LOGINนั้นจึงทำให้ฉันกับน้ำขิงอาศัยอยู่ด้วยกัน ลุงนายเองก็เห็นด้วยเพราะน้ำขิงเป็นพยาบาลจะได้ดูแลฉันได้
ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่าน้ำขิงกับลุงนายเป็นญาติห่าง ๆ กันก็ถึงว่าทำไมน้ำขิงถึงตามมาได้ในตอนที่เกิดเรื่อง
อีกเรื่องที่เป็นไม่หายเลยก็คือฉันมักจะสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายทุกครั้ง ในช่วงแรกฉันติดยานอนหลับมากและอาการก็เริ่มดีขึ้นจนฉันไม่ต้องพึ่งยานั้นอีก
“ใช่ค่ะ ให้น้ำขิงทำอะไรให้กินดีไหมคะ” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธเธอไป แม้ในตอนแรกที่เราเจอกันฉันจะแสดงท่าทีออกไปกับเธอไม่ดีแต่น้ำขิงก็ทำดีกับฉันมาตลอด มันเลยทำให้ฉันไม่อยากใช้อะไรเธอเลยสักนิด
“ไปพักผ่อนเถอะ” ฉันพูดจบก็หันไปสนใจทีวีที่เปิดอยู่ต่อพลางคิดในหัวด้วยว่าพรุ่งนี้จะทำยังไงดีให้ไม่โดนไล่ออก อีกอย่างการเจอกันครั้งแรกของฉันกับเขาก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ด้วย นี่ถ้าพรุ่งนี้เขารู้ว่าฉันคือคนคนเดียวกับที่จ้องเหมือนจะฆ่าเขานี่จะไม่โดนไล่ออกตั้งแต่ยังไม่ขยับตัวทำอะไรเลยเหรอ
“นางมิราเอ๊ย แกนี่มันไม่ดูตาม้าตาเรือเล้ยยย!!!” พอคิดถึงเรื่องแบบนี้ก็เครียด กินอะไรต่อก็ไม่อร่อยเลย เฮ้อ ~ ฉันว่าฉันไปนอนดีกว่าก่อนที่จะคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้
ช่วงดึก
ภายในห้องนอนของมิรา
“พ่อคะ”
“…”
“อย่าทำ...ขอร้อง”
“…”
“ฉันบอกว่าอย่าทำไง!!”
“…”
“พ่อคะ!!!!” ฉันเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหอบหายใจอย่างแรงโดยอัตโนมัติ พลางกำมือที่สั่นเทาลงกับผ้าปูที่นอน ความรู้สึกเดิมมันกลับมาอีกแล้ว
ผลัก!!!
“คุณมิราเป็นอะไรหรือเปล่าคะ!” ไม่นานน้ำขิงที่ได้ยินเสียงฉันร้องตะโกนเธอก็รีบเปิดประตูเข้ามา
“ฉะ...ฉันฝันแบบนั้นอีกแล้ว ฮึก!” เหมือนกับเรื่องนั้นมันเกิดขึ้นเมื่อวานทั้งที่มันก็ผ่านมาสี่ปีแล้วแต่ฉันก็ยังคงร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์นั้นอยู่
“ไม่เป็นไรนะคะคุณมิรา คุณมิราเป็นผู้หญิงที่เก่ง น้ำขิงเชื่อว่าคุณมิราจะต้องผ่านเรื่องราวร้าย ๆ แบบนี้ไปได้อย่างแน่นอนค่ะ ตอนนี้คุณมิราอย่าเพิ่งคิดอะไรเลยนะคะ ค่อย ๆ นอนลงแล้วหลับตาก่อนนะคะ” น้ำขิงเดินเข้ามาพยุงให้ฉันเอนหลังลงเช่นเดิม แต่ฉันกลัวฉันไม่กล้าหลับตาลงเลยฉันกลัวว่าจะฝันแบบนั้นอีก ทำไมกันนะฉันอุตส่าห์หยุดฝันเรื่องนั้นมาปีกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ
“ฉันกลัวน้ำขิง เธอเข้าใจฉันใช่ไหมว่าฉันกลัว ฮือ ๆ ฉันไม่อยากเห็นภาพเหตุการณ์นั้นอีก ฉันกลัว...” มือฉันกำแขนของน้ำขิงแน่นพลางพูดวกไปวนมาเหมือนคนไร้สติ ซึ่งฉันยอมรับเลยว่าตัวเองกำลังเป็นแบบนั้นอยู่จริง ๆ
“ไม่ต้องกลัวนะคะ คุณมิราจะต้องผ่านมันไปเหมือนที่เคยผ่านมาได้อย่างแน่นอน” ฉันพยักหน้าพลางสูดหายใจเข้าเต็มปอดและค่อย ๆ หลับตาลง เธอเก่งมิราจำไว้ว่าเธอเป็นคนเก่งเรื่องแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้หรอกนะมิรา!
น้ำขิง Talk
“คุณมิราคะ”
“…” เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับกลับมานั้นจึงทำให้ฉันค่อย ๆ เดินย่องออกจากห้องของเธอด้วยเสียงที่เบา
“ทำไมอาการนั้นถึงกลับมาอีกนะ” พอประตูห้องของมิราปิดลงฉันก็ยืนคิดถึงเหตุผลและแรงจูงใจสักพักว่าทำไมความฝันแบบนั้นถึงกลับมาอีก
มิราเลิกฝันแบบนั้นมาได้ปีกว่าแล้วเธอบำบัดไปหลายครั้งต่อหลายครั้งมาก
จากคนที่เคยเป็นปกติมาก่อนต้องมาบำบัดแบบนี้เป็นอะไรที่โคตรจะหดหู่ใจเลย คิดสภาพถ้าฉันเป็นมิราคงสู้ไม่ไหวแน่ หลายปีที่ผ่านมาฉันยอมรับเลยว่ามิราเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก
สวัสดีค่ะทุกคน ฉันขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันชื่อน้ำขิงเป็นพยาบาลประจำตัวของมิราหรือคุณมิราแบบที่ฉันชอบเรียกนั้นเอง
แต่ปัจจุบันสถานะของเราสองคนมันไม่เหมือนเจ้านายลูกน้องแล้ว มันเหมือนเพื่อนที่ดีต่อกันซะมากกว่านั้นอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ด้วยกันมาถึงสี่ปีเลยนับตั้งแต่ช่วงที่มิราดาวน์มากที่สุดและเป็นเหตุการณ์ที่เป็นข่าวใหญ่พอสมควร
หลายคนอาจจะคิดว่าฉันคือญาติห่าง ๆ ของลุงนายที่ทุกคนรู้จักแต่อันที่จริงแล้วฉันคือลูกนอกสมรสของพ่อนายต่างหาก แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้หรอกเพราะฉันกับแม่ไม่ได้สำคัญอะไรกับพ่อขนาดนั้น
และที่ฉันต้องมาดูแลมิรานั้นก็เพราะพ่อสั่งมา พ่อของฉันเอ็นดูรักมิรามากซึ่งฉันไม่ได้รู้สึกอิจฉาหรือรู้สึกไม่ดีอะไรเลยเพราะมิราเองก็ดีกับฉันและพ่อมากมันเลยไม่มีเหตุผลให้ฉันต้องอิจฉาอะไร
อีกอย่างความรักจากพ่อฉันไม่เคยได้รับอยู่แล้วเราสองคนจะคุยกันได้ก็ต่อเมื่อฉันรายงานอาการของมิราให้กับพ่อฟังเท่านั้นเหมือนอย่างตอนนี้ที่ฉันกำลังจะทำ
“มิราเป็นยังไงบ้าง” เมื่อปลายสายรับก็ถามหามิราทันที
“คุณมิราอาการเดิมกลับมาอีกแล้วค่ะ คุณลุง” ฉันไม่ได้เรียนท่านว่าพ่อหรอกนะ ฉันเรียนว่าคุณลุงแทนนั้นก็เพราะว่ามิราเข้าใจว่าฉันคือญาติห่าง ๆ ของพ่อนั้นเอง
“ได้ให้ยาเธอกินอีกหรือเปล่า” ปลายสายตอบกลับมาเสียงนิ่งเหมือนไม่ได้ตกใจอะไรกับสิ่งที่ฉันได้เล่าไป
“ค่ะ” ฉันพูดโกหกออกไปเนื่องจากพ่อสั่งมาตลอดว่าถ้ามิราเธออาการกำเริบก็จัดยาให้เธอซะ แต่ฉันไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องให้เธอกินยานั้นตลอดซึ่งมันไม่ดีกับสุขภาพของเธอสุด ๆ ฉันเข้าใจว่าที่พ่อให้ทำแบบนั้นเพราะความเป็นห่วงแต่ฉันที่จบมาทางด้านนี้เห็นว่ามันไม่ดีต่อตัวเธอในระยะยาวเลยไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นไป
ซึ่งพ่อของฉันเองท่านก็ไม่รู้ว่ามิราเธอได้หย่าขาดกับยาพวกนั้นไปนานมากแล้ว
“อย่าลืมทำให้พี่ด้วยสิครับ อืมม” พี่เขาเองก็จับแขนฉันให้เอามือไปจับยังส่วนลูกชายของเขาเช่นกันนานหลายนาทีที่เราทำแบบนี้ให้กันจนฉันและเขาปลดปล่อยออกมา“พะ...พี่แดน” ฉันเรียกชื่อพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงระหว่างขาของฉัน“จะให้พี่หยุดไหม?” พี่เขาพูดพร้อมกับใช้น้องชายถูส่วนนั้นของฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะถามเพื่ออะไรกัน“…” ฉันเงียบแทนและหันหน้าไปมองทางอื่น พอฉันทำแบบนี้พี่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากที่แกล้งฉันสำเร็จ“ผ่อนคลายไว้นะครับ เจ็บแป๊บเดียว”ปึก!“อื้อ!” ฉันร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่พี่เขากระแทกเข้ามาทีเดียวโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมเขายังมาจูบฉันเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ฉันร้องออกมาเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน“อืม มิรา ~” พี่เขาเริ่มขยับส่วนตรงนั้นพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันไปด้วย“อื้ออ อ๊า ~ บะ...เบาหน่อยพะ...พี่แดน” ฉันพูดออกไปไม่เป็นภาษาเมื่อแรงกระแทกของพี่เขามันรุนแรงมากขึ้นจนฉันต้องใช้มือจับที่ท้องน้อยของตัวเองด้วยความจุก“รัดพี่ขนาดนี้จะให้พี่ทำเบาได้ยังไง!” เราสองคนหอบหายใจเข้าออกอย่างแรงเหมือนกันหลายนาทีที่พี่เขาทำแบบนี้โดยเปลี่ยนท่าทางไปมา มีเพียงแค่เสียงหอบหายใจเสียงเ
“ครับแม่ ถ้าที่นู้นคงที่แล้วเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับมาช่วยงานพ่อที่ไทยต่อครับ” ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา“จริงเหรอลูก!” แม่ของเขาดูดีใจมาก เรื่องนี้ฉันรู้มาจากคุณปู่แล้วว่าพี่แดนเพื่อไปควบคุมคนและไปจัดการเรื่องการรับตำแหน่งนิดหน่อยนอกนั้นเขาก็สามารถไปกลับระหว่างไทยกับรัสเซียไทยถ้าเขาไม่เหนื่อยก่อนนะ“พ่อครับ...” รอบนี้เป็นพ่อของพี่แดนเองที่หันไปเรียกคุณปู่ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ ฉันรู้ว่าปู่คงดีใจที่ลูกชายตัวเองหันมาเรียกพ่อแบบนั้นแต่แค่ปั้นหน้าเหมือนหลานตัวเองไม่มีผิดและที่พ่อของพี่แดนต้องหันไปหาปู่เพราะคงกำลังอยากรู้ว่าปู่จะปล่อยพี่แดนให้กลับมาได้จริงเหรอ“อะแฮ่ม! เออก็ตามที่มันพูดนั้นแหละ” ฉันได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าออกไป“แม่ทานนี้หน่อยนะครับ” และพี่แดนก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันไม่ได้ขอเอาไว้ นี่คงเป็นการทลายกำแพงที่เขามีแต่ครอบครัวของตัวเอง เขากำลังทำด้วยตัวเองโดยที่ฉันไม่ได้ขอก่อนหน้านั้นฉันขอให้เขาช่วยแสดงออกให้มากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยเรียกคำว่าแม่ด้วยใบหน้าที่เต็มใจและหันกลับมาคุยและสนใจท่านบ้างได้ไหม ฉันไม่ได้บังคับว่าพี่แดนจะต้องทำแต่ฉันแค่อยากให้พี่แดนแสดงมันออกมาเท่าที่พี่แดนทำได้ก็
การที่ปู่ของเขาเรียกฉันไปคุยมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องไปจากเขากันเพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจและเศร้าคือเรื่องสมัยเด็กของเขาต่างหากที่ปู่ได้ทำผิดกับพ่อแม่เขาโดยการพรากเขาไปจากพ่อแม่ของตัวเองปู่ของเขาเล่าเรื่องที่ตัวท่านเองทำผิดทั้งหมดให้ฉันฟังเพื่อหวังระบายมันออกมาและปู่ก็อยากทำเพื่อหลานของตัวเองด้วยการที่อยากจะให้ฉันดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้แต่เมื่อไหร่ถ้าหลานของท่านนอกใจหรือทำให้ฉันเสียใจปู่ก็บอกว่าฉันสามารถฟ้องท่านได้เลย เพราะท่านจะจัดการให้อย่างสาสมแต่ขอแค่ฉันรักหลานของท่านจริง ๆ เพราะเรื่องราววัยเด็กของเขามันช่างแตกต่างจากคนอื่นมากอีกอย่างฉันก็ต้องรับให้ได้ด้วยว่าเขาจะต้องกลับรัสเซียเพื่อไปรับตำแหน่ง มันจะทำให้เวลาของฉันกับพี่แดนมีน้อยลงมาก แต่ปู่ท่านเองก็บอกว่าฉันสามารถไปอยู่ที่นั้นได้ถ้าฉันต้องการเพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้แม่ของเขามีสีหน้าแบบนั้นและสิ่งที่เขาทำกับแม่แบบห่างเหินเขาไม่ได้ตั้งใจทำ แต่แค่เขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงกับมารดาของตัวเองมากกว่าเพราะตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับปู่ที่เลี้ยงเขามาโดยตลอดเลยทำให้ความสัมพันธ์เขากับพ่อแม่ห่างหายไปเหมือนเป็นแค่คนแ
หรือปู่ท่านจะมาคุยกับฉันเรื่องที่ฉันทำกับหลานรักของตัวเองไว้งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่แดนไปฟ้องปู่เขาอะ“หลานข้าเป็นยังไงในความคิดของแม่หนู” ฉันมองคนตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถามภายในใจว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหนทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาแถมท่าทีก็เปลี่ยนไปจากข้างนอกเวลาอยู่ต่อหน้าสามคนข้างนอกปู่จะวางมาดน่ากลัวตลอด แต่ตอนนี้กับกำลังทำหน้าตาดีใจพร้อมกับถามฉันเรื่องของพี่แดนออกมา“ว่าไงล่ะเอ๊ะอย่าเงียบสิข้าถาม” ฉันละความคิดออกจากตัวเองที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วหันกลับมาตั้งสติตอบคนตรงหน้าที่เริ่มโมโหออกมาแล้วปู่กับหลานอารมณ์พอกันเลย“พี่เขาก็ขยันทำงานดีค่ะ” ฉันที่ไม่กล้าตอบด้านลบ ๆ ออกไปก็เลยพูดเรื่องดีแทน“แค่นี้? พูดมาสิข้อเสียมันมีอะไรบ้างไอ้เรื่องทำงานข้าเลี้ยงมันมาข้าก็ต้องสั่งสอนเรื่องนี้มาดีอยู่แล้ว” ปู่แกพูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ฉันเอาแต่พูดชมหลานของเขาฉันเดาทางไม่ถูกละนะ“ให้หนูพูดข้อเสียเหรอคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง นี่เราไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม“ก็เออสิวะ!” ปู่เองก็ตอบออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับกำลังโมโห“ถ้าข้อเสียก็คง...บ้างานไปหน่อยไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้างทำอะไรเกินตัวตลอดอย่างกับตัวเองเป็
“วันนี้คุณแดนดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันได้ฟังเสียงของลุงที่ดูแลสวนของบ้านพูดขึ้นมาพอดี“งั้นเหรอครับ” เขาตอบลุงคนนั้นพร้อมกับยิ้มแล้วหันมามองที่ฉัน เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จนฉันถึงกลับหยุดมองหน้าเขาไปนานหลายนาทีเลยตั้งแต่ที่ทำงานกับเขามา เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มได้น่ารักแบบนี้ไม่สิฉันต้องอย่าหลงกลไม่รู้เขาจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า“พี่แดน! ลบออกเลยนะ” ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนีเข้าไปให้บ้านก่อนฉันแดน Talk“โอ๊ย! หยุดก็ไม่บอก” ระหว่างที่ผมวิ่งหนีมิราเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้มองเลยว่ามีใครกำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกบ้าง และเมื่อเห็นว่ามีคนสำคัญนั่งอยู่ผมจึงต้องปรับตัวใหม่อัตโนมัติจนทำให้อีกคนที่วิ่งตามผมเข้ามาต้องมาชนเข้ากับหลังของผมแทน“ไงหลานรักดูมีความสุขจังเลยนะ” ผมปั้นหน้านิ่งแบบที่ชอบทำเมื่อคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพ่อและแม่ผมนั่งทำหน้ากังวลกันคนละข้างอยู่จะเป็นปู่ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็กปู่มักจะพูดกรอกหูผมตลอดว่าการมีความรักจะทำให้หน้าที่ของเราเสียเหมือนกับพ่อที่หนีไปกับแม่และย่าที่หนีปู่ไปเช่นกันจนปู่ถึงกับเสียการเสียง
“ว่าไง?” เขาถอนจูบออกเพื่อให้ฉันได้พักหายใจหายคอ แล้วเริ่มถามจี้ฉันอีกครั้งเพื่อให้ฉันตอบออกไปว่าตกลงจะยอมทำตามที่เขาบังคับมาไหมคือการตกลงคบกับเขาอย่างที่เขาพูดนั้นแหละ“เรื่องแบบนี้มันก็ต้องคะ...คิดกันก่อนสิคะ” ฉันดันหน้าอกของเขาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้งเมื่อฉันตอบไม่ตรงกับที่เขาต้องการสายตาของเขาเอาแต่มองมาที่ริมฝีปากของฉันจนฉันเริ่มขยับตัวไม่ถูกแล้ว“พี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมิราก็ต้องนั่งให้พี่จูบอยู่แบบนี่เนี่ยแหละจนกว่าพี่จะได้คำตอบที่ต้องการ” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็เริ่มรุกรานฉันขณะที่เรายังนั่งอยู่ในรถและในบ้านที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่“ดะ...เดี๋ย- อื้อ” คำพูดของฉันถูกอีกคนกลืนกินไปเมื่อเขาประกับจูบลงมาอีกครั้ง ต่อให้ฉันใช้แรงดันเอาไว้อยู่ที่ตามแต่สุดท้ายแรงผู้ชาย ฉันก็ไม่สามารถสู้ได้“หรือมิราจะบอกว่าไม่ได้รักพี่?” เขาหยุดจูบแล้วเอ่ยถามฉัน“ใช่ค่ะ! มิราไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้นเพราะงั้นปล่อยมิราได้แล้ว” เพื่อจบเรื่องนี้ฉันจึงต้องตอบโกหกออกไปพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นแทน“หึ ใบหน้าที่แดงเสียงเต้นของหัวใจและสุดท้ายสายตาที่ใช้มองพี่ เพียงแค่นี้ก็เป็นหลัก







