LOGIN
ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจย้อนวันวาน
“คืนวันศุกร์แบบนี้ เราอย่าเสียเวลากันดีกว่า เชิญรับความสุขจาก...วง Divinity good กันได้เลยคร้าบบบบบ!”
“สวัสดีครับ เริ่มต้นเพลงแรกด้วยเพลงความหมายดี ๆ บรรยากาศดี ๆ ที่ผมอยากมอบให้ทุกคนในที่นี้กับเพลงคืนที่ดีที่สุด”
‘กรี๊ดดดดดด!!’
‘เสียงก็เพราะ คนร้องก็หล่อ โอ๊ยยย! ไม่ไหวแล้วแก ฉันอยากได้เขา’
‘หล่อทั้งวงเลยอ่ะ ดีไปหมด’
‘แต่ฉันจองนักร้องนำ’
เสียงสาว ๆ ด้านล่างเวทีเอ่ยปลื้มปริ่มกับภาพตรงหน้า นักร้องนำที่มีแววตาเพชฌฆาต กวาดสายตาไปมุมไหนก็สามารถเรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นอย่างดี
รูปร่างที่สูงโปร่งสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสามเม็ด โชว์แผงอกสีขาวเนียน ส่วนท่อนล่างสวมใส่กางเกงยีน เมื่อทุกอย่างอยู่บนร่างกายกำยำสมวัยกลับส่งให้เขาดูดีขึ้นไปเท่าตัว
“พีทนี่หล่อเนอะ”
“ฮึ! อย่าบอกนะว่าแกหลงเสน่ห์หมอนั่นอีกคน” เดียร์น่าละสายตาจากเวทีแล้วหันไปล้อเพื่อนสาวคนสนิท
“เออ! อยากได้สักคืน” อิงลดายักคิ้วสื่อความหมาย
“ฉันบอกให้ได้นะ ถ้าแกเอาจริง” ที่กล้าพูดออกไปอย่างนั้นเพราะรู้นิสัยเพื่อน
“ไว้ฉันเคลียร์หนุ่ม ๆ ในสต๊อกฉันหมดก่อนแล้วกัน ฉันจะให้แกไปยิงตรงให้เลย”
“ไม่มีปัญหา” เดียร์น่ายักไหล่กลับไป
“แต่ฉันว่า...กว่าจะถึงฉันคงเอวเคล็ดหมดแล้วมั้ง”
เดียร์น่ามองไปตามที่เพื่อนส่งสัญญาณ ก่อนจะเห็นหญิงสาวอีกคนที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี ผู้หญิงตรงหน้าคือเด็กในสังกัดค่ายหนังบริษัทพ่อของเธอเอง
“ออกมาเที่ยวแบบนี้ ทางค่ายไม่ว่าเหรอวะ” อิงลดาถามต่อ
“ใครจะกล้าว่านางเอกซีรีส์เบอร์หนึ่ง” ยิ่งเป็นตัวทำเม็ดเงินให้บริษัทมากมาย ยิ่งไม่มีใครกล้าแตะต้อง การมาเที่ยวในสถานที่อโคจรได้จะต้องมีบอดี้การ์ดตามมาด้วย คอยเก็บกวาดภาพตามหลังไม่ให้เสียหาย ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครกล้าที่จะปล่อยภาพออกไปเพราะกลัวอำนาจมืดจากเจ้าของผับที่กำลังยืนร้องเพลงส่งยิ้มหวานและยักคิ้วมาหาเธอพอดิบพอดี
“ดีจัง เมื่อไหร่แกจะให้ฉันไปเป็นนางเอกให้ค่ายหนังแกบ้างวะ เสนอตัวฟรีตั้งนานแล้วนะ”
“หยุดเลยยัยอิง! แกไม่เคยเอาจริงสักอย่าง ฉันขี้เกียจยกกองเพราะแก”
“เวอร์อ่ะ”
“เรื่องจริงย่ะ”
สองสาวนั่งเถียงกันไปมาตามประสา ยกแก้วไวน์กระดกดื่มอย่างกับคนคอแห้ง ยิ่งวันนี้อิงลดาพาคนขับรถมาด้วยเธอจึงไม่กังวลว่าจะเมาจนขับรถไม่ไหวและเป็นฝ่ายอาสาที่จะไปส่งเดียร์น่าที่คอนโดเอง
มือหนาคว้าแก้วไวน์จากมือเดียร์น่า ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ ๆ
“พอแล้วมั้ง ดื่มเยอะจัด”
“เรื่องปกติป่ะ” เดียร์น่าดึงแก้วจากมือพีรภัทรกลับมา ก่อนจะกระดกดื่มในคราวเดียว “ทำไมคืนนี้ร้องแค่สามเพลง”
“ไอ้เก้ามีธุระต่อน่ะ” นักร้องนำของวงพ่วงตำแหน่งเจ้าของผับเอ่ยตอบ
“พีทมานั่งดื่มด้วยกันสิคะ” อิงลดาที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยจึงเอ่ยชวนส่งยิ้มหวานให้
“ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ตามสบายเลย” พีรภัทรบอกท่าทีสบาย ๆ เพราะคุ้นชินกับเพื่อนเดียร์น่าคนนี้เป็นอย่างดี
“งั้นฉันไปที่โต๊ะก่อนนะ ส่วนค่าเหล้า ไม่ต้อง บอกเด็กในร้านลงชื่อฉันเหมือนเดิม”
“ไม่อ่ะ ฉันอยากจ่าย”
“เรื่องมาก!”
พีรภัทรส่ายหน้าเล็กน้อยเพราะขี้เกียจจะเถียง ถึงอย่างไรเด็กในร้านก็รู้ดีว่าเดียร์น่าคือเพื่อนสนิท ไม่มีใครกล้าเก็บเงินโต๊ะของเธอหรอก
เขาเดินกลับไปที่โต๊ะ ระหว่างทางมีแวะเวียนพูดคุยกับลูกค้าในผับบ้าง กว่าจะถึงโต๊ะก็กินเวลาไปหลายนาที
“หล่อ เฟลลี่ พูดเพราะ มีตรงไหนที่ให้ติบ้างเนี่ย”
“คนอื่นในวงก็หล่อไม่แพ้กันน่า” อิงลดาไล่มองตามเดียร์น่า
หนุ่ม ๆ ในวงที่นั่งที่โต๊ะประจำเรียบร้อยแล้ว
โปรด...มือเบส หล่อแบด กระชากใจ
ทาวน์...มือกลอง หล่อนิ่ง อย่างกับเพลิงไฟ
ส่วนเก้า...มือกีตาร์ หล่อเท่ น่าค้นหา ทว่าตอนนี้ไม่ได้ร่วมวงสนทนากับเพื่อน ๆ แล้ว เพราะมีธุระด่วน
“แต่ฉันว่าพีทนี่แหละ ดูดีที่สุดแล้ว” อิงลดาย้ำคำเดิมเพราะคนอื่น ๆ ดูท่าจะพูดน้อย ไม่เฟลลี่เหมือนกับพีรภัทรจึงไม่รู้ว่าเนื้อแท้เป็นคนยังไง
ต่างจากพีรภัทรที่ดูทีเดียวก็รู้ว่า...ลูกรักพระเจ้า!
ทุกอย่างได้เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นหัวหน้าครอบครัวของผู้หญิงที่เขารักมาตลอด“พีท ฉันเจ็บไม่ไหวแล้ว” เดียร์น่าเอื้อมมือจับผู้ที่เป็นพ่อของลูก ร้องโอดโอยอย่างลืมอาย เธอปวดท้องใกล้จะคลอดเต็มที มันทรมานเจ็บเจียนตาย“ทนหน่อยนะเดียร์” เขาเหยียบคันเร่ง มือข้างหนึ่งประคองพวงมาลัย อีกข้างกุมมือบางไว้ แค่เหลียวหน้าไปมอง ใจเขาเจ็บปวดไปหมด เห็นเดียร์น่าทรมานแล้วเขาอยากจะเจ็บแทนเธอทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่เหยียบคันเร่งให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด“ฮือ! เจ็บมากเลย” เธอยังร้องออกมาเป็นระยะ วันนี้คุณพ่อไม่อยู่บ้าน คนขับรถเลยตามรับส่งคุณพ่อ โชคดีที่พีรภัทรยกงานทั้งหมดมาทำที่บ้านเพื่อเฝ้าเธอ ไม่อย่างงั้นเธอต้องแย่แน่ ๆ ถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์นี้คนเดียวเดียร์น่าไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนเพราะยังไม่ถึงกำหนดคลอด เธอยังนั่งอ่านหนังสือ ทำนู่นทำนี่อยู่เลย ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กในท้องจะอยากออกมาไวขนาดนี้ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลเขาส่งเธอที่ห้องฉุกเฉินแล้วรีบขับรถไปจอดในลานจอดเพื่อรีบมาหาเดียร์น่า“ปากมดลูกเปิดเจ็ดเซนแล้วค่ะคุณหมอ”เมื่อพยาบาลบอกแบบนั้น ทั้งคุณหมอและพยาบาลต่างเร่งมือทำหน
“อ๊า~ พีท เบา ๆ หน่อย” ร่างบางนอนใต้ร่างกำยำที่กำลังถาโถมแรงที่เอวใส่เธอไม่ยั้ง เรียวปากหนาก็ไม่ถอยห่างยังคงพัวพันกับริมฝีปากของเธอ“อีกนิดเดียว เดียร์น่า” พีรภัทรใกล้จะเสร็จแล้ว จึงกระซิบบอกเสียงพร่า เลื่อนมางับยอดดอกบัวตูม“อื้อ! พีท” เดียร์น่าครางเสียวหวิว ก็เพราะโดนกระตุ้นทั้งบนทั้งล่างเอวสอบก็ขยับเป็นจังหวะ เพิ่มความถี่และความแรงตามระดับอารมณ์ วินาทีนั้นสติเดียร์น่าขาดลอย สองมือจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่“ไม่ไหวแล้ว” เธอบอกให้เขารู้“เดียร์ ทำไมเธอน่ารักเป็นบ้าเลยวะ” ทุกวันนี้เขาคลั่งแม่ของลูกทุกวินาที ไม่ว่าจะมุมไหนซอกไหนของเดียร์น่าก็คลั่งไคล้ทุกส่วน รักเธออย่างไม่มีอะไรปิดกั้นกระทั่งห่วงนาทีสุดท้ายเดียร์น่าจึงโผกอดคนรัก เนื้อตัวสั่นระริก หอบหายใจเหนื่อยหน่ายด้วยท้องที่โตเด่นชัดทุกทีจุ๊บ!เรียวปากหนาโน้มลงมาจูบหน้าผากซับเหงื่อให้คนตัวร่างอย่างเอ็นดู แต่ยังบดขยี้ตรงร่องรักไม่ขยับออก เดียร์น่านิ่วหน้าเสียวซ่าน ตรงนั้นของเธออ่อนไหวง่ายกว่าเมื่อก่อนมากเพราะฮอร์โมนว่าที่คุณแม่พุ่งพล่าน พอเขาบดเธอก็เสียวแปลบขึ้นมา“พีท เอาออกได้แล้ว” เธอสั่งเสียงเข้ม ยังเหนื่อยอยู่จึงไม่อยากเริ่มให
“พีท...”“ฉันเป็นคนใหม่แล้ว เป็นของเธอคนเดียว เรากลับมาเริ่มต้นได้ไหม” เขายังแนบหน้ากับหน้าตักผู้หญิงที่รัก กอดขาเรียวอย่างกับกลัวเธอจะหายไป“แล้วจะร้องทำไม”“ไม่รู้” คนมีฟอร์มยังไม่กล้าเอ่ยเต็มปาก“งั้นฉันก็ให้คำตอบไม่ได้ ขนาดนายยังไม่รู้บ้างเลย”พีรภัทรเงยหน้าสบตาคู่สวยทันที “แกล้งฉันเหรอ”“เปล่า” เดียร์น่านั่งกอดอก เชิดหน้าตรง“กลัวเธอโกรธ กลัวเสียเธอไป กลัวทุกอย่างเลย” พีรภัทรสารภาพอย่างหมดเปลือก เขาขาดเธอไม่ได้จริง ๆมือเล็กเลื่อนมาเช็ดน้ำตาลูกผู้ชายให้อย่างสงสาร ไม่คิดว่าจะได้เห็นผู้ชายคนนี้ร้องไห้ต่อหน้าต่อตา“ขี้แย เป็นเด็ก ๆ ไปได้” ถึงอย่างนั้น เดียร์น่าก็ไม่ลืมที่จะล้อเพื่อให้อีกฝ่ายกลับมาเป็นพีรภัทรคนของเก่าของเธอร่างสูงจึงลุกขึ้น ดึงเดียร์น่าให้ลุกตาม ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายนั่งบนเก้าอี้แล้วจับคนตัวเล็กนั่งบนตักของเขาแทน“จา จะทำอะไรเนี่ย” เพราะมือหนารีบไต่เป็นปลาหมึก เดี๋ยวลูบที่เอว เดี๋ยวลูบที่แผ่นหลังของเธอ“ไม่ทำอะไรหรอกน่า แค่อยากกอด”เดียร์น่าจึงหันไปสบตาด้วยความรู้สึกบางอย่าง “นาย ไม่ได้รับผิดชอบเพราะว่าพลาดใช่ไหม”“เคยบอกไปแล้วไงว่า ‘รัก’ มานานแล้ว”“ตั้งแต่ตอนไหน”“
ร่างสูงนั่งเคลียร์เอกสารต่าง ๆ ในช่วงที่ไม่ได้เข้ามาดูงานเพราะทุ่มเทเวลาให้กับคนรักที่กำลังตั้งท้องอ่อน ๆ“ตกลงมึงกับเดียร์น่า เข้าใจกันดีแล้ว!?”“ยังหรอก” เดียร์น่ายังไม่อภัยเขาเต็มร้อย แต่แค่นี้เขาก็รู้สึกดีมากแล้ว“ยังไง” นพเก้าที่ว่างจากงานก็เอาเวลามาคลุกอยู่ที่ผับ ผับเลิกแล้วค่อยกลับ เป็นแบบนี้มาหลายคืนจนเพื่อน ๆ เริ่มสงสัย“สนใจแต่เรื่องกู เรื่องของมึงละ ว่างมากรึไงถึงได้มาทุกวี่ทุกวัน” เจ้าของผับย้อนถามทันที“ก็…ว่าง” ไม่หรอก เขาไม่ได้ว่าง แต่เหงาต่างหาก“ว่างก็แดกเหล้าไปคนเดียวแล้วกัน วันนี้จะพาเมียไปหาหมอ”“เมีย!? ไหนว่ายังไม่เข้าใจกันไง”“ไม่เข้าใจก็ส่วนไม่เข้าใจ ส่วนเรื่องเป็น ‘เมีย’ ปฏิเสธได้ที่ไหน”“อ้อ เก่งมัดมือชกสิมึงอะ” เพื่อนที่รู้ทันสวนกลับอย่างไวกระทั่งได้เวลานัดพีรภัทรจึงรีบปลีกตัวออกจากร้าน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเปิดร้าน แต่พวกเพื่อน ๆ มักจะมากองอยู่ที่นี่ได้ทุกเวลา บางทีที่เขาไม่เข้าร้าน พวกเพื่อน ๆ ยังเคลียร์งานเคลียร์ออเดอร์ต่าง ๆ แทนอยู่เป็นประจำโรงพยาบาลเอกชนพีรภัทรไปรับเดียร์น่าตามเวลานัด ถึงเดียร์น่าจะไม่ค่อยเต็มใจนั่งรถมาด้วยกันแต่ก็ทำได้แค่หน้าบูดบึ้งเพราะย
หลังจากวันนั้น…ทั้งพีรภัทรและอดิศรเล่นงานคนปล่อยข่าวไม่ให้มีที่ยืนในสังคม ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบด้านอรรคพันธ์หนีไปพักข่าวเสียหายที่เมืองนอก ต่างจากโบว์ลิ่งที่โดนเขี่ยทิ้ง ไม่มีงานในวงการ แต่ดังในโซเชียลแทนจนกลายเป็น CEO แบรนด์เครื่องสำอางเพราะมีแฟนคลับจำนวนมากที่ติดตามให้กำลังใจจากข่าวเสียหาย มีผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่เธอนำมาโฆษณาชวนซื้อ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกเป็นคนสวยจึงง่ายต่อการเรียกความสนใจผิดกับเดียร์น่าที่กลับถูกโจมตีทั้งเรื่องแย่งคนรักของนางเอกสาว ทั้งเรื่องปล่อยให้ท้องเพื่อจะได้แย่งคนรักคนอื่นอย่างสมบูรณ์แบบทำไมสังคมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ แทนที่จะรับฟังความจริง แต่กลับแอนตี้คนถูกกล่าวหา สนับสนุนคนปล่อยข่าว ตอนนี้สภาพจิตใจของเดียร์น่าอยู่ในระดับย่ำแย่ หากยังมัวนั่งอ่านคอมเมนท์นั้นอยู่หมับ!“เลิกอ่านได้แล้ว” พีรภัทรแย่งโทรศัพท์มือถือมาอยู่ในมือตัวเอง ก่อนจะนั่งตรงกันข้ามที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำ“ยุ่ง”“ไม่ยุ่งไม่ได้ ฉันเป็นห่วง” เขาบอกเรียบ ๆ แต่แฝงความรู้สึกทั้งหมดที่มีเดียร์น่าเบี่ยงหน้าไปทางอื่นอย่างรำคาญ อะไร ๆ ก็ทำให้เธอขัดใจไปซะหมด โดยเฉพาะคนตรงหน้า เบื่อขี้หน้าวันละหลาย ๆ รอบ
“ดี!”“ปล่อยข่าวได้เลย”ราวกับว่าโชคชะตาเป็นใจให้อรรคพันธ์ได้ทำชั่วต่อ ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่โรงพยาบาลรู้รายละเอียดเคสของเดียร์น่าจึงส่งข่าวลับมาให้ซึ่งข่าวนี้สามารถฉุดกระแสด้านลบฝั่งเดียร์น่าได้ดีทีเดียว“โบว์ลิ่งบอกแล้ว…ทุกคนต้องมีด้านมืดกันทั้งนั้น!” นางเอกสาวยิ้มเยาะซบหน้าคลอเคลียคู่ขาตัวเอง“หึ ฉันพัง! มันก็ต้องย่อยยับเหมือนกัน” ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมากเพราะไม่มีใครที่สามารถแยกผิดถูกได้ มีแต่ส่งเสริมความคิวชั่วทำลายคนอื่น“ต่อให้พี่พีทจะรับผิดชอบ ยังไงคนหน้าบางอย่างมันก็ต้องหลบหน้าสังคมไปอีกนาน”….“ไอ้เหี้ยนี่ ไม่จบจริง ๆ ใช่ไหม” พีรภัทรสถบคำหยาบทันทีที่เห็นข่าวใหม่“…” ต่างจากเดียร์น่าที่เอาแต่นั่งเงียบเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ อย่างไม่จบสิ้นสักที“ลูกของเราเกิดจากความรัก เพราะฉะนั้น เธอไม่ต้องกลัว เข้าใจที่ฉันพูดไหม” ร่างสูงเข้าไปปลอบโยนไม่ให้เดียร์น่าต้องคิดมากสังคมไทยการท้องก่อนแต่งเป็นตราบาปสำหรับการขายข่าวอยู่แล้ว ต่อให้เด็กเกิดมาคนเป็นพ่อเป็นแม่จะมีปัญหาเลี้ยงดู ทว่าข่าวที่ออกมาไม่มีทางไปในทิศทางที่ดีได้“คุณพ่อไม่อยู่ค่ะ ออกไปทำงาน เดียร์ว่าคุณแม่กลับไปก่อนนะคะ” เดียร์น่าเลือกท





![I hope you know : หัวใจของกาย [กาย + เอิงเอย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

