Share

บทที่ 1 : คำสาป 3

Author: persiA99
last update Last Updated: 2025-08-23 23:59:16

ต๊อก ต๊อก ...

ผู้เป็นพ่อเดินไปหยิบสมุดปกหนามาหนึ่งเล่มพร้อมกับแผนที่ประเทศที่วางอยู่อีกฝั่งก่อนจะนำของทั้งสองชิ้นมาวางไว้ตรงโต๊ะกลางห้อง

ฟึบ!

ชายแก่เริ่มต้นด้วยการกางแผนที่ออกอย่างบรรจงก่อนจะใช้หนังสือที่วางอยู่แต่เดิมบนโต๊ะมาทับกระดาษแผนที่ตรึงไว้กับโต๊ะ

“ตรงนี้คือบ้านของเรา ส่วนตรงนี้คือโรงเรียนอคาเดม แล้วตรงนี้ก็เป็นเมืองหลวง”

ผู้เป็นพ่อเริ่มอธิบายสถานที่ตั้งของโรงเรียนให้บลูเข้าใจอย่างละเอียดโดยชี้นิ้วไปตามจุดสำคัญต่างๆ

ทางเหนือสุดของประเทศ สถานที่ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งของบ้านฉัน ถัดลงมาตามนิ้วที่ชี้ลากเป็นเส้นตรง ทางซ้ายมือคือเมืองเฮลเก้ ส่วนทางขวาคือไนมูเอล ถัดลงมาอีกทอดคือเมืองมาร์ตินและเมืองฟาร์ฮาน โดยใต้ของเมืองทั้งสองจะมีเมืองมิชก้ากับเมืองซิมรีกั้นเมืองเซอร์เมีย เมืองหลวงของประเทศเอาไว้ รอบๆ ประเทศแห่งนี้จะมีประเทศไอชาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศทาฮีร์ทางตะวันออกเฉียงเหนือและอคาคิออส ประเทศที่อยู่ทางใต้ของเราซึ่งจะติดกับเมืองหลวง

“ถ้าลูกจะไปที่นั่น ระยะทางจะห่างจากที่นี่สี่เมืองเลยนะ เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้ว เข้าใจที่พ่อพูดรึเปล่า?”

น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยถามอย่างกระอ้อมกระแอ้มจากผู้เป็นพ่อมิทำให้ความตั้งใจของเด็กสาวไขว้เขว

“ค่ะ...”

“ถ้างั้นมาดูอันต่อไปดีกว่า”

พ่อของฉันพับแผนที่เก็บแล้วนำสมุดเล่มหนาก่อนหน้ามากางออกแทนที่ มันคือสมุดที่มีการสเก็ตช์ภาพโรงเรียนอคาเดมเอาไว้พร้อมกับข้อมูลวิชาที่สอนและรายชื่อบุคลากรในโรงเรียน

“เรื่องรายชื่ออาจารย์ไม่ค่อยสำคัญเท่าไรนักหรอก พ่ออยากให้ลูกดูรายวิชาที่ต้องเรียนจะดีกว่า”

ฉันค่อยๆ กางสมุดออกและอ่านรายชื่อวิชาต่างๆ พร้อมกับเนื้อหาที่ต้องเรียนในแต่ละวัน รวมถึงเวลาต่อคาบที่ฉันต้องเข้าไปอยู่ในห้องเรียนอันแสนอึดอัดน่ากระอักกระอ่วน

ช่วงเวลาเรียนคือวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเที่ยง ไม่มีการบ้าน ไม่มีการเรียนนอกเวลา เฉลี่ยจะเป็นการเรียนวันละวิชาไม่รวมกิจกรรมและงานเทศกาลที่ทางโรงเรียนจัดให้

...ดูๆ แล้วมันก็น่าเรียนอยู่นะ

“...หนูอยากเรียนที่นี่ค่ะ”

การยืนยันความตั้งใจเป็นครั้งที่สองของฉันทำให้คนทั้งสองยิ้มยินยอมแต่โดยดี

“เข้าใจแล้ว ถ้างั้นหลังจากนี้แม่จะยื่นจดหมายพร้อมกับเกรดลูกไปให้โรงเรียนพิจารณานะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“บลู แล้วเรื่องเพื่อน จะไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

“เดี๋ยวถึงตรงนั้นหนูคงหาได้เองแหละ มั้งคะ?”

...

“ก็ได้ๆ เข้าใจแล้ว”

...แม้นแววตาที่มองมาที่ฉันจะเต็มไปด้วยความห่วงหวงแหน แต่ความตั้งใจอย่างแน่วแน่สื่อผ่านสายตาที่มองโต้กลับมันตอกย้ำความต้องการนี้

ท้ายที่สุดความตั้งใจของฉันก็สัมฤทธิ์ผล วันต่อมาพ่อและแม่ก็ยอมเขียนจดหมายสมัครเรียนรวมทั้งแนบข้อมูลส่วนตัวของฉันไปยังโรงเรียนอคาเดมเพื่อพิจารณา

เหมือนดั่งการใช้ชื่อเสียงตัวเองในการเข้าเรียน เพียงใครก็ตามที่ได้เห็นนามสกุลนี้ตามท้ายก็พร้อมจะรับเข้าด้วยความหวั่นเกรงแทบทั้งนั้น หากแต่ฉันที่ทำตามขั้นตอนทุกอย่างด้วยความโปร่งใสจึงไม่น่าจะต้องมีเรื่องอะไรให้คนเขาเคลือบแคลง เกียรติบัตรมากมายรวมถึงผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธลงแน่

...อีกอย่าง

“ยังไงเพื่อนแม่ก็เป็นผู้อำนวยการอยู่แล้วด้วย ลูกได้เข้าเรียนแน่นอน”

...

“...ค่ะ”

เด็กสาวยิ้มเจื่อนตอบกลับไปด้วยสีหน้าอันเหนื่อยหน่ายในความมั่นใจของผู้เป็นแม่

....

กิจวัตรประจำของฉันในช่วงปิดเทอมคือการอยู่แต่ในบ้าน ...ที่หมายถึงคฤหาสน์ส่วนตัว

ในวันนี้สถานที่ซึ่งเลือกจะออกมาผ่อนคลายคือทุ่งโล่งหลังบ้านโดยที่แห่งนี้ถูกกั้นด้วยป่าไม้บางๆ มันคือสถานที่ซึ่งใช้สำหรับซ้อมร่ายเวทมนตร์

บนโลกใบนี้มีธาตุของเวทมนตร์อยู่สี่ธาตุหลัก

ดิน

น้ำ

ลม

ไฟ

ทั้งสี่ธาตุเมื่อใช้ในการต่อสู้ ความได้เปรียบเสียเปรียบจะเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หรือไฟมากน้ำน้อยย่อมถูกระเหยแห้งเหือด

แต่หากการโจมตีด้วยธาตุหลายธาตุผสมกันอย่างพอเหมาะ ความรุนแรงของมันก็จะทวีเพิ่มขึ้นเฉกเช่นการจุดไฟแล้วปล่อยให้ลมพัดพาอัคคีนั้นลามไปตามผืนหญ้า

...แต่นั่นคือธาตุที่มีให้เห็นกันทั่วไป

สองธาตุที่อยู่เหนือทุกสิ่ง รวมถึงอาจอยู่เหนือผู้ควบคุมเสียด้วยซ้ำ

ธาตุแสง ตัวแทนแห่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของผู้คน ความสว่างไสว การคุ้มครองรักษา การชี้นำและแนะแนว ความศักดิ์สิทธิ์ นี่คือหนึ่งในสองเวทที่อยู่บนจุดสูงสุดของพลังธาตุพิเศษ

ถ้าเปรียบแสงสว่างคือความดี ธาตุอีกหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนคู่แข่งคือ ...ธาตุมืด ความลึกลับ น่ากลัว ความชั่วและความตาย

...ธาตุมืดถูกเรียกอีกชื่อว่าวายร้าย หรือบ้างก็เรียกผู้ที่มีพลังธาตุนี้ติดตัวว่า ...คำสาป

แต่โลกนี้ไม่ได้โหดร้ายกับคนเราขนาดนั้น ธาตุแสงนั้นมีผู้ครอบครองที่เปิดเผยตัวตนออกมาเพียงสามคนเท่านั้น

คนแรกคือ “เซฟอน ฟอดาเซล” กษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ปกครองประเทศแห่งนี้ ส่วนอีกคนคือมือขวาของเขา “ชาเซ ลาลินต้า” ชายที่ถูกผู้คนเรียกกันว่า ...ผู้กล้า ส่วนคนสุดท้ายนั้นถูกระบุว่าเป็นคนจากตระกูลดิแอนเจโล่ ตระกูลของผู้อำนวยการโรงเรียนอคาเดมคนปัจจุบัน

ธาตุแสงเลือกผู้ถือครองตามความคิดว่าเขาผู้นั้นเหมาะสมหรือไม่ ทว่าธาตุต้องสาปกลับต่างกันเล็กน้อยตรงที่มันสืบเชื้อสายตามเลือดเนื้อเชื้อไขจากรุ่นสู่รุ่น มีเพียงคนของตระกูลเชอร์โนบ็อกตระกูลเดียวเท่านั้นที่ครอบครองพลังนี้ไว้

ในตอนนี้คนที่ถือครองพลังมืดไว้คือฉันและพ่อเพียงสองคนเท่านั้น ถ้าธาตุพิเศษสองธาตุนี้ดันมีผู้ใช้ให้พบเห็นได้ทั่วไป ความสมดุลของธาตุอื่นๆ จะถูกกลบจนไม่เหลือความสำคัญเป็นแน่

...ฟังถึงตรงนี้ คิดว่าพล๊อตเรื่องมันคล้ายกับอะไรล่ะคะ?

“...ผู้กล้ากับจอมมาร”

พวกเราถูกมองเป็นตัวร้ายในสายตาคนเกือบทั้งโลก หากแต่ความมืดดันมีพลังที่มากกว่าแสงสว่าง รวมถึงเราก็ไม่เคยคิดจะมีปัญหากับใคร จนถึงตอนนี้ตระกูลเชอร์โนบ็อกจึงยังคงใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติสุขและได้รับการต้อนรับจากพระราชาเสมอมา

...หนังสือนิทานหลายต่อหลายเล่มวางบทให้ผู้กล้าคือคนที่ช่วยเหลือมนุษยชาติ ส่วนจอมมารคือสิ่งที่ต้องถูกกำจัด

...เฮ้อ

...เพราะแบบนั้นฉันถึงต้องเรียนรู้วิชาธาตุต่างๆ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างคนทั่วไป

ปึก!

บลูเดินมาจนถึงพื้นโล่งในป่าหลังบ้านพร้อมกับกระเป๋าปริศนาใบยาวที่สะพายไว้บนบ่า

เธอถอดสายพาดบ่าออกก่อนจะนำกระเป๋าใบนั้นมาตั้งไว้ตรงหน้า

กระเป๋าสีดำทมิฬที่มีความยาวเกือบเท่ากับส่วนสูงของเธอ วัสดุแข็งและเบาเพื่อป้องกันของภายในถูกกระแทก บลูมองจ้องกระเป๋าตรงหน้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจหนึ่งทีแล้วนำมันกลับไปสะพายไว้บนหลังตามเดิม

...

...ไม่ได้ๆ วันนี้ฉันกะจะมาซ้อมนี่

เด็กสาวกระซิบกระซาบกับตัวเองพักหนึ่งก่อนในท้ายที่สุดกระเป๋าใบนั้นจะถูกนำมาวางนอนไว้ตรงหน้าอีกครั้ง ในรอบนี้เธอเลือกจะเอื้อมมือไปรูดซิปเพื่อเปิดเอาของภายในออกมา

ฟูวววว

อาวุธชิ้นนี้ คล้ายกับมันมีชีวิต ด้ามจับสีดำยาวเรียบหรูและก้อนกลมสีชมพูอ่อนบริเวณส่วนปลาย ทันทีที่มันถูกบลูสัมผัส ออร่าสีเทาก็เริ่มแผ่ออกจากคทาเสมือนเป็นการเปิดสวิตช์เครื่อง

ธาตุทั้งสี่คือธาตุที่บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้รวมถึงฉัน ต่างจากอีกสองธาตุพิเศษที่คนทั่วไปไม่สามารถใช้ได้

เพื่อช่วยไม่ให้พลังเวทที่เด็กสาวใช้รุนแรงเกินไป สิ่งนี้จึงต้องถูกใช้เพื่อยับยั้งอันตรายที่จะเกิดขึ้น

“...เมเจียร์” ชื่อของคทาเวทในมือของฉัน

...

มือข้างขวาถือด้านสีดำไว้มั่น บลูเล็งส่วนปลายของคทาไปยังพื้นโล่งก่อนจะตั้งจิตของตัวเองให้นิ่ง

ฟูมมมม!!!

เพลิงขนาดใหญ่ถูกพ่นออกมาจากส่วนปลายของคทาเป็นเส้นตรง เปลวไฟสีชาดที่แผ่ความร้อนออกมาจนตัวของเด็กสาวรับรู้ได้ เป็นเครื่องยืนยันว่าฝีมือในพลังเวทของเธอยังคงแข็งแกร่งและไฟตรงหน้านั้นสร้างความเสียหายได้จริง

พึบ!

เพียงแต่ไม่นานเปลวเพลิงก็ดับลง ผลจากการใช้เวทที่ไม่ใช่เวทหลักของตัวเอง ประสิทธิผลนั้นย่อมด้อยกว่าผู้ที่เป็นเจ้าของธาตุจริงๆ

...คราวนี้ทำได้ตั้งสี่วิ ถึงนับด้วยปากจะดูเท่ากันกับครั้งก่อนก็เถอะ แต่รู้สึกว่าครั้งนี้จะนานกว่านะ

คิดได้แบบนั้นเด็กสาวก็เริ่มมีกำลังใจจะฝึกต่อขึ้นมาทันที

เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยง ความหิวถูกเตือนออกมาจากเสียงร้องของกระเพาะ

....

บลูเดินกลับไปนั่งพักใต้ต้นไม้ก่อนจะเปิดกล่องอาหารที่เตรียมมาด้วย

เธอนั่งทานข้าวกลางวันอยู่คนเดียวเงียบๆ พลางมองจ้องไปยังพื้นโล่งเบื้องหน้าที่ตอนนี้มีทั้งดินที่ถูกเผาจนเกรียมกลายเป็นสีดำผิดรูปหรือร่องรอยของน้ำที่ชุ่มพื้นข้างๆ

ง่ำ ง่ำ

...

คทาเมเจียร์ซึ่งถูกวางพาดไว้กับต้นไม้ข้างตัว ในตอนนี้มันไม่ได้แผ่ออร่าสีเทาออกมาแล้ว เด็กสาวมองจ้องสิ่งนั้นตาเขม็ง ถึงรูปร่างมันจะดูสวยงามและโดดเด่นมากก็ตามที แต่เพราะมันดูสะดุดตาจนเกินไปทำให้เธอไม่ค่อยอยากจะพกมันไปไหนมาไหนด้วยเสียเท่าไร

ฟูววว

สายลมเย็นที่พักผ่านทุ่งโล่งกระทบกับร่างของบลูซึ่งตอนนี้ทานข้าวจนอิ่มพอดี เปลือกตาของเธอค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับความผ่อนคลายและความเงียบสงบ

...

...ฟี่ ฟี่

เด็กสาวทิ้งตัวลงบนผืนหญ้านุ่มพลางค่อยๆ หลับตานอนอย่างช้าๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 2 : คำทักทาย 5

    บทที่ 2 : คำทักทายฟูวววกลิ่นของสถานที่โดยรอบซึ่งเปลี่ยนไปตามความแออัดของผู้คนที่อยู่อาศัย เรือไม้ลำเล็กได้เดินทางมาจนถึงสถานีปลายทางเป็นที่เรียบร้อยณ เมืองหลวงเซอร์เมียพื้นที่โล่งกว้างราบเรียบถูกสร้างไว้เพื่อใช้เป็นท่าสำหรับลงจอดเรือโดยเฉพาะ ทั้งเรือโดยสารลำใหญ่ที่บรรทุกผู้คนมากมายหรือเรือขนส่งสินค้าข้ามประเทศ บ้างก็เป็นเรือส่วนตัวคล้ายกับเรือของฉัน“ “ยินดีต้อนรับครับ” ”ทันทีที่เราทั้งสามลงจากเรือ พนักงานสองสามคนก็เดินมาต้อนรับเราพลางถามถึงสถานที่ปลายทางที่ต้องการเดินทางไปต่อและพร้อมเตรียมรถม้าให้หากพวกเราต้องการ“พวกเราจะเดินทางไปอคาเดมค่ะ รบกวนจัดหายานพาหนะให้ด้วย” ผู้เป็นแม่กล่าวทักทายพนักงานชายกลุ่มนั้นพร้อมกับร้องขอสิ่งที่ต้องการทันที“รับทราบครับ อยากได้เป็นรถม้าแบบไหนหรอครับ?”“อา ...ขอแบบดีที่สุดค่ะ รบกวนด้วย”“รับทราบครับ ซักครู่นะครับ”บนโลกที่มีเพียงภาพวาดเพื่อระบุตัวบุคคล สำหรับประชาชนทั่วๆ ไป หากเราไม่ได้เอ่ยชื่อที่แท้จริงออกมาก็ยากที่คนเหล่านั้นจะรู้ถึงตัวตนที่แท้จร

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1 : คำสาป 4

    ______________“บลู ชื่อของเธอนี่แปลกจัง”“...ชื่อ****เองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ชื่อนี้แม่อุตส่าห์คิดให้เราตั้งนานเลยนะ”“....”“เงียบอีกแล้ว เราคุยคนเดียวเยอะๆ ก็เหนื่อยนะ”“...ก็ เธอพูดไม่หยุดเลยนี่”“... ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอนั่นแหละที่พูดน้อย ระวังโตไปจะไม่มีคนมาจีบนะ”“...........เรื่องของฉัน”______________...อึ อืม......ฝันหรอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอันเลือนราง ฉันกำลังต่อล้อต่อเถียงกับเด็กสาวช่างจ้ออีกคน ชื่อของเธอน่าจะนามว่า “แกรด” ใบหน้าของเธอนั้นฉันจำไม่ได้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ที่พอจำได้อยู่บ้างคือเธอพูดไม่หยุดจนฉันหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง...ฉันไปรู้จักคนแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหนกันนะ คงเป็นหลายครั้งที่ฉันเข้าเมืองพร้อมกับพ่อแม่รึเปล่าถึงอย่างนั้นฉันกลับรู้สึกแปลกตรงกลางอก มันอบอุ่นและเจ็บปวดพร้อมๆ กันอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร ...แต่ฉันเกลียดมัน เกลียดความรู้สึกที่อธิบายด้วยหลักการไม่ได้นี้“กลับเข้าบ้านดีกว่า”นึกได้ดังนั้นเด็กสาวก็เอื้อมมือไปเก็บกล่องข้าวเปล่าใส่กระเป๋า ส่วนคทายาวก็ถูกเช็ดและทำความสะอาดอย่างผ่านๆ ก่อนจะวางใส่ลงบนกร

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1 : คำสาป 3

    ต๊อก ต๊อก ...ผู้เป็นพ่อเดินไปหยิบสมุดปกหนามาหนึ่งเล่มพร้อมกับแผนที่ประเทศที่วางอยู่อีกฝั่งก่อนจะนำของทั้งสองชิ้นมาวางไว้ตรงโต๊ะกลางห้องฟึบ!ชายแก่เริ่มต้นด้วยการกางแผนที่ออกอย่างบรรจงก่อนจะใช้หนังสือที่วางอยู่แต่เดิมบนโต๊ะมาทับกระดาษแผนที่ตรึงไว้กับโต๊ะ“ตรงนี้คือบ้านของเรา ส่วนตรงนี้คือโรงเรียนอคาเดม แล้วตรงนี้ก็เป็นเมืองหลวง”ผู้เป็นพ่อเริ่มอธิบายสถานที่ตั้งของโรงเรียนให้บลูเข้าใจอย่างละเอียดโดยชี้นิ้วไปตามจุดสำคัญต่างๆทางเหนือสุดของประเทศ สถานที่ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งของบ้านฉัน ถัดลงมาตามนิ้วที่ชี้ลากเป็นเส้นตรง ทางซ้ายมือคือเมืองเฮลเก้ ส่วนทางขวาคือไนมูเอล ถัดลงมาอีกทอดคือเมืองมาร์ตินและเมืองฟาร์ฮาน โดยใต้ของเมืองทั้งสองจะมีเมืองมิชก้ากับเมืองซิมรีกั้นเมืองเซอร์เมีย เมืองหลวงของประเทศเอาไว้ รอบๆ ประเทศแห่งนี้จะมีประเทศไอชาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศทาฮีร์ทางตะวันออกเฉียงเหนือและอคาคิออส ประเทศที่อยู่ทางใต้ของเราซึ่งจะติดกับเมืองหลวง“ถ้าลูกจะไปที่นั่น ระยะทางจะห่างจากที่นี่สี่เมืองเลยนะ เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้ว เข้าใจที่พ่อพูดรึเปล่า?”น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยถามอย่างกระอ้อมกระแอ้มจ

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1 : คำสาป 2

    ต๊อก ต๊อก“ขออนุญาตอีกครั้งค่ะนายหญิง”หญิงสาวคนเดิมเดินกลับมายังห้องทานอาหารระหว่างที่พวกเรากำลังทานข้าวเช้ากันอยู่ ในมือของเธอถือซองจดหมายเล็กๆ ไว้หนึ่งฉบับ รอบนี้เธอเดินตรงไปหาแม่ของบลูพร้อมกับยื่นจดหมายฉบับนั้นให้อย่างทะนุถนอม...ครั่งสีแดงที่ประทับอยู่บริเวณกลางซองจดหมายปิดผนึกมีอักษร” AC” ประทับไว้ เมื่อเฮร่าได้เห็น สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่ในทางไม่ดี หญิงแก่อมยิ้มบางๆ อย่างอบอุ่นจนบลูที่เห็นเอียงคอสงสัยเล็กน้อย“อะไรหรอคะ?”กึบ!เธอแกะซองจดหมายออกอย่างช้าๆ พร้อมกับหยิบกระดาษที่มีเนื้อหาภายในออกมาอ่านอย่างตั้งใจ“บัตรเชิญจากเพื่อนเก่าแม่น่ะลูก”“...?”หญิงแก่อ่านเนื้อหาภายในอย่างจดจ่อก่อนจะยิ้มให้เนื้อหาตรงหน้า แต่ต่อมาพอสายตาของเธอเลื่อนต่ำลง รอยยิ้มที่เคยกรุ้มกริ่มก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักใจอ่อนๆ“คุณแม่...?”“มีอะไรหรอที่รัก?”ทุกสายตารวมถึงเมดสาวที่ยังไม่ได้เดินออกจากห้องเองก็อยากรู้ว่าเนื้อหานั้นมีอะไรกันแน่“บลู ...ลองอ่านดูสิ”......ฉันหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกยื่นให้เข้ามาอ่านอย่างช้าๆ“ถึงเฮร่าเพื่อนเก่า เราไม่ค่อยได้ส่งจดหมายหากันเลยนะช่วงนี้ น่าจะหนึ่งปีแ

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1  : คำสาป 1

    บทที่ 1 : คำสาปฉันชื่อบลู ความหมายของชื่อมิได้แปลว่าสีน้ำเงินที่สื่อถึงความสงบหรือความมั่นคงตามที่พ่อกับแม่หวังไว้แต่ประการใด หากแต่ในความคิดของฉัน ...ความหมายของมันคือความเศร้า ...หม่นหมองชีวิตของฉันจมอยู่กับความทรมานและโดดเดี่ยวดั่งชื่อเล่นนั้น แม้ทางบ้านจะมีฐานะร่ำรวยและมากด้วยชื่อเสียงบารมีเงินเพียงใด ทั้งพ่อและแม่รักต่างตามใจฉันในหลายๆ เรื่อง แต่เพราะเวทมนตร์ซึ่งยากจะประเมินพลังและมันดันเป็นเวทสายมืด เวท ...ที่ไม่ได้เน้นใช้ป้องกันหรือโจมตีเพื่อขัดขวางอีกฝ่าย มันมีเพื่อปลิดชีพผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรู เป้าหมาย ใครก็ตาม...พลังอันใหญ่ยิ่ง ทว่าไม่มีใครคิดว่ามันยิ่งใหญ่ ผู้คนรวมถึงฉันกลับมองมันเป็นเพียง ....คำสาปฟูววววเสียงของสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนบนชั้นที่สี่ของบ้านหลังใหญ่........เฮ้อเสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นในทุกวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแสดงถึงความรู้สึกของการมีชีวิต ...ฉันรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ห้องนอนอันกว้างใหญ่ในบ้านอันกว้างขวางบนโลกที่เวทมนตร์อยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่ในทุกการกระทำของชีวิต ตระกูลของฉันเมื่อครั้งอดีตกาลคือหนึ่งในตระกูล ...เป็นเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status