Início / วัยรุ่น / BAD SOTUS ของหวงวิศวะ / บทที่ 1 สถานะแฟน (ที่คิดเอาเอง)

Compartilhar

บทที่ 1 สถานะแฟน (ที่คิดเอาเอง)

last update Última atualização: 2026-02-02 12:23:55

บทที่ 1 สถานะแฟน (ที่คิดเอาเอง)

มหา'ลัย 07:20 น.

สตางค์ถือกระเป๋าใบโปรดก้าวลงจากรถ เธอหยุดยืนอยู่ข้างรถครู่หนึ่ง เพื่อเช็กความเรียบร้อยและจัดแจงผมให้ปรกรอยช้ำจางๆ ที่ลำคอ

“ตังค์”

“หืม?”

“แกไหวแน่นะ ดูเหนื่อยๆ”

“ไหวสิ รีบเอารถไปเก็บเถอะ เดี๋ยวเรายืนรอหน้าอาคาร”

“อืม”

สตางค์ยืนรอจนรถของเพื่อนขับออกไปพ้นสายตา ทันทีที่ไฟท้ายเลี้ยวหายเข้าโค้ง ความหนักอึ้งที่ซ่อนเอาไว้ก็ถาโถมขึ้นมาเหมือนคลื่นซัดใส่โดยไม่ให้ตั้งตัว

ลมยามเช้าพัดผ่านปลายผมที่เธอจัดไว้ปิดรอยช้ำ มือเรียวแตะมันเบาๆ อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามันยังไม่โผล่ออกมาให้ใครเห็น ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น ทั้งเหนื่อย ทั้งชา ทั้งสับสนจนไม่รู้ว่าความรู้สึกไหนนำอยู่กันแน่

จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นในกระเป๋า

เธอรู้ดีว่าใครส่งมา แต่ลังเลไปหนึ่งวินาที ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู

[ไต้ฝุ่น] : ถึงมหา'ลัยยัง

สตางค์สูดหายใจลึก ปลายนิ้วนิ่งค้างเหนือหน้าจอ เหมือนคิดทบทวนทุกคำ ทุกเหตุการณ์ในห้องพักของไต้ฝุ่นก่อนหน้านี้ ทุกสิ่งที่ทำให้รอยช้ำบนคอของเธอไม่ใช่แค่รอยบนผิว แต่เป็นรอยในใจที่ลบไม่ออกง่ายๆ

เธอเลือกไม่ตอบ แล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋าก่อนจะก้าวเดินไปยังอาคารเรียนช้าๆ พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติที่สุด

แต่เพียงก้าวแรกที่เดินเข้าไปใกล้หน้าอาคาร สตางค์ก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่เหลียวมอง

บางคู่แค่หันมาดูเพราะเธอแต่งตัวเรียบร้อย แต่บางคู่มองเหมือนจะกระซิบถามอะไรสักอย่าง เธอทำเป็นไม่สนใจ ยกมือเสยผมทัดหูอย่างตั้งใจให้ผมด้านข้างหล่นลงมาปิดรอยแดงอีกครั้ง

“ตังค์! ทางนี้” เพื่อนในคณะโบกมือเรียกจากม้านั่งหน้าตึก

สตางค์ยิ้มบางๆ เดินเข้าไปหา แต่ภายในใจกลับรู้สึกเหมือนกำลังแสดงละครบทเดิม บทของคนที่ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เนื้อตัวและหัวใจยังแสบอยู่ทุกจุด

เธอนั่งลงข้างเพื่อน ถอนหายใจเบาๆ อย่างที่คนอื่นไม่ทันสังเกต แต่ลึกๆ ในอก… เธอกำลังถามตัวเองซ้ำๆ ว่า แบบนี้…จะไหวไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ

“เห็นเพจลงรูปนี้ยัง?” เพื่อนบุ้ยปากไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่โชว์ภาพไต้ฝุ่นในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ หล่อเนี้ยบจนสะดุดตา แม้แต่คนไม่รู้จักยังต้องหยุดดู “แฟนแกนะ หล่อใช้ได้เลยอะ แต่สาวๆ ในเมนต์คือแบบ…” เพื่อนทำท่ากลอกตาเบื่อหน่ายเต็มที่

สตางค์หัวเราะแผ่วๆ คล้ายเหนื่อยมากกว่าขบขัน

“แฟนอะไรกัน ไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ”

เพื่อนหันขวับ

“เลิกกันแล้วเหรอ?” ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ

“ยัง…แต่ความสัมพันธ์มันคลุมเครือมานานแล้ว ตังค์กำลังคิดอยู่ ว่าควรถอย…หรือจะยื้อไว้ดี”

“อะไรของแกเนี่ย” เพื่อนถอนหายใจแรง “ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าแกเป็นแฟนพี่ไต้ฝุ่น!”

สตางค์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนเฉือนใจตัวเองไปด้วย

“คำว่าแฟน…ตังค์อาจจะเป็นฝ่ายให้สถานะตัวเองก็ได้”

เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ก็เขาพูดชัดแล้วว่าสถานะที่ให้เธอได้…มีแค่ ของตาย เท่านั้น แต่สิ่งที่เขามองข้าม คือของตายคนนี้…ยังมีชีวิต มีหัวใจที่รู้สึกเจ็บได้เหมือนเขา

“หมายความว่า” เพื่อนยังไม่ทันถามจนจบ เสียงเรียกจากเพื่อนอีกคนก็ดังแทรกขึ้น

“ตังค์! ไปกันได้แล้ว”

“อืม ไปเถอะ เช้าเรียนกันดีกว่า” เธอตอบสั้นๆ แล้วลุกขึ้นยืน ทุกคนพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องเรียนพร้อมกัน

จังหวะนั้น…โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นครืดหนึ่ง สตางค์ไม่จำเป็นต้องเปิดดูก็รู้ว่าใครส่ง เธอเลือกจะเมินเฉย เหมือนเมินความปั่นป่วนในใจตัวเองไปด้วย

ช่วงบ่าย

แดดอ่อนยามบ่ายทอดเงาเหนือศาลาหน้ามหา’ลัย ผู้คนพลุกพล่านเดินผ่านไปมา เสียงรถบีบแตรและเสียงคุยกันดังระคนอยู่รอบตัว

สตางค์กับเพื่อนสองคนยืนรอรถตรงศาลา ใบหน้าของเธอเหมือนปกติ แต่ความล้าในดวงตายังซ่อนอยู่ลึกๆ เธอสะบัดผมเบาๆ ให้มันลงมาปิดคอเหมือนเดิม

“เดี๋ยวอีกคันน่าจะมาแล้วแหละ” เพื่อนบ่นไปมองถนนไป

สตางค์พยักหน้า แต่สายตาเหลือบมองโทรศัพท์ในกระเป๋าที่สั่นขึ้นอีกรอบ

เธอเม้มปากแน่นจนรู้สึกชา ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก แต่เพราะรู้สึกมากจนไม่อยากเปิดอ่านเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวสูดลมหายใจช้าๆ พยายามยืนให้มั่นคง ทั้งที่หัวใจเหมือนเริ่มจะไม่ไหว

แต่วันนี้…เธอตัดสินใจแล้วว่าจะขอมีพื้นที่ของตัวเองสักพัก ไม่ว่าเขาจะพยายามตามเข้ามาในชีวิตเธอแบบไหนก็ตาม

หลายนาทีต่อมา

ลมพัดผ่านหน้าศาลา เส้นผมของสตางค์ปลิวระไปตามแรงลม จนเธอต้องยกมือขึ้นจัดให้มันบังรอยช้ำบนคออีกรอบ เธอพยายามทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติที่สุด ทั้งที่ภายในใจไม่เป็นระเบียบเลยสักนิด

เพื่อนข้างๆ พูดคุยเรื่องร้านกาแฟในห้างที่จะไปกัน แต่สตางค์ตอบเพียงคำสั้นๆ เป็นระยะ หัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดยุ่งเหยิง คำพูดของไต้ฝุ่นทุกคำยังวนเวียนในหัว เสียงต่ำเย็นชานั่นยังดังก้องจนหูอื้อ

ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย รถสองแถวก็แล่นมาจอดเทียบตรงหน้า เพื่อนรีบสะกิดเธอ

“ไปๆ มาแล้ว”

สตางค์พยักหน้า ก้าวขึ้นรถไปนั่งตรงเบาะหลังสุดกับเพื่อนสองคน พอรถออกตัว เธอก็เอนหลังพิงกระจก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กอย่างเสียไม่ได้

มีข้อความจากเขา…หลายข้อความ

[ไต้ฝุ่น] : อยู่ไหน

[ไต้ฝุ่น] : เลิกเรียนหรือยัง

[ไต้ฝุ่น] : ตอบด้วย

สุดท้ายเป็นสายที่โทรมาแล้วเธอกดทิ้ง สตางค์มองหน้าจอเงียบๆ หัวใจบีบรัด

เธอเหนื่อย…เหนื่อยจนไม่อยากตอบ ไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากอธิบายอะไรอีก แค่จะรักใครสักคน ทำไมถึงต้องเจ็บจนถึงขั้นนี้

เธอปิดเสียงโทรศัพท์ ก่อนยัดลงกระเป๋าอย่างละมุนมือ ปลายนิ้วเธอสั่นนิดๆ แต่ก็ซ่อนมือไว้บนตัก ไม่ให้เพื่อนเห็น

ผ่านไปสักพัก รถก็ชะลอเข้าหน้าห้างสรรพสินค้า เพื่อนทั้งสองลงไปก่อน สตางค์เดินตามลงมาช้าๆ รู้สึกเหมือนพื้นเบาไม่มั่นคง ทันทีที่ยืนอยู่หน้าห้าง เสียงลม เสียงผู้คน เสียงรถข้างถนน ทุกอย่างฟังดูห่างออกไป

เหมือนเธอยืนอยู่ในโลกที่เงียบเฉพาะสำหรับตัวเอง

“ตังค์ เดี๋ยวเราไปซื้อชานมกันนะ เดี๋ยวเลี้ยง!” เพื่อนตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงสดใส

สตางค์ยิ้มบาง แต่ดวงตากลับเศร้าแบบที่ไม่มีใครทันเห็น

“อืม ไปกัน” เธอเดินตามเพื่อนเข้าไปในห้าง ขณะเสียงโทรศัพท์สั่นอีกครั้งในกระเป๋า แต่คราวนี้…เธอไม่แม้แต่จะเหลียวมอง เพราะวันหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่งจะหมดแรงพอที่จะไม่อยากเจ็บเหมือนเดิมอีกต่อไป

ด้านไต้ฝุ่น ยืนพิงราวระเบียงคอนโด สูบบุหรี่ไปหนึ่งอึดใจแล้วกดดับลงกับที่เขี่ย ทั้งที่เพิ่งจุดได้ไม่ถึงครึ่งแท่ง ความรำคาญพุ่งขึ้นจนควันยังแทบไม่ทันลอยหายดี

ดวงตาคมมองหน้าจอมือถือที่แสดงคำว่า ไม่รับสาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง สันกรามขึ้นเป็นสันอย่างชัดเจน

ข้อความที่เขาส่ง เธอไม่ตอบ

สายที่โทร เธอไม่รับ

เพราะเธอเลือกจะดื้อเงียบใส่เขา

“ให้ตาย…” เขาพึมพำเสียงต่ำในคอ “ก็รู้ว่าถ้าดื้อจะโดนอะไร ทำไมชอบท้าทายจังวะ” เขาเดินกลับเข้าไปในห้องกว้าง ภายในเงียบจนได้ยินเสียงปลายรองเท้ากระทบพื้น

ไต้ฝุ่นโยนกุญแจลงบนโต๊ะอย่างแรงเกินจำเป็น แล้วหย่อนตัวลงบนโซฟา ใบหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว

สตางค์ไม่เคยหายไปแบบนี้ ไม่เคยนิ่งใส่เขา ไม่เคยเงียบหายเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่ตอบกลับแม้แต่จุดเดียว

เขารู้ดีว่าตัวเองทำให้เธอไม่พอใจ รู้ว่าคำพูดบางอย่างมันคม คมจนบาดผู้หญิงแบบเธอได้ง่ายมาก

แต่สตางค์ก็ควรจะยอมฟัง ควรจะเข้าใจ ควรจะไม่ดื้อกับเขาแบบนี้

ไต้ฝุ่นเหยียดหลังขึ้นนั่ง กดส่งข้อความไปอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่พยายามเก็บให้เรียบที่สุด

[ไต้ฝุ่น] : อยู่ที่ไหน

จ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ไร้การตอบกลับ เขากัดฟัน หัวเราะหึแบบไม่ขำเลยสักนิด

“ดี ดื้อให้สุด…” เสียงเขาเย็นจนแทบเป็นน้ำแข็ง มือหนากดโทรอีกครั้ง คราวนี้ยาวกว่าทุกครั้ง แต่ปลายสายยังคงเงียบสนิท

ไต้ฝุ่นเอนหลัง ช้อนมือขึ้นลูบหน้าผากด้วยท่าทีหงุดหงิดจัด

เขาไม่เคยชอบผู้หญิงที่เล่นตัวใส่

ไม่ชอบคนเงียบหนี

ไม่ชอบคนที่คิดจะขีดเส้นแบ่งระหว่างเขากับตัวเองโดยไม่ถาม และตอนนี้…สตางค์กำลังทำทุกอย่างที่เขาไม่ชอบครบทุกข้อ

เขาพ่นลมหายใจแรงๆ ความรู้สึกขุ่นวุ่นตันล้นอยู่ในอกจนแทบระบายไม่ออก

“อย่าคิดว่าจะดื้อกับฉันได้ตลอด สตางค์” เขาบ่นต่ำๆ ทั้งที่สายตายังจ้องจอมือถือไม่ปล่อย “อย่าคิดว่าจะอยากได้พื้นที่ของตัวเองแล้วฉันจะยอมง่ายๆ”

ทว่าเสียงแจ้งเตือนดัง เขารีบกดดู แต่ไม่ใช่เธอ

ไต้ฝุ่นหัวเราะในคออย่างไม่พอใจสุดขีด วางโทรศัพท์ลงแรงจนได้ยินเสียงกระแทกเบาๆ ความเย็นชาที่เขาใช้กับเธอ…กำลังเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดที่กดเอาไว้ไม่อยู่

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ของตายของเขา กล้าหายไปจากมือเขาแบบนี้ และไต้ฝุ่น ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยสักนิด

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   THE END

    THE ENDสองสัปดาห์หลังจากงานหมั้น ชีวิตของทั้งคู่ค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะเดิมที่เรียบง่าย ไม่มีแขก ไม่มีพิธี ไม่มีดอกไม้ประดับเต็มบ้าน มีเพียงวันธรรมดาที่เริ่มต้นและจบลงด้วยชื่อของกันและกันคอนโดใหม่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ห้องขนาดพอดี ไม่ใหญ่โต แต่โปร่งสบาย แสงแดดตอนเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาทุกวัน ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พักแต่เป็นที่ที่ทั้งสองตั้งใจจะเรียกมันว่าบ้านอย่างจริงจังวันแรกที่สตางค์ย้ายเข้ามา เธอลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักเข้ามาในห้อง ไต้ฝุ่นยืนพิงผนัง มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ หัวใจเต้นแรงกว่าตอนยืนในงานหมั้นเสียอีก“เอากระเป๋าไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดตู้ให้” เขาพูดพลางรับกระเป๋าจากมือเธอ สตางค์เดินสำรวจห้องช้าๆ นิ้วแตะขอบโต๊ะ ขอบโซฟา เหมือนกำลังทำความคุ้นเคย“มันรู้สึกแปลกนะคะ เหมือนมาอยู่บ้านตัวเองจริงๆ”ไต้ฝุ่นเงยหน้ามอง ก่อนจะเผลอยิ้มตาม“ก็บ้านเราแล้วนี่” คำว่า เรา หลุดออกมาง่ายดายจนทั้งสองชะงักไปพร้อมกัน ก่อนจะยิ้มให้กันอย่างเขินๆ ชีวิตร่วมกันเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อย ตอนเช้าไต้ฝุ่นตื่นก่อน อาสาทำกาแฟให้ ส่วนสตางค์เตรียมอาหารเช้าง่ายๆ บางวันเขาออก

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 44 หมั้นหมาย

    บทที่ 44 หมั้นหมายสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับทุกอย่างถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นหลังจากวันที่ไต้ฝุ่นตัดสินใจเข้าไปคุยกับทางบ้านของสตางค์ เรื่องที่เคยหนักอึ้งในใจกลับค่อยๆ คลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันด้วยเหตุผล ความจริงใจของเขา และท่าทีสุขุมที่ไม่ค่อยได้เห็นจากไต้ฝุ่น ทำให้บรรยากาศวันนั้นผ่านไปด้วยดีและวันนี้ก็มาถึงเช้าวันหมั้น บ้านของสตางค์ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู โทนสีครีมและขาวถูกขับด้วยดอกไม้สดสีอ่อนที่จัดวางอยู่ทั่วบริเวณ กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบลอยคลุ้งไปทั่วบ้าน เสียงพูดคุยเบาๆ ของญาติผู้ใหญ่ผสมกับเสียงหัวเราะของคนในครอบครัว ทำให้บรรยากาศอบอุ่นตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิธีสตางค์ในชุดไทยสีอ่อนนั่งอยู่ในห้องรับรอง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเขินอาย มือเล็กประสานกันแน่นบนตัก แม้จะดูนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกขณะเดียวกัน ไต้ฝุ่นยืนอยู่หน้าบ้านในชุดสูทสุภาพเรียบร้อย ผิดจากภาพลักษณ์ดิบๆ ที่ใครหลายคนคุ้นเคย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ แม้สีหน้าจะนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลไม่แพ้กัน“ใจเย็น

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 43 คนขี้อาย

    บทที่ 43 คนขี้อายผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ซานเดินถือแก้วกาแฟมานั่งลงบนม้านั่งข้างๆ กับไต้ฝุ่นและไทเกอร์นั่งลงฝั่งตรงข้าม“กาแฟมาแล้วครับคุณผู้ชาย” ซานแกล้งแซว แล้วเลื่อนแก้วกาแฟไปตรงหน้าเพื่อน“ตังค์ทอนล่ะ?” ไต้ฝุ่นแบมือขอเงินทอนคืนจากซาน แต่ซายกลับไหวไหล่เบาๆ“ไม่คืน ค่าเสียเวลาเดินไปซื้อ”“ไอ้ห่า ทำอย่างกับบ้านมึงจน”“มึงบอกกูเองนี่นา ว่าเงินทอนเหลือเอาอะไรมาก็ได้”“แล้วมึงซื้ออะไรมา”“ก็ซื้อเหล้ามาขวดหนึ่ง เอาไปไว้ที่รถแล้ว”“ไอ้นี่ มึงก็เห็นด้วยกับมันเหรอไอ้เสือ”“เปล่า กูไม่ได้สนใจมัน กูคุยโทรศัพท์กับชาอยู่”ไต้ฝุ่นลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วก้มหน้ามองรายงานตรงหน้า“พวกมึง”“ว่า/ว่า” ทั้งซานและไทเกอร์ขานรับพร้อมกัน“กูว่า…กูจะขอสตางค์หมั้นไว้ ดีไหมวะ”ซานกับไทเกอร์ชะงักไปพร้อมกัน บรรยากาศบนม้านั่งเงียบลงชั่วอึดใจ เหลือเพียงเสียงนักศึกษาคนอื่นเดินผ่านไปมา ซานเป็นคนแรกที่เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ“เดี๋ยวนะ กูได้ยินถูกไหมว่า มึงจะขอน้องตัง์หมั้น?”ไทเกอร์ละสายตาจากโทรศัพท์ ค่อยๆ เงยหน้ามองเพื่อนสนิท สีหน้าจริงจังกว่าซานเล็กน้อย“มึงแน่ใจแล้วเหรอฝุ่น ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบใช่ไหม”ไต้ฝุ่นไม่เ

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 42 สัมผัสที่คุ้นเคย

    บทที่ 42 สัมผัสที่คุ้นเคยแสงเช้าอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านบาง ทาบลงบนเตียงที่ยังอุ่นจากร่องรอยของเมื่อคืน สตางค์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบอยู่รอบเอว เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของไต้ฝุ่นในระยะใกล้ ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ดวงตาหลับพริ้ม ต่างจากตอนตื่นที่มักเจ้าเล่ห์เสมอเธอเผลอมองเขานานกว่าที่คิด ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วขยับตัวจะลุก แต่ยังไม่ทันได้ขยับมากนัก แขนที่กอดอยู่ก็รั้งเธอกลับไป“จะหนีไปไหนตั้งแต่เช้า” เสียงงัวเงียกระซิบใกล้หู“ตังค์ไม่ได้หนีค่ะ แค่จะลุก” เธอตอบเบาๆ แต่ท่าทางที่ยังซบอยู่บนอกเขากลับสวนคำพูด ไต้ฝุ่นลืมตาขึ้น มองเธอจากมุมต่ำ รอยยิ้มขี้เกียจแต่แฝงความพอใจปรากฏชัด“เช้าแบบนี้พี่ว่าตรงนี้น่าอยู่กว่าเยอะ”สตางค์หัวเราะในลำคอ ผมยาวยุ่งเล็กน้อยไหลลงมาข้างแก้ม เสื้อบางๆ ที่เธอสวมอยู่เผยให้เห็นช่วงไหล่ขาวเนียนโดยไม่ตั้งใจ เธอรู้ตัวดีว่าเขามองอะไรอยู่“พี่ฝุ่นอย่ามองแบบนั้นสิคะ”“แบบไหน” เขาถามกลับ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิด “พี่แค่มองแฟนตอนเช้าเอง”คำว่า แฟน ทำให้หัวใจเธอสะดุดเล็กน้อย สตางค์เม้มริมฝีปาก แต่สายตาที่หลบกลับเต็มไปด้วยความเขินปนพอใจ“พูดเพรา

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 41 โหยหา NC+++ (100%)

    บทที่ 41 โหยหา NC+++ (100%)เสียงลมหายใจสอดประสานกันดังกลบความเงียบในห้องนั่งเล่น แสงไฟอุ่นส่องเงาคู่ของทั้งสองทาบทับบนผนังราวกับภาพที่คุ้นตา สตางค์หลับตาลง ปล่อยให้จังหวะที่เธอรู้จักดีพาอารมณ์ไหลไปข้างหน้า ทุกการเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด ร่างกายสื่อสารแทนความคิดได้ชัดเจนกว่าไต้ฝุ่นก้มกระซิบใกล้ใบหู เสียงต่ำพร่าทำให้หัวใจเธอสะดุด เขาไม่ได้เร่งรัด แต่ก็ไม่ผ่อนคลาย เหมือนรู้ดีว่าควรหยุดตรงไหนและควรไปต่อเมื่อไร ความคุ้นเคยทำให้ทุกสัมผัสมีความหมาย เป็นทั้งแรงดึงดูดและความไว้ใจที่ก่อตัวมานานสตางค์ขยับรับอย่างเป็นธรรมชาติ นิ้วมือเธอเกาะยึดเสื้อเขาไว้ราวกับสมอ ความร้อนระอุไม่ได้ปะทุเป็นไฟโหม แต่ค่อยๆ ซึมลึก เข้าถึงอารมณ์ในส่วนที่คำพูดแตะไม่ถึง เสียงหัวใจเต้นสอดรับกันเป็นจังหวะเดียว เร่าร้อน อ่อนหวาน และคุ้นเคยจนไม่ต้องตั้งคำถามในห้องที่เต็มไปด้วยเงาและแสง ทั้งสองปล่อยให้เวลาหยุดนิ่งชั่วคราว เหลือเพียงความรู้สึกที่แนบแน่นและจังหวะที่รู้จักดี วินาทีนั้นไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการอยู่ตรงนี้ด้วยกัน“อื้อ~ พี่ฝุ่นอย่ากระแทกถี่ๆ แบบนี้สิ ตังค์จะเสร็จ” เธอกัดปากแน่น มือกำเข้าหากันจนข้อซีด

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 40 โหยหา NC ++

    บทที่ 40 โหยหา NC ++รถเคลื่อนตัวออกจากสนามแข่งได้ไม่นาน สตางค์ก็หันหน้าไปมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ“เจ้าอ้วนเป็นยังไงบ้างคะ โตเท่าไรแล้วอะ”“หึ ก็สูงกว่าเดิม ผอมลงนิดหน่อยแต่ไม่ต้องห่วง กินดีอยู่ดีกว่าตอนอยู่กับพี่แน่”“แหงสิคะ พี่ฝุ่นดุมันนี่นา”“หึหึ” ไต้ฝุ่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตีไฟเลี้ยวไปอีกทาฃหนึ่ง ซึ่งสตางค์จำได้แม่นว่านั่นทางกลับคอนโดเขา“ไม่ได้จะพาตังค์กลับห้องเหรอ”“กลับสิทแต่เป็นห้องพี่”“ร้ายกาจนะคะ ตังค์จะเชื่อใจพี่ได้ไหมเนี่ย”ไต้ฝุ่นยิ้มมุมปาก ไม่ตอบในทันที รถแล่นเรียบไปตามถนนยามเย็น แสงไฟสองข้างทางทอดยาวเป็นเส้น สตางค์เผลอมองเงาสะท้อนบนกระจก เห็นสีหน้าเขานิ่งแต่แววตากลับอ่อนลงอย่างประหลาด“เชื่อใจพี่สิ” เสียงเขาต่ำลงนิดเดียว เหมือนตั้งใจให้ได้ยินแค่เธอ “ถ้าไม่เชื่อ พี่คงไม่กล้าพาตังค์มาทางนี้”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสะดุด สตางค์เม้มปาก กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ รถชะลอเข้าจอดริมทางเงียบๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไต้ฝุ่นดับเครื่อง ก่อนจะหันมามองเธอเต็มตา ระยะใกล้เกินกว่าจะหลบสายตาได้“ทำไมมองแบบนั้นคะ” เธอถามเสียงเบา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นยังไงเขาเอื้อมมือมาจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้ เงี

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status