Share

บทที่ 10

Author: Babybow_
last update Last Updated: 2025-11-12 20:18:52

เดิมพันรักครั้งที่ 3

3/3

Minnie Pharita Talk

[มินนี่ ตื่นได้แล้ว] ฉันฉันปรือตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงอะไรสักอย่างลอดผ่านหูมา [มินนี่ครับ]

“หือ” ฉันขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นแล้วก็หาต้นเสียง เป็นมือถือฉันเองที่ถูกเปิดค้างเอาไว้ ตอนนี้เช้าแล้วดูจากแสงที่ลอดม่านหน้าต่างมา “เกียร์”

[ตื่นสักที] ทางนั้นส่งเสียงมา ฉันหลับตามือถืออีกแล้ว ค้างสายกับเกียร์เหมือนหลายคืนที่ผ่าน ๆ มา ฉันคุยกับเขาจนหลับคามือถือทุกวันเลยนะ

“ทำไมเกียร์ไม่กดวางล่ะคะ” ฉันถามกลับไปเพราะตื่นมาเห็นว่าสายมันถูกค้างไว้กว่าสิบชั่วโมง

[เกียร์ก็หลับไม่รู้ตัวเหมือนกัน] นั่นเป็นคำตอบของเขา ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ตอนนี้เวลาเกือบสิบโมงแล้ว วันนี้มีนัดติวหนังสือกับเพื่อนที่คาเฟ่แถวมหาลัยนี่นา [วันนี้เรามีนัดติวหนังสือกันนะ]

“มินนี่เกือบลืมเลย” ฉันอ้าปากหาวหวอด ๆ วันเสาร์อาทิตย์และวันที่ไม่มีเรียนพี่วรรณจะไม่ขึ้นมาปลุกหรอก นอกจากวันที่ฉันสั่งเอาไว้น่ะ และเสาร์อาทิตย์ก็เป็นวันที่คุณแม่อนุญาตให้ฉันตื่นสายได้ ซึ่งปกติแล้วจันทร์ถึงศุกร์จะต้องตื่นทานข้าวเช้าตรงเวลาด้วย

[มินนี่จะออกมากี่โมงเหรอ]

“น่าจะสักเที่ยงครึ่งแหละมั้ง เผื่อเวลาถึงก่อนสักสิบนาที”

[ออกมาสิบเอ็ดโมงครึ่งได้ไหม อยากกินข้าวเที่ยงกับมินนี่ก่อนสองคน] คำขอของเขาทำให้ฉันยิ้มกว้างออกมา บอกเลยว่าถ้าอยู่กับเพื่อนก็คงต้องเก็บอาการหนักมากแน่ ๆ นะ [ได้ไหม หรือว่าจะให้เกียร์เข้าไปรับที่บ้านก็ได้ ยังไม่ได้ทานข้าวกับมินนี่สองคนสักครั้งเลย]

“ก็ได้ แต่เกียร์ไม่ต้องมารับหรอกวนไปวนมา เดี๋ยวมินนี่ให้คนที่บ้านไปส่งที่มหาลัยค่ะ” เพราะฉันคิดว่านะเกียร์ขับมอไซฯมาบ้านฉันซึ่งห่างจากมหาลัยพอสมควรก็คงจะเสียเวลา และฉันกลัวว่าจะอันตรายด้วยก็เลยบอกว่าจะไปเองดีกว่าน่ะนะ

“มินนี่ จะไปไหนคะ” ฉันเดินลงมาหยิบน้ำผลไม้ในครัวจะไปกินบนรถก็เห็นคุณแม่อยู่ที่ครัวพอดี เหมือนว่าท่านจะกำลังคุยอะไรกับแม่บ้านอยู่

“มินนี่มีติวหนังสือกับเพื่อนที่คาเฟ่แถวมหาลัยค่ะ น่าจะกลับสักสี่โมงเย็น”

“วันนี้อย่าลืมนะคะว่าที่บ้านเปรมจะมาทานมื้อเย็นที่บ้านเรา” จังหวะที่ฉันเปิดตู้เย็นก็กรอกตามองบนแทบทะลุหน้าผาก “กลับมาให้ทันก่อนที่บ้านคุณลุงคุณป้ามานะลูก”

“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะ” ฉันหันกลับมาแล้วทำหน้าตาปกติที่สุด

“แม่ก็แค่เชิญมาเฉย ๆ ล่ะจ้ะ เดือนนี้ยังไม่ได้เชิญมาเลยนี่” ฉันไม่ชอบเลยที่ที่บ้านฉันทำเหมือนว่าจะต้องเชิญมาจนเป็นทำเนียม ฉันเบื่อนะกับการถูกจับคู่ที่มันน่าอึดอัด “มินนี่ต้องกลับมาให้ทันนะคะ ไม่ตรงเวลาจะเสียมารยาทเอา”

“ค่ะ” ฉันตอบรับแค่นั้นก่อนจะออกมาจากบ้าน

ฉันไม่ชอบเปรมเลยนะแม้ว่าเราจะโตมาด้วยกัน และรู้จักกันตั้งแต่ยังเด็ก แม้ฉันจะเป็นแฝดกับมิกกี้ และมิกกี้ก็เป็นเพื่อนสนิทกับเปรม แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะสนิทสนมกับเปรมเลย

หลัง ๆ มาเปรมชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉัน ทักมาหาทุกวันและหึงหวงราวกับว่าเราเป็นแฟนกัน แม้ว่าที่บ้านจะอยากให้หมั้นหมายกันแต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าเปรมคือแฟนฉัน เขาชอบจับมือ ถึงเนื้อถึงตัวซึ่งเวลาเปรมทำแบบนั้นฉันค่อนข้างจะอึดอัด

อย่างหลายอาทิตย์ก่อนที่ฉันไปทำธุระให้คุณแม่แล้วเปรมไปด้วย เขาบังคับให้ฉันไปดูหนังกับเขาแล้วตอนดูหนังอยู่ก็จับมือฉัน วางมือบนต้นขาจนฉันอึดอัดแล้วบอกว่ามาเข้าห้องน้ำ แต่ก็แอบหนีมาจนมาเจอเกียร์นั่นล่ะ แล้วเกียร์ก็ช่วยพาฉันออกจากห้างนั่น

เวลาฉันอยู่กับเกียร์ ถึงแม้เขาจะมีการถึงเนื้อถึงตัวบ้างแต่มันไม่ใช่แบบเปรมเลย และฉันก็ไม่ได้อึดอัดที่อยู่กับเขา ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเวลาที่เขาสบตาตอนคุยอย่างไม่หลบสายตาเลย กับเกียร์ความรู้สึกไม่เหมือนเปรมนะ แม้เขาจะหล่ออันตรายแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับเปรมสักนิด

พอมาถึงมหาลัยคนขับรถก็ส่งฉันที่คณะ ซึ่งเกียร์ก็มารออยู่แล้ว เราสองคนออกมากินข้าวที่ร้านแถว ๆ มอ เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่ฉันเคยมาสองสามครั้ง ฉันนั่งมอไซฯกับเกียร์อีกเหมือนเคย ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นครั้งที่สองมั้ง แต่ว่าตอนนี้ก็ชินแล้วและมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดด้วย

“ติวเสร็จแล้วไปเดินเล่นที่ห้างกันต่อไหม” ระหว่างทานอาหารเกียร์เอ่ยปากชวน “ทุกคนน่าจะติวเสร็จกันสักบ่ายสามไหม เห็นขิงกับพิงกี้บอกว่าจะกลับบ้าน”

“ก็น่าจะได้แหละ แต่มินนี่ต้องกลับบ้านก่อนหนึ่งทุ่มนะ”

“ทำไมเหรอ” ระหว่างที่เกียร์ม้วนเส้นพาสต้าเข้าปากก็ถามมา

“ที่บ้านเปรมจะมาทานข้าวบ้านมินนี่น่ะ ไม่อยากกลับเลย” ฉันยู่ปากอย่างไม่ชอบใจ แต่ก็นะไม่ชอบจริง ๆ นั่นล่ะ เกียร์ก็น่าจะรู้แล้วด้วยว่าเปรมกับฉันมีความสัมพันธ์กันแบบไหน ฉันเล่าให้เขาฟังในวันที่เขาช่วยพาฉันหนีเปรมมาน่ะ

“ถ้าไม่อยากกลับ มินนี่ก็ไม่ต้องกลับสิ อ้างโน้นอ้างนี่ไปก็ได้”

“ไม่ได้หรอก มินนี่ไม่โกหก” ฉันก็คิดแบบนั้นจริง ๆ ไม่ได้โลกสวยอะไรนะ แต่แค่ไม่ชอบโกหกน่ะ

“ก็เป็นแบบนี้ ไม่ปฏิเสธแล้วที่บ้านมินนี่จะรู้ไหมครับว่ามินนี่ไม่โอเค” ก็จริงของเขาเนอะ เพราะฉันไม่พูดเอาแต่ยอมทำตามที่พ่อกับแม่สั่งทุกอย่างก็เลยไม่มีใครสนความรู้สึกของฉันสักนิด “มินนี่ต้องรู้จักปฏิเสธในสิ่งที่ไม่อยากทำนะรู้ไหม ถ้ามินนี่ยอมตลอดแบบนี้ก็จะต้องยอมตลอดไป”

ฉันไม่ได้ตอบรับ หรือปฏิเสธเขา แต่เอาตรง ๆ มันก็ทำยากแหละ พ่อแม่ฉันเลี้ยงมาให้อยู่ในโอวาทตลอด ฉันรู้สึกกังวลและกลัวทุกครั้งที่มีความคิดจะปฏิเสธท่านน่ะ คงเพราะท่านตามใจและพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ จนบางครั้งก็ไม่มีโอกาสเลือกเอง ฉันหัวอ่อนมั้ง

พอทานข้าวเสร็จเราสองคนก็มาที่คาเฟ่ที่นัดกันไว้ ร้านนี้เป็นรานกาแฟที่ปิดดึกมาก ตัวร้านมีขนาดใหญ่และสูงสองชั้น ด้านล่างจะเป็นโต๊ะให้นั่งหลายโต๊ะมาก แต่ว่าชั้นสองจะมีห้องให้ติวแต่ต้องจองล่วงหน้าไว้และจ่ายรายชั่วโมงด้วย

อันที่จริงที่หอสมุดก็มีนะ แต่หอสมุดเอาน้ำเอาขนมเข้าไปไม่ได้ก็เลยมาที่นี่กัน

ที่มาด้วยก็มรกลุ่มฉันทั้งหมด ต้าร์กับเพื่อนเขาที่ไปดื่มด้วยกันวันนั้น กับเกียร์ด้วยที่นี่ก็เลยมีเจ็ดคน การติวก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เราก็ช่วยกันติว ใครไม่เข้าใจตรงไหนก็ช่วยอธิบายน่ะ ซึ่งก็จริงจังบ้างพักบ้าง เล่นบ้างอะไรทำนองนั้น ฉันว่ามันก็สนุกไปอีกแบบ

ปกติแล้วฉันจะทบทวนเอาไว้เป็นสไลด์ของแต่ละบทที่อาจารย์ส่งมา สรุปเป็นมายแมพสี ๆ เพราะสีที่หลากหลายจะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้นน่ะ แล้วก็สะดวกต่อการทบทวนด้วย

“ได้มาติวกับทุกคนคือเข้าใจขึ้นเยอะเลยนะ ขอบคุณสำหรับสรุปด้วยนะมินนี่” ต้าร์ขอบคุณฉัน แต่ว่าก็ส่งให้ทุกคนเลย ฉันไม่ได้หวงวิชานะ อยากให้ทุกคนมีคะแนนดี ๆ กันหมด

“ช่าย ยัยคุณหนูแบกมาจะสามปีแล้วเนี้ย” ขิงก็พูดแล้วเอนหน้าไปซบไหล่แฟน “จะว่าไปก็เร็วเหมือนกันเนอะ อยู่ดี ๆ ก็จะจบปีสามแล้ว”

“จบเถอะ ขี้เกียจแล้วเนี้ย ปอนด์” เพื่อนต้าร์พูดบ้าง

“งั้นเรากลับกันเลยไหม” ฉันถามเพื่อนซึ่งเหลือบดูเวลาก็พบว่าบ่ายสองห้าสิบแล้ว “พิงกี้กับขิงจะกลับบ้านด้วยไม่ใช่เหรอ จะได้ไม่เสียเวลา”

“งั้นก็กลับกันเลยก็ได้ ป่ะ” ทุกคนลุกขึ้นเก็บของกัน เพราะวันจันทร์คลาสเช้ายกไป เพื่อนสาวสองคนก็เลยจะกลับบ้านไปพักผ่อนสักวันสองวันแล้วค่อยกลับมา

ระหว่างที่เราออกจากห้องติวที่เราจองไว้ห้องตรงข้ามก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยปนเซ็กซี่คนหนึ่ง

“อ้าวเกียร์” เธอทักเกียร์แล้วก้เดินมากอดแขนเขา “ไม่ได้เจอกันนานเลยน๊า คิดถึงจัง”

“ลงไปข้างล่างกันเถอะ” ฉันเสนอก่อนจะกอดแขนน้ำหวานแล้วเดินไป ภาพนั้นที่เธอกอดแขนเกียร์มันทำให้ฉันรู้สึกงุ่นง่านในใจยังไงไม่รู้ “น้ำหวานจะกลับเลยไหม แวะส่งมินนี่ที่ห้างหน่อยได้ป่าว มินนี่จะไปเดินซื้อของแล้วก็รอคนขับรถที่นั่นด้วย”

“ได้สิ แต่มินนี่ไม่ได้จะไปกับเกียร์หรอกเหรอ” ฉันสั่นหัว รู้สึกไม่อยากไปกับเกียร์แล้วล่ะ

“แต่เรานัดกันไว้แล้วนะ” ฉันไม่รู้ว่าเกียร์หลุดออกจากผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ตอนไหน และไม่รู้ว่าตอนนั้นไหนที่เขาแหวกเพื่อนมาอยู่ด้านข้างฉันเพราะว่าฉันอยู่หน้าสุดกับหวานแล้วเพื่อนอีกสี่คนก็อยู่ด้านหลังนี่นา เราจะไปเดินเล่นกันก่อนกลับไม่ใช่เหรอมินนี่

“งั้นมินนี่ไปกับเกียร์เถอะ หวานจะได้ไม่วนไปทางนั้น” น้ำหวานยุยง และเพื่อนเหมือนจะดูออก...

“แต่ว่า....” ฉันขยับปาก

“ไปด้วยกันสิ ไม่เบี้ยวนัดนะครับ” ฉันไม่ได้ตอบอะไรจนเดินมาถึงด้านล่าง ขิงและพิงกี้แล้วก็ต้าร์กับเพื่อนไปด้วยกันด้วยรถขิง น้ำหวานกำลังจะไปขึ้นรถของเธอแต่ฉันยังไม่ได้ปล่อยแขนเพื่อน

“น่า...คุณหนูไปกับเกียร์นะ เกียร์หูลู่หางตกแล้ว น่าสงสารออก”

“ก็ได้ งั้นหวานขับรถดี ๆ นะ” ฉันกับเพื่อนโบกมือลากัน เหลือบมองท้างฟ้าเหมือนว่าฝนจะตกอยู่รอมร่อเลย ฟ้าครึ้มจนน่ากลัว ฉันหันกลับมามองเกียร์แล้วก็ “ไปสิคะ เดี๋ยวฝนตกหรอก”

“เมื่อกี้แค่คนเคยคุยกัน แต่เกียร์เลิกคุยกับเขานานแล้ว” เขาอธิบายทั้งที่ฉันยังมาได้เอ่ยปากถาม

“อื้อ” ฉันครางรับเบา ๆ

“อื้อแล้วก็ห้ามหน้างอสิครับ มาเร็วไปกัน” ว่าจบเกียร์ก็จูงมือฉันไปที่รถ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BET ON LOVE : เดิมพันรัก   บทที่ 114

    Special of special - Iคุณพ่อและลูกสาวGear Sathiravich Talk“เทียน่าขา วันนี้คุณแม่ไม่อยู่นะคะ” ผมมารับลูกสาววัยสี่ขวบที่โรงเรียน ปกติแล้วผมกับแม่เขาสลับกันมารับ ไม่ก็มารับด้วยกันบ้างหากช่วงบ่ายผมไม่มีงานอะไรสำคัญ แต่วันนี้ผมมาคนเดียวเพราะมินนี่ต้องไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนแม่ของเธอ“คุณแม่ไปไหนคะ” ล

  • BET ON LOVE : เดิมพันรัก   บทที่ 113

    “กินคำโต ๆ สิ” เขาบอกอีกครั้ง“อะไรของเธอเนี้ย” ฉันสั่นหัวไปมาแต่ด้วยความหวานอมเปรี้ยวของเค้กกับครีมสด ๆ ก็ทำเอาฉันติดใจจนตักมันอีกคำหนึ่งแต่คำนี้ดูจะใหญ่กว่าเดิม แล้วฉันก็อยากจะตักเอาลูกของบลูเบอร์รี่ด้วยก็เลยตักตรงกลาง แต่ตอนทีซ่อมตัดเข้าไประหว่างเนื้อเค้กก็... “โอ๊ะ อะไรน่ะ”ฉันตักไปถูกอะไรก็ไม่ร

  • BET ON LOVE : เดิมพันรัก   บทที่ 112

    เดิมพันรักครั้งที่ 213/3วันถัดมาในตอนสายฉันกับเกียร์ออกจากอ๊อกฟอดไปที่ยอร์กกัน ยอร์กเป็นเมืองบ้านเกิดของยายเกียร์ ต้นตระกูลของยายเกียร์เป็นคนฮังการีแต่ยายมาอยู่ที่อังกฤษก่อนยายเกียร์จะเกิด คุณทวดของเกียร์ก็พบรักกันที่นี่แล้วก็เลยมียายของเกียร์ออกมาเป็นลูกครั้งไทยฮังการี เชื้อสายอังกฤษยังไงล่ะยายข

  • BET ON LOVE : เดิมพันรัก   บทที่ 111

    “มินนี่ก็อยากให้มันเข้ามาแล้ว” ฉันกระซิบก่อนจะยกบั้นท้ายขึ้นแล้วจ่อแท่งเนื้อของเขาให้ตรงกับปากช่องทางแล้วค่อย ๆ นั่งลง การที่เราไม่ได้มีอะไรกันนานหลายเดือนมันทำให้ฉันค่อนข้างตื่นเต้นทุกครั้งที่จะใส่มันเข้าไปข้างใน “อะ อา...”“โคตรแน่นเลยเธอ” เขากระซิบบอกแล้วกระทุ้งแก่นกายเข้ามาจนสุดพร้อมกับกดบั้นเอว

  • BET ON LOVE : เดิมพันรัก   บทที่ 110

    เดิมพันรักครั้งที่ 212/3“มินนี่ เป็นยังไงบ้าง ตอบกลับหาเกียร์หน่อยนะ เธอสอบผ่านไปแล้วหรือยัง เกียร์เป็นห่วงเธอนะเดี๋ยวเสร็จงานแล้วเกียร์รีบโทรไปหา” ช่วงพักเบรกตอนประมาณหกโมงเย็นผมส่งข้อความเสียทิ้งไว้ให้มินนี่เพราะเธอยังไม่อ่านและไม่ตอบข้อความในตอนบ่ายเลยผมแค่กังวลว่ามินนี่จะเป็นอะไรไหม คือถ้าเธอ

  • BET ON LOVE : เดิมพันรัก   บทที่ 109

    [เธอขา มินนี่ผิดไปแล้วน๊า เธออย่าโกรธมินนี่เลย] แฟนส่งนิ้วก้อยเธอมาตรงหน้า พร้อมกับแววตาออดอ้อน มินนี่รู้นะว่าผมน่ะกำลังโกรธเธอ แต่เธอก็รู้ด้วยว่าผมจะโกรธได้ไม่นาน และเธอก็เก่งพอจะรู้วิธีง้อผมให้หาย [ต่อไปมินนี่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว นะเกียร์ หายโกรธมินนี่นะ ๆ ๆ]“.....” ผมไม่ตอบแต่ถอนหายใจใส่[เกียร์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status