Masukเดิมพันรักครั้งที่ 1
2/3
“อื้อ อ๊ะ” ริมฝีปากฉันเผยอขึ้นตอบรับกับจูบที่คนบนร่างโน้มลงมา ทุกคนการขยับกายเข้าออกของเขาทำเอาฉันแทบไร้เรี่ยวแรง
“มินนี่ อา” ใบหน้าหล่อเหลาถอนจูบออก สองมือฉันคล้องคอเขา ด้านล้างกระแทกกระทั้นเข้ามาไม่หยุด ทุกจังหวะชวนให้ฉันผวาเฮือกไปทั้งกาย ดวงตาคมกริบเร่าร้อนของ ‘เกียร์’ ทำเอาฉันแทบบ้าตาย
รสรักและจังหวะดุดันสาดซัดเข้ามาหาฉัน ฉันรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกสัตว์ตัวใหญ่ฉีกทึ้งร่างกายให้ออกเป็นคนละส่วน ทุกจังหวะที่เขาทำมันทำเอาฉันเหมือนถูกเหวี่ยงขึ้นไปในที่สูงที่สุดแล้วตกลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาร้อนแรง ดุดัน และร้ายกาจเหลือเกิน
ร่างฉันถูกกอดรัดฟัดจนแน่นขนัด เสียงครวญครางดังก้องในหัวราวกับว่าเป็นกิจกรรมที่สุขสมหาที่เปรียบไม่ได้ เหมือนว่าฉันยอมศิโรราบให้เขาแล้วทุกการกระทำ
“เฮือก” ฉันผวาลืมตาตื่นขึ้นมา แต่ตอนนั้นรู้สึกเหมือนว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางป่าที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ร่างกายเหมือนถูกกอดรัดเอาไว้แน่นมากจนหายใจไม่ออก งูที่รัดฉันอยู่ค่อย ๆ รัดจากทางด้านล่างแล้วค่อย ๆ เลื้อยมาจนถึงด้านบน ไม่ได้รัดทั้งตัวในทีเดียว
“งะ งู” ปากฉันขยับและสั่นเทาตอนหลุบตาลงแล้วเห็นร่างของงูขนาดใหญ่ที่รัดร่างของตัวเองเอาไว้ ฉันรู้สึกอึดอัด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะหนีไปจากการกอดรัดนั้น ทั้งที่ปกติฉันกลัวงู แต่ทำไมฉันถึงยอมให้งูตัวใหญ่ขนาดนี้รัดกันนะ
มันเหมือนว่าการกอดรัดของงูตัวนี้เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น และอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันไม่ได้กลัว ไม่ได้พยายามหนี และรู้สึกเหมือนว่ามันคุ้นเคยมากด้วย....
“คุณหนู คุณหนูคะ”
“พี่วรรณ” ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีที่ความรู้สึกเหมือนว่าร่างถูกเขย่า
“ฝันร้ายเหรอคะ ทำไมถึงเหงื่อออกขนาดนั้น” ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก็สั่นหัวปรับสายตาให้เข้ากับแสงแดดที่สาดส่องมา พี่วรรณคงมาปลุกฉันเหมือนทุกวัน และเธอก็คงเป็นคนเปิดม่านออก
ฉันฝันเหรอ ทุกอย่างเมื่อกี้คือฝันสินะ
“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบา
“พี่เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้วนะคะ จะได้สบายตัว ไปอาบน้ำเถอะค่ะ” ฉันพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วก็ไปเข้าห้องน้ำ พี่วรรณคือพี่เลี้ยงของฉันที่จะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ ตั้งแต่เตรียมน้ำให้อาบน้ำ เตรียมชุด ช่วยแต่งตัวและอีกมากมายเลย
พอไม่มีพี่วรรณฉันก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะ
“มินนี่บ้า ๆ ๆ ฝันอะไรก็ไม่รู้” ระหว่างแช่น้ำอยู่นั้นฉันก็ดันคิดถึงฝันอีกจนได้ พอภาพมันผุดเข้ามาในหัวฉันก็ทึ้งผมตัวเองไปที สงสัยจะพบเจอเรื่องเมื่อวานแล้วมันติดอยู่ในจิตใต้สำนึกล่ะมั้ง แต่ฝันว่ามีอะไรกับเขามันก็เกินไปมั้ง “บ้า ๆ ๆ บ้าที่สุดเลย”
“บ้าอะไรเหรอคะ” พี่วรรณเดินเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ขัดผิวของฉัน
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” ฉันโน้มตัวเอนหลังลงกับพนักขอบอ่างแล้วหลับตาลง แต่ทั้งภาพทั้งเสียงของฝันกับเรื่องของเมื่อวานที่ห้องน้ำมันตีกันไปหมดเลย ระหว่างที่พี่วรรณกำลังขัดผิวให้ฉันใช้มือที่ยังไม่ถูกขัดกดหาทำนายฝันไปเรื่อย แน่นอนฉันต้องทำนายที่ถูกฝันว่างูดรัดอยู่แล้ว
ไม่ได้ทำนายฝันสิบแปดบวกบ้านั่นหรอก
ฝันว่างูรัดจะได้พบเนื้อคู่ ถ้างูรัดส่วนบนจะได้คู่ที่ฐานะเหนือกว่า แต่ถ้ารัดต่ำก็จะได้เนื้อคู่ฐานะต่ำกว่า ฉันอ่านทำนายฝันนั้นในใจ แต่ว่าในฝันของฉันงูรัดที่ด้านล่างนะ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมาด้านบนแบบนี้หมายความว่ายังไงนะ แต่ว่ามันก็คงเป็นฝันเพ้อเจ้อแหละ ไม่มีอะไรมากหรอกมั้ง
พอลงมาจากบ้านพร้อมชุดนิสิตสำหรับเตรียมไปเรียนก็พบเจอคุณพ่อคุณแม่และมิกกี้บนโต๊ะอาหาร แถมยังมีคนอื่นนอกจากคนในครอบครัวด้วยคือเปรม
“มินนี่ มานั่งสิลูก” คุณพ่อเรียกแล้วดูเหมือนว่าจะจัดที่นั่งให้ฉันไว้ข้างเปรมเชียวนะ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ฉันทักทายทุกคนแบบที่ไม่ได้เจาะจงและสนใจอาหารตรงหน้าแทนที่จะสนใจแขกที่มาแต่เช้าอย่างเปรม ฉันไม่ได้ไม่ชอบเขานะ แต่ก็ไม่ได้ชอบด้วย ก็แค่เฉย ๆ ไม่ได้อะไรมากน่ะ
“วันนี้เปรมกับมิกกี้จะเข้าโรงเรียนก่อนเที่ยงใช่ไหมจ๊ะ” คุณแม่ถาม
“ครับคุณแม่” เปรมน่ะเรียกแม่ฉันว่าคุณแม่ด้วยนะ เมื่อก่อนก็เฉย ๆ หรอกเพราะว่าเปรมเป็นเพื่อนมิกกี้นี่นา จะเรียกว่าคุณแม่ก็ไม่แปลกอะไร แต่ว่าพอการจับคู่ค่อย ๆ ชัดขึ้นและเปรมเรียกพ่อกับแม่ฉันว่าแม่แล้วก็มันก็กระดากหูแปลก ๆ “มินนี่เรียนสิบโมงใช่ไหมครับ”
“อ๋อ ค่ะ” ฉันตอบแล้วส่งสายตาไปมองมิกกี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เจ้าบ้านั่นแน่ ๆ ที่บอกตารางเรียนฉันน่ะ มิกกี้เฉไฉไม่มองตาฉันแล้วสนใจเข้าต้มกุ้งแทน มิกกี้คนบ้า คอยดูเถอะ ๆ
งั้นวันนี้ก่อนเข้าโรงเรียนเปรมกับมิกกี้แวะไปส่งมินนี่ก่อนได้ไหมล่ะ คุณพ่อเสนอส่วนฉันก็...
“ไม่เป็นไรค่ะ มินนี่ให้พี่สนไม่ส่งเหมือนทุกวันดีกว่าไม่รบกวนหรอก ทางกลับโรงเรียนไม่ใช่ทางผ่านมหาลัยมินนี่” ฉันเสนอไป เปรมกับมิกกี้เรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจน่ะ ถึงจะเรียกว่าโรงเรียนแต่ก็สอนระดับมหาลัยนะ เป็นโรงเรียนนายร้อยสายตำรวจที่อยู่จังหวัดใกล้ ๆ กรุงเทพเลย
พ่ออยากให้มิกกี้เรียนเพราะว่าพี่เรย์ไม่ยอมเรียนและรายนั้นก็บังคับไม่ค่อยได้หรอก ไม่ค่อยอยู่ในโอวาทของพ่อกับแม่เท่าฉันกับมิกกี้เท่าไหร่ แต่เขาเรียนเก่งนะ ได้ป.ตรีมาแล้วตั้งสองใบ
ปกติแล้วเวลามิกกี้กลับโรงเรียนเขาก็จะไปพร้อมเปรม เหมือนว่าเอารถไปจอดไว้ที่หอเพื่อนที่เช่าอยู่แถวโรงเรียน บางครั้งก็ให้คนที่บ้านไปรับบ้าง ทำนองนั้นล่ะ วันหยุดของโรงเรียนมิกกี้จะปล่อยวัยศุกร์ช่วงเย็น และเข้าไปอีกทีวันอาทิตย์เย็น แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่ให้เข้าจันทร์ตอนเช้า
“แม่จะให้สนพาไปทำธุระให้จ้ะ” แม่ว่าส่วนฉันก็ตัดข้าวเข้าปาก ไม่อยากจะแสดงกิริยาขัดอกขัดใจตอนนี้หรอกนะ “เหลือเวลาอีกตั้งนานคงเข้าโรงเรียนทันอยู่แล้ว”
“ใช่ครับ ไปส่งมินนี่ได้สบาย ๆ” เปรมบอกต่อ
“โอเคค่ะ” ฉันตอบไป แต่ก็นะมัดมือชกกันขนาดนี้แล้วนี่
“มินนี่ไปนั่งหน้ากับเปรมก่อนไป” เดี๋ยวถึงมอมินนี่เค้าจะเปลี่ยนขับกับเปรม มิกกี้คนบ้า บอกว่าไม่ชอบก็ยัดเยียดอยู่ได้ ระวังตัวไว้วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอกนะ เจ้าแฝดนิสัยไม่ดี
“มินนี่เมามากหรือเปล่าเมื่อคืน” ระหว่างทางเปรมก็ชวนฉันคุยโดยที่เจ้าแฝดบ้านั่นก็เปิดทางให้สุด ๆ มิกกี้ไม่ยอมหาเรื่องคุยเลยทั้งที่คุยเก่งจะตายไป
“ก็นิดหน่อย” ฉันก็น่ะก็พยายามตอบให้ห้วนที่สุดให้เปรมรัยรู้ถึงสัญญาณไม่อยากคุยของฉัน
“แต่มินนี่รู้จักกับไอ้เกียร์ด้วยเหรอ” ตอนนั้นเปรมก็ถามเรื่องใหม่ขึ้นมา แต่ก็นะทำไมถึงต้องเรียกคนอื่นว่าไอ้ทั้งที่ไม่สนิทกันด้วย ฉันคิดว่าการเรียกคนอื่นว่าไอ้น่ะ มันดูต้องใช้เรียกคนที่สนิทกัน หรือไม่ก็เกลียดกันสิ แต่เอ๊ะ ๆ เหมือนว่าเมื่อคืนมิกกี้จะเล่าให้ฟัง ฉันเกือบลืมไปเลย
“ทำไมเปรมต้องเรียกคนอื่นว่าไอ้แบบนั้นค” ฉันถามไปแล้วก็หันไปมอง “เปรมสนิทกับเกียร์เหรอ”
“เปล่าครับ ไม่ได้สนิทกัน”
“เรียกคนไม่สนิทว่าไอ้แบบนั้น ไม่ดีเลยนะคะ” ฉันบอกไปแล้วหันกลับมา ก่อนจะกอดอก
“ก็เปรมไม่ชอบมัน มินนี่รู้ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเคยมีอะไรกับเบล แฟนเก่าเปรมลับหลัง” เปรมเล่าต่อไปอีก ดูเหมือนว่าเปรมจะต้องการให้ฉันไม่ชอบเกียร์ไปด้วย คำพูดคำจาของเปรมดูไม่ได้พูดว่าร้ายกับเบลแฟนเก่าเขาเท่าเกียร์เลย แน่นอนว่าการเล่าแค่นี้ก็ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเกียร์เป็นคนทำอยู่ฝ่ายเดียว
“ของแบบนี้มินนี่ว่าตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะเปรม” ฉันพูดแล้วก็หันหน้าออกไปนอกรถ ฉันไม่ได้ปกป้องเกียร์ ไม่ได้อยากจะให้เปรมว่าร้ายเบลด้วย แต่ว่านะฉันแค่ไม่ชอบการที่เปรมทำเหมือนว่าอยากจะให้ฉันอคติกับเกียร์ไปด้วยทั้งที่รู้ข้อมูลแค่นี้
ฉันอึดอัดกับการถูกจับคู่กับเปรม และฉันรู้ว่าเปรมก็ชอบฉัน แต่ฉันไม่ได้คิดกับเปรมแบบนั้น
Mickey : มินนี่ไม่น่ารักเลยนะ เปรมแค่ไม่อยากให้มินนี่ไปยุ่งกับเกียร์เพราะเป็นคนไม่ดี
Me : เค้าจะตัดสินเองว่าใครดีหรือไม่ดี
Me : มิกกี้ไม่ต้องจับคู่ให้เค้ากับเปรมเลยนะ ไม่งั้นเค้าจะให้แม่บังคับมิกกี้ไปกินข้าวกับน้ำฟ้าแน่
น้ำฟ้าคือคู่หมั้นของมิกกี้เอง หมั้นกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เดชะบุญที่ฉันไม่ได้ถูกจับหมั้นเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันก็ชักจะตกอยู่ในสถานการณ์นั้น บ้านฉันลูกมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่กันแล้วทุกคนเลย พี่เรย์ก็มีและเขาก็ต่อต้าน พยายามทำทุกทางให้การหมั้นเป็นโมฆะ
“มินนี่ไปก่อนนะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะเดินทางดี ๆ นะ” ฉันลงจากรถและตอนนั้นเห็นว่ามีกลุ่มผู้ชายนั่งอยู่ตรงม้านั่งหน้าคณะ ฉันมองแวบหนึ่งและเห็นว่าเป็นกลุ่มเกียร์กับเพื่อน แต่ยิ่งเห็นก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดีก็เลยรีบเดินจ้ำไปที่ตึกคณะ วันนี้มันวันอะไรของมินนี่กันนะ
ฉันรู้สึกแฮงค์อ่อน ๆ เพราะซ่ากินเหล้าแรงน่ะสิ แล้วก็มาฝันแปลก ๆ เมื่อคืนด้วย มาเจอเปรมที่บ้านแต่เช้าแถมพูดจาไม่เข้าหูอีก เห้อ ๆ
Special of special - Iคุณพ่อและลูกสาวGear Sathiravich Talk“เทียน่าขา วันนี้คุณแม่ไม่อยู่นะคะ” ผมมารับลูกสาววัยสี่ขวบที่โรงเรียน ปกติแล้วผมกับแม่เขาสลับกันมารับ ไม่ก็มารับด้วยกันบ้างหากช่วงบ่ายผมไม่มีงานอะไรสำคัญ แต่วันนี้ผมมาคนเดียวเพราะมินนี่ต้องไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนแม่ของเธอ“คุณแม่ไปไหนคะ” ลูกสาวตาแป๋วที่ถอดแบบมินนี่มาอย่างกับแฝดมองผมแล้วกอดตุ๊กตาเจ้าหญิงในมือ ผมมองความเรียบร้อยของลูกว่านั่งเรียบร้อยดีหรือไม่แล้วก็รัดเข็มขัดตัวเองไปพลาง“คุณแม่ไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนคุณยายค่ะ” ผมบอกกับลูกสาวแล้วก็ยิ้มให้เธอ “วันนี้คุณพ่อพาเทียน่าทานข้าวนอกบ้านแล้วก็จะซื้อของเล่นให้หนึ่งชิ้นแต่หนูห้ามงอแงนะคะ”“โอเคค่า” ลูกสาวยกมือทำท่าโอเคที่ผมจะพาออกรถไปเทียน่าเป็นเด็กเลี้ยงง่าย แต่ค่อนข้างติดคุณแม่มาก มินนี่เป็นผู้หญิงนิ่มนวลและอ่อนโยน เธอเลี้ยงลูกได้ดีมาก ๆ แต่ทว่าเมื่อถึงคราวที่ต้องดุหรือสอนลูกเธอก็ไม่ได้หย่อนยานจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จังหวะมากพอสมควรเลย แต่ลูกก็ติดผมนะหลังจากรับเทียน่าที่โรงเรียนแล้วก็แวะมาที่ห้างแห่งหนึ่งแถว ๆ บ้าน วันนี้ผมอยู่กับลูกสองคน มินนี่บอกผมว่าถ้าเกิด
เดิมพันรักครั้งที่ 213/3วันถัดมาในตอนสายฉันกับเกียร์ออกจากอ๊อกฟอดไปที่ยอร์กกัน ยอร์กเป็นเมืองบ้านเกิดของยายเกียร์ ต้นตระกูลของยายเกียร์เป็นคนฮังการีแต่ยายมาอยู่ที่อังกฤษก่อนยายเกียร์จะเกิด คุณทวดของเกียร์ก็พบรักกันที่นี่แล้วก็เลยมียายของเกียร์ออกมาเป็นลูกครั้งไทยฮังการี เชื้อสายอังกฤษยังไงล่ะยายของเกียร์เกิดแล้วก็อยู่ที่อังกฤษประมาณสิบปีก่อนจะย้ายไปเติบโตที่เมืองไทยจนได้พบกับคุณตาของเขาซึ่งเป็นไทยแท้จนออกมาเป็นแม่เกียร์ แล้วก็มาเป็นเกียร์อีกทีคุณยายของเกียร์ได้รับมรดกจาคุณทวดของเกียร์อีกทีเป็นบ้านพร้อมกับที่ดินที่ขนาดใหญ่พอสมควร แต่ไม่ค่อยมีคนมาอยู่หรอก แล้วท่านก็ไม่ให้คนเช่าด้วยเพราะกลัวจะทำข้าวของเสียหาย เลยให้คนมาดูแลเอาไว้ ซึ่งเกียร์เคยบอกว่าจะพาฉันมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีพอมาถึงก็รูได้เลยว่านี่ไม่ใช่บ่านธรรมดา แต่มันคือคฤหาสน์ต่างหากมาถึงเราก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการนอนพักเพราะมันค่อนข้างไกลเลย เดินทางประมาณเกือบสี่ชั่วโมงแหนะ พอมาถึงฉันกับเกียร์ก็หลับเป็นตายเลย สายของวันถัดมาก็ตื่นสายมากเลยด้วย แต่เหมือนว่าเกียร์จะตื่นก่อนนะ เราทานข้าวเช้ากันแล้วก็ไม่มีแพลนจะออกไปไหน
เดิมพันรักครั้งที่ 212/3“มินนี่ เป็นยังไงบ้าง ตอบกลับหาเกียร์หน่อยนะ เธอสอบผ่านไปแล้วหรือยัง เกียร์เป็นห่วงเธอนะเดี๋ยวเสร็จงานแล้วเกียร์รีบโทรไปหา” ช่วงพักเบรกตอนประมาณหกโมงเย็นผมส่งข้อความเสียทิ้งไว้ให้มินนี่เพราะเธอยังไม่อ่านและไม่ตอบข้อความในตอนบ่ายเลยผมแค่กังวลว่ามินนี่จะเป็นอะไรไหม คือถ้าเธอมีธุระจะต้องไปทำต้องไปทำต่อเธอต้องส่งข้อความทิ้งไว้ก่อน ไม่ใช่หายไปเลยแบบนี้ทั้งวันน่ะ“See you on Wednesday, Gear” (ไว้เจอกันวันพุธนะเกียร์) ปีเตอร์ เพื่อนที่เรียนคลาสปริญญาโทด้วยกันแล้วเขาติดรถของผมมาที่งานด้วยบอกตอนผมแวะส่งเข้าที่บ้าน“See you” (ไว้เจอกัน) ผมบอกก่อนจะขับรถออกมา ผมน่ะอยากกลับถึงที่พักเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้โทรมามินนี่แล้ว ปกติถ้าเธอไปไหนมาไหนกับเพื่อนอย่างน้อยก็จะมีสตอรีลงโซเชียลนะ แต่นี่เล่นไม่ตอบข้อความ แล้วหายไปเลยทั้งวันแบบติดต่อไม่ได้มันแปลกไปห้องที่ผมอยู่เป็นอพาร์ทเม้นสองห้องนอน ตอนมาแม่ให้คนจัดการให้แล้ว มินนี่เคยมาหาที่นี่หนึ่งครั้งเมื่อสามเดือนก่อน ผมคิด ๆ อยู่ว่าถ้าคืนนี้ติดต่อไม่ได้ผมอาจจะไปหาเธอที่โน่นเพราะวันนี้เป็นสันศุกร์ และผมจะหยุดยาวไปจนถึงวันพุธเช้าเลยระ
เดิมพันรักครั้งที่ 211/3Gear Sathiravich Talk“เธอ ทำอะไรอยู่คะ” ผมมองมินนี่ผ่านกล้องในเย็นของคืนวันศุกร์ ที่อังกฤษตอนนี้พึ่งหนึ่งทุ่มแล้ว ที่ฝรั่งเศสของมินนี่อาจจะสักสองทุ่มได้ เวลามันต่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง มินนี่บอกผมว่าอาบน้ำเสร็จแล้วแต่ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะแต่งงานหน้า “เธอจะออกไปไหนเหรอ”[เมื่อเย็นพี่ที่โรงเรียนชวนไปกินเลี้ยงเพราะพี่เขาจบคอร์สแล้ว มะรืนเขาจะบินกลับบ้านที่ญี่ปุ่นค่ะ] เธอพูดระหว่างที่กำลังคบคูชั่นลงบนผิว ผมยู่ปากอย่างหน่าย ๆ เพราะช่วงนี้มินนี่ไม่ค่อยมีเวลาให้ผมเลย มินนี่อยู่ในช่วงใกล้จบคอร์สเรียนอาหารฝรั่งเศส และเธอมีแพลนจะเรียนทำอาหารอิตาเลี่ยนต่อ“ไปอีกแล้วเหรอ วันก่อนเธอก็ไปนะคะ” มินนี่อมยิ้มแต่ก็ไม่ได้หลุบตามองผม[พรุ่งนี้ก็ไม่ไปแล้วเธอ วันนี้มินนี่ไปแค่สองชั่วโมงค่ะ] ผมถอนหายใจ มินนี่น่ะเที่ยวบ่อยมากช่วงนี้ ในขณะที่ผมอยู่ในช่วงต้นเทอมสองของการเรียนปริญญาโทซึ่งที่อังกฤษจะใช้เวลาเรียนหนึ่งปี คอร์สมันค่อนข้างหนักแต่ผมก็อยากจะให้เสร็จภายในปีเดียวเพราะอยากกลับไทยแล้ว [เธองอนหรือไงล่ะ]“ไม่ได้งอน แต่น้อยใจเธอมากกว่า เธอเที่ยวเก่งมากช่วงนี้” ผมไม่ได้โอเวอร์นะ แต่
เดิมพันรักครั้งที่ 203/3“พ่อ ทำอะไรอยู่เหรอคะ” ฉันทักพ่อเมื่อเดินผ่านระเบียงตรงกลางบ้านแล้วฉันเห็นท่านยืนเหม่ออะไรอยู่ตอนดึก ๆ คือฉันลงมาหาน้ำดื่มเพราะวันนี้ทานอาหารรสจัดไปหน่อยช่วงมื้อค่ำน่ะ“พ่อก็มาคิดอะไรไปเรื่อยน่ะ” พ่อหันมายิ้มให้ฉัน “แค่แอบใจหายที่พรุ่งนี้มินนี่จะบินแล้ว”ใช่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะบินไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้ว แต่ไม่ได้บินไปคนเดียวหรอก เกียร์จะไปด้วยแต่เกียร์บินไปส่งแล้วอยู่ด้วยสามสี่วันก็จะกลับมาเตรียมเอกสารสำหรับเรียนต่อของเขาด้วยแม้ว่าความคิดเรื่องเรียนต่อจะเป็นของทางพ่อแม่เกียร์ที่อยากให้ลูกเรียน แต่เกียร์เองก็เห็นด้วยเพราะว่าเขาคงอยากจะไปเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเขาในอนาคตด้วยล่ะมั้ง ฉันยอมรับว่าแฟนฉันดูโตขึ้นกว่าวันแรกที่เรารู้จักกันมากเลยอันที่จริไม่ใช่แค่เขาหรอกที่โตขึ้น ฉันก็ด้วย“มินนี่พึ่งกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ไม่กี่เดือนก็จะไปอีก”“แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ทะเลาะกันก่อนไปนี่คะ” ฉันพูดกับพ่อแบบนี้ไม่ใช่ว่าฉันประชดนะ แต่ฉันแค่อยากพูดให้พ่อรู้สึกเหมือนว่ามันคล้ายกับครั้งเก่าก่อนที่ฉันออกเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนที่เราจะทะเลาะกันน่ะ
เดิมพันรักครั้งที่ 202/3“ไม่ได้กลัว แต่ไม่อยากให้เมียโกรธต่างหาก” ฉันส่ายหัวกับคำพูดสุดแทนจะเลี่ยนของเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคิดแบบบนี้ไม่ได้หรอก“หวัดดี....มินเนี่ยน เอ๊ย มินนี่” สักพักใหญ่เอ็มม่าเดินมาร่วมวงสนทนากับเรา แถมยังมาเมคฟันชื่อของฉันอีก แน่นอนว่ามินนี่เป็นการ์ตูนเหมือนกันแต่ชื่อฉันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย “โทษทีนะ เราแบบว่าเรียกผิดน่ะ เห็นว่าเป็นตัวการ์ตูนเหมือนกัน”“จ้ะ แต่อย่าเรียกผิดบ่อยนักนะ” ฉันแสร้งยิ้มใส่เธอ“ได้ข่าวว่าเกียร์เขาจะกลับไปเรียนโทที่อังกฤษใช่มะ กล้าปล่อยเสือกลับเข้าป่าได้ไงกัน” เธอพูดออกมาแล้วก็หันไปมองหน้าเกียร์ แล้วก็หันกลับมาหาฉัน “รู้ไหมว่าตอนที่เกียร์อยู่โน่นฮอตจะตาย”“ก็พอรู้ค่ะ” ฉันตอบไปอีก ฉันก็รู้จากต้นกล้า เพื่อนของเกียร์นี่ล่ะ แล้วก็รู้จากปืนด้วย ปืนก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของเกียร์เหมือนกัน แต่ปืนเรียนมหาลัยที่เมืองนอกนะ ไม่ค่อยได้กลับมาอยู่ไทยเท่าไหร่ ฉันเลยได้เจอปืนช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมาบ่อยขึ้น“ถ้ารู้แล้วเป็นนี่ นี่ไม่ปล่อยให้เกียร์กลับไปหรอกนะ”“ก็นั่นมันเอ็มม่านี่นา ไม่ใช่มินนี่สักหน่อยนี่คะ” ฉันพูดแล้วยิ้มหวานไปอีก น้ำฟ้ากำลังมองฉันและเอ็







