Mag-log in“ดินใส่ตะขอเสื้อในให้แหวนหน่อย” พูดออกไปด้วยความที่หมั่นไส้ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเห็นว่าดินยังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่
ความจริงคือฉันแต่งตัวในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว เหลือก็แค่ทาครีมและจัดแต่งทรงผม
ที่พูดออกไปก็แค่อยากให้ใครบางคนมันดิ้นตายดูบ้าง
ดินหันมามองหน้าฉัน ฉันก็เลยเบะปากพร้อมไหวไหล่ใส่เขา
ใครสนใครแคร์กัน จะมีปัญหากันก็เรื่องของพวกเขาสิ
ฉันรอสมน้ำหน้าด้วยต่างหาก
ฉันแต่งหน้าทำผมไม่ได้สนใจดินอีก
Rrrrr…
สักพักริงโทนโทรศัพท์มือถือของฉันดังขึ้น ฉันลุกไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่เตียงมากดรับ
“ว่าไงญ่า” ญ่าเพื่อนสนิทของฉันเองที่โทรเข้ามา
(ทำอะไรอยู่อะแก ฉันว่าจะแวะเข้าไปหา สั่งอาหารมากินกัน)
“ฉันมีนัดแล้วอะดิ เอาไว้วันหลังได้ไหม”
(อ้าว นี่ฉันสั่งเดลิไปแล้วด้วย มีแต่ของชอบแกทั้งนั้นเลย)
“ไม่ว่างจริง ๆ อะญ่า พอดีต้องไปกินข้าวกับแม่”
(เดี๋ยว ๆ นี่แกคุยกับแม่แล้วเหรอ)
“เออน่า เดี๋ยวเจอกันแล้วเล่าให้ฟัง”
(ง่ะ มาให้อยากแล้วก็ไป ฉันค้างนะเว้ย)
“ค้างอะไรแก ฉันยังไม่ได้คุยกับแม่ แต่ผัวเก่าของฉันมารับฉันไปกินข้าวกับแม่ฉันและแม่เขา ทำนองครอบครัวน่ะ”
(ฮะ! นี่ดินอยู่กับแกเหรอ? เป็นไปได้ไง ไหนเหลามาเลย)
“จะให้เหลาอะไร มันไม่มีอะไรเลย”
(ไม่มีไม่ได้แล้วไหมแก คือไรอะ กลับไปกินกันเหรอ)
“บ้ากงกินอะไรไม่มี๊…แป๊บนะญ่า” ฉันลากเสียงก่อนจะหันไปมองดินที่ยืนมองหน้าฉัน ฉันพูดแบบไม่มีเสียงและชี้มือไปที่กระเป๋าเพื่อให้เขาถือกระเป๋ามาให้ฉันด้วย ส่วนตัวฉันก็เดินลอยตัวออกจากห้อง
(แกเงียบทำไมวะแหวน มีไรเปล่าวะ นี่ฉันเริ่มงงไปหมดแล้ว)
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ให้ดินถือกระเป๋าออกมาให้ ฉันใส่รองเท้าแล้วก็คุยกับแกอยู่ไง”
(เรื่องเด็ดเลยนะน่ะ ไม่ได้ละ คืนนี้ต้องเหลานะเว้ย อย่ามีความลับกับเพื่อน)
“เออ ๆ ถ้าไงเดี๋ยวว่ากันอีกที เผื่อคืนนี้ฉันไม่ได้กลับห้อง”
(อ่า ๆ) ฉันกดวางสายญ่าและดึงกระเป๋าออกจากมือของดินมาถือเอาไว้เอง ตอนนี้เราสองคนอยู่ภายในลิฟต์
ไม่นานนักเราสองคนก็เข้ามานั่งอยู่ในรถ รถของดิน และเขาเป็นคนขับ
ความเงียบสำหรับฉันและเขามันคือเรื่องปกติ
แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือการที่เขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉัน จำที่ฉันเคยบอกได้ใช่ไหมว่าเมื่อก่อนไม่ว่าจะไปไหนเราสองคนไม่เคยเดินทางร่วมกัน
แต่วันนี้มันไม่ใช่แบบนั้นไง
“แวะซื้อของให้แม่ก่อนนะ” นึกขึ้นมาได้ฉันจึงเอื้อนเอ่ยบอกคนข้าง ๆ ซึ่งเป็นคนขับ
หายหน้าหายตาไปตั้งนาน กลับไปหาพวกท่านทั้งทีก็ควรที่จะมีอะไรติดไม้ติดมือไปบ้าง
“ไม่มีเวลามากขนาดนั้น”
“อืม” ก็อืมไง จะให้พูดอะไรล่ะ ในเมื่อคนขับปฏิเสธ
ไม่ได้ก็ไม่ได้ไง ฉันไม่เรียกร้องด้วยการเอานิสัยงี่เง่ามาใช้อยู่แล้ว
“แค่แหวนไปแม่ก็ดีใจกันมากแล้ว” พูดขึ้นมาเพื่ออะไร?
“…” ฉันเงียบ ไม่อยากพูดอะไรกับเขาอีกและที่สงสัยก็คือทำไมดินถึงพูดเยอะ ทั้งที่เมื่อก่อนแทบจะไม่พูดเลย
แต่ก็ช่างมันเถอะ ที่ดินเป็นแบบนี้คงเพราะเขาพัฒนาแล้วมั้ง
หมายถึงพัฒนาด้านมนุษย์สัมพันธ์
ในขณะที่น้องสาวของดินถอยหนีพร้อมก็กดโทรศัพท์มือถือ คงไม่พ้นโทรฟ้องพี่ชายอย่างดินเพี้ยะ!“ตบนี่สำหรับความตอแหลที่แกล้งทำมาเป็นเพื่อนกับฉัน” ก่อนที่ญ่าจะฟาด ฉันก็ฟาดหน้านางไปก่อนแล้ว ใจจริงอยากจะด่านางมากกว่านี้ แต่มันฉุกละหุกจนคิดอะไรไม่ทัน“อีนี่! กล้าดียังไงมาตบกู ของเก่าไร้ค่าอย่างมึงอย่าฝันว่าดินจะรักมึง เขาเป็นของกู กูรักของกูมาตั้งนาน มึงเสือกมาปาดหน้าด้วยการวางยาเขา หน้าไม่อาย” ญ่าผลักฉันอย่างแรง และด้วยขาของฉันยังไม่หายดี ทำให้ฉันเสียหลักเซล้มจากนั้นก็เข้าทาง ญ่าเดินมาคร่อมร่างของฉัน ขาของญ่ากดทับแขนทั้งสองข้างของฉันไว้“แล้วยังไง อย่างน้อยกูกับดินก็คนเคย ๆ ส่วนมึงน่ะเคยบ้างหรือยัง เขาสนใจมึงบ้างไหมอีญ่า ไอ้ที่เรียกว่าแฟนน่ะ มึงเรียกเองคนเดียวหรือเปล่า”“หืม! ปากดีนักนะมึง วันนี้กูจะตบมึงให้หายแค้นเลยคอยดู” ญ่าใช้มือข้างหนึ่งบีบที่คอของฉันอย่างแรงจนทำฉันเกือบจะหายใจไม่ออก มืออีกข้างของนางกำลังจะง้างตบแต่ยังไม่ทันได้ตบ ร่างของญ่าที่คร่อมตัวฉันอยู่ก็กระเด็นออกจากฉัน ญ่ากระเด็นด้วยฝ่าเท้าของใครบางคนใครบางคนที่ฉันไม่นึกว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้“ยูเจ็บมากไหม” ทอมรีบพยุงฉัน
“ให้อยู่เป็นเพื่อนไหม” เป็นคำถามจากดิน เขาพยุงฉันเข้ามาในห้องของคอนโด เรากลับมาจากดูงานตามที่กำหนดเอาไว้ แวะหาแม่แก้ว ซึ่งแม่หยาดก็อยู่ที่นั่นด้วย แม่หยาดหน้าตาผุดผ่องขึ้นเยอะ คงเพราะร่างกายห่างกับแอลกอฮอล์เมื่อแม่ไม่ดื่ม และฉันไม่ได้ทำเรื่องขวางหูขวางตา ทำให้ฉันกับแม่ไม่มีเรื่องให้เราสองคนต้องทะเลาะกันการทานข้าวที่บ้านของแม่แก้ววันนี้จึงราบรื่นดี“ไม่เป็นไร ดินกลับไปพักผ่อนเถอะ” ขาของฉันมันไม่ได้หนักหนาแล้ว อาจจะยังไม่คล่องตัว แต่ว่าดีกว่าวันแรกที่เป็น“แน่ใจ” ดินทำหน้าเป็นห่วง“อื้ม ดินเหนื่อยกับแหวนมาหลายวันแล้ว กลับไปพักเถอะ ไหนต้องเข้าร้านอีกไม่ใช่เหรอ” ช่วงที่ดินไปดูงาน งานที่ร้านเหล้าดินไหว้วานให้ผู้จัดการเป็นหูเป็นตา ถ้ามีปัญหาใหญ่ให้ติดต่อหาดินทันที แต่ถ้าเรื่องเล็กน้อยดินอนุญาตให้ผู้จัดการตัดสินใจได้เลยเพราะงั้นแน่นอนว่าการที่ดินไม่เข้าร้านเลย บัญชีรายรับรายจ่ายไม่ได้ถูกแตะสักนิดไม่พ้นวันนี้ดินคงได้เข้าไปดูร้าน ดินรักร้านนี้มากเพราะเขาเปิดตั้งแต่สมัยเรียน“อืม ถ้ามีอะไรโทรมา”“โอเค ขับรถดี ๆ นะ” ดินเดินออกจากห้องไปหลังจากที่เราตกลงกันเรียบร้อย ฉันเอนตัวลงนอนราบกับโซฟาตัว
“มะ มีคนจ้างมาค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาคือใคร เขารู้ว่าลูกฉันป่วย เลยจ้างให้ฉันทำ ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ อย่าจับฉันส่งตำรวจเลยนะคะ ฉันยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล” เธอสารภาพทั้งน้ำตา ดูน่าสงสาร แต่สิ่งที่เธอทำมันไม่น่าให้อภัย“ส่งตัวให้ตำรวจเป็นคนดำเนินคดี จะได้สืบรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง” เป็นฉันเองที่พูดประโยคนี้ ในเมื่อทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษ จะมาอ้างว่ามีความจำเป็นแล้วจะเห็นชีวิตคนอื่นเป็นผักปลามันไม่ใช่ถ้าเกิดฉันช่วยดินไม่ทัน ป่านนี้คนที่ยืนร้องไห้อาจจะเป็นฉันและคนในครอบครัวของดินทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบกันไป“ตามที่คุณแหวนบอก” ดินบอกกับหัวหน้าคนงาน ผู้หญิงที่ลงมือทำเธอร้องไห้และพูดพร่ำอ้อนวอน แต่ว่าฉันพยายามมองข้าม ไม่เอาคำพูดของเธอมาใส่ใจ แม้ว่าเธอจะพรั่งพรูเรื่องน่าสงสารก็ตามถ้าฉันมัวแต่ใจอ่อน คนบงการมันก็จะลอยนวลครั้งหน้าอาจจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกและดินอาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้“ดินดีใจนะที่แหวนไม่ใจอ่อน” หลังจากที่ทุกคนออกไปดินก็เดินกลับมาหาฉัน“ใจอ่อนได้ไง ดินเกือบตายเลยนะ”“กลับห้องไปดูข้อเท้ากัน” ดินยกมือขึ้นมาลูบที่ศีรษะของฉันพร้อมรอยยิ้มดินอุ้มฉันขึ้นเดินออกจากสำนักงา
เกือบหนึ่งเดือนกับการค้างคืนกับดิน นอนด้วยกันก็จริง แต่ว่าเราสองคนไม่มีอะไรเกินเลยปัญหาที่ว่าคาราคาซังดินเคลียร์เกือบจะหมดแล้ว ส่วนงานที่บริษัทดินให้คุณนทีเป็นหูเป็นตาและคอยรายงานทุกวันดินเก่ง และเขาคงเหนื่อยมาก แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่นสักนิดนอกจากดินที่อยู่ในโหมดขยันฉันก็ได้เห็นดินในอีกมุม มุมที่ฉันไม่คิดว่าจะได้เห็นและถ้าเป็นไปได้ขอไม่เห็นดีกว่า“เค ๆ ฝากแม่ด้วยนะฟอง อีกสองวันฉันก็กลับแล้ว”(อืม สบายมาก ตอนนี้แม่ก็ไม่ค่อยดื่มแล้ว กลัวแกเป็นห่วงจนไม่มีกระจิตกระใจทำงาน ถ้าไงเดี๋ยวฉันทำงานก่อนนะ)“อื้ม” ฟองวางสายฉันไปหลังจากที่เราคุยกันเรื่องแม่ของฉันนับตั้งแต่เกิดเรื่องที่พ่อมาอาละวาดหลังจากที่ฉันเดินทางมาที่นี่ ฉันก็ไหว้วานขอร้องให้ฟองไปอยู่เป็นเพื่อนแม่อยู่ได้อาทิตย์กว่าแม่ก็บอกให้ฟองไม่ต้องมาค้าง ว่างค่อยแวะเข้ามา แม่บอกว่าแม่เกรงใจฟอง และแม่จะหยุดกินเหล้า เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงและรบกวนเพื่อนตั้งแต่นั้นมาฟองจึงไป ๆ มา ๆ เยี่ยมเยียนแม่ในวันที่ฟองว่าง หรือไม่ก็เลิกกองเร็วฉันเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าแล้วเดินกลับมาหาดินที่กำลังเดินตรวจดูความเรียบร้อยของงานระหว่างที่ฉั
“แหวนให้ฟองไปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้ว ฟองเลิกกองจะรีบเข้าไป” แม่หยาดของแหวนเมาเหมือนทุก ๆ วัน แต่ว่าวันนี้พ่อของแหวนเข้าไปที่บ้าน ทำให้ทั้งคู่เกิดการปะทะกัน เท่าที่ฟังจากแม่บ้านที่เล่าให้แหวนฟัง ดูเหมือนพ่อของแหวนจะร้อนรนต้องการเงินและหุ้นในมือแม่ของแหวน มีการทำร้ายร่างกายกัน และทิ้งคำขู่ไว้ให้แม่หยาด“โอเคไหม”“ถ้าบอกโอเคจะเชื่อไหม”“อยากให้เชื่อก็จะเชื่อ” เวลานี้ขอยังไม่กวนเธอก็แล้วกัน เพราะเรื่องครอบครัวไม่ว่าจะเกิดกับใครก็เป็นเรื่องเซนซิทีฟกันทั้งนั้น ขนาดผมที่เป็นผู้ชายก็ยังจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างแหวน“งานเป็นไงแล้ว”“วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”“…”“ด้านหลังห้องพักของเรามีน้ำตกด้วยนะ ไปเป็นเพื่อนหน่อย” ผมไม่ถามความสมัครใจหรอกครับว่าอยากไปไหม ผมเลือกขอร้องให้เธอไปกับผมธรรมชาติบำบัดความรู้สึก บางทีมันอาจจะบรรเทาเรื่องทุกข์ในใจของแหวนได้“แหวนไม่…”“ไปเป็นเพื่อนไง” ผมพูดแทรกก่อนที่เธอจะปฏิเสธ“ของที่สั่งค่ะ” ตรงจังหวะกับมีคนงานที่ผมจ้างวานไปซื้อของให้เอามาส่งพอดีผมรับของที่สั่งมาถือไว้ในมือแล้วเอ่ยขอบคุณ คนงานจึงเดินจากไ
“กอดกับหวายยังอุ่นเหมือนเดิมเลย” อ้อ น้องชายฝาแฝด ถ้าให้เดาผมคิดว่าแหวนกำลังฝันถึงน้องชาย“…” ไม่แปลกที่จะฝันถึง หรือคิดถึงกันแม้ตายจากกันไปหลายปี เพราะสองคนนี้ผูกพันกันตั้งแต่อยู่ในท้อง“รู้ไหมว่าแหวนเหนื่อย แหวนเหงาแค่ไหน หวายใจร้าย ทิ้งแหวนไว้คนเดียว แหวนต้องพยายามเข้มแข็ง ทั้งที่ไม่อยากทำเลย ฮึก ฮึก ฮือ” แหวนเริ่มสะอื้น และกอดผมแน่นกว่าเดิมผมว่าแหวนเริ่มไม่ปกติ ผมเข้าใจที่เธอต้องพยายามหลายอย่าง เข้าใจความรู้สึกสูญเสียที่เธอพบเจอบ่อย ๆและผมไม่อยากให้เธอร้องไห้แบบนี้บ่อยนักผมขยับตัวมุดเข้ามาภายใต้ผ้าห่มเป็นจังหวะที่แหวนปล่อยกอดแล้วเอามือเช็ดน้ำตาก่อนจะร้องไห้ออกมาอีก ผมขยับให้ใบหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกันจากนั้นผมก็สอดแขนเข้าไปรองที่ต้นคอของเธอ ใช้มืออีกข้างเช็ดใบหน้าให้คนตัวเล็กที่กำลังสะอื้น ผมลูบที่ใบหน้าของเธอ กระทั่งปลายนิ้วมาหยุดที่กลีบปากบางผมไม่ชอบปลุกด้วยเสียงสักเท่าไหร่ด้วยสิ งั้นปลุกด้วยการจูบแบบลึกซึ้งที่สอดแทรกใบลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเมียเก่าด้วยเลยแล้วกันไวเท่าความคิดคือร่างกายที่ปฏิบัติตามทุกอย่างที่ผมพูดไป จูบตอนเช้าแบบนี้ทั้งกระตุ้นและกระตุกอารมณ์ทางเพศได้ดี







