Masukพิพิมพ์ตื่นขึ้นมาในเช้าตรู่ของวันใหม่ หลังจากที่เธอนอนซมพิษไข้ไป 1 วันเต็มๆ
" อื้ม....ปวดหัวชะมัด ใครเอาค้อนมาทุบหัววะเนี่ย " ร่างเล็กบ่มงึมงำพร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้า แต่ก็นึกขึ้นได้มาเสียดื้อๆเรื่องคืนนั้น " ตายละ ยาคุมฉุกเฉิน! " สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเธอในตอนนี้คือเธอต้องไปร้านขายยาเพื่อซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินไม่อย่างนั้นปัญหาที่จะตามมาเยอะแน่ๆ ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงรู้ว่าต้องกินยาคุมก็เพราะว่าเธอมาถึงห้องคราบน้ำรักของเขาเปรอะเปื้อนตามซอกขาของเธอเต็มไปหมดน่ะสิ เธอนึกโกรธตัวเองที่ทำอะไรไปโดยไม่คิดสักนิดจากนี้ไปเธอจะเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพราะมันทำให้เธอขาดสติ พิพิมพ์หลังจากที่ซื้อยาคุมฉุกเฉินมาเธอก็รีบกินทันทีเพราะเธอเสียเวลาไปตั้ง 1 วันเต็มๆเภสัชกรบอกว่าหากช้าไปกว่านี้ประสิทธิภาพของยาอาจจะต่ำมาก แต่ด้วยช่วงนี้เป็นระยะปลอดภัยของเธอเธอจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย ร่างเล็กมองดูนาฬิกาบอกเวลาว่าตอนนี้บ่ายโมงกว่าแล้วเธอจึงรีบหยิบกระเป๋าของตัวเองพร้อมกับเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อไปหาผู้หญิงที่เธอรักมากที่สุดนั่นก็คือแม่ " แม่จ๋า เป็นยังไงบ้างจ๊ะวันนี้กินยาหรือยัง " พรรัมภายิ้มให้กับลูกสาวหลังจากที่เธอรอลูกมาหาวันนี้เป็นวันที่ 2 แล้ว ปกติลูกสาวของเธอไม่เคยหายเงียบไปแบบนี้ " แม่กินแล้วจ่ะ แล้วนี่พิมพ์หายไปไหนมาเหรอลูก " ด้วยความที่เธอจะแวะมาหาแม่ทุกวันถ้าไม่เป็นตอนเช้าก็เป็นตอนเย็นแต่เมื่อวานเธอจับไข้และไม่มีแรงแม้แต่จะลุกจึงไม่ได้มาหาแม่และไม่ได้โทรบอกอีกต่างหากจนตอนนี้เธอนึกโทษตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ทำให้แม่ต้องเป็นห่วง เธอเหลือแม่แค่คนเดียวแล้ว " พิมพ์ขอโทษนะจ๊ะ พอดีพิมพ์ได้งานที่ใหม่น่ะจ่ะแม่ เมื่อวานมีสัมภาษณ์ก็เลยไม่ได้แวะมาหา " พิพิมพ์จำเป็นต้องโกหกแม่ เพราะเธอไม่สามารถบอกความจริงออกไปได้จริงๆ " ตั้งใจทำงานเถอะลูกไม่ต้องห่วงแม่หรอกแม่อยู่ได้ จริงๆพาแม่กลับไปพักที่บ้านก็ได้นะพิมพ์อยู่ที่นี่สิ้นเปลืองเปล่าๆ แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากเลย " เพราะเธออยู่โรงพยาบาลมาจะครบปีแล้ว รักษาตามอาการมาเรื่อยๆ จนเธอไม่อยากให้ลูกสาวสิ้นเปลืองแล้ว ต่างจากพิพิมพ์ที่กำลังหนักอึ้งในอก แม่ของเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนไม่อย่างนั้นเชื้อมันจะยิ่งลุกลาม แม่ของเธอเป็นมะเร็งตับต้องรักษาด้วยการผ่าตัดและปลูกถ่ายเปลี่ยนตับซึ่งนั่นต้องใช้งบมหาศาลกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ดังนั้นเธอจึงต้องรีบปิดดีลนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อแม่ของเธอ เธอเหลือแม่แค่คนเดียวต่อให้ต้องไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหนเธอก็พร้อม " ยังกลับไม่ได้นะจ๊ะแม่ อีกไม่เกิน 3 เดือนแม่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด และในช่วงนี้แม่ต้องรักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงที่สุดนะจ๊ะ พิมพ์รับรองว่าจะทำทุกอย่างให้แม่หายให้ได้ แม่ต้องอยู่กับพิมพ์ไปนานๆนะจ๊ะ " พิพิมพ์ก้มลงกอดแม่ของตัวเองที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้แต่ก็ต้องรีบปัดมันออกเพราะกลัวว่าแม่จะไม่สบายใจ " แม่ทำให้พิมพ์ต้องลำบาก " พรรัมภาพูดออกมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนหน้านี้ลูกสาวของเธอทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งรายได้ดีมาก ชีวิตของลูกสาวเธอกำลังจะไปได้ดีแต่ต้องมาสะดุดเพราะวันนั้นเธอเป็นลมล้มลงจนต้องมาโรงพยาบาลและตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายนี้ และจากนั้นมาลูกสาวของเธอก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอันหนักอึ้งมาโดยตลอด " ไม่นะจ๊ะแม่ พิมพ์ไม่ได้ลำบากอะไรเลยอีกอย่างงานใหม่ให้เงินเดือนพิมพ์ตั้งเยอะ แม่อย่าพูดแบบนั้นนะจ๊ะพิมพ์มีแม่แค่คนเดียวแม่จะต้องหายนะ " " ค่ารักษาแพงมากไหมลูก รักษาตามอาการแบบนี้ไปเรื่อยๆได้ไหม แม่ไม่อยากผ่าตัดเลยเพราะรู้ว่าค่าใช้จ่ายมันต้องสูงมากแน่ๆ พิมพ์เก็บเงินไว้ให้ตัวเองใช้ในอนาคตเถอะนะลูก " " พิมพ์มีเงินเก็บมากพอนะจ๊ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงพิมพ์เลยนะ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพิมพ์ แม่นอนพักนะจ๊ะ อีกหน่อยคุณหมอก็คงเข้ามาตรวจอาการของแม่แล้ว " ร่างเล็กรีบบอกปัดออกไป เธอไม่อยากให้แม่คิดมากแม้ว่าในตอนนี้เงินในบัญชีของเธอมันแทบติดลบไปแล้วก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแม่ของเธอก็จะต้องได้ผ่าตัด ................. ........ ... 1 สัปดาห์ผ่านไป พิพิมพ์มาถึงหน้าโรงแรมวรเชษณ์กิจสุวรรณ์กรุ๊ป ในช่วงเช้าเธอมาก่อนเวลาถึง 1 ชั่วโมงเพราะไม่อยากต้องคำนวณการเดินทางผิดพลาด เช้าวันแรกในการทำงานของเธอต้องสดใสไม่ใช่วิ่งตายมาเข้างาน ใช่ เธอสมัครงานที่นี่ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาของท่านประธานบริษัทแล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อเธอได้งานภายในระยะเวลาไม่กี่วันเท่านั้น เธอกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นผู้บริหารเพราะนัดเจอกับท่านประธานบริษัทเห็นเลขาของเขาบอกว่าอยากสัมภาษณ์เพิ่มเติมเล็กน้อย เข้าทางเธอพอดี " สวัสดีค่ะ พิพิมพ์ รัตนอนันกุล ค่ะ ผู้ช่วยเลขาของคุณปัทมาค่ะ " พิพิมพ์เอ่ยทักทายบุคคลตรงหน้าที่คิดว่าคงเป็นปัทมาแน่ๆ ปัทมามองผู้ช่วยเลขาที่ท่านประธานเพิ่งรับเข้ามาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เพราะยัยผู้หญิงคนนี้มันหน้าตาดีน่ะสิ " รูปร่างลักษณะแบบนี้จะทำงานไหวหรือเปล่า " ด้วยความที่พิพิมพ์ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าทำเอาปัทมาถึงกับเบะปากมองบน ซึ่งนั่นก็ทำให้พิมพ์รู้ได้ทันทีว่าเธอไม่น่าจะผูกมิตรกับผู้หญิงคนนี้ได้ ที่สำคัญเธอต้องทำงานกับเธอคนนี้นี่สิ แต่ไม่เป็นไรเพราะเธอคงอยู่ที่นี่อีกไม่นาน " ไหวค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ " " ฝากเอาไว้แค่ความสามารถก็พอย่ะ เนื้อตัวน่ะรักษาเอาไว้ให้ดีเถอะอย่าเที่ยวไปเสนอตัวให้กับใครโดยเฉพาะท่านประธานของฉัน " เมื่อผู้หญิงตรงหน้าพูดออกมาแบบนั้นเธอก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้กำลังหึงหวง กลิ่นอายความหึงแรงมาก ท่านประธานของฉันแบบเต็มปากเต็มคำเลยนะ " ค่ะ พิมพ์จะระวังเอาไว้ให้มากนะคะ " ปัทมาชักสีหน้าไม่พอใจแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพาผู้หญิงคนนี้เข้าไปหาท่านประธานเพื่อสัมภาษณ์เพิ่มเติมอยู่ดี " ตามฉันมา " ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก " ขออนุญาตค่ะท่านประธานพนักงานใหม่มาถึงแล้วค่ะ " ปัทมาเคาะประตูเพียงไม่กี่ครั้งก็เปิดเข้าไปพร้อมกับเธอที่เดินตามเข้าห้องไปติดๆ เวียร์เงยหน้าจากกองเอกสารมากมายหลังจากที่ได้ยินเลขาสาวพูดขึ้นมา ทันทีที่เขาเงยหน้ามาสบตากับผู้ช่วยเลขาคนใหม่ก็ทำเอาเขาชะงักไปไม่น้อยเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องรีบทำตัวให้เป็นปกติเพราะผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาเหมือนเธอจะไม่ได้มีอาการตระหนกหรือประหม่าใดๆ ทำไมโลกกลมจังนะมันกลมเกินไปหรือเปล่า " โอเค คุณออกไปทำงานต่อเถอะปัทมา เดี๋ยวผมจะสัมภาษณ์เธออีกนิดหน่อย "3 ปีผ่านไป" คุณพ่อครับน้องพอลหิวแล้วครับ ใกล้เสร็จหรือยัง " น้องพอร์ชวัย 5 ขวบรีบเร่งให้คุณพ่อที่อยู่ในครัวทำอาหารให้เสร็จเร็วๆเพราะน้องชายของเขาอย่างน้องพอลเริ่มงอแงด้วยอาการหิวแล้ว เด็กหิวก็มักร้องขอไม่หยุดแบบนี้แหละพี่ชายอย่างเขาจึงต้องมาเร่งคุณพ่อแบบนี้" ครับลูก รออีกไม่เกิน 15 นาทีนะครับ พ่อกำลังทำอยู่ครับ วันนี้มีเมนูโปรดของน้องพอลเยอะมากเลยนะครับลูก " วิชยุตม์กำลังขะมักเขม้นทำอาหารให้กับลูกชายทั้งสองคนของเขาได้ทานอย่างทันท่วงที ตอนนี้ลูกชายคนโตของเขาน้องพอร์ชอายุ 5 ขวบแล้วพร้อมกับลูกชายคนเล็กน้องพอลอายุ 2 ขวบแล้ว แม้เขาจะอยากมีคนที่ 3 ซึ่งไม่แน่ก็อาจได้ลูกชายอีก แต่ด้วยความที่สงสารภรรยาตอนที่เธอคคลอดเธอเจ็บมาก หากเขาเจ็บแทนเธอได้เขาคงทำไปแล้ว จึงตกลงกันว่าจะปิดอู่ทันที แค่เจ้าสองแสบนี้ก็ดูแลแทบไม่ไหวแล้ว เขาว่ากันว่าเด็กดื้อคือเด็กฉลาดสงสัยลูกๆของเขาต้องอัฉริยะมาเกิดแล้วล่ะเพราะแสบ ซน และเอาแต่ใจที่หนึ่งเลย" คุณพ่ออ่ะ ช้าจังเลยครับ ผมคิดถึงคุณแม่แล้ว " น้องพอลเริ่มงอแงทันที นั่งกอดอกทำปากยู่อย่างน่ารัก แม้จะมีอายุเพียงแค่ 2 ขวบแต่พัฒนาการกลับไปไกลมากกว่านั้นรู้เร
เวียร์ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้พิมพ์พร้อมกับผลักเธอลงบนเตียงอย่างช้าๆโดยที่มีอ้อมแขนของเขาคอยประคองเอาไว้ สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างหวานซึ้งในค่ำคืนเข้าหอที่สุดแสนโรแมนติกนี้ ห้องหอรอรักนี้เขาได้ให้คนรังสรรค์ให้เป็นพิเศษเพราะห้องนี้อยู่ในเครือโรงแรมของตระกูลเขา ทุกอย่างดูเวอร์วังอลังการไปหมดซึ่งพิมพ์ไม่ได้ต้องการแบบนี้แต่เป็นเขาที่ต้องการทำให้เธอ ทั้งห้องเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดงที่พิมพ์ชอบ พอมาอยู่ด้วยกันกับชุดแต่งงานสีขาวของเธอมันทำให้ตอนนี้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นอีกเป็นร้อยเท่า" คิดชื่อลูกไว้หรือยังครับ " เวียร์ถามไปอย่างนั้นในขณะที่ตอนนี้ตัวเขาและเธอล้มทับกันอยู่บนเตียง พิมพ์ได้แต่อมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข" จะเสกคาถาร่ายมนต์ให้มีวันนี้ให้ได้เลยหรอคะ "" แน่นอนสิครับ " หลังจากจบประโยคนั้นวิชยุตม์ก็ก้มลงประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างเร่าร้อน ด้วยความที่เขาและเธอไม่เคยจะอ่อนโยนกันเลยสักครั้ง เมื่อไรก็ตามที่อารมณ์สวาทเข้าครอบงำเขาจะกลายเป็นหมาป่าล่าเหยื่อส่วนเธอก็จะเป็นนางฟ้าตัวน้อยๆที่รอรับแรงกระแทกจากหมาป่าดิบเถื่อนแบบเขา มือหนาค่อยๆปลดซิปที่อยู่ด้านหลังของเธอ เขารูดลงม
แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าสุดหรูภายในโรงแรมของวิชยุตม์สะท้อนกับพื้นหินอ่อน ทำให้ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและหรูหรา พิพิมพ์เดินเคียงข้างวิชยุตม์ด้วยรอยยิ้มของผู้หญิงที่สวยที่สุดในวันนี้ เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสวยงาม ส่วนวิชยุตม์สวมสูทดำเข้มในใบหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความรักที่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ด้วยคำว่าครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้พิเศษยิ่งกว่าความสวยงามและความอลังการคือร่างเล็กๆ ของลูกชายวัยสองขวบที่วิ่งเข้ามากอดขาคุณแม่ด้วยรอยยิ้มกว้าง พิพิมพ์หยุดชั่วครู่มือข้างหนึ่งกุมมือเล็กๆ นั่นแล้วเดินไปหาชายผู้เป็นที่รักด้วยกันในงานฉลองมงคลสมรสช่วงเย็นของวิชยุตม์และพิพิมพ์“เด็กแสบของพ่อ วันนี้หล่อจังเลยนะลูก คุณก็สวยมากเลยนะครับที่รักของผม” วิชยุต์ก้มลงพูดเบาๆ กับลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ขณะก้มลงอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขนเพื่อเดินไปบนเวที มืออีกข้างของเขาก็กุมมือพิพิมพ์เอาไว้แน่น เด็กน้อยหัวเราะคิกคัก มองแม่กับพ่อด้วยตากลมโตสดใส พิพิมพ์ไม่อาจห้ามรอยยิ้มของตัวเองได้ ความสุขที่เธอเคยคิดว่าจะไม่เต็มที่กลับอบอวลอยู่รอบตัวในค่ำคืนนี้“คุณพ่อก็หล่อมากๆ เลยค
แสงยามเย็นลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของคาเฟ่ริมทะเล ทำให้พื้นไม้และโต๊ะเก้าอี้เต็มไปด้วยเงาและแสงทอง เวียร์พาเธอกลับมาพักผ่อนที่ทะเลอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งปรับความเข้าใจและผ่านเรื่องราวร้ายๆมาด้วยกัน พิพิมพ์นั่งจ้องออกไปนอกหน้าต่าง มือกุมนมร้อนอุ่น ๆ พร้อมกับลูบหน้าท้องนูนของตัวเองไปมา ความคิดของเธอวนเวียนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแผนการ ความผิดพลาด การต่อสู้ และความรักที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นโดยไม่รู้ตัว วิชยุตม์ยืนอยู่ข้างหลัง มองเธอด้วยสายตาอบอุ่น เขาพาเธอมาพักผ่อนริมทะเลอีกครั้งในสถานที่ที่เขาเคยพาเธอมาก่อนหน้านี้ แต่ก่อนหน้านี้มันกลับมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักเขาอยากแก้ไขมัน หากว่าเธอคลอดลูกออกมาแล้วกว่าจะได้มาเที่ยวด้วยกันก็คงอีกนาน เขาจึงเลือกที่จะพาเธอมาพักผ่อนอีกทั้งพักใจจากเรื่องร้ายๆที่เขาและเธอเคยเจอมาก่อนหน้านี้ เขาค่อยๆเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับโอบกอดเธอเอาไว้หลวมๆ ในคาเฟ่แห่งนี้เขาได้สั่งให้พนักงานกันคนออกไปจนหมดเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่เตรียมการมาอย่างดีในหลายวันมานี้" พิมพ์ครับ ผมว่ามันถึงเวลาแล้วนะที่ผมจะทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง ผมรักคุณ ร
พิมพ์หลังจากที่อิ่มท้องเรียบร้อยแล้วก็หันมาพูดกับเขาให้เข้าใจ " คุณไม่โกรธพิมพ์แล้วหรอคะ ไหนคุณบอกว่าหลังจากจบงานประมูลคุณจะจัดการพิมพ์ " ร่างเล็กหน้าเศร้าหมองลงเล็กน้อยเพราะตอนนี้เธอถูกเขาจับได้เสียแล้ว " ใครว่าล่ะ ถ้าคุณหายดีแล้วผมจะลงโทษคุณหนักๆ ต่างหาก แต่ผมจะไม่ลงโทษแบบที่ผ่านมาหรอกนะ ผมจะลงโทษคุณบนเตียง กดให้คุณจนเตียงไปเลย โทษฐานที่ปล่อยให้ผมคิดถึงคุณอยู่ทุกวันตั้งนานหลายเดือน "" หมายความว่ายังไงคะ "" พิมพ์ครับ ผมขอโทษนะถ้าที่ผ่านมาทำให้คุณเข้าใจผิด ผมคิดว่าพอเสร็จการประมูลแล้วจะอธิบายเรื่องทุกอย่างให้คุณได้เข้าใจแต่ตอนนั้นคุณกลับไม่อยู่แล้วโอกาสที่ผมจะได้อธิบายมันก็ไม่มี ผมไม่ได้โกรธคุณเลยนะ ความรักที่ผมมีให้คุณมันมีมากกว่าความโกรธเกลียดนั่น แต่ที่ผมยังไม่เผยความจริงออกมานั่นก็เป็นเพราะว่าต้องการจัดการอะไรให้เรียบร้อยก่อน แต่สุดท้ายเวลาก็ไม่คอยใครจริงๆ คุณจากผมไปโดยที่ผมไม่ได้ตั้งตัวเลย " เวียร์พูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา น้ำตาแห่งความคิดถึงของลูกผู้ชาย พิมพ์เห็นแบบนั้นก็ใจอ่อนยวบลงทันที " พิมพ์ขอโทษนะคะ ที่เลือกจะจากไปโดยที่ไม่บอกอะไรกับคุณสักคำ แต่ตอนนั้
เวียร์ยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเมื่อเห็นว่าเมียตัวน้อยของเขามีลูกให้กับเขาแล้ว เขามั่นใจมากว่าเขานี่แหละพ่อในท้องของลูกเธอเพราะเธอมีเขาแค่คนเดียวตลอดมา ปัทมาที่คุ้มดีคุ้มร้ายเมื่อเห็นว่าเวียร์ดีใจจนออกนอกหน้าก็เกิดโมโหขึ้นมา " คุณรู้ได้ยังไงคะว่านังผู้หญิงสำส่อนนี่จะมีคุณแค่คนเดียวจริงๆ " เวียร์ที่ได้ยินเสียงของปัทมาก็ดึงสติของตัวเองกลับคืนมาได้ ตอนนี้เขาต้องช่วยเหลือเมียตัวน้อยและลูกของเขาก่อน " พอเถอะนะปัท ปล่อยตัวเมียกับลูกของผมออกมาเดี๋ยวนี้ " พิมพ์ได้แต่มองตาของวิชยุตม์ ตอนนี้เธอฝากความหวังของการมีชีวิตรอดไว้ที่เขาแล้ว เพราะเธอไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้วจริงๆ เธอถูกมัดติดไว้กับเก้าอี้ทั้งมือและเท้าของเธอรวมไปถึงผ้าที่มัดปากของเธอไว้ด้วยมันจึงทำให้เธอไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย แม้แต่การร้องขอให้เขาช่วยเธอยังทำไม่ได้ได้แต่ส่งความวิงวอนไปทางสายตาเท่านั้น เธอคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าเขาจะมาช่วยเธอจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนหนีเขาไปเอง " เมียกับลูกหรอ พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำเลยนะคะ แล้วปัทล่ะ ปัทรอคุณมาตั้งกี่ปีทำดีกับคุณมาตั้งกี่ครั้ง กำจัดนังผู้หญิงพวกนั้น







