LOGINเมื่อเฮดว๊ากวิศวะสุดเถื่อน ต้องมาตามจีบสาวน้อยสุดนุ่มนิ่มคณะบริหาร งานนี้เลยรุกขอเบอร์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แถมยังพวงด้วยตำแหน่งองครักษ์ประจำตัว เพื่อคว้าหัวใจของน้องตัวเลยมาให้ได้
View Moreเมื่อเขา
คราม
คณากรณ์ พัฒนกมลกุล
เฮดว๊ากวิศวะสุดโหด เถื่อน
ต้องมาตามจีบรุ่นน้องคณะบริหารสุดนุ่มนิ่ม
และเธอ
พะพาย
พิรศานิดา ศิริบริภัทร์
สาวน้อยปีหนึ่งสุดนุ่มนิ่ม
ต้องมารับมือกับรุ่นพี่จอมโหดที่มาตามจีบ
“เอาเงินมาคืนพี่ครามค่ะ” ฉันตอบพี่เขาไป
“บอกว่าไง” เขาถามฉันนิ่งๆ
“บอกอะไรอ่ะ” ฉันทำหน้างงๆ แล้วพยายามนึกว่าเขาบอกอะไรฉัน
“ไม่ต้องคืน ไม่เอา”
“ได้ไง พายเอามาคืนแล้ว พี่ครามก็รับไปสิ” ฉันทำหน้ามุ่ยแล้วยื่นเงินไปให้เขาอีกครั้ง
“จำได้มั้ยว่าฉันบอกว่าอะไร” เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง
“แป๊บนะคะ พายขอคิดก่อน” ฉันพยายามนึก
จำได้ว่าเขาจ่ายเงินให้ฉัน แล้วพอฉันยื่นเงินไปให้เขาแล้วเขาก็ไม่เอา พอฉันจะขอเลขบัญชี เขาก็บอกฉันเขียนเบอร์ให้เขาแทน
เดี๋ยวนะ
เบอร์งั้นหรอ
พอนึกออกแล้วฉันก็หันขวับไปมองเขาตาโต
นี่เขาเอาจริงใช่มั้ยเนี่ย
“เอาเบอร์มา” พี่ครามยื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน
“เห้ยๆ ยังไงว่ะไอ้เสือยิ้มยาก นี่มึงจีบสาวหรอ” แล้วเพื่อนเขาที่นั่งอ้าปากค้างตั้งแต่พี่ครามตอบฉันก็มีคนหนึ่งที่ถามขึ้น
“อื้ม จีบอยู่”
--------------
มหาลัย K
คณะบริหารธุรกิจ
11.46 น.
พรึบ
“กินไรกันดี” ฉันหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วหันไปมองเพื่อนๆ
“ไปกินเตี๋ยวไก่วิศวะป่ะ เห็นเขาบอกว่าแซ่บมาก” ปลาทองเสนอขึ้นแล้วทำหน้าฟินๆ นี่เพื่อนฉันกำลังคิดถึงน่องไก่ชิ้นใหญ่ในชามก๋วยเตี๋ยวอยู่ใช่มั้ย
“เตี๋ยวไก่หรือว่าผู้ชายกันแน่ยะ” เซรีนพูดขึ้นนิ่งๆ ทำให้ปลาทองหันขวับไปมองเพื่อนอย่างขัดใจ
“อย่าพึ่งกัดกัน จะเอาไง ไปมั้ย” ข้าวหอมรีบห้ามทัพแล้วหันมาถามฉันที่ยืนมองสองคนนั้นที่ฟาดฟันกันทางสายตาอยู่
“พายยังไงก็ได้” ฉันบอกเพื่อนยิ้มๆ
“อื้ม งั้นก็ไปกินที่วิศวะก็แล้วกัน” ข้าวหอมสรุปแล้วจับมือฉันให้เดินตามไป
“เย้ ฉันรักพวกแกที่สุด” ตามด้วยเสียงของปลาทองร้องขึ้นอย่างดีใจ
“น้อยๆ หน่อยยัยสมองน้อย” เสียงของเซรีนว่าขึ้นแล้วก็ตามด้วยตัวของเธอที่เดินมาเทียบข้างฉันกับข้าวหอม
“แกว่าฉันอีกแล้วนะเซรีน” ปลาทองเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับเซรีนแล้วกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆ
“ก็มันจริงนี่ สมองน้อยๆ ของแกเนี่ย นอกจากเรื่องกินแล้วก็มีแต่เรื่องผู้ชายนี่แหละ” เซรีนยักไหล่แล้วว่าขึ้นขำๆ
“ชิ ฉันงอนแก” ปลาทองชี้หน้าเซรีนอย่างคาดโทษ
“ไม่ง้อหรอกย่ะ” เซรีนเบะปากอย่างไม่แคร์แล้วเดินอ้อมไปอยู่ข้างข้าวหอม
“กัดกันทุกวัน จนฉันขี้เกียจห้ามพวกแกแล้วนะ” ข้าวหอมบ่นขึ้นอย่างเอือมๆ
ส่วนฉันก็ได้แต่มองเพื่อนๆ พูดกันไปมา ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่พูดหรือพูดน้อยนะ ฉันพูดไม่ทัน แฮร่ๆ
ก่อนอื่น ฉันว่าเรามาแนะนำตัวกันดีกว่า
สวัสดี ฉันพะพายนะ อายุ 19 ปี เรียนปี 1 คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า เลยอยากเรียนไปช่วยงานที่บ้าน
ฉันมีพี่สาวคนหนึ่ง ชื่อพิพลอย เป็นพี่สาวแสนสวยที่ห่างฉัน 6 ปี พึ่งเรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษ และก็มาช่วยงานที่บ้าน
มีเพื่อนสนิท 1 คน คือข้าวหอม ที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่สาว เพราะข้าวหอมคือลูกสาวของคุณอาฉัน เอาง่ายๆ ก็คือลูกพี่ลูกน้องกันนั่นแหละ ฉันและข้าวหอมเลือกที่จะเรียนเหมือนกัน เพราะที่บ้านฉันดูแลกิจการด้วยกัน และมีเพื่อนอีก 2 คน นั่นก็คือเซรีนและปลาทอง ทั้งสองเป็นเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันเกือบ 2 เดือนแล้ว เพราะพวกเราลงเรียนปรับพื้นฐานล่วงหน้าเหมือนกัน ทำให้รู้จักกันก่อนที่มหาลัยจะเปิด และทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม ที่สำคัญคือนิสัยดี
เอาล่ะ รู้จักกันแค่นี้ก่อนเนอะ ส่วนนิสัยใจคอ เราค่อยๆ รู้จักกันไปก็แล้วกัน
“โหหห คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ทันทีที่เดินเข้ามาในโรงอาหารเซรีนก็พูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ
“นั่นดิ มีแต่งานดีๆ ทั้งนั้นเลย” ปลาทองพูดแล้วทำหน้าเคลิ้มๆ พร้อมบิดตัวไปมาอย่างเขินๆ
“น้อยๆ หน่อยปลาทอง คนมองมาจะหาว่าแกปวดฉี่” แต่ครั้งนี้เป็นข้าวหอมที่พูดขึ้นแขวะปลาทองบ้างอย่างอดไม่ได้
“เอ๊ะ นี่แกยืนข้างยัยเซรีนแล้วติดเชื้อฝอยขัดหม้อมาจากยัยนั่นใช่มั้ย” ปลาทองหน้ามุ่ยแล้วชี้หน้าข้าวหอมอย่างคาดโทษ
“อย่าพึ่งตีกันสิ ไปหาโต๊ะกันเถอะ” ฉันรีบห้ามศึกสงครามน้ำลายของเพื่อนเพราะตอนนี้เริ่มหิวแล้ว
“นี่ถือว่าแม่ชีห้ามนะ ไม่งั้นแกโดนแน่”
“ปลาทอง ต่อไปเราจะไม่ห้ามแล้วนะ” ฉันว่าขึ้นอย่างงอนๆ ที่เพื่อนชอบว่าฉันเป็นแม่ชี
“แกทำองค์หญิงกริ้วแล้วปลาทอง” เซรีนพูดขึ้นขำๆ
“โอ๋ๆ เค้าขอโทษ” ปลาทองรีบเข้ามากอดแขนฉันแล้วเอาหน้ามาคลอเคลียเหมือนแมวน้อย
“หึหึ ไปหาโต๊ะกันเถอะ” ข้าวหอมหัวเราะเล็กน้อยแล้วชวนพวกฉันไปหาโต๊ะ
“สรุปจะกินก๋วยเตี๋ยวจริงป่ะ” เซรีนถามขึ้นทันทีที่หาโต๊ะนั่งได้แล้ว
“ฉันขอบาย อยากกินข้าวผัดทะเล เห็นเขาว่าเด็ด” ข้าวหอมว่าขึ้นแล้วชี้ไปร้านอาหารที่มีคนมุงค่อนข้างเยอะ
“อุ๊ย ฉันชักจะหลายใจ เคยเห็นในรีวิว อยากลองเหมือนกัน” ปลาทองว่าขึ้นแล้วทำหน้าลังเล
“ยัยหลายใจ พายล่ะ” ข้าวหอมว่าปลาทองแล้วหันมาถามฉัน
“เรากินก๋วยเตี๋ยวไก่” ฉันตอบเพื่อนไป เพราะเคยเห็นรีวิวแล้วน่ากินมาก
“งั้นเรากินเตี๋ยวไก่เป็นเพื่อนพายก็ได้” ปลาทองพูดขึ้น
" ไม่เป็นไร ถ้าปลาทองอยากกินกับข้าวหอมก็ไปเลย เราไปคนเดียวได้ เซรีนล่ะ " ฉันมองเพื่อนที่ทำหน้าเสียดายแล้วก็สงสาร
“วันนี้ฉันกินมัง ว่าจะไปสั่งข้าวไข่ดาว” เซรีนตอบกลับมา ซึ่งฉันก็ลืมไป เซรีนจะกินมังสวิรัติในวันที่เกิด ซึ่งก็คือวันพุธ
“งั้นแยกย้ายนะ” ฉันบอกแล้วเดินหนีออกมา เพราะไม่งั้นปลาทองก็คงจะทำหน้าลังเลอยู่อย่างนั้นทั้งวัน ไม่ต้องกินข้าวกันพอดี
ฉันเดินมาเรื่อยๆ จนเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ตั้งใจมากิน ซึ่งตอนนี้มีคิวอยู่เล็กน้อย สงสัยช่วงนี้พึ่งเปิดเทอมมั้งทำให้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
ฉันเดินมายืนต่อแถวคนหลังสุด รอไม่นานก็ถึงคิวฉัน
“เอาอะไรจ๊ะคนสวย” แม่ค้าหันมาถามฉัน
“เอาเส้นหมี่ค่ะ / เอาเหมือนเดิมเจ้” ฉันสั่งไปแล้วก็มีเสียงที่ดังแทรกขึ้น ฉันหันไปมองก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดนักศึกษาที่มีดาวที่ปกเสื้อ 2 ดาว ซึ่งก็หมายความว่าเขาอยู่ปีสอง เป็นรุ่นพี่ฉัน
“รอก่อนนะน้องขุน ให้น้องคนนี้ก่อน” แม่ค้าหันไปมองคนมาใหม่แล้วบอกเขาไป
“ได้เจ้” คนมาใหม่ตอบแล้วหันมามองฉัน
“เชี้ยยยยย น้องตุ๊กตาของไอ้คราม” แล้วเขาก็ร้องขึ้นทันทีที่เห็นหน้าฉัน
“คะ” ฉันเอามือทาบอกแล้วมองเขางงๆ เขาด่าฉันใช่มั้ย แล้วฉันทำอะไรให้เขา แค่แม่ค้าทำก๋วยเตี๋ยวให้ฉันก่อนก็ถึงกับต้องด่ากันเลยหรอ แล้วอะไรคือน้องตุ๊กตาของไอ้คราม
ใครคือตุ๊กตา????
ใครคือคราม????
--------
ตอนแรกเป็นยังไงฮะ
ฝากเม้น ไลค์ เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยนะคะ
ร้านกาแฟหน้ามอตอนนี้ฉันและเซรีนก็เดินมาถึงร้านกาแฟตรงหน้ามอที่ดังมาก เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของมอ K เลยก็ว่าได้ ส่วนปลาทองกับข้าวหอมแยกไปเข้าห้องน้ำ ฉันกับเซรีนจึงมาสั่งและจองโต๊ะรอพอเดินเข้ามาในร้านแล้วฉันก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมาของคนในร้าน และแน่นอนว่ามันไม่ค่อยจะเป็นมิตรซักเท่าไหร่ฉันหันไปมองเซรีนอย่างงอแงฉันไม่ชอบเลยที่ตัวเองเป็นจุดสนใจแบบนี้“หึหึ อย่างอแงสิแม่คนดัง” เซรีนหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยแซวฉัน“เซรีนนนนน” ฉันเรียกเพื่อนเสียงอ่อนเพราะแม้แต่เพื่อนยังแซวฉันเลย“เอาน่า เดี๋ยวก็ชิน”“งื้อออออ แต่พายไม่ชิน” ใช่ ฉันไม่ชิน และไม่น่าจะชินในเร็วๆ นี้ด้วย" หึ งั้นเดี๋ยวเราไปสั่ง พายไปจองโต๊ะนะ” เซรีนบอกฉันก็พยักหน้ารับรัวๆ จากนั้นก็รีบเดินไปหาโต๊ะนั่ง โดยที่ทำเป็นไม่สนสายตาของคนในร้านที่มองมาพอได้โต๊ะแล้วฉันก็นั่งก้มหน้างุดพรึบฉันนั่งก้มหน้ารอเพื่อนๆ ที่โต๊ะแล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นเพราะจู่ๆ ก็มีคนมาหยุดยืนที่โต๊ะพอเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นผู้ชายสองคนในชุดนักศึกษากำลังยืนมองฉันอยู่“มีอะไรรึป่าวคะ” ฉันมองหน้าผู้ชายสองคนตรงหน้าแล้วทำหน้างง“เด็กปีหนึ่งหรอ” เขาถามขึ้น“ค่ะ สวัสดีค่
ห้องเรียน B7คณะบริหารธุรกิจครืด ครืดแรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะละสายตาจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูKharm ได้เพิ่มคุณเป็นเพื่อนฉันไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ที่เขาจะแอดเฟรนด์มา เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่เขาขอเบอร์นั้นเขาต้องแอดไลน์มาแน่ๆแต่ที่ฉันกังวลในตอนนี้คือชีวิตที่สงบสุขของฉันกำลังจะหมดไปเพราะการเรียนภาคบ่ายนี้ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาแบบแปลกๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สาเหตุนั้นน่าจะมาจากคนพึ่งแอดไลน์ฉันมาตะกี้นี้ แต่เขาไม่ได้ทักอะไรมานะ คงจะรู้ว่าฉันเรียนอยู่จึกๆแรงสะกิดตรงไหล่ซ้ายทำให้ฉันละสายตาจากโทรศัพท์หันไปมอง“พาย ดูนี่” ข้าวหอมยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันฉันรับมาแล้วมองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ จากนั้นก็ก้มดู พอเห็นแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆจบสิ้นจริงๆ แล้วชีวิตสงบสุขของฉันเพจใต้เตียงมอ KK University~ต๊ายยยยยยยย วันนี้เพื่อนของแอดส่งรูปที่กำลังเป็น Talk Of The Town ในตอนนี้มาให้แอดดู เฮดว๊ากวิศวะควงเด็กปีหนึ่งบริหารกินข้าวกลางวิศวะ ซึ่งก็ไม่ต้องสืบค่ะ เฮดว๊ากนั่นก็คือ พี่คราม ปี 3 วิศวะการบิน หนุ่มหน้านิ่งสมบัติวิศวะ
สวัสดีครับ ผมคราม ที่รู้จักกันในนามเฮดว๊ากวิศวะ เรียนปี 3 มีเพื่อนสนิท 3 คน ที่พูดถึงตอนต้นนั่นแหละ ผมเรียนวิศวะการบิน เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวการบิน ผมเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ แต่จะนิ่งแค่ไหนต้องรอดู เอาเป็นว่ารู้จักพอคร่าวๆ ก่อนนะ ค่อยทำความรู้จักนิสัยกันไปก็แล้วกัน“ที่จริงมันไม่ได้เจอน้องเขาวันนี้วันแรกหรอก น้องคนนี้มันจองตั้งแต่น้องเขามาเรียนปรับพื้นฐานแล้ว” ไอ้ขุนพูดขึ้น ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมันนิ่งๆ“เห้ย ยังไงวะ นี่พวกมึงไปเจอน้องเขาที่ไหน” ไอ้พายัพถามขึ้นอย่างตื่นๆ“หึ ก็วันนั้นที่คณะบริหารไง ที่เราไปประชุมรับน้องอ่ะ” ไอ้ขุนหันมามองผมแล้วกระตุกยิ้มมุมปากแล้วพูดขึ้นใช่แล้วผมเคยเจอพะพายมาก่อน1 เดือนก่อนหน้านี้“งื้ออออ ก็เราไม่รู้จักทางนี่นา” เสียงหวานที่ดังขึ้นงุ้งงิ้งๆ ตรงทางเดินขึ้นบันไดทำให้ผมหันไปมองนิ่งๆแล้วก็เจอกับร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัว ผมรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คงเป็นเด็กปีหนึ่งของคณะบริหารแน่ๆ เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่คณะบริหาร มาประชุมเรื่องรับน้องรวม ส่วนที่รู้ว่าเธอคือเด็กปีหนึ่งเพราะตอนนี้มหาลัยยังไม่เปิด แต่มีบางคณะที่เปิดรับน้องก่อน และเปิดเรียนปรับพื้นฐานก่
นั่นไง มันมานู่นละ ถามมันเองแล้วกัน” เมื่อผมเดินมาถึงโต๊ะประจำที่นั่งกับเพื่อนก็เห็นเพื่อนนั่งคุยกันอยู่ จากนั้นพอไอ้ขุนมันหันมาเห็นผมมันก็พูดขึ้นทันที ทำให้เพื่อนๆ หันมามองผมเป็นตาเดียวผมเดินไปนั่งที่เดิมแล้วนั่งลงนิ่งๆ ผมไม่ได้สนใจสายตาของพวกมันเลยซักนิด“เอ่อ ครามไปไหนมาเหรอ” ลินิน เพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น“ถามทำไม” ผมถามเธอกลับนิ่งๆ เพราะปกติผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วกับลินิน เธอเป็นเพื่อนกับไอ้วินเพื่อนของผม เลยทำให้เธอได้มาอยู่กลุ่มพวกผม แต่ผมไม่ได้สนิทอะไร“ก็พวกนี้บอกว่าครามไปส่งผู้หญิงมา จริงเหรอ” เธอถามขึ้นแล้วมองหน้าผมอย่างเกรงๆ เพราะรู้จักนิสัยผมดีอยู่แล้วผมไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าตอบรับไปนิ่งๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมากดบันทึกเบอร์ของคนที่ผมพึ่งไปส่งมาเมื่อกี้ไว้❤️ครับ รูปหัวใจนี่แหละที่ผมบันทึกไว้“นั่นไง บอกแล้วไม่เชื่อลินิน” ไอ้พายัพพูดขึ้น“อย่าว่าแต่ลินินจะไม่เชื่อ ถ้ากูไม่เห็นกับตากูก็คงไม่เชื่อเหมือนกันแหละ” เสียงไอ้วินเนอร์พูดขึ้นบ้าง“เออ ก็จริง ปกติมันไม่สนใจผู้หญิง”“แล้วนั่นทำอะไรวะ มาถึงก็จับโทรศัพท์ เพื่อนไม่สนใจ” ไอ้ข




![I hope you know : หัวใจของกาย [กาย + เอิงเอย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
