Masukเมื่อเฮดว๊ากวิศวะสุดเถื่อน ต้องมาตามจีบสาวน้อยสุดนุ่มนิ่มคณะบริหาร งานนี้เลยรุกขอเบอร์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แถมยังพวงด้วยตำแหน่งองครักษ์ประจำตัว เพื่อคว้าหัวใจของน้องตัวเลยมาให้ได้
Lihat lebih banyakเมื่อเขา
คราม
คณากรณ์ พัฒนกมลกุล
เฮดว๊ากวิศวะสุดโหด เถื่อน
ต้องมาตามจีบรุ่นน้องคณะบริหารสุดนุ่มนิ่ม
และเธอ
พะพาย
พิรศานิดา ศิริบริภัทร์
สาวน้อยปีหนึ่งสุดนุ่มนิ่ม
ต้องมารับมือกับรุ่นพี่จอมโหดที่มาตามจีบ
“เอาเงินมาคืนพี่ครามค่ะ” ฉันตอบพี่เขาไป
“บอกว่าไง” เขาถามฉันนิ่งๆ
“บอกอะไรอ่ะ” ฉันทำหน้างงๆ แล้วพยายามนึกว่าเขาบอกอะไรฉัน
“ไม่ต้องคืน ไม่เอา”
“ได้ไง พายเอามาคืนแล้ว พี่ครามก็รับไปสิ” ฉันทำหน้ามุ่ยแล้วยื่นเงินไปให้เขาอีกครั้ง
“จำได้มั้ยว่าฉันบอกว่าอะไร” เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง
“แป๊บนะคะ พายขอคิดก่อน” ฉันพยายามนึก
จำได้ว่าเขาจ่ายเงินให้ฉัน แล้วพอฉันยื่นเงินไปให้เขาแล้วเขาก็ไม่เอา พอฉันจะขอเลขบัญชี เขาก็บอกฉันเขียนเบอร์ให้เขาแทน
เดี๋ยวนะ
เบอร์งั้นหรอ
พอนึกออกแล้วฉันก็หันขวับไปมองเขาตาโต
นี่เขาเอาจริงใช่มั้ยเนี่ย
“เอาเบอร์มา” พี่ครามยื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน
“เห้ยๆ ยังไงว่ะไอ้เสือยิ้มยาก นี่มึงจีบสาวหรอ” แล้วเพื่อนเขาที่นั่งอ้าปากค้างตั้งแต่พี่ครามตอบฉันก็มีคนหนึ่งที่ถามขึ้น
“อื้ม จีบอยู่”
--------------
มหาลัย K
คณะบริหารธุรกิจ
11.46 น.
พรึบ
“กินไรกันดี” ฉันหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วหันไปมองเพื่อนๆ
“ไปกินเตี๋ยวไก่วิศวะป่ะ เห็นเขาบอกว่าแซ่บมาก” ปลาทองเสนอขึ้นแล้วทำหน้าฟินๆ นี่เพื่อนฉันกำลังคิดถึงน่องไก่ชิ้นใหญ่ในชามก๋วยเตี๋ยวอยู่ใช่มั้ย
“เตี๋ยวไก่หรือว่าผู้ชายกันแน่ยะ” เซรีนพูดขึ้นนิ่งๆ ทำให้ปลาทองหันขวับไปมองเพื่อนอย่างขัดใจ
“อย่าพึ่งกัดกัน จะเอาไง ไปมั้ย” ข้าวหอมรีบห้ามทัพแล้วหันมาถามฉันที่ยืนมองสองคนนั้นที่ฟาดฟันกันทางสายตาอยู่
“พายยังไงก็ได้” ฉันบอกเพื่อนยิ้มๆ
“อื้ม งั้นก็ไปกินที่วิศวะก็แล้วกัน” ข้าวหอมสรุปแล้วจับมือฉันให้เดินตามไป
“เย้ ฉันรักพวกแกที่สุด” ตามด้วยเสียงของปลาทองร้องขึ้นอย่างดีใจ
“น้อยๆ หน่อยยัยสมองน้อย” เสียงของเซรีนว่าขึ้นแล้วก็ตามด้วยตัวของเธอที่เดินมาเทียบข้างฉันกับข้าวหอม
“แกว่าฉันอีกแล้วนะเซรีน” ปลาทองเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับเซรีนแล้วกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆ
“ก็มันจริงนี่ สมองน้อยๆ ของแกเนี่ย นอกจากเรื่องกินแล้วก็มีแต่เรื่องผู้ชายนี่แหละ” เซรีนยักไหล่แล้วว่าขึ้นขำๆ
“ชิ ฉันงอนแก” ปลาทองชี้หน้าเซรีนอย่างคาดโทษ
“ไม่ง้อหรอกย่ะ” เซรีนเบะปากอย่างไม่แคร์แล้วเดินอ้อมไปอยู่ข้างข้าวหอม
“กัดกันทุกวัน จนฉันขี้เกียจห้ามพวกแกแล้วนะ” ข้าวหอมบ่นขึ้นอย่างเอือมๆ
ส่วนฉันก็ได้แต่มองเพื่อนๆ พูดกันไปมา ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่พูดหรือพูดน้อยนะ ฉันพูดไม่ทัน แฮร่ๆ
ก่อนอื่น ฉันว่าเรามาแนะนำตัวกันดีกว่า
สวัสดี ฉันพะพายนะ อายุ 19 ปี เรียนปี 1 คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า เลยอยากเรียนไปช่วยงานที่บ้าน
ฉันมีพี่สาวคนหนึ่ง ชื่อพิพลอย เป็นพี่สาวแสนสวยที่ห่างฉัน 6 ปี พึ่งเรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษ และก็มาช่วยงานที่บ้าน
มีเพื่อนสนิท 1 คน คือข้าวหอม ที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่สาว เพราะข้าวหอมคือลูกสาวของคุณอาฉัน เอาง่ายๆ ก็คือลูกพี่ลูกน้องกันนั่นแหละ ฉันและข้าวหอมเลือกที่จะเรียนเหมือนกัน เพราะที่บ้านฉันดูแลกิจการด้วยกัน และมีเพื่อนอีก 2 คน นั่นก็คือเซรีนและปลาทอง ทั้งสองเป็นเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันเกือบ 2 เดือนแล้ว เพราะพวกเราลงเรียนปรับพื้นฐานล่วงหน้าเหมือนกัน ทำให้รู้จักกันก่อนที่มหาลัยจะเปิด และทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม ที่สำคัญคือนิสัยดี
เอาล่ะ รู้จักกันแค่นี้ก่อนเนอะ ส่วนนิสัยใจคอ เราค่อยๆ รู้จักกันไปก็แล้วกัน
“โหหห คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ทันทีที่เดินเข้ามาในโรงอาหารเซรีนก็พูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ
“นั่นดิ มีแต่งานดีๆ ทั้งนั้นเลย” ปลาทองพูดแล้วทำหน้าเคลิ้มๆ พร้อมบิดตัวไปมาอย่างเขินๆ
“น้อยๆ หน่อยปลาทอง คนมองมาจะหาว่าแกปวดฉี่” แต่ครั้งนี้เป็นข้าวหอมที่พูดขึ้นแขวะปลาทองบ้างอย่างอดไม่ได้
“เอ๊ะ นี่แกยืนข้างยัยเซรีนแล้วติดเชื้อฝอยขัดหม้อมาจากยัยนั่นใช่มั้ย” ปลาทองหน้ามุ่ยแล้วชี้หน้าข้าวหอมอย่างคาดโทษ
“อย่าพึ่งตีกันสิ ไปหาโต๊ะกันเถอะ” ฉันรีบห้ามศึกสงครามน้ำลายของเพื่อนเพราะตอนนี้เริ่มหิวแล้ว
“นี่ถือว่าแม่ชีห้ามนะ ไม่งั้นแกโดนแน่”
“ปลาทอง ต่อไปเราจะไม่ห้ามแล้วนะ” ฉันว่าขึ้นอย่างงอนๆ ที่เพื่อนชอบว่าฉันเป็นแม่ชี
“แกทำองค์หญิงกริ้วแล้วปลาทอง” เซรีนพูดขึ้นขำๆ
“โอ๋ๆ เค้าขอโทษ” ปลาทองรีบเข้ามากอดแขนฉันแล้วเอาหน้ามาคลอเคลียเหมือนแมวน้อย
“หึหึ ไปหาโต๊ะกันเถอะ” ข้าวหอมหัวเราะเล็กน้อยแล้วชวนพวกฉันไปหาโต๊ะ
“สรุปจะกินก๋วยเตี๋ยวจริงป่ะ” เซรีนถามขึ้นทันทีที่หาโต๊ะนั่งได้แล้ว
“ฉันขอบาย อยากกินข้าวผัดทะเล เห็นเขาว่าเด็ด” ข้าวหอมว่าขึ้นแล้วชี้ไปร้านอาหารที่มีคนมุงค่อนข้างเยอะ
“อุ๊ย ฉันชักจะหลายใจ เคยเห็นในรีวิว อยากลองเหมือนกัน” ปลาทองว่าขึ้นแล้วทำหน้าลังเล
“ยัยหลายใจ พายล่ะ” ข้าวหอมว่าปลาทองแล้วหันมาถามฉัน
“เรากินก๋วยเตี๋ยวไก่” ฉันตอบเพื่อนไป เพราะเคยเห็นรีวิวแล้วน่ากินมาก
“งั้นเรากินเตี๋ยวไก่เป็นเพื่อนพายก็ได้” ปลาทองพูดขึ้น
" ไม่เป็นไร ถ้าปลาทองอยากกินกับข้าวหอมก็ไปเลย เราไปคนเดียวได้ เซรีนล่ะ " ฉันมองเพื่อนที่ทำหน้าเสียดายแล้วก็สงสาร
“วันนี้ฉันกินมัง ว่าจะไปสั่งข้าวไข่ดาว” เซรีนตอบกลับมา ซึ่งฉันก็ลืมไป เซรีนจะกินมังสวิรัติในวันที่เกิด ซึ่งก็คือวันพุธ
“งั้นแยกย้ายนะ” ฉันบอกแล้วเดินหนีออกมา เพราะไม่งั้นปลาทองก็คงจะทำหน้าลังเลอยู่อย่างนั้นทั้งวัน ไม่ต้องกินข้าวกันพอดี
ฉันเดินมาเรื่อยๆ จนเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ตั้งใจมากิน ซึ่งตอนนี้มีคิวอยู่เล็กน้อย สงสัยช่วงนี้พึ่งเปิดเทอมมั้งทำให้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
ฉันเดินมายืนต่อแถวคนหลังสุด รอไม่นานก็ถึงคิวฉัน
“เอาอะไรจ๊ะคนสวย” แม่ค้าหันมาถามฉัน
“เอาเส้นหมี่ค่ะ / เอาเหมือนเดิมเจ้” ฉันสั่งไปแล้วก็มีเสียงที่ดังแทรกขึ้น ฉันหันไปมองก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดนักศึกษาที่มีดาวที่ปกเสื้อ 2 ดาว ซึ่งก็หมายความว่าเขาอยู่ปีสอง เป็นรุ่นพี่ฉัน
“รอก่อนนะน้องขุน ให้น้องคนนี้ก่อน” แม่ค้าหันไปมองคนมาใหม่แล้วบอกเขาไป
“ได้เจ้” คนมาใหม่ตอบแล้วหันมามองฉัน
“เชี้ยยยยย น้องตุ๊กตาของไอ้คราม” แล้วเขาก็ร้องขึ้นทันทีที่เห็นหน้าฉัน
“คะ” ฉันเอามือทาบอกแล้วมองเขางงๆ เขาด่าฉันใช่มั้ย แล้วฉันทำอะไรให้เขา แค่แม่ค้าทำก๋วยเตี๋ยวให้ฉันก่อนก็ถึงกับต้องด่ากันเลยหรอ แล้วอะไรคือน้องตุ๊กตาของไอ้คราม
ใครคือตุ๊กตา????
ใครคือคราม????
--------
ตอนแรกเป็นยังไงฮะ
ฝากเม้น ไลค์ เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยนะคะ
รอกันก่อนได้มั้ยล่ะ“ถ้าพี่ไม่รอ” พี่ครามพูดขึ้นย้ำ“พี่ครามใจร้าย” ฉันมองหน้าพี่ครามอย่างตัดพ้อใจร้ายจัง แค่นี้ก็รอไม่ได้พรึบพี่ครามลุกขึ้นยืนแล้วกอดมาโอบเอวฉันแล้วยิ้มให้ฉันเล็กน้อย เขาดึงช่อดอกไม้ในมือฉันยื่นไปให้พี่นุช“ล้อเล่น”“พะ พี่ครามรอได้ใช่มั้ย” ฉันเงยขึ้นมองหน้าพี่ครามอย่างมีความหวัง“อื้ม ทั้งชีวิตก็รอได้” พี่ครามพยักหน้ารับ“งะ งั้นพายไปเรียนต่อที่อังกฤษก่อนค่อยกลับมาแต่งได้รึป่าว” ฉันเอ่ยต่อรองแล้วก็แกล้งเขาด้วย เพราะฉันเคยพูดกับเขาเรื่องนี้แล้วว่าอยากจะไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ มหาลัยเดียวกันกับพิพลอยก่อน แต่พี่ครามก็ไม่ยอมท่าเดียวเลยแต่ที่พูดไปเนี่ยฉันก็ไม่ได้จริงจังหรอก อย่างฉันนี่นะจะไปอยู่ที่อื่นคนเดียวไม่มีทาง“อ่ะ ล้อเล่นน่าาาา” เมื่อเห็นพี่ครามหุบยิ้มแล้วทำหน้าตึงฉันยิ้มออกมาแล้วพูดล้อเขา“ไอ้แสบ แล้วยังไง จะแต่งไม่แต่ง” พี่ครามเค้นเสียงพูดกับฉันอย่างหมั่นไส้ ตามด้วยคำถามที่แสนจะห้วน“เห้ยๆ มึงขอน้องแต่งงานเว้ย ไม่ใช่จะดักฉุดลูกสาวเค้า” พี่ขุนเขาพูดขึ้นท้วงเมื่อเห็นพี่ครามถามฉันเสียงห้วนแบบนั้น“เออ มีอย่างที่ไหนขู่น้องให้แต่งด้วย” ตามด้วยพี่ฟีนิกซ์ที่พูดขึ้นอ
ฮัลโหลลลลลลสวัสดีวันรับปริญญาของพี่ครามจ้า หลังจากที่พี่ครามฝึกงานแล้วก็ทำเล่มจบส่งเสร็จแล้ว พี่ครามก็ถือว่าเรียนจบอย่างเป็นทางการ แล้ววันนี้ก็รับปริญญา คนมาแสดงความยินดีกับพี่ครามเยอะมาก รวมไปถึงครอบครัวของเขาและของฉันด้วย“ยินดีด้วยนะคราม” พ่อกับแม่ฉันเดินมาแล้วยื่นช่อดอกไม้ให้พี่ครามพร้อมพูดแสดงความยินดี“ขอบคุณนะครับคุณพ่อคุณแม่” พี่ครามยกมือขึ้นไหว้พ่อแม่ฉันแล้วรับดอกไม้มาถือไว้“จบแล้วทำงานเลยรึป่าวลูก คิดเอาไว้รึยัง” แม่ฉันยิ้มแล้วถามถึงอนาคตที่พี่ครามวางแผนไว้“ครับ คนแถวนี้เค้าอยากลงจากตำแหน่งเต็มทนแล้ว” พี่ครามตอบแล้วเหลือบมองไปที่คุณพ่อของเขานิ่งๆ“อะไร ฉันก็อยากพักบ้าง” พ่อพี่ครามพูดขึ้นอย่างลอยหน้าลอยตาจนฉันต้องหลุดขำ เพราะช่วงนี้พี่ครามทำงานหนักมาก ส่วนคุณพ่อนั้นแทบจะไม่ได้เข้าบริษัทเลย โดยที่ท่านให้เหตุผลว่าอยากจะพักมา 3 เดือนแล้ว“พ่อก็พักตลอดนั่นแหละค่ะ ตอนพี่ครามเรียนอยู่ก็ชอบขโมยแม่ไปเที่ยวแล้วทิ้งงานให้พี่ครามทำ” คะนิ้งมองพ่อตัวเองแล้วกรอกตามองบน“ตัวแสบ เผาพ่อหรอ” คุณพ่อหันไปหยิกแก้มน้องแล้วพูดเสียงเค้นเหมือนหมั่นไส้ลูกสาวตัวเอง“หึ เหนื่อยมั้ย” พี่ครามหัวเราะพ่อ
“พายเก่งมั้ย ทำตามที่ข้าวหอมสอนมาเป๊ะๆ เลย” ฉันถามย้ำเพราะอยากได้ยินคำชมจากพี่คราม“ข้าวหอมสอนว่ายังไง”“ก็สอนว่าให้สู้คน เค้าทำเรายังไงให้ทำเค้าคืน” ฉันบอกถึงคำสอนของข้าวหอมก่อนมา แล้วทำหน้าตาเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าว“เป็นเด็กขี้แค้นตั้งแต่เมื่อไหร่”“พึ่งเป็นค่ะ พายไม่ชอบสายตาของพี่ๆ เขาเวลามองพาย” ฉันบอกเขาไปแล้วทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงตอนที่สองคนนั้นมองแล้วหัวเราะเยาะฉัน“หึ ทำแมวน้อยของพี่โกรธได้เนี่ยไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย” พี่ครามส่ายหน้าเบาๆ แล้วขำ“ใช่ค่ะ เหมือนแม่มดที่ข้าวหอมบอกไม่มีผิด” ฉันพยักหน้ารับรัวๆ แล้วนึกถึงคำพูดของข้าวหอม“หึ แม่มดเลยหรอ” พี่ครามหัวเราะในลำคอเล็กน้อย“ค่ะ แล้วข้าวหอมก็บอกด้วยนะคะว่าแม่มดชอบดักหน้าลิฟท์ แล้วก็จริงๆ ด้วยค่ะ ข้าวหอมนี่รู้ดีจริงๆ” ฉันบอกแล้วทำหน้าภูมิใจในตัวเองแล้วก็เพื่อนกลุ่มเรานี่ฉลาดกันจริงๆ“ฮ่าๆๆๆ” พี่ครามหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง“พี่ครามขำอะไร” ฉันถามแล้วทำหน้างง ทำไมต้องขำขนาดนั้นด้วย“หึหึ แมวน้อยซื่อบื้อ” แหนะ ยังมาว่าฉันอีกนะ“ขำอะไรคะ” ฉันถามย้ำ“ไม่มีอะไร แล้วนี่แต่งตัวอะไร” พี่ครามเลิกหัวเราะแล้วก็มองฉันนิ่ง“สวยมั้ยคะ” ฉัน
“แต่เป็นคู่หมั้น นี่พะพาย คู่หมั้นผมเอง” พี่ครามมองหน้าฉันแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เอื้อมมือมาโอบเอวฉันให้แนบชิดตัวเขาแล้วหันไปมองผู้หญิงสองคนนั้นฉันหันไปมองก็เห็นพวกเธออ้าปากค้างแล้วมองมาที่เราสองคนอย่างไม่เชื่อสายตา“คะ คู่หมั้น” พวกเธอหันไปมองหน้ากันตื่นๆ แล้วพูดขึ้นพร้อมกันเสียงสั่น“อ้าว คุณพะพาย เจอคุณครามแล้วหรอคะ” พี่ปลายฝนที่เดินผ่านมาเห็นพอดีก็เดินเข้ามาทักฉัน“ค่ะ พี่ปลายฝน” ฉันยิ้มให้พี่เขาไป“อ้าว พวกเธอมายืนอะไรตรงนี้” แล้วพี่ปลายฝนก็หันไปมองพี่สองคนนั้นที่ยืนทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่“กะ แกรู้จักหรอ” พวกเธอหันไปมองพี่ปลายฝนแล้วถามเสียงสั่น“ก็คุณพะพายเป็นคู่หมั้นคุณคราม นั่นบัตรที่ฉันให้น้องเค้ามานี่ ทำไมมาอยู่กับแกอ่ะ” แล้วคำตอบของพี่ปลายฝนก็ทำเอาพวกเธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันมามองฉันอึ้งๆ“ชิ” ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆ เชอะ ก่อนหน้านี้พวกเธอไล่ฉัน ฉันจำได้ขึ้นใจเลย“หึ เดี๋ยวผมขอคุยกับแมวน้อยตัวนี้ก่อนก็แล้วกันว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แต่ก็รู้ดีอยู่แล้วใช่มั้ยว่าพวกคุณทำอะไรไว้” พี่ครามหันมามองหน้าฉันแล้วหัวเราะเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปพูดกับพนักงานของเขาเสียงนิ่ง“อะ เอ่อ
17.42 น.“เอาอะไรอีกป่ะ” เซรีนหันมาถามเมื่อเห็นว่าของกินตรงหน้าหมดลงนานแล้ว ตอนนี้กำลังนั่งย่อยกันอยู่“อิ่มแล้ว” ฉันส่ายหน้าให้เพื่อนไป เพราะตอนนี้อิ่มมาก ถ้าเกิดกินอีก มีหวังไม่ได้กินข้าวเย็น คุณแม่ต้องโกรธแน่ๆ“งั้นกลับเลยมั้ย” ข้าวหอมถามขึ้นแล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดูพวกฉันจึงพยักหน้าไปแล้วก็ลุกขึ้นเ
“ตอนเที่ยงก็เฮดว๊ากวิศวะ ตอนเย็นก็น้องรหัสเขา ยังไงจ๊ะ แม่คนเนื้อหอม” ปลาทองถามขึ้น“เอ๋ น้องรหัสเหรอ” ฉันทำหน้าสงสัยแล้วถามขึ้นน้องรหัสพี่ครามงั้นเหรอว่าแต่ คนไหนกันนะ???“เฮ้อ แม่ชี แกนี่นะ” เซรีนถอนหายใจใส่ฉันอย่างปลงๆ“นั่นน่ะกลุ่มน้องรหัสพี่คราม คนที่ใส่เสื้อช็อบน่ะพี่ภูเขา เรียนปีสอง เป็นน้
ร้านกาแฟหน้ามอตอนนี้ฉันและเซรีนก็เดินมาถึงร้านกาแฟตรงหน้ามอที่ดังมาก เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของมอ K เลยก็ว่าได้ ส่วนปลาทองกับข้าวหอมแยกไปเข้าห้องน้ำ ฉันกับเซรีนจึงมาสั่งและจองโต๊ะรอพอเดินเข้ามาในร้านแล้วฉันก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมาของคนในร้าน และแน่นอนว่ามันไม่ค่อยจะเป็นมิตรซักเท่าไหร่ฉันหันไปมอ
ห้องเรียน B7คณะบริหารธุรกิจครืด ครืดแรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะละสายตาจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูKharm ได้เพิ่มคุณเป็นเพื่อนฉันไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ที่เขาจะแอดเฟรนด์มา เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่เขาขอเบอร์นั้นเขาต้องแอดไลน์มาแน่ๆแต่ที่ฉันกังว


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


