Masukร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ บ้านที่เขากลับมากี่ครั้งก็จะได้พลังบวกกลับไปทุกครั้ง มองย้อนกลับไปทีไรพีรภัทรแทบไม่อยากเชื่อว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของคนในครอบครัว
แม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเลี้ยงเขาและพี่สาว พี่สาวที่พบความผิดหวังด้านความรักจนกลายมาเป็นมาแม่เลี้ยงเดี่ยวเช่นเดียวกัน มีหลานสาวที่สดใส น่ารัก เป็นกำลังใจให้คนในครอบครัวไม่ย่อท้อ แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้งวนเวียนจนพ่อของหลานได้รู้ความจริง ปรับความเข้าใจ เปลี่ยนตัวเอง และสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
โดยมีโซ่คล้องใจคนใหม่เชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นหนาขึ้น ตอนนี้พีรภัทรมีทั้งหลานสาวและหลานชาย มีแม่ที่เขาแวะเวียนมาเยี่ยมตามโอกาส โดยที่แพร์พีญาผู้เป็นพี่สาวได้สร้างบ้านอยู่ในรั๋วเดียวกัน
“อ้าวพีท ลมอะไรพัดให้กลับบ้านวันเสาร์ได้หา” เพราะวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะไม่มีทางจะได้เห็นน้องชายโผล่หัวกลับมา ตั้งแต่ผันตัวทำธุรกิจกลางคืนแบบจริงจัง
“ลมคิดถึงพี่สาวคนสวย”
“หยุด! ฉันขนลุก”
“ฮ่า ๆ พี่เชื่อเหรอว่าผมจะคิดถึงพี่น่ะ” คนที่เพิ่งเจอเรื่องให้คิดอย่างหนักมา พอได้คุยกับพี่สาวก็ทำให้ลืมความเครียดช่วงเวลาหนึ่ง
“ฉันรู้” แพร์พีญายักคิ้วอย่างคนรู้ทัน
“แม่ล่ะ” ทำให้พีรภัทรเปลี่ยนเรื่อง “หลาน ๆ ผมด้วย”
“แม่จัดของบนห้อง พีพีไปเรียนพิเศษ ส่วนเจ้าแคมป์นั่งต่อเลโก้หน้าทีวีที่บ้านใหญ่”
“พี่แพรจะให้ลูกเรียนไรนักหนา ปวดหัวเปล่า ๆ” ร่างสูงที่ไม่ชอบเรียนเป็นทุนเดิมบวกกับทางบ้านลำบากจึงทำให้ออกจากเรียนกลางคัน หันมาทำงานหาเงินเข้าบ้านตั้งแต่เป็นวัยรุ่น พอได้ยินพี่สาวบอกว่าหลานสาวสุดที่รักเรียนพิเศษจึงไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร แค่ตั้งใจเรียนในห้องก็น่าจะพอแล้ว
“ฉันไม่ได้บังคับ พีพีอยากเรียนเอง ลูกอยากเรียนฉันก็แค่ส่งเสริม”
“คิดว่าพี่บังคับซะอีก เห็นเมื่อก่อนชอบนักกับการบังคับคนอื่นเนี่ย”
“ฉันกลัวแกจะเสียคนไง ถึงได้เป็นห่วงค่อยดึงไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง”
“คนดีแบบผมพี่ไม่ต้องห่วงหรอก”
“ฉันไม่ห่วงแกเพราะมีเพื่อนดีต่างหาก แล้วทำไมไม่ชวนเดียร์มาบ้านเราด้วย”
“…” ร่างสูงชะงักไปทันทีที่ได้ยินชื่อคู่กรณีที่ทำให้เขากลับมาบ้าน
“ไม่เห็นเดียร์มาหาหลาน ๆ สองสามอาทิตย์แล้ว ปกติต้องมาเล่นกะหลาน ๆ ตลอด” พี่สาวของพีรภัทรสนิทกับเดียร์น่าเป็นอย่างดี ส่วนเดียร์น่าก็เป็นแขกประจำบ้าน เข้าออกได้โดยที่คนในบ้านไม่ถือว่าเป็นแขก แต่เป็นเสมือนสมาชิกของครอบครัวไปแล้ว
“หุ้นตก คงไม่มีเวลามั้ง”
แพร์พีญาพยักหน้าเข้าใจ ลูกสาวนักธุรกิจก็คงแบบนี้ คงไม่มีเวลามากนัก
กึก!
ต่างจากพีรภัทรที่รู้ตัวว่ากำลังโกหกออกไปจึงมีท่าทีนิ่งกว่าเดิมก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำเย็น ๆ ดับอารมณ์ตัวเองที่ยังค้างคาตั้งแต่โดนไกลลงจากรถ
“แล้วร้านเราล่ะ เป็นไงบ้าง”
“ลงตัวทุกอย่าง ไม่มีไรน่าห่วงแล้ว”
“คิดจะเปิดเพิ่มไหม”
“ไม่อ่ะ แค่ร้านเดียวก็พอ”
“แล้วธุรกิจอื่นล่ะ” คนเป็นพี่ถามต่อ
“ก็ไม่มีในหัวอยู่ดี” เพราะแค่เรื่องสาว ๆ ก็ปวดหัวมากเกินกว่าจะคิดขยับขยายอะไรในเวลานี้
“พีท มาถึงนานยังลูก” ระหว่างที่พี่สาวน้องชายนั่งคุยกันในห้องครัว อรณีลงมาจากชั้นบนของบ้านเดินตามเสียงจนเจอลูกชายที่นั่งหันหลังให้ประตู
“เพิ่งมาครับ”
“รอกินข้าวเย็นก่อน ค่อยกลับนะพีท” ระหว่างที่เอ่ยชวนลูกชาย เธอก็เดินไปช่วยลูกสาวคนโตทำกับข้าว
“ไม่ล่ะครับ ผมต้องเข้าร้านอีก”
“อยู่กินข้าวฝีมือแม่ก่อน จะรีบเข้าร้านไปไหน วันนี้วันเสาร์ไม่ได้ร้องเพลงเองนี่”
“ฝีมือแม่ผมก็อยากกินนั่นแหละครับ แต่คืนนี้ลูกค้าเยอะ ผมไม่อยากฝากร้านไว้กับไอ้บิ๊ก” ร่างสูงปฏิเสธตามความจริง แต่ความจริงอีกส่วนเขาไม่ได้เอ่ยให้รู้
“งั้นแม่ใส่กล่องเอากลับไปกินนะ”
“อย่าเลยครับ เก็บไว้ให้เด็ก ๆ กินเถอะ”
“แม่ชักจะน้อยใจแล้วนะ” อรณีพูดไปอย่างนั้นเพราะชินกับนิสัยลูกชายแล้ว
ทว่า…พีรภัทรเข้าไปกอดผู้เป็นแม่จากด้านหลัง
ฟอดดด~
แล้วหอมแก้มอ้อนอย่างกับเป็นเด็กน้อยอยู่ ทั้งที่ตัวโตกว่าทุกคนในบ้านแล้ว
“ไว้วันหลังจะมาชดเชยให้ครับ”
“ชวนหนูเดียร์มาด้วยสิ บอกว่าแม่คิดถึง”
พีรภัทรนิ่งไปอีกครั้ง ดูเหมือนทุกคนในบ้านจะเอ็นดูเดียร์น่าไม่น้อย
แล้วถ้าทุกคนรู้ว่าเขาทำอะไรลงไปจะเป็นเรื่องใหญ่มากแค่ไหน เพราะถ้าให้เขารับผิดชอบแบบคู่รัก…นั้นไม่ใช่ความต้องการของเดียร์น่าอย่างแน่นอน
ห้องทำงานผู้บริหารระดับสูงแบ่งโซนอย่างชัดเจน บริษัท ดีเอ็น กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ผลิตทั้งสื่อภาพยนตร์ โทรทัศน์ ค่ายเพลงและสื่อสิ่งพิมพ์ มีดารานักแสดงและไอดอลในสังกัดตัวเองมากมาย ซึ่งทางค่ายส่งเสริมทั้งงานแสดงและงานเพลง
“เรื่องเด็กเก่าเราสร้างปัญหาไว้ จะแก้ยังไงให้หุ้นกลับมาเหมือนเดิม” คนที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดของบริษัทเอ่ยถามรองประธานบริษัทผู้ที่มีหน้าที่หลักในการรับผิดชอบต้นเหตุหุ้นตกในครั้งนี้
“เดียร์ส่งเรื่องให้คุณพ่อดูก่อนแล้วนะคะ” เธอทวนความจำให้อีกครั้ง
“เด็กใหม่ ลงทุนใหม่ กว่าจะดึงหุ้นกลับมาเหมือนเดิม ต้องใช้เวลา สู้เราปั้นเด็กในสังกัดไม่ดีกว่าเหรอ” ความจริงอดิศรดูรายละเอียดที่ลูกสาวส่งมาทั้งหมดแล้ว แต่แค่ไม่เห็นด้วย
“เด็กมีความสามารถ ใช้เวลาไม่กี่เดือนหรอกค่ะ”
“พ่อยอมรับว่าหน้าตา หน่วยการ ดี แต่จากประวัติมีชื่อเสียงอยู่แล้ว…”
“ค่ะ ดังในโซเชี่ยล มีแฟนคลับหนาพอตัว”
“ถ้าเอามาเปลี่ยนลุคใหม่จะมีผลกระทบตามมาทีหลัง ยุ่งยากเปล่า ๆ” ผู้บริหารบริษัทไม่เห็นด้วยพร้อมกับส่งแฟ้มให้คืน
“เดียร์จะไม่เปลี่ยนค่ะ จะสนับสนุนน้องเขาแบบที่ถนัดเน้นขายตัวตน”
“ทำการตลาดมารึเปล่าถึงได้เสนอแบบนี้” คราวนี้อดิศรเริ่มขมวดคิ้ว ถ้าเป็นเรื่องอื่นเขายอมลูกสาวได้ แต่เรื่องงาน…ยากที่เขาจะปล่อยผ่านง่าย ๆ
ถ้างานนั่นไร้ผลประโยชน์ เขาไม่เคยเห็นด้วย เช่นเดียวกับที่ลูกสาวเขาคบหาเพื่อนเสเพลนั่น
“แต่พ่อก็ไม่ได้ใจร้าย ไม่ให้โอกาสอนาคตเด็กใหม่หรอกนะ”
“คุณพ่อจะอนุมัติงบให้ใช่ไหมคะ” เดียร์น่ายิ้มด้วยความดีใจหลังจากใจแห้งเหี่ยวไปแล้ว
“พ่อวางโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องใหม่ ดึงเด็กเรามาเป็นพระเอกคู่กับโบว์ลิ่ง”
เดียร์น่าหุบยิ้มทันที “แต่เดียร์ไม่ได้จะปั่นยูโรเป็นนักแสดง”
“ถ้าไม่ตกลง ทุนที่ขอมา ฉันไม่อนุมัติ!” อดิศรขึ้นเสียงประกาศชัดเจน
“คุณพ่อ!” ไม่ต่างอะไรกับเดียร์น่าที่ขึ้นเสียงเหมือนกัน
“เลือกเอาแล้วกัน คิดได้แล้วค่อยเข้ามาพบฉันใหม่” พูดจบผู้บริหารบริษัทระดับสูงก็หันไปสนใจหน้าจอแทนการสนทนากับลูกสาว
“เด็กคุณพ่อมีซีรีส์ติดกันหลายเรื่อง คิดว่าวิธีคุณพ่อจะช่วยได้เหรอคะ”
“เดียร์น่า! หยุดก้าวร้าว”
“เดียร์ไม่ได้ก้าวร้าว คุณพ่ออยู่วงการนี้มาก่อน น่าจะรู้ดีว่าขายหน้าเดิมบ่อย ๆ คนจะเบื่อเอา”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้! อย่าพูดให้ได้ยินอีกว่าโบว์ลิ่งเป็นเด็กพ่อ”
“คุณพ่อปั้นมาเอง ไม่ใช่เด็กคุณพ่อ จะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ”
“เดียร์น่า!” เป็นอีกครั้งที่อดิศรขึ้นเสียงเข้มไม่พอใจ ทั้งสายตาและท่าทีแสดงชัดว่าเข้าข้างใคร
“ถ้าคุณพ่อไม่อนุมัติงบ เดียร์จะลงทุนทำเพลงให้ยูโรเอง” เอ่ยจบร่างบางก็หมุนตัวออกจากห้องไปทันที ไม่ทนเถียงต่อให้เสียเวลาอีก
เพราะเธอไม่ยอมเอาเด็กใหม่มาสร้างกระแสคู่จิ้นเด็ดขาด
ปุบ!
ประตูห้องทำงานผู้บริหารปิดตามแรงไม่พอใจกับการเจรจาต่อรองในครั้งนี้ ถ้าเป็นประตูห้องแถวก็คงส่งเสียงดังลั่นชั้น ดีที่ประตูห้องผู้บริหารกันเสียงได้
เดียร์น่าสาวเท้าด้วยความอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจะเดินสวนกับร่างแบบบางอีกคนที่เดินออกมาจากลิฟต์สวมแว่นตาดำ เชิดหน้าอย่างหงส์ ไม่สนว่ามีใครบ้างที่เดินสวนกัน
ใช่ ร่างแบบบางนั่นคือบุคคลที่ทำให้เธอเพิ่งจะทะเลาะกับพ่อ
นางเอกซีรีส์เบอร์หนึ่ง…โบว์ลิ่ง
ทุกอย่างได้เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นหัวหน้าครอบครัวของผู้หญิงที่เขารักมาตลอด“พีท ฉันเจ็บไม่ไหวแล้ว” เดียร์น่าเอื้อมมือจับผู้ที่เป็นพ่อของลูก ร้องโอดโอยอย่างลืมอาย เธอปวดท้องใกล้จะคลอดเต็มที มันทรมานเจ็บเจียนตาย“ทนหน่อยนะเดียร์” เขาเหยียบคันเร่ง มือข้างหนึ่งประคองพวงมาลัย อีกข้างกุมมือบางไว้ แค่เหลียวหน้าไปมอง ใจเขาเจ็บปวดไปหมด เห็นเดียร์น่าทรมานแล้วเขาอยากจะเจ็บแทนเธอทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่เหยียบคันเร่งให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด“ฮือ! เจ็บมากเลย” เธอยังร้องออกมาเป็นระยะ วันนี้คุณพ่อไม่อยู่บ้าน คนขับรถเลยตามรับส่งคุณพ่อ โชคดีที่พีรภัทรยกงานทั้งหมดมาทำที่บ้านเพื่อเฝ้าเธอ ไม่อย่างงั้นเธอต้องแย่แน่ ๆ ถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์นี้คนเดียวเดียร์น่าไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนเพราะยังไม่ถึงกำหนดคลอด เธอยังนั่งอ่านหนังสือ ทำนู่นทำนี่อยู่เลย ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กในท้องจะอยากออกมาไวขนาดนี้ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลเขาส่งเธอที่ห้องฉุกเฉินแล้วรีบขับรถไปจอดในลานจอดเพื่อรีบมาหาเดียร์น่า“ปากมดลูกเปิดเจ็ดเซนแล้วค่ะคุณหมอ”เมื่อพยาบาลบอกแบบนั้น ทั้งคุณหมอและพยาบาลต่างเร่งมือทำหน
“อ๊า~ พีท เบา ๆ หน่อย” ร่างบางนอนใต้ร่างกำยำที่กำลังถาโถมแรงที่เอวใส่เธอไม่ยั้ง เรียวปากหนาก็ไม่ถอยห่างยังคงพัวพันกับริมฝีปากของเธอ“อีกนิดเดียว เดียร์น่า” พีรภัทรใกล้จะเสร็จแล้ว จึงกระซิบบอกเสียงพร่า เลื่อนมางับยอดดอกบัวตูม“อื้อ! พีท” เดียร์น่าครางเสียวหวิว ก็เพราะโดนกระตุ้นทั้งบนทั้งล่างเอวสอบก็ขยับเป็นจังหวะ เพิ่มความถี่และความแรงตามระดับอารมณ์ วินาทีนั้นสติเดียร์น่าขาดลอย สองมือจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่“ไม่ไหวแล้ว” เธอบอกให้เขารู้“เดียร์ ทำไมเธอน่ารักเป็นบ้าเลยวะ” ทุกวันนี้เขาคลั่งแม่ของลูกทุกวินาที ไม่ว่าจะมุมไหนซอกไหนของเดียร์น่าก็คลั่งไคล้ทุกส่วน รักเธออย่างไม่มีอะไรปิดกั้นกระทั่งห่วงนาทีสุดท้ายเดียร์น่าจึงโผกอดคนรัก เนื้อตัวสั่นระริก หอบหายใจเหนื่อยหน่ายด้วยท้องที่โตเด่นชัดทุกทีจุ๊บ!เรียวปากหนาโน้มลงมาจูบหน้าผากซับเหงื่อให้คนตัวร่างอย่างเอ็นดู แต่ยังบดขยี้ตรงร่องรักไม่ขยับออก เดียร์น่านิ่วหน้าเสียวซ่าน ตรงนั้นของเธออ่อนไหวง่ายกว่าเมื่อก่อนมากเพราะฮอร์โมนว่าที่คุณแม่พุ่งพล่าน พอเขาบดเธอก็เสียวแปลบขึ้นมา“พีท เอาออกได้แล้ว” เธอสั่งเสียงเข้ม ยังเหนื่อยอยู่จึงไม่อยากเริ่มให
“พีท...”“ฉันเป็นคนใหม่แล้ว เป็นของเธอคนเดียว เรากลับมาเริ่มต้นได้ไหม” เขายังแนบหน้ากับหน้าตักผู้หญิงที่รัก กอดขาเรียวอย่างกับกลัวเธอจะหายไป“แล้วจะร้องทำไม”“ไม่รู้” คนมีฟอร์มยังไม่กล้าเอ่ยเต็มปาก“งั้นฉันก็ให้คำตอบไม่ได้ ขนาดนายยังไม่รู้บ้างเลย”พีรภัทรเงยหน้าสบตาคู่สวยทันที “แกล้งฉันเหรอ”“เปล่า” เดียร์น่านั่งกอดอก เชิดหน้าตรง“กลัวเธอโกรธ กลัวเสียเธอไป กลัวทุกอย่างเลย” พีรภัทรสารภาพอย่างหมดเปลือก เขาขาดเธอไม่ได้จริง ๆมือเล็กเลื่อนมาเช็ดน้ำตาลูกผู้ชายให้อย่างสงสาร ไม่คิดว่าจะได้เห็นผู้ชายคนนี้ร้องไห้ต่อหน้าต่อตา“ขี้แย เป็นเด็ก ๆ ไปได้” ถึงอย่างนั้น เดียร์น่าก็ไม่ลืมที่จะล้อเพื่อให้อีกฝ่ายกลับมาเป็นพีรภัทรคนของเก่าของเธอร่างสูงจึงลุกขึ้น ดึงเดียร์น่าให้ลุกตาม ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายนั่งบนเก้าอี้แล้วจับคนตัวเล็กนั่งบนตักของเขาแทน“จา จะทำอะไรเนี่ย” เพราะมือหนารีบไต่เป็นปลาหมึก เดี๋ยวลูบที่เอว เดี๋ยวลูบที่แผ่นหลังของเธอ“ไม่ทำอะไรหรอกน่า แค่อยากกอด”เดียร์น่าจึงหันไปสบตาด้วยความรู้สึกบางอย่าง “นาย ไม่ได้รับผิดชอบเพราะว่าพลาดใช่ไหม”“เคยบอกไปแล้วไงว่า ‘รัก’ มานานแล้ว”“ตั้งแต่ตอนไหน”“
ร่างสูงนั่งเคลียร์เอกสารต่าง ๆ ในช่วงที่ไม่ได้เข้ามาดูงานเพราะทุ่มเทเวลาให้กับคนรักที่กำลังตั้งท้องอ่อน ๆ“ตกลงมึงกับเดียร์น่า เข้าใจกันดีแล้ว!?”“ยังหรอก” เดียร์น่ายังไม่อภัยเขาเต็มร้อย แต่แค่นี้เขาก็รู้สึกดีมากแล้ว“ยังไง” นพเก้าที่ว่างจากงานก็เอาเวลามาคลุกอยู่ที่ผับ ผับเลิกแล้วค่อยกลับ เป็นแบบนี้มาหลายคืนจนเพื่อน ๆ เริ่มสงสัย“สนใจแต่เรื่องกู เรื่องของมึงละ ว่างมากรึไงถึงได้มาทุกวี่ทุกวัน” เจ้าของผับย้อนถามทันที“ก็…ว่าง” ไม่หรอก เขาไม่ได้ว่าง แต่เหงาต่างหาก“ว่างก็แดกเหล้าไปคนเดียวแล้วกัน วันนี้จะพาเมียไปหาหมอ”“เมีย!? ไหนว่ายังไม่เข้าใจกันไง”“ไม่เข้าใจก็ส่วนไม่เข้าใจ ส่วนเรื่องเป็น ‘เมีย’ ปฏิเสธได้ที่ไหน”“อ้อ เก่งมัดมือชกสิมึงอะ” เพื่อนที่รู้ทันสวนกลับอย่างไวกระทั่งได้เวลานัดพีรภัทรจึงรีบปลีกตัวออกจากร้าน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเปิดร้าน แต่พวกเพื่อน ๆ มักจะมากองอยู่ที่นี่ได้ทุกเวลา บางทีที่เขาไม่เข้าร้าน พวกเพื่อน ๆ ยังเคลียร์งานเคลียร์ออเดอร์ต่าง ๆ แทนอยู่เป็นประจำโรงพยาบาลเอกชนพีรภัทรไปรับเดียร์น่าตามเวลานัด ถึงเดียร์น่าจะไม่ค่อยเต็มใจนั่งรถมาด้วยกันแต่ก็ทำได้แค่หน้าบูดบึ้งเพราะย
หลังจากวันนั้น…ทั้งพีรภัทรและอดิศรเล่นงานคนปล่อยข่าวไม่ให้มีที่ยืนในสังคม ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบด้านอรรคพันธ์หนีไปพักข่าวเสียหายที่เมืองนอก ต่างจากโบว์ลิ่งที่โดนเขี่ยทิ้ง ไม่มีงานในวงการ แต่ดังในโซเชียลแทนจนกลายเป็น CEO แบรนด์เครื่องสำอางเพราะมีแฟนคลับจำนวนมากที่ติดตามให้กำลังใจจากข่าวเสียหาย มีผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่เธอนำมาโฆษณาชวนซื้อ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกเป็นคนสวยจึงง่ายต่อการเรียกความสนใจผิดกับเดียร์น่าที่กลับถูกโจมตีทั้งเรื่องแย่งคนรักของนางเอกสาว ทั้งเรื่องปล่อยให้ท้องเพื่อจะได้แย่งคนรักคนอื่นอย่างสมบูรณ์แบบทำไมสังคมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ แทนที่จะรับฟังความจริง แต่กลับแอนตี้คนถูกกล่าวหา สนับสนุนคนปล่อยข่าว ตอนนี้สภาพจิตใจของเดียร์น่าอยู่ในระดับย่ำแย่ หากยังมัวนั่งอ่านคอมเมนท์นั้นอยู่หมับ!“เลิกอ่านได้แล้ว” พีรภัทรแย่งโทรศัพท์มือถือมาอยู่ในมือตัวเอง ก่อนจะนั่งตรงกันข้ามที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำ“ยุ่ง”“ไม่ยุ่งไม่ได้ ฉันเป็นห่วง” เขาบอกเรียบ ๆ แต่แฝงความรู้สึกทั้งหมดที่มีเดียร์น่าเบี่ยงหน้าไปทางอื่นอย่างรำคาญ อะไร ๆ ก็ทำให้เธอขัดใจไปซะหมด โดยเฉพาะคนตรงหน้า เบื่อขี้หน้าวันละหลาย ๆ รอบ
“ดี!”“ปล่อยข่าวได้เลย”ราวกับว่าโชคชะตาเป็นใจให้อรรคพันธ์ได้ทำชั่วต่อ ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่โรงพยาบาลรู้รายละเอียดเคสของเดียร์น่าจึงส่งข่าวลับมาให้ซึ่งข่าวนี้สามารถฉุดกระแสด้านลบฝั่งเดียร์น่าได้ดีทีเดียว“โบว์ลิ่งบอกแล้ว…ทุกคนต้องมีด้านมืดกันทั้งนั้น!” นางเอกสาวยิ้มเยาะซบหน้าคลอเคลียคู่ขาตัวเอง“หึ ฉันพัง! มันก็ต้องย่อยยับเหมือนกัน” ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมากเพราะไม่มีใครที่สามารถแยกผิดถูกได้ มีแต่ส่งเสริมความคิวชั่วทำลายคนอื่น“ต่อให้พี่พีทจะรับผิดชอบ ยังไงคนหน้าบางอย่างมันก็ต้องหลบหน้าสังคมไปอีกนาน”….“ไอ้เหี้ยนี่ ไม่จบจริง ๆ ใช่ไหม” พีรภัทรสถบคำหยาบทันทีที่เห็นข่าวใหม่“…” ต่างจากเดียร์น่าที่เอาแต่นั่งเงียบเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ อย่างไม่จบสิ้นสักที“ลูกของเราเกิดจากความรัก เพราะฉะนั้น เธอไม่ต้องกลัว เข้าใจที่ฉันพูดไหม” ร่างสูงเข้าไปปลอบโยนไม่ให้เดียร์น่าต้องคิดมากสังคมไทยการท้องก่อนแต่งเป็นตราบาปสำหรับการขายข่าวอยู่แล้ว ต่อให้เด็กเกิดมาคนเป็นพ่อเป็นแม่จะมีปัญหาเลี้ยงดู ทว่าข่าวที่ออกมาไม่มีทางไปในทิศทางที่ดีได้“คุณพ่อไม่อยู่ค่ะ ออกไปทำงาน เดียร์ว่าคุณแม่กลับไปก่อนนะคะ” เดียร์น่าเลือกท
“พี่พีท”“อือ” เจ้าของผับขานรับอย่างไม่ใส่ใจนัก“พี่พีทคุยธุระกับคุณเดียร์น่าก่อนก็ได้นะคะ โบว์ลิ่งรอได้” เสียงหวานออดอ้อนในจังหวะที่กำลังเดินไปอีกห้องหนึ่ง“ไม่เป็นไร”“จะดีเหรอคะ” โบว์ลิ่งยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก“ไม่ต้องห่วง เดียร์น่ารอได้” พีรภัทรหันมาพูดด้วยท่าทีปกติ“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แล้วคืนนี้พี
“คุณเดียร์ ท่านประธานไม่อนุมัติเหรอคะ” เลขาส่วนตัวเดินเข้าห้องตามหลังเจ้านายมาติด ๆ ดูจากสีหน้าแล้วคงเดาได้ไม่ยากทว่า…เดียร์น่าไม่ได้หัวเสียแค่เรื่องเดียว แต่เธอยังรู้สึกไม่ถูกชะตากับนางเอกรุ่นน้องของค่ายนั่นด้วยต่างหากเวลาต่อหน้าเธอทำไมถึงได้แสดงกิริยาแบบนั้นทั้งที่เวลาต่อหน้าเพื่อนเธอและต่อหน้
“ไง! ไอ้เสือ”โปรดปรายตามองเจ้าของผับเอ่ยทักทันทีที่อีกฝ่ายหย่อนตัวมานั่งที่โต๊ะ ทั้งที่ทิ้งพวกเขาให้นั่งดื่มตามลำพังนับเป็นชั่วโมงแล้ว“ยังไม่กลับอีกเหรอวะ” พีรภัทรถามพร้อมรินเหล้าใส่แก้วใบใหม่“ปกติคืนวันศุกร์ พวกกูก็สิงที่ร้านมึงประจำ ไงวันนี้จะไล่ให้กลับได้วะ” ทาวน์เอ่ยต่อ มองหน้าเจ้าของผับที่ด
“อื้อออ!”เดียร์น่าเบี่ยงหน้าหนีจากปากร้ายที่กำลังพรมจูบเธออย่างไม่ปราณีอีกแล้ว เขาทำแบบนี้กับเธออีกแล้ว“หยุดพีท! นายทำแบบนี้รู้ใช่ไหมว่าจะไม่เหลือความเป็นเพื่อนกันอีก”“ไม่เหลือก็ไม่ต้องเป็น!”“พีท” เดียร์น่าเหลียวหน้าไปมองเขาทันควัน“เปลี่ยนจากเพื่อนสนิทมาเป็นคู่นอนก็ได้ เธอจะได้ไม่รู้สึกผิดเวล







