LOGINใคร ๆ ก็บอกว่าพีทหรือพีรภัทรเป็นเทพบุตร คนดี ที่ใคร ๆ ต่างก็อยากครอบครอง แต่ใครจะรู้ดีไปกว่าเพื่อนสนิทอย่างเธอที่ได้เลื่อนขั้นด้วยความพลาด ครั้งแรก...พลาด ครั้งที่สอง...ลุ่มหลงจนเคลิ้มตาม ส่วนครั้งที่สามคือ...!!! แล้วฉันควรจบความสัมพันธ์ครั้งนี้ยังไงดี!
View Moreความสัมพันธ์ที่ไม่อาจย้อนวันวาน
“คืนวันศุกร์แบบนี้ เราอย่าเสียเวลากันดีกว่า เชิญรับความสุขจาก...วง Divinity good กันได้เลยคร้าบบบบบ!”
“สวัสดีครับ เริ่มต้นเพลงแรกด้วยเพลงความหมายดี ๆ บรรยากาศดี ๆ ที่ผมอยากมอบให้ทุกคนในที่นี้กับเพลงคืนที่ดีที่สุด”
‘กรี๊ดดดดดด!!’
‘เสียงก็เพราะ คนร้องก็หล่อ โอ๊ยยย! ไม่ไหวแล้วแก ฉันอยากได้เขา’
‘หล่อทั้งวงเลยอ่ะ ดีไปหมด’
‘แต่ฉันจองนักร้องนำ’
เสียงสาว ๆ ด้านล่างเวทีเอ่ยปลื้มปริ่มกับภาพตรงหน้า นักร้องนำที่มีแววตาเพชฌฆาต กวาดสายตาไปมุมไหนก็สามารถเรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นอย่างดี
รูปร่างที่สูงโปร่งสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสามเม็ด โชว์แผงอกสีขาวเนียน ส่วนท่อนล่างสวมใส่กางเกงยีน เมื่อทุกอย่างอยู่บนร่างกายกำยำสมวัยกลับส่งให้เขาดูดีขึ้นไปเท่าตัว
“พีทนี่หล่อเนอะ”
“ฮึ! อย่าบอกนะว่าแกหลงเสน่ห์หมอนั่นอีกคน” เดียร์น่าละสายตาจากเวทีแล้วหันไปล้อเพื่อนสาวคนสนิท
“เออ! อยากได้สักคืน” อิงลดายักคิ้วสื่อความหมาย
“ฉันบอกให้ได้นะ ถ้าแกเอาจริง” ที่กล้าพูดออกไปอย่างนั้นเพราะรู้นิสัยเพื่อน
“ไว้ฉันเคลียร์หนุ่ม ๆ ในสต๊อกฉันหมดก่อนแล้วกัน ฉันจะให้แกไปยิงตรงให้เลย”
“ไม่มีปัญหา” เดียร์น่ายักไหล่กลับไป
“แต่ฉันว่า...กว่าจะถึงฉันคงเอวเคล็ดหมดแล้วมั้ง”
เดียร์น่ามองไปตามที่เพื่อนส่งสัญญาณ ก่อนจะเห็นหญิงสาวอีกคนที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี ผู้หญิงตรงหน้าคือเด็กในสังกัดค่ายหนังบริษัทพ่อของเธอเอง
“ออกมาเที่ยวแบบนี้ ทางค่ายไม่ว่าเหรอวะ” อิงลดาถามต่อ
“ใครจะกล้าว่านางเอกซีรีส์เบอร์หนึ่ง” ยิ่งเป็นตัวทำเม็ดเงินให้บริษัทมากมาย ยิ่งไม่มีใครกล้าแตะต้อง การมาเที่ยวในสถานที่อโคจรได้จะต้องมีบอดี้การ์ดตามมาด้วย คอยเก็บกวาดภาพตามหลังไม่ให้เสียหาย ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครกล้าที่จะปล่อยภาพออกไปเพราะกลัวอำนาจมืดจากเจ้าของผับที่กำลังยืนร้องเพลงส่งยิ้มหวานและยักคิ้วมาหาเธอพอดิบพอดี
“ดีจัง เมื่อไหร่แกจะให้ฉันไปเป็นนางเอกให้ค่ายหนังแกบ้างวะ เสนอตัวฟรีตั้งนานแล้วนะ”
“หยุดเลยยัยอิง! แกไม่เคยเอาจริงสักอย่าง ฉันขี้เกียจยกกองเพราะแก”
“เวอร์อ่ะ”
“เรื่องจริงย่ะ”
สองสาวนั่งเถียงกันไปมาตามประสา ยกแก้วไวน์กระดกดื่มอย่างกับคนคอแห้ง ยิ่งวันนี้อิงลดาพาคนขับรถมาด้วยเธอจึงไม่กังวลว่าจะเมาจนขับรถไม่ไหวและเป็นฝ่ายอาสาที่จะไปส่งเดียร์น่าที่คอนโดเอง
มือหนาคว้าแก้วไวน์จากมือเดียร์น่า ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ ๆ
“พอแล้วมั้ง ดื่มเยอะจัด”
“เรื่องปกติป่ะ” เดียร์น่าดึงแก้วจากมือพีรภัทรกลับมา ก่อนจะกระดกดื่มในคราวเดียว “ทำไมคืนนี้ร้องแค่สามเพลง”
“ไอ้เก้ามีธุระต่อน่ะ” นักร้องนำของวงพ่วงตำแหน่งเจ้าของผับเอ่ยตอบ
“พีทมานั่งดื่มด้วยกันสิคะ” อิงลดาที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยจึงเอ่ยชวนส่งยิ้มหวานให้
“ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ตามสบายเลย” พีรภัทรบอกท่าทีสบาย ๆ เพราะคุ้นชินกับเพื่อนเดียร์น่าคนนี้เป็นอย่างดี
“งั้นฉันไปที่โต๊ะก่อนนะ ส่วนค่าเหล้า ไม่ต้อง บอกเด็กในร้านลงชื่อฉันเหมือนเดิม”
“ไม่อ่ะ ฉันอยากจ่าย”
“เรื่องมาก!”
พีรภัทรส่ายหน้าเล็กน้อยเพราะขี้เกียจจะเถียง ถึงอย่างไรเด็กในร้านก็รู้ดีว่าเดียร์น่าคือเพื่อนสนิท ไม่มีใครกล้าเก็บเงินโต๊ะของเธอหรอก
เขาเดินกลับไปที่โต๊ะ ระหว่างทางมีแวะเวียนพูดคุยกับลูกค้าในผับบ้าง กว่าจะถึงโต๊ะก็กินเวลาไปหลายนาที
“หล่อ เฟลลี่ พูดเพราะ มีตรงไหนที่ให้ติบ้างเนี่ย”
“คนอื่นในวงก็หล่อไม่แพ้กันน่า” อิงลดาไล่มองตามเดียร์น่า
หนุ่ม ๆ ในวงที่นั่งที่โต๊ะประจำเรียบร้อยแล้ว
โปรด...มือเบส หล่อแบด กระชากใจ
ทาวน์...มือกลอง หล่อนิ่ง อย่างกับเพลิงไฟ
ส่วนเก้า...มือกีตาร์ หล่อเท่ น่าค้นหา ทว่าตอนนี้ไม่ได้ร่วมวงสนทนากับเพื่อน ๆ แล้ว เพราะมีธุระด่วน
“แต่ฉันว่าพีทนี่แหละ ดูดีที่สุดแล้ว” อิงลดาย้ำคำเดิมเพราะคนอื่น ๆ ดูท่าจะพูดน้อย ไม่เฟลลี่เหมือนกับพีรภัทรจึงไม่รู้ว่าเนื้อแท้เป็นคนยังไง
ต่างจากพีรภัทรที่ดูทีเดียวก็รู้ว่า...ลูกรักพระเจ้า!
มือหนากระดกดื่มตั้งแต่ยังไม่ถึงห้าโมงเย็น ถึงแม้จะเป็นคนคอแข็ง ทว่าระยะเวลาที่นั่งตรงนี้มันนานหลายชั่วโมงส่งผลให้ร่างสูงในตอนนี้มีสีหน้าที่แดงก่ำอยู่พอตัว“อะไรวะ ดื่มตั้งแต่ร้านไม่เปิด เป็นเหี้ยไรของมึง”นพเก้าแวะมาหาโดยที่ไม่ได้นัดกันก่อน เขาหย่อนตัวนั่งลงไม่รอให้เจ้าของผับต้องเอ่ยเชิญ“ปกติกูก็ดื่มอย่างนี้” พีรภัทรตอบแบบขอไปที“แต่ไม่ใช่เวลานี้” นพเก้าสวนกลับอย่างเร็ว “มีเรื่องไรที่กูพลาดไปรึเปล่า” เขาเลิกคิ้วเป็นคำถาม“ไม่มี” คนคอแข็งแถมยังปากแข็งไม่แพ้กันยังเฉไฉไปเรื่อยทั้งที่ในใจเวลานี้มีเรื่องมากมายให้ทบทวน“เออไม่มีก็ไม่มี” นพเก้าไม่เซ้าซี้เพราะไม่ได้เอ๊ะใจอะไร“แวะมาร้านป่านนี้มีธุระไรด่วนเปล่าวะ” พีรภัทรเอ่ยถามกลับบ้าง“อ้อ กูจะมาบอกมึงเรื่องขึ้นเล่น เดือนนี้กูน่าจะไม่ว่างอยู่เล่นกีตาร์ให้มึง หาคนอื่นแทนกูได้เลย”“ไม่เป็นไร กูคิดเรื่องนี้ไว้แล้ว พวกมึงมีธุรกิจต้องดูแลคงไม่มีเวลาว่างเหมือนช่วงเรียน กูหาเด็กมาแทนคืนวันศุกร์แล้ว” เขารู้ดีว่าเวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยน ถึงแม้ความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนเหมือนเดิม ทว่าทุกคนต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นของตัวเองเหมือนกัน
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนมันย้อนเข้ามาวนเวียนครั้งแล้วครั้งเล่า ทำเอาร่างบางไม่สามารถข่มตาหลับได้และอีกสิ่งที่ย้ำเตือนไม่ให้เธอลืมคือ…ยาคุมฉุกเฉิน‘พี่เอม วันนี้เราไปเจอกันที่คอนโดยูโรนะ นัดผู้จัดการยูโรไปเจอที่นั้นด้วย’เมื่อเดียร์น่าพิมพ์ข้อความส่งหาเลขาเสร็จเรียบร้อยก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเดินทางไปทำงานทันที ชีวิตเธอไม่มีทางย่ำอยู่กับที่ มีแต่เดินไปด้านหน้าเท่านั้นวันนี้ร่างบางเลือกที่จะหยิบชุดสดใสเพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ให้กับตัวเอง เดียร์น่าไดซ์ผมตรงยาวประบ่าอย่างสาวมั่นสวมชุดเดรสสีเหลืองอ่อนขับกับผิวขาวผู้ดี ปัดแต่งหน้าอ่อน ๆ ดูสมวัยและที่สำคัญดูสง่าสมกับตำแหน่งรองประธานค่ายหนังยักษ์ใหญ่ที่สุดในประเทศ“เดียร์น่าล่ะ” อดิศรผู้เป็นพ่อถามป้าแม่บ้าน“วันนี้ไม่ทานข้าวเช้าค่ะ”“เพิ่งกลับเหรอ”“ค่ะ แต่ออกไปทำงานแล้วค่ะ” ป้าบุษบารายงานทันที“ออกไปแล้ว!?” ทำเอาคนเป็นพ่อขมวดคิ้วเป็นปม “แน่ใจนะว่าออกไปทำงาน”“คุณหนูบอกแบบนั้นค่ะ”“รู้ว่าตัวเองมีงานเช้า เมื่อคืนยังจะอุตส่าห์ออกไปเที่ยวอีก” อดิศรส่ายหน้าเหนื่อยใจกับลูกสาวคนเดียวที่ทั้งดื้อและเอาแต่ใจ ทว่าเขาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวการได้เดียร์น่าคื
ร่างบางนอนพลิกไปพลิกมาด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก แต่เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือทำให้เดียร์น่าต้องเอื้อมมือไปหยิบมาอ่านข้อความที่ขึ้นบนหน้าจออิงลดา : (ส่งรูป)มือบางกำลังวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่หัวเตียงเหมือนเดิม ในตอนแรกเธอยังไม่กดเข้าไปดูรูปภาพนั้นเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องเม้าท์มอยทั่วไป ทว่า…ข้อความต่อมาเธอก็อดที่จะกดเข้าไปอ่านไม่ได้อิงลดา : ไม่ธรรมดานะเนี่ย นางเอกค่ายแก คู่ควงแซ่บม๊ากกกอิงลดา : (ส่งสติ๊กเกอร์ตาว้าว)อิงลดา : ว่าแต่ยัยนางเอกไม่กลัวเป็นข่าวรึไง ถึงได้ลากมากินที่คอนโดตัวเอง?เดียร์น่า : (อ่านข้อความแล้ว)อิงลดา : ตื่นนอนแล้ว?เดียร์น่า : (อ่านข้อความแล้ว)อิงลดา : โทรศัพท์แกค้างป่ะเนี่ย อ่านแต่ไม่ตอบเดียร์น่ากดออกจากแอพไลน์แล้ววางโทรศัพท์มือถือไว้ที่เดิม ภาพที่อิงลดาส่งมามันชัดเจนแล้วว่าเพื่อนที่เธอสนิทใจไม่ได้ดีอย่างที่คิด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขายังทำร้ายความรู้สึกเธอทั้งจิตใจและร่างกาย‘อื้อออ~ ปล่อยนะ’‘ที่ขัดคำสั่งฉันเพราะเธอต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอเดียร์น่า’‘พูดบ้าอะไรของนาย’‘อย่าคิดว่าฉันอ่านใจเธอไม่ออกนะ ที่ยอมให้ฉันเอาไม่ใช่เพราะเธอรู้สึกกับฉันมากกว่าเพื่อนเห
“พี่พีท”“อือ” เจ้าของผับขานรับอย่างไม่ใส่ใจนัก“พี่พีทคุยธุระกับคุณเดียร์น่าก่อนก็ได้นะคะ โบว์ลิ่งรอได้” เสียงหวานออดอ้อนในจังหวะที่กำลังเดินไปอีกห้องหนึ่ง“ไม่เป็นไร”“จะดีเหรอคะ” โบว์ลิ่งยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก“ไม่ต้องห่วง เดียร์น่ารอได้” พีรภัทรหันมาพูดด้วยท่าทีปกติ“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แล้วคืนนี้พี่พีทไม่ไปค้างกับโบว์ลิ่งเหรอคะ” ร่างแบบบางโน้มมาซบอกพร้อมส่งแววตาน่ารักน่าเอ็นดูนานแล้วที่ร่างสูงไม่ได้ไปค้างกับเธอที่คอนโด อย่าว่าแต่ค้างเลยขนาดโทรหายังนับครั้งได้“โบว์ลิ่งขอโทษนะคะที่เอาแต่ใจจนทำให้เราต้องทะเลาะกัน” โบว์ลิ่งยังคงไม่ลดละความพยายาม เธอรู้ว่าเธอคิดผิดที่คิดจะแข็งข้อใส่ผู้ชายคนนี้“…” มือหนาเลื่อนมาโอบเอวบางแล้วพาเข้าห้องไม่ได้พูดอะไรกลับไป“พี่พีทอย่าเบื่อโบว์ลิ่งนะคะ”ร่างสูงนิ่งเงียบไป หาคำตอบให้กับหญิงสาวอย่างสุภาพที่สุด “ถ้าเราไม่ดื้อ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”ฟอดดด~ โบว์ลิ่งโน้มไปหอมแก้มร่างสูง“ค่ะ โบว์ลิ่งจะไม่ดื้อ”“ดื่มไหม” เขาถามพร้อมแกะมือเล็กที่เกาะแขนอยู่“ไปดื่มห้องของเราได้ไหมคะ” เพราะโบว์ลิ่งไม่ได้ต้องการแค่ดื่ม แต่เธอต้องการมากกว่านั้น ไม่มีใครเติมเต็มเรื่องบน