LOGINเมื่อแฟนเก่านอกสายตากลับมาอีกครั้งด้วยลุคที่เปลี่ยนไป เธอจึงไม่ลังเลเลยที่จะตกลงคบหากับเขาอีกรอบ
View MoreEP.1 แฟนเก่าฉันเปลี่ยนไป
ถึงจะไม่ชอบดื่มเหล้าแต่ฉันก็เข้าร้านเหล้าได้สบายมาก ไวน์ผลไม้คือสิ่งที่ฉันมักจะดื่มเป็นประจำเวลาที่เรารวมตัวกัน กลุ่มของฉันคบกันมาตั้งแต่มัธยม แม้ว่าตอนนี้เราจะเรียนคนละคณะกัน แต่เราก็ยังสนิทสนมกันเหมือนเดิม “อกหักอีกแล้วเหรอมึง” มิวมิวเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าฉันกำลังดื่มอยู่เงียบๆ จริงๆก็ไม่ได้อกหักอะไรแค่เซ็งๆที่ถูกนอกใจ ไม่ได้เสียใจหรือแคร์ขนาดนั้น “เดี๋ยวก็มีใหม่ ระดับนี้” ดิวบอกแบบนั้นก่อนจะหัวเราะ ก็จริงอย่างที่มันว่านั่นแหละ ฉันควงไปเรื่อยแต่ไม่ได้มีซัมติงอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ผู้ชายเสนอตัวขอไปส่งที่บ้าน ขอเลี้ยงข้าว ขอไปรับ ฉันก็แค่ไม่ปฏิเสธก็เลยดูเหมือนคนคุยเยอะ แต่จริงๆไม่ได้ผูกพันอะไร คบกับใครก็ผิวเผิน ไม่เคยใกล้ชิด มากสุดก็แค่จับมือ แต่สายตาคนอื่นคงมองว่าฉันพรุนไปทั้งตัว ชีวิตฉันมันเงียบเหงา พ่อแม่เป็นหมอ ทำงานหนักตั้งแต่ฉันเด็กๆ ไม่ค่อยมีเวลาให้ ฉันก็เลยมักจะไปหาความอบอุ่นนอกบ้าน แต่มันไม่ค่อยเวิร์กหรอก ออกไปทางแย่ซะมากกว่า แต่ก็ยังหวังว่าจะเจอคนที่ใช่สำหรับฉัน “กูแนะนำให้ไหม พี่เขาเป็นหมอ…” “หยุด! แค่ได้ยินคำว่าหมอกูก็ก็จะอ้วกละ” ฉันพูดเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็อย่างที่บอกว่าพ่อแม่ฉันก็เป็นหมอ ไม่เคยมีเวลาให้ ไม่ว่าจะวันเกิด วันปีใหม่ วันเทศกาลอะไร ฉันก็ต้องฉลองคนเดียวตลอด เหตุผลนี้แหละฉันถึงไม่อยากมีแฟนเป็นหมอ งานก็ยุ่ง เวลาก็ไม่ค่อยมีให้ จะได้เจอกันสักทีก็คงยาก แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว “อ่ะๆ ถ้าหมอไม่โอเค งั้นเป็นนายแบบดีมะ” ดิวพยายามทำตัวเป็นแม่สื่อ แต่ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันเข็ดกับพวกนายแบบเพราะเพิ่งโดนนอกใจมาหมาดๆ “กูว่าจะพักก่อนอ่ะ เหนื่อย” ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายฉันก็มีแฟนมาตลอด พอเลิกกับคนเก่าไม่เกินสองเดือนฉันก็มีใหม่ ก็อย่างที่บอกฉันอยู่คนเดียวไม่ได้ แต่พอตอนนี้ฉันกลับรู้สึกเหนื่อยที่จะตามหาความรักที่มันพอดีกับตัวเอง “กูว่าพรุ่งนี้พายุอาจจะเข้า” “มึงก็เว่อร์มิวมิว” ฉันหัวเราะแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ระหว่างที่เรากำลังเม้าท์มอย ดิวกับมิวมิวก็สะกิดกันก่อนจะชี้ไปทางหน้าร้าน ฉันเห็นพวกมันตาโตเป็นไข่ห่านก็เลยลองหันหลังกลับไปมอง แต่แล้วไวน์ในปากก็แทบพุ่งออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาในร้านเป็นใคร แฟนเก่าคนที่เท่าไหร่ของฉันก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ฉันแทบไม่เชื่อสายตาว่านั่นจะเป็นโซ่จริงๆ เราสบตากันก่อนที่เขาจะหันไปพูดอะไรบางอย่างกับเพื่อนของเขาและเดินตรงมาทางฉัน “แฟนเก่าเฌอแน่ๆ” ฉันได้ยินดิวพูด แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ โซ่เดินมาหยุดตรงหน้าก่อนที่เขาจะขอเพื่อนฉันนั่งด้วย ซึ่งยัยสองตัวบาทก็ตอบตกลงเสียงพร้อมเพรียง “ไง สบายดีเหรอ” ฉันถามเขาที่นั่งลงข้างๆ โซ่พยักหน้าก่อนจะจ้องฉันไม่วางตา เอาจริงๆนะ ฉันไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เท่าที่จำได้ เขาเคยเป็นเด็กเนิร์ดแบบเนิร์ดจริงๆ แต่งตัวเชยๆ เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์อะไรแบบนี้ แต่ดูตอนนี้สิ อย่างกับคนละคน สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปคงมีแค่แว่นตากรอบหนาบนใบหน้าเขานี่แหละ แถมเป็นแว่นที่ฉันซื้อให้เป็นของขวัญซะด้วย เขายังใช้มันอยู่อีกเหรอเนี่ย แอบดีใจเหมือนกันนะ “ได้ยินว่าเฌอเลิกกับแฟนแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วดันแว่นเบาๆ บอกตามตรงว่าตาฉันอยู่ไม่นิ่งจริงๆ กล้ามแขนที่มีรอยสักบวกกับเส้นเลือด ทำให้ใจฉันสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ “อ่า ก็ตามนั้น” เขาพยักหน้า แวบนึงฉันเห็นมุมปากเขากระตุกยิ้มเบาๆ ให้ตายเหอะ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองแอบมองเขากี่ครั้งแล้ว แต่มันละสายตาแทบจะไม่ได้จริงๆ คนอะไรแบดเป็นบ้า! โซ่ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆพร้อมกับดันแว่นอีกครั้งก่อนที่จะหันมาถามฉันว่า… “พรุ่งนี้ว่างเปล่า เราจะไปเที่ยวเสม็ด เผื่อเธออยากไปด้วย”Ep.17 ข่มขู่สัญชาตญาณบอกว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่ทำให้ฉันอยากออกมาประชดชีวิตที่นี่ ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ค่อยๆขยับถอยออกมา แต่พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้เอื้ออำนวยให้ฉันสามารถหลบหลีกจากเขาได้“พี่โซ่ ผมมาทักทายแฟนพี่”ไม่มีเสียงตอบกลับจากเขา แต่ฉันก็รับรู้ว่าเขานั้นยืนอยู่ข้างหลังแม้จะไม่ได้หันไปมองก็ตาม เซ้นต์ยิ้มเจื่อนๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่เพื่อนของเขาตะโกนเรียกพอดี“เดี๋ยวผมกลับโต๊ะก่อนนะครับ”เขาหันมาพูดกับฉัน ก่อนหันไปสบตาดิว หลังจากที่เซ้นต์เดินกลับไปที่โต๊ะแล้ว มิวมิวและดิวก็หันมองไปทางด้านหลัง“เอ่อ จะเคลียร์กันก่อนไหม เราสองคนจะได้ไปอยู่ตรงนู้น”ฉันไม่รู้ว่าโซ่ทำหน้ายังไง เขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่มิวมิวและดิวหันไปคว้ากระเป๋าก่อนเดินไปที่โต๊ะของเซ้นต์ ฉันถอนหายใจ ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับเขา เราสองคนสบตากัน ก่อนที่เขาจะลากสายตาลงมาเรื่อยๆสายตาของเขาเหมือนใบมีดที่กำลังเฉือดเฉือน“แต่งตัวแบบนี้จะมาล่อใครอีกล่ะ”มาถึงก็ปากหมาเลย แบบนี้มันน่าคุยด้วยไหมล่ะ!ฉันสะบัดหน้าหนี เราสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่ตรงนี้นานหลายนาที ก่อนที่เขาจะดึงข้อมือฉันและออกแรงลากมาที่ประ
Ep.16 โลกกลมเสียงเพลงในผับดังกระหึ่ม ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่ม และฉันก็เพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่นาน เพราะรู้ดีว่ายังไงคืนนี้ก็ต้องเมาฉันจึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่มาลงหน้าผับ ไม่ได้ขับรถมาเองเพราะถึงยังไงก็คงจะขับกลับไม่ได้อยู่ดี“เณอ!”มิวมิวยืนอยู่ไม่ไกล สวมชุดสีครีม แหวกหน้าแหวกหลังพอๆกับฉัน จะมีก็เพียงหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินหน้าเกินตาฉันไปมาก“ดีขึ้นแล้วหรอถึงมาเที่ยว”ฉันถามเพื่อนรัก ยัยมิวมิวเพิ่งไปทำนมมา เพราะก่อนหน้านี้แบนจนกระดานเรียกพี่ โดนผู้ชายในคณะล้อบ่อยๆ ชีเลยลงทุนยอมเจ็บตัวยัดซิลิโคนเข้าเต้า“ดีขึ้นมากแล้ว คุณหมออนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้”“ก็อย่าเมามากแล้วกัน เพราะวันนี้ฉันจะเมา”มิวมิวทำหน้างงพร้อมกับมองฉันด้วยสายตาสงสัย“อย่าบอกนะว่าอกหักอีกแล้ว”“ไม่มีผู้ชายคนไหนที่มาหักอกฉันได้หรอก”ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันรู้สึกอกหักจริงๆ แล้วคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้จนป่านนี้ก็ยังไม่ติดต่อกลับมาช่างเถอะ! อีตาแว่นนั่นจะโดนสวมเขาหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันแล้ว“ให้มันจริงเถอะ ไปๆ ดิวรออยู่ข้างในแล้ว”ฉันกับมิวมิวเดินผ่านประตูเข้ามา การ์ดในผับหันมามองพวกเราสองคนพร้อมกับยิ้มใ
Ep.15 รักสามเศร้าเรา 4 คน“เบล?”สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ฉันหัวเสีย เบลกำลังกระหนุงกระหนิงอยู่กับผู้ชายหน้าตาจืดๆ “ควงสองเลยเหรอเจ๊”ฉันแค่นหัวเราะกับตัวเองเบาๆ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ฉันก็ไม่ได้คิดที่จะพยายามดึงโซ่กลับมา ต่อให้ฉันส่งรูปนี้ไปให้เขา แต่ถ้าใจเขาไม่อยู่ที่นี่ มันก็มีประโยชน์ จริงไหมล่ะ?ฉันเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินเฉียดไปใกล้เบล ตั้งใจให้อีกฝ่ายเห็น ทุกอย่างดูเป็นใจเพราะฉันกับยัยนั่นประสานสายตากันพอดี แต่น่าแปลกที่เบลไม่ได้ดูสะทกสะท้านเลยสักนิด ฉันเดินออกมาแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังกลับไปมอง “มีเรื่องบ้าอะไรเนี่ย”ฉันพึมพำกับตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งโซ่ไม่พยายามจะอธิบายอะไรก็ทำให้ฉันยิ่งงงกับความสัมพันธ์ของพวกเขา ในขณะที่กำลังยืนใช้ความคิด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันรีบล้วงมือเข้าไปหยิบในกระเป๋า ลึกๆก็ยังมีความหวังว่าคนที่โทรมาจะเป็นโซ่ แต่ก็อย่างที่บอก ฉันไม่ควรหวังอะไรลมๆแล้งๆ“ว่าไงดิว”ยัยดิวโทรมาชวนไปเที่ยวผับ ฉันกำลังเซ็งๆอยู่พอดีจึงตอบตกลงทันที ในขณะนั้นฉันเหลือ
EP.14 จะเลิกหรือจะเลือก“ไม่โอเคเหรอ”โซ่เอ่ยถามฉัน ซึ่งมันเป็นคำถามที่ไม่ควรออกมาจากปากเขาด้วยซ้ำ ใครมันจะไปโอเคที่เห็นแฟนตัวเองตระเวนไปนู่นทีไปนี่ทีพร้อมกับหนีบแฟนเก่าไปด้วยทุกที่ถ้าฉันลองทำแบบนั้นบ้างเขาจะโอเคหรือเปล่าล่ะ ถ้าเขาไม่โอเคก็แปลว่าฉันไม่โอเคเหมือนกันคำถามแบบนี้ไม่ต้องถามหรอกมาก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“สรุปว่ายังไม่จบกันใช่ไหม นายยังรักเขาอยู่ หรือว่าเขายังรักนายอยู่ หรือว่ารักกัน?”ฉันเค้นถาม ถ้าไม่ได้คำตอบในวันนี้คงจะรู้สึกคาใจมากจนนอนไม่หลับโซ่ไม่ได้ตอบในทันที เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ในระหว่างนั้นเขาไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดมากแค่ไหน ถ้าคำตอบมันชัดเจนในใจเขาไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำ“ไม่หิวเหรอ”“โซ่ อย่าเปลี่ยนเรื่อง ฉันต้องการคำตอบ”ฉันกับเขาสบตากัน ดวงตาของเขาเรียบนิ่ง ฉันมองไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ฉันเกลียดท่าทีที่ดูนิ่งเฉยไม่ทุกข์ร้อนของเขา ในขณะที่ฉันร้อนรนจนแทบเก็บอาการไม่ไหว “อย่าเดินหนีนะโซ่”เขาเลี้ยวเข้าไปในห้อง แต่ฉันจะไม่ปล่อยไปง่ายๆ ฉันตัดสินใจเดินตามเขาเข้าไปข้างใน ล็อคกลอนประตูอย่างแน่นหนา มันเป็นปฏิกิริยาของร่างกายโดยอัตโนมัติ ฉันไม่ไ





