LOGINฉันทรุดกายนั่งลงกับพื้นกระเบื้องสุดหรูที่ถูกปูด้วยพรมขนแกะราคาแพงทับอีกทีด้วยความอ่อนแรงโดยไม่สนใจอีกต่อไปว่าน้ำสีขาวขุ่นเหนียวเหนอะไหลอาบง่ามขาของตัวเองไม่หยุด ไม่รู้ว่าถูกเขาเล่นสนุกกับร่างกายของฉันนานแค่ไหนถ้าให้เดาก็คงประมาณสามชั่วโมงได้
ร่างสูงของเหมราชที่เพิ่งเสร็จสมกิจกามของตัวเองไปกำลังจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิมอยู่ไม่ได้หันกลับมามองฉันที่ถูกเขารังแกเลยสักนิดทั้งๆ ที่ฉันยืนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว อีกปัญหาใหญ่ของฉันคือกางเกงชั้นในของตัวเองถูกเขาฉีกกระชากไปจนเอากลับมาใส่ไม่ได้อีกแล้ว ให้ฉันทำงานโดยที่ไม่ได้ใส่กางเกงชั้นในมันก็ให้ความรู้สึกโรคจิตแปลกๆ
“นั่งทำงานในห้องผมนี่แหละ เดี๋ยวให้เลขาไปเอาแฟ้มเอกสารมาให้ ไอแพดก็ใช้ของผมไปละกัน” เหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ คนตรงหน้าบอกให้ฉันนั่งทำงานอยู่ในห้องนี้ด้วยน้ำเสียงห่างเหินทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบเล็กน้อยได้เพียงปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นแบบที่ควรจะเป็นก็ดีแล้ว อย่าไปคาดหวังอะไรจากเขาให้มันมากเลย
“ค่ะ ท่านประธาน” ฉันตอบรับแล้วหยิบเอาทิชชูบนโต๊ะของเขามาเช็ดทำความสะอาดกลางกายของตัวเองที่เต็มไปด้วยคราบและร่องรอยจากกิจกรรมทางเพศ
ติ๊ง!
ในระหว่างที่กำลังทำความสะอาดร่างกายของตัวเองด้วยทิชชูอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้นมารบกวนจึงละความสนใจจากร่างกายตัวเองแล้วหันไปเปิดแจ้งเตือนจากโทรศัพท์
‘รายการเงินเข้า จากบัญชี xxx-x-x6514 จำนวนเงิน 100,000บาท วันที่ xx มี.ค. 25xx เวลา 14.30 น.’
“เอาไปซื้อยาคุมหรือจะป้องกันยังไงก็เรื่องของคุณแต่อย่าให้มันผิดพลาด เพราะผมคงไม่รับผิดชอบ” เหมราชเอ่ยเสียงเย็นกับฉันคลายความสงสัยทั้งหมดถึงรายการโอนเงินที่เข้ามาในบัญชี
“คุณไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันฉลาดพอที่จะป้องกันเรื่องพวกนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ฉันทำเป็นเข้มแข็งตอบเขาไป แม้ภายในใจจะรู้สึกสั่นไหวปนเจ็บปวดกับคำพูดร้ายกาจของเขาไปบ้างแต่ฉันยอมรับความจริงเป็นและอยู่กับความเป็นจริงได้ดี
“ดี ช่วยอยู่เงียบๆ ในที่ของคุณด้วยครับ ผมไม่มีรสนิยมเอาคนคนเดียว” วาจาเลวร้ายจากปากของเขายังพุ่งใส่ความรู้สึกของฉันไม่หยุดหย่อน
“ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเรียกร้องอะไรจากท่านประธานเช่นกันค่ะ”
“ครับ ก็ดี”
“แล้วฉันก็หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นระหว่างเราอีกนะคะ” กล่าวจุดประสงค์ของตนเองจบฉันก็สูดเอาลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อกำจัดความรู้สึกมากมายที่มันกำลังตีรวนกันภายในจิตใจ
“ไม่ต้องห่วงครับ คนที่รอให้ผมเอามีเยอะแยะ” กล่าวด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากจบ เขาก็เดินออกจากห้องทำงานไปซึ่งฉันก็ไม่ได้รั้งไว้แล้วถามอะไรเขาอีก ได้แต่นั่งรอเอกสารจากคุณมิลาน
ก๊อกๆ!
“มิลานเองค่ะ เอาเอกสารมาให้ค่ะคุณร่มเกล้า”
“เข้ามาได้เลยค่ะ”
ผ่านไปสักพักคุณเลขาคนสวยของเหมราชก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารของฉัน เธอฉีกยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตรแล้ววางเอกสารทั้งหมดลงบนโต๊ะรับแขกภายในห้องทำงานของผู้บริหารขนาดใหญ่สมฐานะ
“คุณเหมราชแจ้งว่าใช้โต๊ะทำงานรวมไปถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของเขาได้เลยนะคะ”
“ขอบคุณมากนะคะ” ฉันยิ้มตอบรับเธอ
“หากคุณร่มเกล้าต้องการอะไรเพิ่มเติม แจ้งมิลานได้เลยนะคะ”
“ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
คุณมิลานโค้งหัวให้ฉันแล้วเดินออกไปโดยที่ใบหน้าของเธอยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา ยิ่งเห็นท่าทาง การพูด รอยยิ้มของเธอแล้วยิ่งทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเข้าไปใหญ่ เหมือนเคยเจอเธอที่ไหนแต่ก็ยังนึกไม่ออกจึงเลิกคิดนั่นคิดนี่แล้วหันไปให้ความสนใจกับกองแฟ้มเอกสารที่ต้องตรวจสอบให้เสร็จในวันนี้
โฟกัสกับงานของตัวเองจนไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็พบว่าคุณมิลานเข้ามาบอกว่าถึงเวลาเลิกงานแล้วประจวบเหมาะกับงานบนมือของฉันที่เสร็จสมบูรณ์พอดี สองมือเลยจัดระเบียบเอกสารเข้าแฟ้มให้เรียบร้อยแล้วหอบเอาข้าวของกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง
ทว่ายังไม่ได้ก้าวขาออกจากห้องทำงานของเหมราชด้วยซ้ำก็พบว่าเขามายืนขวางตรงประตูด้วยท่าทางนิ่งๆ มองฉันด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ถูก ฉันยืนมองการกระทำของเขาสักพักเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ขยับไปไหนจึงเลือกที่จะพูดออกไปก่อน
“ช่วยหลบให้หน่อยได้ไหมคะ”
“จะกลับหรือยังครับ?” ร่างสูงโปร่งของเหมราชไม่ได้ขยับเขยื้อนให้ฉันเลยแม้แต่น้อยแถมยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอีกต่างหาก
“ค่ะ ถึงเวลาเลิกงานแล้ว”
“เดี๋ยวไปส่งครับ”
“ฉันกลับเองดีกว่าค่ะ”
บอกกับเขาไปแล้วก็เดินออกมาจากสถานการณ์น่าอึดอัดแล้วตรงดิ่งมายังห้องทำงานของตัวเองทันทีเพื่อนำเอาเอกสารมาเก็บแล้วส่งต่อให้กับฝ่ายบริหารในวันรุ่งขึ้น เก็บเอกสารเสร็จสรรพก็เตรียมจะเดินไปยังลิฟต์เพื่อลงไปยันชั้นล่างสุดของบริษัท เวลานี้เป็นเวลาเลิกงานแล้วทำให้เหล่าพนักงานทั้งหลายทยอยกันกลับไปจนเกือบหมด บรรยากาศภายในตัวบริษัทค่อนข้างเงียบและวังเวงตำต่างจากเวลางานที่เต็มไปด้วยผู้คนไฟแรง
เดินออกจากห้องทำงานของตัวเองมาก็พบว่าเหมราชยืนรออยู่ ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรถึงยังตามมาทั้งที่มันเป็นเวลาเลิกงานแล้ว เขาเองก็ควรจะกลับไปได้แล้วเช่นกัน ในเมื่อหายไปทั้งบ่ายแต่ดันกลับมาอีกทีในเวลาเลิกงาน ฉันเลิกให้ความสนใจเขาแล้วเดินเข้าลิฟต์ไปแต่คนตัวโตที่เป็นถึงประธานบริษัทก็เดินตามเข้ามาด้วย จนเดินออกจากลิฟต์แล้วถูกเขาคว้าแขนเอาไว้ฉันจึงชะงักแล้วหันกลับไปเองอีกครั้ง
“เดี๋ยวพี่ไปส่งครับ” เขาพูดย้ำคำเดิมอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ เรียกรถกลับเองได้” ฉันตอบด้วยความมั่นใจ
“จะขึ้นรถทั้งที่ไม่ได้ใส่กางเกงใน?” เขาเลิกคิ้วถาม ทำเอาฉันที่ลืมตัวว่าไม่มีกางเกงในใส่กลับมานึกขึ้นได้อีกครั้งแล้วเดินตามเขาไปที่รถอย่างว่าง่าย พูดก็พูดเถอะ ผู้หญิงไม่ได้ใส่กางเกงชั้นในขึ้นรถรับส่งส่วนบุคคลมันก็อันตรายจริงๆ นั่นแหละ
บนรถ...
เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วฉันก็นั่งเงียบๆ เหมือนเดิมไม่ได้ชวนเขาพูดคุยอะไร เขาเองก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากบริษัทด้วยความเร็วในระดับหนึ่ง ระหว่างทางบนรถก็ไร้บทสนทนาพูดคุยเฉกเช่นอย่างเคย
“พี่ขอแวะที่ห้างก่อนนะครับ” เป็นเขาที่เอ่ยบอกกับฉันขึ้นมาก่อน
“ไม่พูดเป็นทางการแล้วเหรอคะ” ฉันลองหยั่งเชิงถามเนื่องด้วยเมื่อตอนกลางวันถูกเขาพูดจาเป็นทางการด้วยน้ำเสียงห่างเหินใส่
“ไม่ใช่เวลางานแล้วนี่ครับ เราไม่ได้เป็นเจ้านายกับลูกน้องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงสักหน่อย” เสียงทุ้มตอบปนด้วยความติดเล่นนิดๆ
“ก็จริงค่ะ” ฉันพูดเบาๆ คล้ายว่าพูดกับตัวเองมากกว่าเสียอีก
“หิวไหมครับ?” เขาถาม
“นิดหน่อยค่ะ แต่คุณแวะทำธุระก่อนก็ได้”
“เรียกพี่สิครับ” เขาบอกกับฉันซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ คล้ายจั๊กจี้ตรงหัวใจ ได้แต่ข่มกลั้นความรู้สึกนี้ไว้แล้วเตือนตัวเองว่าอย่าเอาใจกลับไปเล่นกับเขา นึกถึงสภาพตัวเองตอนเดินออกมาจากเขาเมื่อสามปีก่อนสิ
ภายในอาณาเขตกว้างขวางของคฤหาสน์ประจำตระกูลสิริวัฒนเกียรติกุลถูกตกแต่งโดยมืออาชีพ โต๊ะสำหรับรองรับแขกมากมายถูกปูด้วยผ้าสีขาวนิ่มนวลสบายตา เนรมิตเวทีสุดแสนอลังการเอาไว้ตรงกลางโดดเด่นเป็นสง่า ชื่อของฉันและชายผู้กำลังจะกลายมาเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายถูกติดเอาไว้บนเวที รูปถ่ายคู่กันตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยจวบจนถึงรูปถ่ายพรีเวดดิ้งมากมายทำเป็นโพลารอยด์ใบเล็กๆ ร้อยประดับตกแต่งฉันในชุดเดรสเกาะอกยาวสีขาวแต่งด้วยผ้าลูกไม้เรียบหรูทว่ากลับดูอ่อนหวานเดินควงแขนบิดาเข้าไปในงานโดยปลายทางมีเหมราชยืนรออยู่ มือข้างหนึ่งของฉันถือช่อดอกไม้ที่ถูกผสมเติมแต่งระหว่างดอกไม้สองชนิดระหว่างดอกฟอร์เกทมีน็อทสีฟ้าสบายตาและดอกพีโอนีสีชมพูอันเป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำ ความรักอันสมบูรณ์แบบ เหมือนกับเราทั้งคู่ที่กำลังจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกัน“ยินดีด้วยนะ ลูกสาวของพ่อ” เมื่อเดินมาส่งฉันถึงจุดหมายปลายทางให้กับเจ้าบ่าวแล้ว เสียงทุ้มแหบตามวัยของชายวัยกลางคนอย่างคุณพ่อของฉันเอ่ยแสดงความยินดีอย่างแผ่วเบาทว่ากลับแฝงความอบอุ่นนุ่มนวลเอาไว้ภายใต้น้ำเสียง“ขอบคุณค่ะ คุณ
“Le patient s’ est réveillé. Pourriez-vous demander au médecin de venir examiner son état, s’ il vous plaît? (คนไข้ฟื้นแล้วครับ รบกวนคุณพยาบาลช่วยตามคุณหมอให้หน่อย) ” ไอ้เจย์ทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์สื่อสารโดยตรงภายในห้องพักถูกใช้ติดต่อโดยตรงกันเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างรวดเร็วรอเพียงไม่นานคุณหมอก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพยาบาลที่พาลูกสาวตัวน้อยของผมเข้ามารับนมแม่ด้วย ซึ่งร่มเกล้าสามารถทำหน้าที่แม่ทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอให้กำเนิดลูกน้อยก็ตาม การสื่อสารกับทีมแพทย์เองก็ไม่เป็นปัญหาให้ต้องกังวล ถึงเธอจะไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาฝรั่งเศสได้แบบเจเดนเพื่อนสนิทของผมแต่เธอก็สามารถให้คำตอบกับคุณหมอที่ทรายถามอาการโดยใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วเด็กทารกหญิงตัวน้อยของพวกเราเมื่อกินนมอิ่มแล้วก็หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปในอ้อมอกของผู้เป็นแม่อย่างว่าง่าย โชคดีที่ลูกสาวของผมกับเธอไม่ใช่เด็กขี้แยให้ผู้เป็นแม่ที่คลอดออกมาต้องเหนื่อยมากนัก ผมนั่งมองการกระทำต่างๆ ของร่มเกล้าเงียบๆ ส่วนไอ้เจย์เดินออกจาก
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หลังจากน้ำคร่ำแตกได้เพียงไม่นานร่างกายของฉันก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในรถสปอร์ตคันหรูเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เจเดนรับหน้าที่เป็นคนขับรถเนื่องจากมีประสบการณ์การขับรถในต่างประเทศมากกว่าใครเพื่อน ส่วนเหมราชนั้นสติแตกไปจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ทางด้านของเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนอย่างเพลิงกัลป์และเซนเองก็กำลังขับรถตามมาอยู่ด้านหลังอาการปวดท้องจะคลอดของยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน ทว่ากลับรู้สึกว่ามันทุเลาลงจากความรู้สึกอุ่นใจที่มีเหมราชและเพื่อนๆ ของเขาคอยห่วงใยกันอย่างใกล้ชิด มือหนาของว่าที่คุณพ่อจับมือของฉันเอาไว้แน่นตลอดทางมาโรงพยาบาล ใบหน้าหล่อเหลาน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกมากมายเดินกว่าจะอธิบาย ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงที่หมาย“Excusez-moi, mon ami est sur le point d’ avoir un bébé. (ขอโทษนะครับ เพื่อนของผมกำลังจะคลอดลูก)” เจเดนที่เป็นลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์ทำให้มีความสามารถในการพูดหลากหลายภาษารับหน้าที่ติดต่อกับทางโรงพยาบาลให้กับฉัน เนื่องจากในเมืองเจนีวาใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ผู้เป็นพ่อของลูกและญา
เหมราชนั่งกุมขมับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขอพูดตามตรงว่าฉันไม่เข้าใจความรู้สึกเขาหรอก เจ้าตัวเล็กยังไม่ทันลืมตาออกมาดูโลกเลยด้วยซ้ำแต่คนเป็นพ่อกลับวิตกกังวลเรื่องเพศลูก อนาคตของลูกไปเสียแล้ว ก็จริงอยู่ที่ไม่ว่าลูกจะเป็นเพศอะไรคนเป็นพ่อแม่ก็ควรปกป้องดูแลลูกอย่างดีที่สุด แต่ฉันเองก็มีเรื่องที่กังวลเหมือนกันหากได้ลูกสาวกังวลว่าคนเป็นพ่อแบบเหมราชจะขังลูกเอาไว้เพราะกลัวว่าลูกจะเจอผู้ชายแบบตัวเองน่ะสิ!“จะกังวลอะไรขนาดนั้นวะ แม่ของลูกมึงยังไม่เห็นจะกังวลเลย” เจเดนพูดปลอบใจเพื่อนด้วยความเข้าอกเข้าใจ เชื่อว่าลึกๆ ในใจเองเจเดนก็คงกลัวเรื่องนี้ไม่ต่างไปจากเหมราชเพราะวีรกรรมของเขาเองก็ใช่ย่อย การปลอบใจเพื่อนที่หัวอกเดียวกันคงนับว่าเป็นการหลอกตัวเองไปด้วยนั่นแหละ“จะไม่ให้กังวลได้ไงวะ ถ้าลูกไปเจอผู้ชายแบบกูมีหวังกูใจสลายแน่ ไม่ได้การละ กูต้องสั่งอาวุธล็อตใหม่จากหัสดินเตรียมเผื่อไว้” ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูกจินตนาการแล้วสรุปทุกอย่างออกมาเองเสร็จสรรพ ไม่รีรอให้คนอื่นได้ออกความเห็นอะไรเลย“ไม่ต้องถึงมือมึงหรอกมั้ง กูว่าน้องชายมึงน่าจะ
3 เดือนต่อมา...อายุครรภ์ของฉันเข้าสู่เดือนที่เก้าแล้ว อีกไม่นานคงถึงกำหนดคลอด น่าเสียดายที่การคลอดลูกคนแรกของฉันไม่สามารถกลับไปทำคลอดที่ประเทศไทยได้เนื่องจากอายุครรภ์เยอะมากแล้ว การเดินทางข้ามทวีปมีความเสี่ยงหลายๆ อย่าง ครอบครัวของเหมราชจึงไม่อยากให้ฉันบินกลับไป เพราะแบบนี้ครอบครัวของฉันจึงอดได้เห็นหน้าหลานตอนคลอดด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์อีกอย่างที่เกิดขึ้นคือพ่อแม่ของเหมราชนั้นได้ทำการติดต่อพ่อแม่ของฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเรื่องการสู่ขอและการแต่งงานโดยที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน ฉันเพิ่งทราบข่าวมาจากมารดาของตัวเองตอนที่ได้พูดคุยกันเมื่อไม่นานมานี้ อีกฝ่ายได้ทำการสู่ขอฉันกับครอบครัวไปแล้วตั้งแต่เก้าเดือนก่อนซึ่งก็คือช่วงที่ครอบครัวของเหมราชพาฉันมาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ สินสอดซึ่งมีทั้งเงินสด เครื่องเพชร ทองคำแท่ง และที่ดิน มูลค่ารวมกันหลักพันล้านซึ่งถือว่ามากเกินไปสำหรับลูกสาวของคนชนชั้นกลางธรรมดาๆ แบบฉัน สร้างความฮือฮาให้กับชุมชนละแวกใกล้เคียงไม่น้อย แต่พอได้ทราบนามสกุลของครอบครัวฝ่ายชายเท่านั้นก็เข้าใจได้เพราะเป็นที่รู้จักดีตามข่าวต่างๆ ว่าเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกและ
“...” ฉันได้แต่ฟังเขาเงียบๆ แม้จะไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังตามหากัน ยังต้องการให้ฉันกลับไปอยู่ข้างๆ คนรักกันไม่จำเป็นต้องพูดคำว่ารักออกมามากมาย แต่ต้องพร้อมที่จะให้อภัยความผิดพลาดที่ผ่านมาและเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน นั่นคงเป็นสิ่งที่คุณแม่ของเหมราชต้องการจะสื่อให้ฉันรับรู้มาตลอด ท่านจึงพาฉันจากมาเพื่อพักใจที่นี่และใช้เวลาคิดทบทวน เพราะยิ่งอยู่ใกล้กันความโกรธเกลียดก็ยิ่งเพิ่มพูน หากทั้งฉันและเขายังปรับความเข้าใจไม่ได้ ความสัมพันธ์มันคงเดินทางไปสู่จุดที่ไม่สามารถกลับมามองหน้ากันได้อีกอย่างแน่นอน“จริงๆ พี่ก็สามารถเป็นคนรักที่ซื่อสัตย์ได้ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ยอมทำมัน เห็นแก่ตัวรั้งเกล้าเอาไว้ข้างๆ ในขณะที่พี่นั้นออกไปมีอะไรกับคนอื่น... พี่ขอโทษจริงๆ” ศีรษะทุยซุกลงบนหลังมือของฉัน ความเปียกชื้นทำให้ฉันรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่คั่งค้างอยู่ภายในจิตใจ“เกล้าดีใจนะคะที่พี่เหมคิดได้” ฉันพูดปลอบประโลมอีกฝ่ายให้ใจเย็นลงจะได้หยุดร้องไห้เสียที เหมราชที่เป็นแบบนี้ทำให้ฉันทำตัวไม







