LOGINจีบเธอมาหลายปี สาวไม่ชอบบอก "เป็นได้แค่พี่" ใครจะสน ขอจีบอีกทีรอบนี้ไม่เป็นพี่จะเป็น "สามีในอนาคตเธอ" "ไม่ไว้ใจกันเลยสักนิด เต็มสิบให้เท่าไรความไว้ใจที่หนูมีให้พี่" "ลบยี่สิบ" เออดีคะแนนติดลบเป็นเท่าตัว "ไม่คิดก่อนตอบสักหน่อยให้คนฟังได้ใจชื้นสักนิด" "พี่ช่วยถามคำถามที่มันต้องได้คิดก่อนตอบหน่อยสิ" "พี่เอาเธอได้ไหม"
View Moreรถสปอร์ตคันหรูสีเหลืองตัดดำ เสียงเครื่องยนต์คำรามดังกึกก้องแล่น เข้าจอด ประตูรถเปิดออกชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวขาลงมาเดินเข้าด้านใน ผู้คนหนุ่มสาวนักท่องราตรียืนต่อแถว เพื่อรอเข้าไปในร้านโดยผ่านการ์ดร่างยักษ์ขอตรวจบัตรประชาชนยืนยันอายุ
พอการ์ดมองเห็นผู้มาใหม่ทุกคนต่างพากันก้มหัวทักทายเขา ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มทักทายกลับเช่นกัน ก่อนจะเดินตรงเข้าร้านไป สาว ๆ ที่รอหน้าร้านต่างพากันมองเขาเป็นตาเดียว
คนที่มาร้านนี้ตลอดเห็นบ่อยก็จริง แต่ยังแสดงอาการตื่นเต้นอยู่ดีเมื่อเห็นเขาส่วนสาว ๆ ที่พึ่งเคยมายืนอ้าปากค้างไปแล้ว ด้วยรูปร่างหน้าตาชวนหลงใหล
ก้าวเดินมาถึงภายในร้านอาหารกึ่งผับสามชั้น ชั้นหนึ่งโซนยืนมากกว่านั่ง สำหรับร้องเต้นมีดนตรีร้องสดสลับเปลี่ยนกับดีเจ ส่วนชั้นสองสำหรับคนอยากนั่งเล่นนั่งชิลล์ ๆ
ชั้นสามแบ่งออกเป็นสองโซน ห้องวีไอพีสำหรับรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกโซนเป็นห้องทำงานพนักงานทั่วไป บัญชี จัดซื้อ ผู้จัดการร้าน ทั้งห้องพักเจ้าของที่นี่พร้อมที่ซุกหัวนอน และมีห้องสำหรับแขกอย่างเพื่อนเจ้าของร้านหรือครอบครัว ซึ่งถูกสร้างขึ้นเป็นห้องเก็บเสียงอย่างดี
ร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์
ชื่อร้านตั้งตามชื่อลูกเจ้าของที่นี่ ‘บรั่น’ มาจากบรั่นดีลูกสาวคนโต ‘แบรนด์’ มาจากเฮียแบรนด์ลูกชายคนกลางส่วน ‘บาร์’ มาจากลูกชายคนเล็กเฮียบาร์ของทุกคน
ทั้งสามคนเป็นทั้งลูกรักและลูกชังของเสี่ยเบียร์ เจ้าของธุรกิจนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นดี เจ้บรั่นดีกับเฮียแบรนด์นาน ๆ ทีจะเห็นมาร้านเพราะต่างคนต่างแยกย้ายดูแลธุรกิจครอบครัว
ร้านนี้ถึงได้ตกอยู่ในความดูแลไอ้บัฟบาร์ของเพื่อน เฮียบาร์ของทุกคน และอยากเป็นพี่บาร์ของเธอคนเดียว
บาร์ นนทกร ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าแก่เลยวัยเพราะดื่มแอลกอฮอล์เยอะ ดูแลธุรกิจตอนกลางคืนทั้งเรียนไปด้วย แต่เขากลับเป็นที่ต้องตาต้องใจสาว ๆ อย่างมากด้วยบุคลิกที่ดูสง่าภูมิฐาน ปากหวานฉอเลาะขี้เล่นอารมณ์ดี ใบหน้าหล่อเหลาดูดีมีเสน่ห์ดังชายชาตรีพึงมี
เพิ่มความเท่กระชากใจสาว ๆ ด้วยรอยสักผีเสื้อกลางคืนที่แขนซ้ายและรอยสักหัวงูที่หน้าอกข้างเดียวกัน เห็นแล้วเหมือนมันจะฉกคนที่ยื่นมือเข้ามาใกล้หัวใจเขาก่อนได้รับอนุญาต
ก่อนหน้านี้บาร์ไปโรงพยาบาลมาไปเยี่ยมเพื่อนรักโดนรถชนนั่นคือยอดตอง ดีที่ไม่เป็นอะไรมากไม่รู้ไปทำท่าไหนของมัน พอเห็นคนเจ็บดีขึ้นมากทั้งยังมีพิทย์กับธารคอยดูแล
เขาถึงขอตัวมาดูร้านแล้วจะกลับไปดูคนเจ็บอีกที บาร์มีเพื่อนสนิทมาก ๆ มากซะจนน่ากลัว ตบหัวเขาจนคะมำ พวกมันบอกเพียงสะกิดเพื่อเรียกคุยเท่านั้น ซึ่งมีอยู่ห้าคนคือ พิทย์ ธาร ยอดตอง และชีวิน ชีวีสองแฝด พวกเขาเรียนคณะวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
ตอนบาร์เรียนจบมัธยมปลายแล้วต้องสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อ เขาเลือกเรียนคณะนี้เพราะไม่ได้คิดอะไรมาก รู้เพียงว่าวิศวะก็เท่ดี พอมาเรียนจริง ๆ มันก็เท่จริงแต่มันดันยากมาก
เขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง ออกไปทางเกรดตกต่ำ เสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อบ่นปนด่าจนเหนื่อย พี่สาวเข็นจนล้า พี่ชายลากจนเพลีย ความทุกข์เรื่องนี้มาตกอยู่ที่เพื่อนเขาแทน
พวกมันทั้งด่า ทั้งเข็น ทั้งลากคอเขาให้ไปเรียน ทำเกรดเฉลี่ยคะแนนให้ดีเพื่อให้ได้ออกฝึกงานทัน แล้วล่าสุดพวกมันลากคอเขาเร่งทำโพรเจกต์จบ ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่รีบพวกมันก็ไม่ฟังลากกันอยู่นั่น
บาร์ขึ้นมาชั้นสามห้องทำงานของตัวเอง เพื่อนั่งฟังรายงานที่ผู้จัดการร้านกำลังร่ายยาวให้ฟัง เฮียลมผู้จัดการร้านชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเป็นผู้ช่วยเสี่ยเบียร์มาก่อน เสี่ยเบียร์พ่อของเขาสละผู้ช่วยฝีมือดี เพื่อมาช่วยดูแลงาน ดูแลร้าน และดูแลลูกชายคนเล็ก
“มีอะไรครับ”
บาร์อายุน้อยกว่าเฮียลมผู้จัดการร้านมาก เขาให้ความเคารพกับคนที่น่าเคารพเสมอ ไม่ว่าจะอายุน้อยกว่าหรือมากกว่าถ้ามาดีเขาจะดีและสุภาพด้วย บาร์ถามออกไป เพราะเห็นเฮียลมรับสายโทรศัพท์ แล้วทำท่ากระวนกระวายใจทั้งบอกกับปลายสายว่าจะลงไปเดี๋ยวนี้
“ชั้นหนึ่งมีเรื่องนิดหน่อยครับ แขกเมาแล้วดึงแขนนักร้องลงเวที”
พอได้ยินแบบนั้นเจ้าของร้านไม่ได้เอะใจอะไรมาก เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในสถานบันเทิงซึ่งมีคนเมา
เมื่อได้คำตอบบาร์ทำเพียงพยักหน้ารับ ทั้งคิดในใจว่าวันนี้วันศุกร์แขกมาเยอะกว่าทุก ๆ วัน พอนึกขึ้นได้ว่าเป็นวันศุกร์หัวคิ้วเจ้าของร้านก็ขมวดเข้าหากัน รีบหันไปถามผู้จัดการร้านอีกที
“นักร้องคนไหน” บาร์ถามออกไปคงไม่ใช่คนที่เขาคิดไว้
ตอนพิเศษ 4รักใคร่ได้เขาไปเต็ม ๆ ทั้งใบหน้าคมสันผมสีดำสนิทแต่ดีหน่อยได้ผิวแม่ กินเก่งเหมือนแม่อีกต่างหาก ชื่อทั้งสองคนบาร์เป็นคนตั้งเอง ตอนรู้ว่าน้ำหวานท้องชื่อรักใคร่โผล่มาในหัวทันที พอรู้ว่าเป็นแฝดชายหญิงชื่อชอบใจก็ตามมาอย่างไม่ต้องคิด เห็นหน้าแม่แล้วลูกของเขากับเธอต้องชื่อนี้เท่านั้น บาร์มองแม่ลูกสอนกันอยู่ห้องนั่งเล่น มีเขานั่งข้าง ถ้าน้ำหวานเป็นเหมือนดวงใจ รักใคร่กับชอบใจคงเป็นแก้วตาของเขา“หวานหวานก็ห้าม ให้เรียกแม่ไม่งั้นก็มี้ อันไหนเรียกง่ายเรียกแบบนั้นครับ” ผู้เป็นพ่อบอกย้ำออกไปอีกรอบ ลูกเขาพอมีดีเอ็นเอน้ำหวานมาบ้างเพราะเป็นแม่ น่าจะไม่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรอกมั้ง แต่พอลูกสองคนพูดขึ้นเหมือนดีเอ็นเอเขาจะเยอะไป“หวานหวาน กับ เฮียบาร์” สองเสียงเล็กดังผสานกันให้ได้ยิน ทีแบบนี้ไอ้ลูกชายพูดออกมาได้ เด็ก ๆ ยืนยันเรียกง่ายคือแบบนี้น้ำหวานนั่งยิ้มมองพ่อลูกสอนกันเรียกชื่อ จริง ๆ เธอรู้ว่าเขาไม่ติด เธอเองก็เช่นกัน เด็ก ๆ เรียกตอนเฉพาะอยากอ้อนและอยู่บ้าน เวลาออกไปข้างนอกลูกเธอจะเงียบ พูดทีก็เรียกป๋าบาร์ กับมี้หวานเหมือนคนอื่น ลูกเฮียบาร์ไม่กวนตีนเหมือนพ่อคงแปลกน้ำหวานมีลูกได้เพียงสอ
ตอนพิเศษ 3“ยังไงก็ต้องอย่างหลัง หวานจะไม่มีทางเสียใจ เฮียจะทำทุกอย่างให้เราอยู่ตรงนี้ข้างกัน”“ไม่ค่ะ” บาร์ถึงกับชะงักไปคิ้วเขาขมวดแน่น เมื่อเธอเว้นจังหวะการพูด“เฮียไม่ต้องพยายามทำอะไรอีกแล้ว ขอแค่เป็นเฮียบาร์ก็พอ ก็พอแล้วค่ะ” น้ำตาเม็ดโตไหลหยดลงข้างแก้มนวล บาร์มองเธอด้วยความรักทั้งหมดที่เขามียิ้มทั้งตาทั้งปาก น้ำตาของเธอในครั้งนี้รดลงโดนกลางใจเขา มันเต้นแรง เร็ว เย็นฉ่ำอย่างมีความสุข“แต่งงานกับเฮียได้ไหม” สายตาเขากลิ้งกลอกไปมาอย่างคนไม่มั่นใจในคำถาม มองตาเธออย่างลังเลใจ บาร์กลัวน้ำหวานจะปฏิเสธอะไรก็เกิดขึ้นได้ คนตัวเล็กอาจยังไม่พร้อม เขาจะยอมรับทุกความเห็นของเธอทุกคนที่แอบกันอยู่คนละมุมต่างกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ ธารยกมือปิดปากยอดตอง ชีวีชีวินกอดกันกลมเป็นเกลียว พิทย์ยืนกอดอกนั่งเงียบ ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ยืนนิ่ง ๆ น้ำหวานเงยหน้ามองเขา เผยรอยยิ้มจากริมฝีปากอวบอิ่มกว้างขึ้น เธอยิ้มทั้งตาทั้งปากให้กับผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่รักเธอมาตลอดและตอนนี้เวลานี้เธอก็รักเขามากเช่นกัน“แต่งค่ะ หวานจะแต่งงานกับเฮียบาร์คนนี้” น้ำหวานพูดจบทุกอย่างเงียบสงัด รวมทั้งบาร์ด้วยเขานิ่งอึ้งแข็งค้างไป ก่อนจะได้
ตอนพิเศษ 2น้ำหวานไม่ได้คิดอะไรมาก เขาดีกับเธอตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีอย่างเดียวที่ผิดแปลกไปคือเขากินเธอบ่อยหลัง ๆ มารอบยิ่งเพิ่ม เห็นเธอชินยิ่งแล้วใหญ่ไม่รู้เอาแรงมาจากไหนเฮียบาร์ยังทำงานเยอะเหมือนเดิม เวลาพักผ่อนน้อยลงเหมือนเขารีบทำรีบสร้างและหาเวลาว่างอยู่กับเธอ น้ำหวานเดินลงมาหาทุกคนที่ชั้นล่าง พ่อกับแม่งีบหลับอยู่เปลริมสระข้างกัน ด้วยบรรยากาศลมเย็นสบาย ต้นหลิวหน้าผาทั้งสองคนขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ รอไม่นานก็ลงมา พวกเราสามคนคุยกันไว้อยากไปซื้อของแถวตลาดสด หาอาหารทะเลมาปิ้งย่าง ขับรถมาไม่ไกลก็ถึงสองเพื่อนชายอาสาเลือกเอง น้ำหวานยังช่วยเลือกบ้าง เดินซื้อของจนได้ครบทุกอย่าง หญิงสาวขมวดคิ้วมองของที่เพื่อนเลือกซื้อมันเยอะเกินคนที่อยู่ เหมือนจะทานได้หลายสิบคน“ไม่เยอะไปใช่ไหม”“หิวเห็นอะไรก็อยากกินไปหมด อาหารทะเลสด ๆ ทั้งนั้น” หน้าผาพูดพร้อมยกถุงในมือทั้งสองข้างขึ้นให้ดู“จริง” เสริมด้วยหน้าผาที่ทั้งสองมือถือของอยู่เต็มเช่นกันเพื่อนทั้งสองพูดแบบนั้นเธอไม่คิดจะขัด อยากกินก็กินนาน ๆ มากันทีกลับบ้านมาช่วยกันจัดเตรียมอาหารทั้งปิ้งย่าง พ่อกับแม่ตื่นแล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะ ลานสนามหญ้าข้า
ตอนพิศษ 1หนึ่งปีผ่านไปน้ำหวานเรียบจบแล้วพึ่งรับปริญญาเสร็จไปหมาด ๆ วันรับพ่อแม่ของเธอนั่งเครื่องมาถึงที่นี่ ครอบครัวเฮียบาร์มากันครบพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนมีสมาชิกเพิ่มมาด้วยส่วนเฮียบาร์ไม่มีพลาดวันสำคัญของเธอ เขาจัดหนักจัดเต็มอยู่แล้ว ตอนก่อนยังไม่เป็นแฟนกันเธอจะปฏิเสธของที่เขาให้เสมอ พอช่วงหลังมาทั้งสองคนเปิดตัวคบกันอย่างเป็นทางการ เขาอยากให้นั่นให้นี่ถ้าเธอไม่รับ พ่อจะงอนแล้วบอกว่าเธอไม่รัก พอเธอไม่ขัดเขาก็จัดหนักจัดเต็ม ทั้งรถ บ้าน ที่ดิน เงินในบัญชี ทุกอย่างเขาเป็นคนซื้อแต่ชื่อเจ้าของเป็นเธอหมด จนน้ำหวานแซวเข้าให้‘ทำตัวเหมือนเป็นเสี่ยเลี้ยงเด็กนักศึกษาเลยนะคะ’‘ไม่ใช่เด็กสักหน่อย เมียต่างหาก’หลังน้ำหวานรับปริญญาเสร็จ เธอย้ายออกจากอะพาร์ตเมนต์เก็บของกลับบ้าน ไม่ใช้บ้านที่ต่างจังหวัดแต่เป็นบ้านที่เฮียบาร์ซื้อไว้ ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้าน และที่ทำงานใหม่ของทั้งคู่ เรียนจบปุ๊บน้ำหวานมีงานรองรับ แต่จะเริ่มทำในอีกสามเดือนให้หลังวันนี้น้ำหวานกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่เพื่อพักผ่อนหลังเรียนจบ ต้นหลิวหน้าผากลับด้วยเช่นเดิม บอกอยากไปเที่ยวทั้งที่มากันบ่อยมาก เฮียบาร์ไม่ได้ไปด้วย เ
“หวานแกทำอะไรเฮียเขา” ต้นหลิวถามขึ้นเมื่อเดินมาหยุดลงตรงหน้าเพื่อน“จะบ้าเหรอไม่ได้ทำ”คนถูกกล่าวหามุมปากกระตุก ถึงเธอจะห้าวเป้งไปบ้างก็ไม่คิดจะกระชากคอเสื้อของใครเข้ามาจูบ โดยเฉพาะไอ้เฮียบาร์คนเจ้าเล่ห์ เขายังนั่งก้มหน้าก้มตาสองมือเท้าศอกที่หน้าขา ฝ่ามือลูบหน้าตัวเองทำเหมือนโดนเธอข่มขืนฝืนใจ ทั้งท
น้ำหวานมาร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์ บ่อยเธออยู่ที่นี่มาสองปีจะสามปี เหมือนบ้านอีกหลังแล้วเฮียบาร์ก็เหมือนพ่ออีกคน ถึงเขาจะไม่อยากเป็นพ่อก็เถอะตอนนี้เธอให้เขาได้มากสุดแค่นี้น้ำหวานเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่ามาเพียงนิด ก่อนหน้านี้เธอใส่กางเกงยีนขายาว ห้องทำงานของเฮียบาร
“อุ้มทำไม”น้ำหวานถามทันทีที่บาร์อุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดายด้วยท่าเจ้าสาว เธอใช้สองแขนโอบรอบคอเขาไว้เพราะกลัวตก คนมองทั้งร้านคะแนนตกไม่รู้ด้วย“เดินไหวเหรอ” เจ็บแล้วยังจะดื้อด้านอีกเด็กนี่“พยุงก็พอ”“เมื่อไหร่จะถึง” พูดจบขายาวก้าวเดินอุ้มคนตัวเล็กขึ้นชั้นสามห้องทำงานของตัวเอง“ถอด”เขาวางเธอลงโซฟากลา
“อะ... เอ่อ น้ำหวานครับ”ผู้จัดการร้านตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก เพราะรู้ดีว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างได้ยินแค่นั้นเจ้าของร้านก็ลุกพรวดพราดออกจากโต๊ะทำงาน เปิดประตูปิดลงดังลั่นขายาว ๆ ย่างก้าวด้วยความเร่งรีบลงไปชั้นหนึ่งของร้านทันที“มันเป็นใครกัน”เจ้าของร้านลงมาถึงชั้นล่างดูจากสถานก





