Home / วัยรุ่น / BAD SOTUS ของหวงวิศวะ / บทที่ 6 กระต่ายน้อย

Share

บทที่ 6 กระต่ายน้อย

last update Last Updated: 2026-02-02 12:25:34

บทที่ 6 กระต่ายน้อย

นานหลายนาทีหลังเส้นชัย รถของไต้ฝุ่นก็เคลื่อนเข้ามาจอดในจุดพัก เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆ เบาลงก่อนดับสนิท เขาผลักประตูลงจากรถทันที ร่างสูงเหวี่ยงหมวกกันน็อกออกอย่างโล่งอก พลางตะโกนลั่นออกมาด้วยอารมณ์สะใจสุดขีดที่อัดแน่นมาตลอดการแข่งขัน

“โคตรมันส์!”

ซานกับสตางค์เพิ่งเดินลงมาจากอัฒจันทร์ เสียงผู้ชมยังคุยกันเซ็งแซ่ แต่สีหน้าของสตางค์กลับนิ่งสนิท ไม่มีรอยดีใจหรือปลื้มปริ่มเหมือนคนอื่น เธอแค่ก้าวตามซานลงมาอย่างเงียบๆ

พอมาถึงจุดพัก ซานก็พุ่งเข้าไปหาเพื่อนทันที

“ยินดีด้วยว่ะ กูลุ้นจนเยี่ยวเหนียว ไอ้สัด!” เขาเอาไหล่กระแทกไต้ฝุ่นเบาๆ แบบคนอินไม่หาย “คืนนี้ฉลองไหนดีวะ?”

“เอาไว้ค่อยนึก กูจะไปเปลี่ยนชุดก่อน” ไต้ฝุ่นตอบ พลางปัดเหงื่อบนหน้าผาก ลมหายใจยังแรงอยู่เล็กน้อยจากความตื่นเต้น แต่พอหันไปเห็นสตางค์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าเรียบนิ่งและสายตาไร้อารมณ์ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอโดยตรง

“ไง…” น้ำเสียงกึ่งเรียบนิ่งกึ่งเหนื่อย “คงไม่ลืมเดิมพันนั่นใช่ไหม?”

สตางค์เงยหน้ามองเขา ดวงตานิ่งราวกับไม่สะเทือนอะไร

“ตังค์ความจำดีค่ะ ไม่ลืมง่ายๆ หรอก”

“ดี” ไต้ฝุ่นยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“แล้ว…” เธอถามต่อ น้ำเสียงราบเรียบ “พี่จะพาตังค์ไปไหนคะ ที่ที่พี่อยากพาไปน่ะ… มันไกลมากไหม?”

ไต้ฝุ่นลากเสียงยาว ยียวนจนเห็นชัด

“มัน… ไม่บอกดีกว่า เซอร์ไพรส์”

สตางค์ไม่ได้ตอบ เธอเพียงเสสายตาหลบ มองผ่านเขาไปยังรถแข่งราวกับกำลังพิจารณาอย่างอื่น แต่แท้จริงแล้ว มันเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อหลบสายตาคมของเขาเท่านั้น

เธอก้าวเดินผ่านเขาไปโดยไม่หันกลับ ส่วนไต้ฝุ่นก็เดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อเปลี่ยนชุด ต่างฝ่ายต่างเก็บสีหน้าเย็นชาของตัวเองไว้แนบสนิท

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่จนลูกทีมส่วนใหญ่ทยอยกลับออกจากจุดพัก ซานเองก็หยิบของเตรียมแล้วตะโกนบอก

“กูไปรอข้างนอกนะ!”

จุดพักเงียบลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงสตางค์ที่ยืนพิงรถแข่งของเขาอยู่ตามลำพัง

ไฟสนามยังคงสว่างจ้า กลิ่นน้ำมันลอยอวลทั่วอากาศ ไอร้อนจากแทร็กยังคลุ้งขึ้นเป็นริ้วๆ ยามลมปะทะ

สตางค์ทอดสายตาไปยังสนามแข่งที่เพิ่งเต็มไปด้วยเสียงเชียร์เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ เสื้อเชิ้ตบางแนบลำตัวเพราะเหงื่อที่ไม่รู้ตัวว่ามาจากความร้อนหรือความกดดันที่สะสมมาตลอดทั้งวัน

สีหน้าของเธอยังคงนิ่งสนิท แต่ในอก ทุกอย่างไม่ได้เรียบนิ่งเหมือนภายนอกเลยสักนิดเดียว

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายหนุ่มดังสะท้อนอยู่ในห้องกระจก ไต้ฝุ่นมองลอดออกไปยังสตางค์ที่ยืนกอดอกพิงรถอยู่ด้านนอก เธอเหม่อลอยจนเหมือนหลุดออกจากโลกความเป็นจริง สีหน้าก็เต็มไปด้วยความกังวล

เสียงประตูเลื่อนเปิด ครืด~ ทำให้สตางค์สะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอหันกลับมามองเขานิ่งๆ

“พี่จะไปกินเลี้ยงกับทีม”

“ค่ะ ทราบแล้ว”

“เราต้องไปด้วย”

“อันนี้ก็ทราบแล้วค่ะ ว่ายังไงก็ต้องไป” เธอตอบเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะมองหน้า “ถ้าเสร็จแล้ว…งั้นตังค์ออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ”

แต่ทันทีที่เดินสวน เขากลับคว้าแขนเล็กของเธอไว้แน่น และเพียงเสี้ยววินาที ร่างบางก็ถูกยกขึ้นไปนั่งบนฝากระโปรงหลังรถ

“เดี๋ยวก่อนสิ”

“อะไรคะ” เธอขมวดคิ้วนิดๆ

ไต้ฝุ่นแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนขยับเข้ามาแทรกกลางหว่างขาเธอ ใบหน้าเขาใกล้จนลมหายใจอุ่นรินรดริมฝีปากเธอแผ่วๆ

“กินเลี้ยงเสร็จ… ไปค้างกับพี่ที่ห้อง”

“นี่เป็นคำสั่งเหรอคะ?” เธอถามกลับอย่างไม่ลังเล “ถ้าเป็นคำสั่ง งั้นตังค์ขอขัดค่ะ พรุ่งนี้มีเรียนเช้า”

“แล้วคิดว่านี่เป็นคำตอบที่ดีแล้ว?” เขาเอียงหน้าเข้ามา ยิ้มแบบที่เดาอารมณ์ไม่ได้เลย

“ค่ะ คิดดีแล้ว เพราะพี่คงไม่อยากมาแก้เอฟให้ตังค์หรอกใช่ไหม”

เขาหลุดหัวเราะต่ำๆ

“หึ… โอเค แต่อย่าลืมว่าเราแพ้พนันพี่”

“หึ!” สตางค์หัวเราะในคอ ก่อนหันมาสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเช่นกัน

ไต้ฝุ่นโน้มตัวเข้ามาอีกนิด ปลายจมูกเฉียดแก้มเธอ ลมหายใจเขาเลื่อนลงมารดลำคออย่างจงใจ

สตางค์กำมือแน่นพร้อมเม้มปาก เมื่อเขาทำท่าจะแกล้งอีก เธอจึง…

งับ!

“อ๊ะ! ตังค์!” เขาเอียงหน้าหนีแล้วเอามือกุมคอตัวเอง “กัดพี่ทำไมเนี่ย”

“ก็พี่ฝุ่นจะแกล้งตังค์ก่อนนี่คะ”

“แกล้ง? แกล้งยังไงวะ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม ยกมือค้ำท้ายรถ กักเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง “นี่คิดว่าพี่จะแกล้งไปซะทุกเรื่องหรือไง”

“อือ” เธอกระแทกเสียงใส่ ก่อนพยายามดันอกเขาออก แต่เขาไม่ขยับแม้แต่นิด ยังยืนจ้องเธอตรงๆ ด้วยดวงตาคมเข้มไม่ยอมปล่อยให้เธอหลบไปไหน

สตางค์ยังดันอกเขาไว้ แต่แรงของเธอแทบไม่ทำให้ชายหนุ่มขยับ ไต้ฝุ่นมองเธอด้วยสายตาคมเข้มที่เหมือนรู้ทันทุกความคิด จนเธอเริ่มหลบตาไม่ได้

“กระแทกเสียงใส่พี่แบบนี้…” เขาเลื่อนใบหน้าลงมาใกล้แก้มเธออีกครั้ง น้ำเสียงนุ่มต่ำจนขนลุก “…อยากให้พี่จัดการใช่ไหม”

“มะ ไม่ได้อยากค่ะ” เธอรีบตอบ แต่หางเสียงสั่นจนฟังออกว่าไม่มั่นใจเลยสักนิด

ไต้ฝุ่นหัวเราะแผ่วๆ อยู่ในลำคอ เหมือนกำลังมองลูกกระต่ายน้อยตัวหนึ่งที่พยายามแผ่ขนขู่ ทั้งที่ขาสั่นจะเป็นลมอยู่แล้ว

เขายกมือขึ้นลูบปลายคางเธอเบาๆ ก่อนเชยขึ้นให้สบตากับเขาเต็มๆ

“เวลาทำหน้าแบบนี้นะ…” นิ้วโป้งไล้วนตรงริมฝีปากเธอแผ่วๆ “เหมือนกระต่ายน้อยดื้อๆ ของพี่มากเลย”

สตางค์สะดุ้ง

“ตังค์ไม่ได้เป็นกะ…” ยังไม่ทันเถียงจบ ไต้ฝุ่นก็เอียงหน้าเข้ามาชิดใบหูเธอจนลมหายใจร้อนๆ ปะทะข้างแก้ม

“พูดจริงเหรอว่าไม่ได้เป็น” เขากระซิบ “แล้วที่กัดพี่เมื่อกี้น่ะ… กระต่ายที่ไหนทำ”

ใบหน้าของสตางค์แดงขึ้นทีละนิด เธอหันหน้าหนี แต่ปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนมาจับคางให้หันกลับมาอีกครั้งอย่างเบามือแต่แน่นพอจะบังคับ

“พี่ฝุ่น… มีคนมองอยู่นะคะ” เธอพึมพำเสียงเบา เพราะมีลูกทีมเขาคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง ก็คงจะมาดูว่าไต้ฝุ่นทำอะไรอยู่ ทำไมช้า..

“ช่างเขา” ไต้ฝุ่นตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “พี่สนแต่กระต่ายน้อยตรงหน้า” เขาโน้มตัวเข้ามาอีกนิด ใกล้จนสตางค์ต้องยกมือดันแผงอกเขาไว้ ทั้งที่มือสั่นแทบจับอะไรไม่อยู่ ไต้ฝุ่นก้มมองมือเล็กๆ นั้นแล้วเลิกคิ้ว “ดันพี่แบบนี้…” เขาจับข้อมือเธอเบาๆ แล้ววางลงบนต้นขาเธอเอง “ยิ่งน่าจับให้อยู่เฉยๆ เข้าไปใหญ่”

“พี่ฝุ่น!” เธอเผลอเสียงดังออกมาเล็กน้อยเหมือนลูกกระต่ายตกใจ

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ ก่อนจะยืนค้ำเธอไว้เหมือนเดิม ดวงตาคมกริบจ้องลงมายังเธอแบบไม่คิดจะปล่อยให้หายใจได้อย่างปกติเลยสักนิด

“อย่าเถียงพี่มากนะสตางค์” เขาก้มลงใกล้ใบหน้าของเธออีกครั้ง “เพราะตอนนี้…พี่อยากจับกระต่ายน้อยตัวนี้สอนให้เชื่องมาก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   THE END

    THE ENDสองสัปดาห์หลังจากงานหมั้น ชีวิตของทั้งคู่ค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะเดิมที่เรียบง่าย ไม่มีแขก ไม่มีพิธี ไม่มีดอกไม้ประดับเต็มบ้าน มีเพียงวันธรรมดาที่เริ่มต้นและจบลงด้วยชื่อของกันและกันคอนโดใหม่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ห้องขนาดพอดี ไม่ใหญ่โต แต่โปร่งสบาย แสงแดดตอนเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาทุกวัน ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พักแต่เป็นที่ที่ทั้งสองตั้งใจจะเรียกมันว่าบ้านอย่างจริงจังวันแรกที่สตางค์ย้ายเข้ามา เธอลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักเข้ามาในห้อง ไต้ฝุ่นยืนพิงผนัง มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ หัวใจเต้นแรงกว่าตอนยืนในงานหมั้นเสียอีก“เอากระเป๋าไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดตู้ให้” เขาพูดพลางรับกระเป๋าจากมือเธอ สตางค์เดินสำรวจห้องช้าๆ นิ้วแตะขอบโต๊ะ ขอบโซฟา เหมือนกำลังทำความคุ้นเคย“มันรู้สึกแปลกนะคะ เหมือนมาอยู่บ้านตัวเองจริงๆ”ไต้ฝุ่นเงยหน้ามอง ก่อนจะเผลอยิ้มตาม“ก็บ้านเราแล้วนี่” คำว่า เรา หลุดออกมาง่ายดายจนทั้งสองชะงักไปพร้อมกัน ก่อนจะยิ้มให้กันอย่างเขินๆ ชีวิตร่วมกันเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อย ตอนเช้าไต้ฝุ่นตื่นก่อน อาสาทำกาแฟให้ ส่วนสตางค์เตรียมอาหารเช้าง่ายๆ บางวันเขาออก

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 44 หมั้นหมาย

    บทที่ 44 หมั้นหมายสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับทุกอย่างถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นหลังจากวันที่ไต้ฝุ่นตัดสินใจเข้าไปคุยกับทางบ้านของสตางค์ เรื่องที่เคยหนักอึ้งในใจกลับค่อยๆ คลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันด้วยเหตุผล ความจริงใจของเขา และท่าทีสุขุมที่ไม่ค่อยได้เห็นจากไต้ฝุ่น ทำให้บรรยากาศวันนั้นผ่านไปด้วยดีและวันนี้ก็มาถึงเช้าวันหมั้น บ้านของสตางค์ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู โทนสีครีมและขาวถูกขับด้วยดอกไม้สดสีอ่อนที่จัดวางอยู่ทั่วบริเวณ กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบลอยคลุ้งไปทั่วบ้าน เสียงพูดคุยเบาๆ ของญาติผู้ใหญ่ผสมกับเสียงหัวเราะของคนในครอบครัว ทำให้บรรยากาศอบอุ่นตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิธีสตางค์ในชุดไทยสีอ่อนนั่งอยู่ในห้องรับรอง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเขินอาย มือเล็กประสานกันแน่นบนตัก แม้จะดูนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกขณะเดียวกัน ไต้ฝุ่นยืนอยู่หน้าบ้านในชุดสูทสุภาพเรียบร้อย ผิดจากภาพลักษณ์ดิบๆ ที่ใครหลายคนคุ้นเคย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ แม้สีหน้าจะนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลไม่แพ้กัน“ใจเย็น

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 43 คนขี้อาย

    บทที่ 43 คนขี้อายผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ซานเดินถือแก้วกาแฟมานั่งลงบนม้านั่งข้างๆ กับไต้ฝุ่นและไทเกอร์นั่งลงฝั่งตรงข้าม“กาแฟมาแล้วครับคุณผู้ชาย” ซานแกล้งแซว แล้วเลื่อนแก้วกาแฟไปตรงหน้าเพื่อน“ตังค์ทอนล่ะ?” ไต้ฝุ่นแบมือขอเงินทอนคืนจากซาน แต่ซายกลับไหวไหล่เบาๆ“ไม่คืน ค่าเสียเวลาเดินไปซื้อ”“ไอ้ห่า ทำอย่างกับบ้านมึงจน”“มึงบอกกูเองนี่นา ว่าเงินทอนเหลือเอาอะไรมาก็ได้”“แล้วมึงซื้ออะไรมา”“ก็ซื้อเหล้ามาขวดหนึ่ง เอาไปไว้ที่รถแล้ว”“ไอ้นี่ มึงก็เห็นด้วยกับมันเหรอไอ้เสือ”“เปล่า กูไม่ได้สนใจมัน กูคุยโทรศัพท์กับชาอยู่”ไต้ฝุ่นลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วก้มหน้ามองรายงานตรงหน้า“พวกมึง”“ว่า/ว่า” ทั้งซานและไทเกอร์ขานรับพร้อมกัน“กูว่า…กูจะขอสตางค์หมั้นไว้ ดีไหมวะ”ซานกับไทเกอร์ชะงักไปพร้อมกัน บรรยากาศบนม้านั่งเงียบลงชั่วอึดใจ เหลือเพียงเสียงนักศึกษาคนอื่นเดินผ่านไปมา ซานเป็นคนแรกที่เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ“เดี๋ยวนะ กูได้ยินถูกไหมว่า มึงจะขอน้องตัง์หมั้น?”ไทเกอร์ละสายตาจากโทรศัพท์ ค่อยๆ เงยหน้ามองเพื่อนสนิท สีหน้าจริงจังกว่าซานเล็กน้อย“มึงแน่ใจแล้วเหรอฝุ่น ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบใช่ไหม”ไต้ฝุ่นไม่เ

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 42 สัมผัสที่คุ้นเคย

    บทที่ 42 สัมผัสที่คุ้นเคยแสงเช้าอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านบาง ทาบลงบนเตียงที่ยังอุ่นจากร่องรอยของเมื่อคืน สตางค์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบอยู่รอบเอว เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของไต้ฝุ่นในระยะใกล้ ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ดวงตาหลับพริ้ม ต่างจากตอนตื่นที่มักเจ้าเล่ห์เสมอเธอเผลอมองเขานานกว่าที่คิด ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วขยับตัวจะลุก แต่ยังไม่ทันได้ขยับมากนัก แขนที่กอดอยู่ก็รั้งเธอกลับไป“จะหนีไปไหนตั้งแต่เช้า” เสียงงัวเงียกระซิบใกล้หู“ตังค์ไม่ได้หนีค่ะ แค่จะลุก” เธอตอบเบาๆ แต่ท่าทางที่ยังซบอยู่บนอกเขากลับสวนคำพูด ไต้ฝุ่นลืมตาขึ้น มองเธอจากมุมต่ำ รอยยิ้มขี้เกียจแต่แฝงความพอใจปรากฏชัด“เช้าแบบนี้พี่ว่าตรงนี้น่าอยู่กว่าเยอะ”สตางค์หัวเราะในลำคอ ผมยาวยุ่งเล็กน้อยไหลลงมาข้างแก้ม เสื้อบางๆ ที่เธอสวมอยู่เผยให้เห็นช่วงไหล่ขาวเนียนโดยไม่ตั้งใจ เธอรู้ตัวดีว่าเขามองอะไรอยู่“พี่ฝุ่นอย่ามองแบบนั้นสิคะ”“แบบไหน” เขาถามกลับ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิด “พี่แค่มองแฟนตอนเช้าเอง”คำว่า แฟน ทำให้หัวใจเธอสะดุดเล็กน้อย สตางค์เม้มริมฝีปาก แต่สายตาที่หลบกลับเต็มไปด้วยความเขินปนพอใจ“พูดเพรา

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 41 โหยหา NC+++ (100%)

    บทที่ 41 โหยหา NC+++ (100%)เสียงลมหายใจสอดประสานกันดังกลบความเงียบในห้องนั่งเล่น แสงไฟอุ่นส่องเงาคู่ของทั้งสองทาบทับบนผนังราวกับภาพที่คุ้นตา สตางค์หลับตาลง ปล่อยให้จังหวะที่เธอรู้จักดีพาอารมณ์ไหลไปข้างหน้า ทุกการเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด ร่างกายสื่อสารแทนความคิดได้ชัดเจนกว่าไต้ฝุ่นก้มกระซิบใกล้ใบหู เสียงต่ำพร่าทำให้หัวใจเธอสะดุด เขาไม่ได้เร่งรัด แต่ก็ไม่ผ่อนคลาย เหมือนรู้ดีว่าควรหยุดตรงไหนและควรไปต่อเมื่อไร ความคุ้นเคยทำให้ทุกสัมผัสมีความหมาย เป็นทั้งแรงดึงดูดและความไว้ใจที่ก่อตัวมานานสตางค์ขยับรับอย่างเป็นธรรมชาติ นิ้วมือเธอเกาะยึดเสื้อเขาไว้ราวกับสมอ ความร้อนระอุไม่ได้ปะทุเป็นไฟโหม แต่ค่อยๆ ซึมลึก เข้าถึงอารมณ์ในส่วนที่คำพูดแตะไม่ถึง เสียงหัวใจเต้นสอดรับกันเป็นจังหวะเดียว เร่าร้อน อ่อนหวาน และคุ้นเคยจนไม่ต้องตั้งคำถามในห้องที่เต็มไปด้วยเงาและแสง ทั้งสองปล่อยให้เวลาหยุดนิ่งชั่วคราว เหลือเพียงความรู้สึกที่แนบแน่นและจังหวะที่รู้จักดี วินาทีนั้นไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการอยู่ตรงนี้ด้วยกัน“อื้อ~ พี่ฝุ่นอย่ากระแทกถี่ๆ แบบนี้สิ ตังค์จะเสร็จ” เธอกัดปากแน่น มือกำเข้าหากันจนข้อซีด

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 40 โหยหา NC ++

    บทที่ 40 โหยหา NC ++รถเคลื่อนตัวออกจากสนามแข่งได้ไม่นาน สตางค์ก็หันหน้าไปมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ“เจ้าอ้วนเป็นยังไงบ้างคะ โตเท่าไรแล้วอะ”“หึ ก็สูงกว่าเดิม ผอมลงนิดหน่อยแต่ไม่ต้องห่วง กินดีอยู่ดีกว่าตอนอยู่กับพี่แน่”“แหงสิคะ พี่ฝุ่นดุมันนี่นา”“หึหึ” ไต้ฝุ่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตีไฟเลี้ยวไปอีกทาฃหนึ่ง ซึ่งสตางค์จำได้แม่นว่านั่นทางกลับคอนโดเขา“ไม่ได้จะพาตังค์กลับห้องเหรอ”“กลับสิทแต่เป็นห้องพี่”“ร้ายกาจนะคะ ตังค์จะเชื่อใจพี่ได้ไหมเนี่ย”ไต้ฝุ่นยิ้มมุมปาก ไม่ตอบในทันที รถแล่นเรียบไปตามถนนยามเย็น แสงไฟสองข้างทางทอดยาวเป็นเส้น สตางค์เผลอมองเงาสะท้อนบนกระจก เห็นสีหน้าเขานิ่งแต่แววตากลับอ่อนลงอย่างประหลาด“เชื่อใจพี่สิ” เสียงเขาต่ำลงนิดเดียว เหมือนตั้งใจให้ได้ยินแค่เธอ “ถ้าไม่เชื่อ พี่คงไม่กล้าพาตังค์มาทางนี้”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสะดุด สตางค์เม้มปาก กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ รถชะลอเข้าจอดริมทางเงียบๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไต้ฝุ่นดับเครื่อง ก่อนจะหันมามองเธอเต็มตา ระยะใกล้เกินกว่าจะหลบสายตาได้“ทำไมมองแบบนั้นคะ” เธอถามเสียงเบา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นยังไงเขาเอื้อมมือมาจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้ เงี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status