออกมาอย่างอ้อยอิ่งแต่มือยังคงจับปากกาเขียนกระดาษตรงหน้าต่อไปอย่างขะมักเขม้น“ถึงจะเป็นการเสียมารยาทไปเสียหน่อยแต่ผมคิดว่าท่านควรพักบ้างนะครับ”“เสร็จนี่ก็พอแล้ว”กษัตริย์แห่งเมิร์คหันไปมองเอกสารกองหนาข้างโต๊ะพลางยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน“วันนี้วันสิ้นปีนะครับ ท่าน...”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ฝ่าบาทครับ ผมมาขอเข้าเฝ้าครับ”“ชาเซหรอ? เข้ามาเลยๆ”แอ๊ดดดชายหนุ่มในชุดสุภาพเดินเข้ามาหากษัตริย์ของตนก่อนจะก้มหัวลงทำความเคารพ“ท่านครับ ...ทรงงานหนักอีกแล้วหรอครับ”“แม้แต่นายก็ด้วยหรอ?”เซฟอนหันไปมองดยุคลูวิคแห่งมิชก้าที่กำลังแอบหัวเราะคิกคักใส่ตน“ลูวิค ออกไปก่อนไป ฉันไม่อยากโดนรุมเหน็บจากเด็กแบบพวกนาย”“ครับท่าน”พอถูกสะบัดมือไล่เจ้าตัวก็เดินออกไปอย่างเต็มใจกษัตริย์เบนความสนใจกลับมายังชายหนุ่มตรงหน้าก่อ

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์ 72

    บทที่ 17 : คำมั่นสัญญายามราตรีสีพิสุทธิ์หนึ่งสัปดาห์หลังเหตุลอบปลงพระชนม์ท้ายที่สุดความสงบสุขก็หวนกลับคืนสู่ประเทศอีกครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถูกจดจำและกล่าวขานไปอีกตราบนานเท่านาน_ฉันและแกรด รวมถึงเมเจียร์ พวกเราได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง การพูดคุยปรับความเข้าใจเป็นไปได้ด้วยดีความเกี่ยวพันระหว่างตระกูลทั้งสองกลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้งหลังเกือบมีเรื่องให้เคืองแค้นแทนใจกัน_อดีตองค์ราชินี เอเรนอล ผลการลงโทษที่หญิงแก่ได้รับเป็นไปอย่างปรานีที่สุด เธอถูกเนรเทศให้ไปอยู่ยังชายแดนของเมืองไนมูเอล พื้นที่ห่างไกลผู้คน ภูมิประเทศยากจนข้นแค้นติดกับภูเขาอันแห้งแล้งสถานที่กักตัว ลักษณะเป็นบ้านหลังใหญ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและทหารมากมายคอยดูแลความเรียบร้อยอาจฟังดูไม่เหมือนกับถูกทำโทษ หากแต่หญิงแก่จะไม่สามารถออกจากที่นั่นได้ตลอดชีวิต ซ้ำร้ายยังสามารถพบเจอครอบครัวได้เพียงปีละสองครั้งเท่านั้นคุกกลางหุบเขาจึงไม่ใช่สถานที่ที่น่ารื่นรมย์เพียงใดนัก_หัวหน้ากลุ่มต่อต้านภัยพิบัตินำโดยดยุคแห่งมิชก้าและมาเชอร์เนสแห่งทัพเมทนีดล ทั้งสองได้เข้าเฝ้าพระราชาเป็นการส่วนตัว โดยกษัตริย์ทรงกล่าวขอโทษและข

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 16 : คำตัดสิน 71

    ครึบ!ลานกว้างในเขตเมืองหลวงสถานการณ์ตรงนี้ไม่ใช่แค่ไม่ดี มันย่ำแย่เลยด้วยซ้ำแกรดกำลังนอนหมดสติบนตักของเด็กสาวอีกคนที่พยายามประคองร่างเธอเอาไว้บลูโอบร่างของแกรดเอาไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้ทหารรอบๆ เขามาใกล้เธอเมเจียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ทำอะไรไม่ถูกเธอสัมผัสได้ถึงสายตาอันโกรธเคืองและมุ่งร้ายที่คนกว่าพันกำลังมีต่อเราทั้งสาม“พวกข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!”“หุบปาก แกกล้าทำร้ายราชินีของพวกเราแล้วยังกล้าแก้ตัวแบบนั้นอีกเหรอ!?”นายทหารคนหนึ่งด่าทอเด็กสาวอย่างไม่ไว้หน้า“จับมันไปให้พระราชาตัดสิน!”“ “ครับ!” ”คลึบ..เมเจียร์กลายร่างกลับไปเป็นคทา บลูรีบคว้าไม้ของตนก่อนจะชูขึ้นฟ้าเป็นสัญญาณเตือน!ทหารทั้งหมดหยุดนิ่ง“ฉันจะเดินไปเอง”พูดจบบลูก็อุ้มร่างของแกรดแบกขึ้นก่อนจะเดินไปตามทางโดยมีทหารนับพันจ่อคทาตามติดต๊อก ต๊อก ต๊อก......เธอถูกสั่งให้หยุดก้าวเท้าต่อทันทีที่ถึงหน้าทางเข้าพระราชวังบลูเงยหน้าขึ้นมองระเบียงบนอาคารหลังใหญ่“หนูมาเพื่อเจรจา!”บลูตะโกนสุดเสียงเพื่อเรียกให้คนที่ต้องการคุยด้วยโผล่หน้าออกมาฟรึบ...ในที่สุดชายแก่ก็โผล่หน้าออกมาจากระเบียงคลึบ...ไม้คทากลายร่างกลับเป็นเด็กสาวเพื่

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 16 : คำตัดสิน 70

    “ “!?” ”คลืน คลืนนนน!“ออกไป ออกไป!”ลูวิคที่เห็นท่าไม่ดีรีบตะเบ็งเสียงสั่งให้ทุกคนอพยพออกจากโรงงานแห่งนี้เป็นการด่วนตู้มมมม!หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีอาคารใหญ่ก็ถูกพังถล่มลงเหลือเพียงเศษซาก“ทำลายหลักฐา-”คลึง!“ “!?” ”มีบางอย่างกำลังพยายามตะกุยตัวออกมาจากซากปรักหักพังตรงหน้าซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งเดิมของไฮดรา มีเสียงกระพือปีกหนักแน่นก่อนจะตามด้วยเสียงร้องคำรามดังสนั่นซึ่งมิได้มาจากงูยักษ์เก้าหัวพรึบ!“ชิxหาย วิ่ง!” ทั้งหมดแตกกระเจิงหนีกันไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่คิดชีวิตไม่มีใครทันเห็นร่างเต็มๆ ของมัน มีเพียงส่วนปีกที่เผยออกมาก่อนจะตามด้วยไฟบรรลัยกัลป์โพยพุ่งไปทั่วสารทิศแอ๊กกกก!“มังกรหรอ!?”“เอกสารแผ่นนี้ ...คือเจ้าตัวนี้นี่เอง”พรึบ พรึบร่างของมันลอยอยู่เหนือหัวพวกเราทั้งหมดทั่วทั้งตัวที่ถูกปกคลุมด้วยผิวสีแดงดั่งรุธิระ ปีกหนาสยายกางออกซึ่งใหญ่เป็นสองเท่าของลำตัวที่มีโซ่หนาเส้นหนึ่งพันธนาการมันเอาไว้สัตว์ยักษ์โผล่ออกมาจากใต้ดินพร้อมดวงตาที่แดงก่ำขาดสติ เสมือนมันถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลอย่างไม่เต็มใจมังกรไฟ ...สิ่งมีชีวิตที่อาจเรียกได้ว่ามีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีว

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 16 : คำตัดสิน 69

    ณ กลางป่าลึกที่ไร้ซึ่งผู้คนอาศัยเรือทั้งหมดถูกจอดไว้ห่างจากที่ตั้งโรงงานพอสมควรเพื่อเลี่ยงการโจมตีที่ขวานผ่าซากทั้งหมดต้องเข้าใจภูมิศาสตร์และจำนวนศัตรูเสียก่อนเหล่าทหารจากองค์กรลับกว่าร้อยชีวิตกำลังซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อดูลาดเลา“...เป็นไงมั่ง”“ชาเซถามลูอาเพื่อฟังการประเมินจากเด็กสาว”ลูอาและอัสลินจะมีหน้าที่อีกอย่างเพื่อสนับสนุนผู้กล้าคือพวกเธอจะวิเคราะห์ความสามารถของศัตรูและแนวทางสู้ที่เหมาะสมครั้งนี้เองก็เช่นกันที่เห็นข้างนอกมีทหารอยู่ประมาณหนึ่งร้อยคน น นี่...”“ว่าไง”“ยินดี ...ที่ได้ทำงานร่วมกันอีกนะ”“หึ นั่นสิ” ทั้งสามชนหมัดเบาๆ เพื่อแสดงออกถึงมิตรภาพที่มีให้กัน“แต่ว่าที่นี่ใหญ่จริงๆ”“...ใช่ พื้นที่คงสักสองร้อยคูณสองร้อยเมตร”“...สนามหน้าอาคารเรียนสองผืนรวมกันเลยหรอ?”...ข้างในมีอะไรกันแน่อาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าลึกห่างไกลความเจริญบัดนี้ทั้งหน้าหลังซ้ายขวา รอบอาณาบริเวณถูกล้อมด้วยเหล่าทหารจากกลุ่มต่อต้านภัยพิบัติ โดยที่รอบตัวอาคารเองก็มีทหารหลายร้อยคนเดินไปมารอบๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยถึงจะไม่เห็นว่าภายในมีอะไร แต่พวกเราก็รับรู้ได้ถึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status