Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-03-14 18:29:46

ฉันก้าวฉับๆ ตรงไปที่รถสปอร์ตคันหรูด้วยความประหม่า เมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ บรรยากาศภายในรถก็เต็มไปด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มข้างกายทันที เขานั่งกอดอกพิงเบาะ พลางปรายตามองมาที่ฉันด้วยสายตาตำหนิ

"มาช้า...ทำอะไรอยู่" น้ำเสียงเข้มนั้นเย็นเยียบเสียจนฉันต้องรีบก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก

"อาจารย์ปล่อยเลทค่ะ..ขอโทษที่ให้รอนะคะ" ฉันเอ่ยตอบเสียงเบาหวิว พยายามอธิบายเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น

"ฉันไม่ได้รอ...อย่าสำคัญตัวเองผิด" เขาตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ก่อนจะกระชากเกียร์และออกรถไปอย่างรวดเร็ว

"ค่ะ..." ฉันรับคำสั้นๆ เพียงเท่านั้น เพราะรู้ดีว่ายิ่งพูดยิ่งขัดใจเขา ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม

ขับรถมาสักพักเขาก็จอดรถที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง.. มันเป็นร้านอาหารทะเลชื่อดังที่บรรยากาศดูหรูหรา แต่สำหรับฉันแล้ว ลางสังหรณ์บางอย่างกลับเริ่มเตือนว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา

"คุณวินจอดทำไมคะ" ฉันถามด้วยความฉงน พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง

"ฉันหิว....แวะทานข้าวก่อน..." เขาตอบสั้นๆ ตัดบทแบบไม่ยอมให้มีการโต้แย้ง

"คะ..งั้นเอยรอในรถนะคะ.."

ฉันรีบออกตัว เพราะความจริงคือฉันไม่อยากอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาไปมากกว่านี้ และที่สำคัญ...ร้านนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย

"จะรออะไรในรถ..เธอต้องไปทานข้าวเป็นเพื่อนฉัน" เขาหันมาถลึงตาใส่เชิงสั่ง

"เอยยังไม่หิวค่ะ"

"ฉันสั่ง.." คำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังนั่นปิดตายทางเลือกของฉันทันที

"ค่ะ" ฉันจำต้องยอมรับชะตากรรมและเดินตามร่างสูงสง่าของเขาเข้าไปในร้าน

เข้ามาในร้านอาหารเขาก็สั่งอาหารมา 5-6 อย่าง.. แววตาของเขามุ่งมั่นในการสั่งเมนูขึ้นชื่อของร้าน รอสักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ กลิ่นไอของทะเลคละคลุ้งไปทั่วโต๊ะ ซึ่งนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ร่างกายของฉันจะรับไหว อาหารทุกจานที่เขาสั่งมาล้วนมีส่วนประกอบของกุ้งและสัตว์ทะเลทั้งสิ้น

"ทานสิ..เขี่ยไปเขี่ยมามันจะอิ่มไหม" เขาว่าพลางมองมาที่จานของฉันที่ยังสะอาดเอี่ยม

"คือเอย.." ฉันพยายามจะอ้าปากบอก แต่ทิฐิและอาการวางอำนาจของเขาทำให้คำพูดเหล่านั้นจุกอยู่ที่คอ

"อย่าเรื่องมากได้ไหม..ฉันสั่งให้ทานก็ทานสิ.....เอานี่.."

เขาตักกุ้งตัวโตเนื้อแน่นมาวางไว้ที่จานของฉันอย่างถือวิสาสะ ฉันที่กล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าตักเข้าปากเพราะฉันแพ้อาหารทะเล.. ฉันจำได้แม่นว่าอาการแพ้ของฉันรุนแรงแค่ไหน แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาคมดุที่จ้องเขม็งราวกับจะบังคับ ฉันเลยได้แต่นั่งเขี่ยข้าวอยู่แบบนั้น ก็อาหารที่เขาสั่งมามีแต่อาหารทะเลทั้งนั้น ฉันไม่กล้าบอกเขา เพราะกลัวเขาหาว่าฉันเรื่องมาก และเขาก็พูดแบบนั้นจริงๆ ฉันเลยกลั้นใจตักข้าวพร้อมกับกุ้งตัวโตเข้าปากเพียงคำแรก

ผ่านไปยังไม่ถึง 5 นาที ร่างกายเริ่มปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรง ความร้อนผ่าวลามเลียไปทั่วผิวหนัง ตามใบหน้า ลำคอ และลำตัวของฉัน..มีผื่นแดงปื้นใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด ลำคอเริ่มบีบรัดจนอากาศหายไป ฉันเริ่มหอบหายใจ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก โลกทั้งใบเริ่มหมุนเคว้ง

@อนาวิน

ผมขมวดคิ้วมองร่างเล็กตรงหน้าที่จู่ๆ ก็มีอาการผิดปกติ ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อสังเกตเห็นตามเนื้อตัวและใบหน้าของเธอมีผื่นแดงฉานขึ้นเต็มไปหมด ร่างเล็กหอบหายใจอย่างหนักเหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ..ดูท่าไม่ดี..ผมเลยรีบลุกขึ้นเข้าไปพยุงด้านหลังเธอไว้ด้วยความตกใจสุดขีด

"เอย..เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง ผื่นขึ้นเต็มตัวแบบนี้...." ใจผมสั่นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ผมถามเธอแต่เธอไม่ตอบอะไร..ริมฝีปากบางเริ่มพิมพ์เขียว และเธอเริ่มหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็หมดสติไปต่อหน้าต่อตา ผมตกใจมาก ความหวาดกลัวจู่โจมเข้ามาจนแทบทำอะไรไม่ถูก ผมรีบอุ้มร่างที่หมดสติขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลทันที ผมเหยียบคันเร่งจนมิดโดยไม่สนกฎจราจรใดๆ ในใจเอาแต่ภาวนาว่าอย่าให้เธอเป็นอะไรไปมากกว่านี้

@ห้องฉุกเฉิน

ผมยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน ความรู้สึกผิดกัดกินใจจนนั่งไม่ติดพื้น เมื่อประตูเปิดออกผมจึงรีบพุ่งเข้าไปหาหมอทันที

"เธอเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ"

"คุณกรินรักษ์ มีอาการแพ้อาหารทะเลอย่างหนักนะคะ เลยทำให้ช็อกหมดสติไป..ต่อไปต้องระวังหน่อยนะคะ เธอค่อนข้างจะแพ้ชนิดรุนแรง... หากมาไม่ทัน" คุณหมอเว้นจังหวะพลางมองหน้าผมด้วยสายตาตำหนิ

"อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะคะ"

"ครับ..ขอบคุณมากครับ" ผมรับคำเสียงแผ่ว รู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอก

ผมเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น กลิ่นยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศเงียบเหงียบขับเน้นให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงดูเปราะบางเหลือเกิน ซึ่งตอนนี้เธอนอนหลับอยู่ด้วยฤทธิ์ยา ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วสังเกตตามใบหน้าและลำตัวของเธอ ผื่นพวกนั้นเริ่มหายไปเกือบหมด คงเพราะยาแก้แพ้ที่คุณหมอฉีดให้ ผมนิ่งมองใบหน้ายามหลับใหลที่ไร้ซึ่งความพยศ นั่งเฝ้าเธอสักพัก เธอก็ขยับตัวและลืมตาตื่นขึ้น

"อืม.." เสียงครางเบาๆ ในลำคอทำให้ผมหลุดจากภวังค์

"เอย..เป็นยังไงบ้าง" ผมเดินเข้าไปและกุมมือเล็กนุ่มที่ยังเย็นเฉียบของเธอไว้แน่นอย่างลืมตัว

"ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ.." เธอตอบพลางพยายามจะชักมือกลับ แต่ผมกลับไม่ยอมปล่อย

"ทำไมไม่บอกฉัน..ว่าเธอแพ้อาหารทะเล...นี่ถ้ามาส่งโรงพยาบาลไม่ทันจะทำยังไง" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะดุ แต่ลึกๆ แล้วมันคือความอาทรที่ซ่อนอยู่

"ขอโทษค่ะ...เอยคิดว่าทานนิดเดียวคงไม่เป็นไร"

"อย่าคิดเองเออเอง..มีอะไรต้องบอก..เข้าใจไหม" ผมเน้นคำด้วยสายตาจริงจัง

"ค่ะ......เออคุณวินคะ..."

"อะไร"

"ปล่อยมือเอยได้แล้วค่ะ" คำขอของเธอทำให้ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่ากุมมือเธอไว้นานแค่ไหน

"อืมม.. ฉันตกใจมากไปหน่อย..เลยเผลอจับมือเธอ" ผมแสร้งตอบหน้านิ่ง ทั้งที่ในอกมันสั่นไหวอย่างรุนแรง

"ค่ะ"

คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะอาการคงที่แล้ว เมื่อมาถึงบ้าน ความอ่อนเพลียที่เห็นได้ชัดจากแววตาของเธอทำให้ผมตัดสินใจเข้าช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนและอุ้มเธอขึ้นไปบนห้องทันที

"ปล่อยเอยลงได้แล้วค่ะ ...เอยเดินเองได้" เธอดิ้นประท้วงเบาๆ

"อยู่เฉยๆ ...เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่ง..จะเดินเองได้ยังไง...ขนาดลุกยังจะไม่ไหวเลย.." ผมเอ็ดเสียงต่ำจนเธอยอมอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอด

"คะ..ขอบคุณนะคะ" คำขอบคุณแผ่วเบานั่นทำเอาใจผมกระตุก

ผมจัดการอุ้มเธอไปส่งที่ห้องนอน วางเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด และเดินลงมาที่ห้องครัวด้านล่างด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนไป ผมเจอกับป้านวลที่กำลังทำความสะอาดเครื่องครัวอยู่

"ป้านวลครับ"

"อ้าวคุณวิน...ลงมาทำไมคะ..." ป้านวลเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ

"ผมว่าจะมาดูว่ามีอะไรกินบ้างน่ะครับ"

"อ่อ..คุณวินจะทานอะไรคะ เดี๋ยวป้าทำให้"

"เออ..คือ...คือว่า.....ผม.....ผมจะเอาไปให้เอิงเอยน่ะครับ" ผมตอบอึกอัก รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก

"ให้คุณหนูเอย?" ป้านวลทวนคำพลางเลิกคิ้ว "คุณวินเนี่ยนะ?"

"ครับ..พอดีเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลยนะครับ" ผมรีบแก้ตัวหน้าตาย

"อ่อค่ะ..งั้นเดี๋ยวป้าเอาขึ้นไปให้นะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ..เดี๋ยวผมเอาไปให้เองดีกว่า..พอดีเธอไม่ค่อยสบายด้วย" ผมรีบตัดบทก่อนที่ป้านวลจะสงสัยไปมากกว่านี้

"ค่ะ ....งั้นป้าอุ่นแกงจืดมะระให้นะคะ...คุณหนูเอยเธอชอบทาน"

"แกงจืดมะระ....มะระขมๆ เนี่ยนะ" ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ รสชาติขมขื่นแบบนั้นใครจะไปชอบ

"ใช่ค่ะ..คุณหนูเอยชอบทานมากเลยนะคะ..คุณผู้หญิงเลยทำไว้ให้บ่อยๆ ทำเมนูนี้ทีไรเธอทานข้าวหมดทุกทีเลยค่ะ"

"แล้วเธอชอบทานอะไรอีกไหมครับ" ผมถามต่อด้วยความอยากรู้ อยากจะไถ่โทษเรื่องอาหารทะเลนั่น

"อืม..ก็จะเป็นพวกผัดต้นอ่อนทานตะวัน แล้วก็นน้ำแตงโมปั่นนมสดน่ะค่ะ ที่ป้าเห็นทานประจำ"

"ครับ...งั้นเดี๋ยวผมยกอาหารขึ้นไปนะครับ..เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน"

"ค่ะ...เดี๋ยวป้าจะให้คนขึ้นไปเก็บนะคะ"

ผมยกถาดอาหารที่มีแกงจืดมะระส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ กับข้าวเปล่าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเธอกำลังหลับใหลอยู่อีกครั้ง

"เอย......" ผมเรียกเบาๆ

"เอิงเอย..ลุกมาทานข้าว..จะได้ทานยา"

เธอค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองผมด้วยท่าทางอ่อนแรง "เอยทานแต่ข้าว..ไม่ทานยาได้ไหมคะ"

"ไม่ได้ .... ไม่ทานยาแล้วเธอจะหายได้ยังไง....."

"เอยไม่ชอบนี่คะ" เธอทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กโดนขัดใจ

"เป็นเด็กรึไง..อย่างอแงนะเอิงเอย" ผมดุแบบไม่จริงจังนัก พลางจัดแจงวางถาดอาหารไว้ตรงหน้าเธอ

ผมนั่งเฝ้าเธอทานข้าวเงียบๆ มองดูเธอทานแกงจืดที่ว่านั่นด้วยความเอร็ดอร่อยจนหมดจาน...พอผมยื่นเม็ดยาแก้แพ้ให้...เธอกลับส่ายหน้า และเบนหน้าหนีทันทีเหมือนเห็นของน่ากลัว

"เอิงเอยมาทานยา"

"ไม่เอา..เอยหายดีแล้ว"

"อย่าให้พูดซ้ำนะ...จะทานหรือไม่ทาน"

"ไม่ ..."

ผมพูดขู่เธอทุกวิธี ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งแต่เธอก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมเปิดปาก ผมจ้องมองริมฝีปากบางที่เม้มสนิทนั่นแล้วความคิดแผลงๆ ก็แวบเข้ามา ผมเลยเอาเม็ดยายัดใส่ปากของผม แล้วโน้มตัวลงไปคว้าต้นคอเธอให้เข้ามารับสัมผัส ผมประกบจูบเธออย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของร่างเล็ก ลิ้นหนาดันเม็ดยาที่อยู่ในปากของตัวเองให้เข้าไปในโพรงปากของเธอ บังคับให้เธอรับมันไป รอจนกว่าเธอจะกลืนเม็ดยาลงคอเพื่อตัดปัญหา แล้วจึงค่อยๆ ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง

"คุณวิน...มาจูบเอยทำไม" เธอถามเสียงสั่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อ

"ก็เธอดื้อ..ไม่ยอมทานยา ฉันเลยต้องป้อนด้วยวิธีนี้" ผมตอบพลางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

เธอทำหน้าตางอนๆ ใส่ผม แก้มป่องๆ นั่นดูน่ารักจนผมต้องหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว...

"นอนได้แล้ว...พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรืองัย"

"คุณวินก็ออกไปก่อนสิคะ" เธอรีบมุดตัวลงใต้ผ้าห่มเพื่อหลบสายตา

"ก็ได้....." ในขณะที่ผมหันหลังกำลังจะเดินออกจากห้อง ผมชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งก่อนจะเปรยออกมา "เอิงเอย....."

"คะ"

"ฝันดีนะ"

ผมรีบเดินออกจากห้องเธอทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ เพราะกลัวว่าเธอจะเห็นรอยยิ้มที่ปกปิดไม่มิดของผม เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเอง ผมก็ทิ้งตัวลงพิงบานประตู รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เต้นเร็วไม่เป็นจังหวะอยู่ภายในอก..ผมลองเอามือจับตรงหน้าอกข้างซ้ายที่สั่นไหว ความรู้สึกแปลกๆ ที่มันกำลังเกิดขึ้นกับผมมันรุนแรงจนปฏิเสธไม่ได้ หรือผมจะชอบยัยเด็กกาฝากเข้าแล้วจริงๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 73

    "แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 72

    "กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 71

    @โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 70

    "อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 69

    @อนาวิน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามค่ำคืน ภายในห้องวีไอพีกลับอบอวลไปด้วยรอยรักที่แสนเร่าร้อน ผมโหยหาเธอมาตลอดสองเดือน และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว "แจ๊ะ..แจ๊ะ..!!!" เสียงนิ้วมือที่ขยับเข้าออกในร่องรอยรักที่ชุ่มฉ่ำดังสะท้อนไปมาในความสลัว "อื้อ..อ๊าาา...พะ..พี่วิน..อ๊าส..." เอิงเอยบิ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 68

    เลือดในกายผมเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้คินบอก ความโกรธแค้นมันพุ่งถึงขีดสุดจนไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับคนประเภทนี้ "เก็บมัน..." "อืม.... : คิน คินรับคำสั่งสั้นๆ พ่อของไอ้คินเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ เรื่องการจัดการกากเดนสังคมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายที่มักจะปล่อ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 66

    @ 1 สัปดาห์ต่อมา ~ อนาวิน ปัง! ปัง! ปัง! "วิน..เปิดประตู.. ไอ้วิน!" เสียงไอ้นทีตะโกนเรียกดังลั่น "อย่ามายุ่งกับกู...!" ผมตะโกนกลับไปอย่างรำคาญใจ "กูมีข่าวดีจะบอกมึง...เกี่ยวกับเอิงเอย มึงอยากรู้ไหม?" เสียงไอ้กรแทรกเข้ามา ประโยคนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าที่กระตุ้นให้หัวใจที่ตายด้านของผมกลับมาเต้นอีกคร

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 65

    @ 2 เดือนต่อมา เวลาสองเดือนที่ผ่านไป สำหรับคนอื่นอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับผม มันยาวนานราวกับนับศตวรรษ ผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไร้แสงสว่าง มืดมนพอๆ กับห้องนอนที่ผมขังตัวเองไว้ทุกวัน ทุกมุมของห้องนี้เคยมีรอยยิ้มของเธอ เคยมีเสียงหัวเราะสดใสที่ทำให้ผมมีความสุข แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคุกที่มองไ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 60

    "หวงจังเลยนะแฟนเนี่ย..ชักอยากจะรู้แล้วสิ..ว่ายัยนั่นสวยขนาดไหน..น้องวินถึงได้หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้" "อย่างเธอไม่ต้องมาอยากรู้จักหรอก..มันคนละระดับกับแฟนฉัน" "ปากดีจังเลยนะ...ลองมาเอากันหน่อยสักยกสองยกเป็นไง..รับรองว่าน้องวินจะติดใจ จนลืมยัยนั่นไปเลย.." "ปล่อยฉัน..อย่ามาแตะตัวฉัน...!" รุ่นพี่หน้า

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 59

    @10.00 น. แสงแดดยามสายส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนที่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผมนั่งขอบตาคล้ำอยู่บนเตียง สภาพดูไม่จืดหลังจากผ่านค่ำคืนที่แสนทรมานที่สุดในชีวิตมาได้ ประตูห้องนอนที่ถูกล็อกไว้เพิ่งจะถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนตัวเล็กที่เดินนวยนาดเข้ามา "เป็นยังไงบ้างคะ..เมื่อคืนหลับสบายดีไหม" เธ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status