Share

บทที่ 6

last update Last Updated: 2026-03-14 18:29:46

ฉันก้าวฉับๆ ตรงไปที่รถสปอร์ตคันหรูด้วยความประหม่า เมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ บรรยากาศภายในรถก็เต็มไปด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มข้างกายทันที เขานั่งกอดอกพิงเบาะ พลางปรายตามองมาที่ฉันด้วยสายตาตำหนิ

"มาช้า...ทำอะไรอยู่" น้ำเสียงเข้มนั้นเย็นเยียบเสียจนฉันต้องรีบก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก

"อาจารย์ปล่อยเลทค่ะ..ขอโทษที่ให้รอนะคะ" ฉันเอ่ยตอบเสียงเบาหวิว พยายามอธิบายเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น

"ฉันไม่ได้รอ...อย่าสำคัญตัวเองผิด" เขาตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ก่อนจะกระชากเกียร์และออกรถไปอย่างรวดเร็ว

"ค่ะ..." ฉันรับคำสั้นๆ เพียงเท่านั้น เพราะรู้ดีว่ายิ่งพูดยิ่งขัดใจเขา ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม

ขับรถมาสักพักเขาก็จอดรถที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง.. มันเป็นร้านอาหารทะเลชื่อดังที่บรรยากาศดูหรูหรา แต่สำหรับฉันแล้ว ลางสังหรณ์บางอย่างกลับเริ่มเตือนว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา

"คุณวินจอดทำไมคะ" ฉันถามด้วยความฉงน พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง

"ฉันหิว....แวะทานข้าวก่อน..." เขาตอบสั้นๆ ตัดบทแบบไม่ยอมให้มีการโต้แย้ง

"คะ..งั้นเอยรอในรถนะคะ.."

ฉันรีบออกตัว เพราะความจริงคือฉันไม่อยากอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาไปมากกว่านี้ และที่สำคัญ...ร้านนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย

"จะรออะไรในรถ..เธอต้องไปทานข้าวเป็นเพื่อนฉัน" เขาหันมาถลึงตาใส่เชิงสั่ง

"เอยยังไม่หิวค่ะ"

"ฉันสั่ง.." คำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังนั่นปิดตายทางเลือกของฉันทันที

"ค่ะ" ฉันจำต้องยอมรับชะตากรรมและเดินตามร่างสูงสง่าของเขาเข้าไปในร้าน

เข้ามาในร้านอาหารเขาก็สั่งอาหารมา 5-6 อย่าง.. แววตาของเขามุ่งมั่นในการสั่งเมนูขึ้นชื่อของร้าน รอสักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ กลิ่นไอของทะเลคละคลุ้งไปทั่วโต๊ะ ซึ่งนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ร่างกายของฉันจะรับไหว อาหารทุกจานที่เขาสั่งมาล้วนมีส่วนประกอบของกุ้งและสัตว์ทะเลทั้งสิ้น

"ทานสิ..เขี่ยไปเขี่ยมามันจะอิ่มไหม" เขาว่าพลางมองมาที่จานของฉันที่ยังสะอาดเอี่ยม

"คือเอย.." ฉันพยายามจะอ้าปากบอก แต่ทิฐิและอาการวางอำนาจของเขาทำให้คำพูดเหล่านั้นจุกอยู่ที่คอ

"อย่าเรื่องมากได้ไหม..ฉันสั่งให้ทานก็ทานสิ.....เอานี่.."

เขาตักกุ้งตัวโตเนื้อแน่นมาวางไว้ที่จานของฉันอย่างถือวิสาสะ ฉันที่กล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าตักเข้าปากเพราะฉันแพ้อาหารทะเล.. ฉันจำได้แม่นว่าอาการแพ้ของฉันรุนแรงแค่ไหน แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาคมดุที่จ้องเขม็งราวกับจะบังคับ ฉันเลยได้แต่นั่งเขี่ยข้าวอยู่แบบนั้น ก็อาหารที่เขาสั่งมามีแต่อาหารทะเลทั้งนั้น ฉันไม่กล้าบอกเขา เพราะกลัวเขาหาว่าฉันเรื่องมาก และเขาก็พูดแบบนั้นจริงๆ ฉันเลยกลั้นใจตักข้าวพร้อมกับกุ้งตัวโตเข้าปากเพียงคำแรก

ผ่านไปยังไม่ถึง 5 นาที ร่างกายเริ่มปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรง ความร้อนผ่าวลามเลียไปทั่วผิวหนัง ตามใบหน้า ลำคอ และลำตัวของฉัน..มีผื่นแดงปื้นใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด ลำคอเริ่มบีบรัดจนอากาศหายไป ฉันเริ่มหอบหายใจ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก โลกทั้งใบเริ่มหมุนเคว้ง

@อนาวิน

ผมขมวดคิ้วมองร่างเล็กตรงหน้าที่จู่ๆ ก็มีอาการผิดปกติ ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อสังเกตเห็นตามเนื้อตัวและใบหน้าของเธอมีผื่นแดงฉานขึ้นเต็มไปหมด ร่างเล็กหอบหายใจอย่างหนักเหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ..ดูท่าไม่ดี..ผมเลยรีบลุกขึ้นเข้าไปพยุงด้านหลังเธอไว้ด้วยความตกใจสุดขีด

"เอย..เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง ผื่นขึ้นเต็มตัวแบบนี้...." ใจผมสั่นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ผมถามเธอแต่เธอไม่ตอบอะไร..ริมฝีปากบางเริ่มพิมพ์เขียว และเธอเริ่มหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็หมดสติไปต่อหน้าต่อตา ผมตกใจมาก ความหวาดกลัวจู่โจมเข้ามาจนแทบทำอะไรไม่ถูก ผมรีบอุ้มร่างที่หมดสติขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลทันที ผมเหยียบคันเร่งจนมิดโดยไม่สนกฎจราจรใดๆ ในใจเอาแต่ภาวนาว่าอย่าให้เธอเป็นอะไรไปมากกว่านี้

@ห้องฉุกเฉิน

ผมยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน ความรู้สึกผิดกัดกินใจจนนั่งไม่ติดพื้น เมื่อประตูเปิดออกผมจึงรีบพุ่งเข้าไปหาหมอทันที

"เธอเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ"

"คุณกรินรักษ์ มีอาการแพ้อาหารทะเลอย่างหนักนะคะ เลยทำให้ช็อกหมดสติไป..ต่อไปต้องระวังหน่อยนะคะ เธอค่อนข้างจะแพ้ชนิดรุนแรง... หากมาไม่ทัน" คุณหมอเว้นจังหวะพลางมองหน้าผมด้วยสายตาตำหนิ

"อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะคะ"

"ครับ..ขอบคุณมากครับ" ผมรับคำเสียงแผ่ว รู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอก

ผมเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น กลิ่นยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศเงียบเหงียบขับเน้นให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงดูเปราะบางเหลือเกิน ซึ่งตอนนี้เธอนอนหลับอยู่ด้วยฤทธิ์ยา ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วสังเกตตามใบหน้าและลำตัวของเธอ ผื่นพวกนั้นเริ่มหายไปเกือบหมด คงเพราะยาแก้แพ้ที่คุณหมอฉีดให้ ผมนิ่งมองใบหน้ายามหลับใหลที่ไร้ซึ่งความพยศ นั่งเฝ้าเธอสักพัก เธอก็ขยับตัวและลืมตาตื่นขึ้น

"อืม.." เสียงครางเบาๆ ในลำคอทำให้ผมหลุดจากภวังค์

"เอย..เป็นยังไงบ้าง" ผมเดินเข้าไปและกุมมือเล็กนุ่มที่ยังเย็นเฉียบของเธอไว้แน่นอย่างลืมตัว

"ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ.." เธอตอบพลางพยายามจะชักมือกลับ แต่ผมกลับไม่ยอมปล่อย

"ทำไมไม่บอกฉัน..ว่าเธอแพ้อาหารทะเล...นี่ถ้ามาส่งโรงพยาบาลไม่ทันจะทำยังไง" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะดุ แต่ลึกๆ แล้วมันคือความอาทรที่ซ่อนอยู่

"ขอโทษค่ะ...เอยคิดว่าทานนิดเดียวคงไม่เป็นไร"

"อย่าคิดเองเออเอง..มีอะไรต้องบอก..เข้าใจไหม" ผมเน้นคำด้วยสายตาจริงจัง

"ค่ะ......เออคุณวินคะ..."

"อะไร"

"ปล่อยมือเอยได้แล้วค่ะ" คำขอของเธอทำให้ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่ากุมมือเธอไว้นานแค่ไหน

"อืมม.. ฉันตกใจมากไปหน่อย..เลยเผลอจับมือเธอ" ผมแสร้งตอบหน้านิ่ง ทั้งที่ในอกมันสั่นไหวอย่างรุนแรง

"ค่ะ"

คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะอาการคงที่แล้ว เมื่อมาถึงบ้าน ความอ่อนเพลียที่เห็นได้ชัดจากแววตาของเธอทำให้ผมตัดสินใจเข้าช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนและอุ้มเธอขึ้นไปบนห้องทันที

"ปล่อยเอยลงได้แล้วค่ะ ...เอยเดินเองได้" เธอดิ้นประท้วงเบาๆ

"อยู่เฉยๆ ...เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่ง..จะเดินเองได้ยังไง...ขนาดลุกยังจะไม่ไหวเลย.." ผมเอ็ดเสียงต่ำจนเธอยอมอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอด

"คะ..ขอบคุณนะคะ" คำขอบคุณแผ่วเบานั่นทำเอาใจผมกระตุก

ผมจัดการอุ้มเธอไปส่งที่ห้องนอน วางเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด และเดินลงมาที่ห้องครัวด้านล่างด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนไป ผมเจอกับป้านวลที่กำลังทำความสะอาดเครื่องครัวอยู่

"ป้านวลครับ"

"อ้าวคุณวิน...ลงมาทำไมคะ..." ป้านวลเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ

"ผมว่าจะมาดูว่ามีอะไรกินบ้างน่ะครับ"

"อ่อ..คุณวินจะทานอะไรคะ เดี๋ยวป้าทำให้"

"เออ..คือ...คือว่า.....ผม.....ผมจะเอาไปให้เอิงเอยน่ะครับ" ผมตอบอึกอัก รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก

"ให้คุณหนูเอย?" ป้านวลทวนคำพลางเลิกคิ้ว "คุณวินเนี่ยนะ?"

"ครับ..พอดีเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลยนะครับ" ผมรีบแก้ตัวหน้าตาย

"อ่อค่ะ..งั้นเดี๋ยวป้าเอาขึ้นไปให้นะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ..เดี๋ยวผมเอาไปให้เองดีกว่า..พอดีเธอไม่ค่อยสบายด้วย" ผมรีบตัดบทก่อนที่ป้านวลจะสงสัยไปมากกว่านี้

"ค่ะ ....งั้นป้าอุ่นแกงจืดมะระให้นะคะ...คุณหนูเอยเธอชอบทาน"

"แกงจืดมะระ....มะระขมๆ เนี่ยนะ" ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ รสชาติขมขื่นแบบนั้นใครจะไปชอบ

"ใช่ค่ะ..คุณหนูเอยชอบทานมากเลยนะคะ..คุณผู้หญิงเลยทำไว้ให้บ่อยๆ ทำเมนูนี้ทีไรเธอทานข้าวหมดทุกทีเลยค่ะ"

"แล้วเธอชอบทานอะไรอีกไหมครับ" ผมถามต่อด้วยความอยากรู้ อยากจะไถ่โทษเรื่องอาหารทะเลนั่น

"อืม..ก็จะเป็นพวกผัดต้นอ่อนทานตะวัน แล้วก็นน้ำแตงโมปั่นนมสดน่ะค่ะ ที่ป้าเห็นทานประจำ"

"ครับ...งั้นเดี๋ยวผมยกอาหารขึ้นไปนะครับ..เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน"

"ค่ะ...เดี๋ยวป้าจะให้คนขึ้นไปเก็บนะคะ"

ผมยกถาดอาหารที่มีแกงจืดมะระส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ กับข้าวเปล่าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเธอกำลังหลับใหลอยู่อีกครั้ง

"เอย......" ผมเรียกเบาๆ

"เอิงเอย..ลุกมาทานข้าว..จะได้ทานยา"

เธอค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองผมด้วยท่าทางอ่อนแรง "เอยทานแต่ข้าว..ไม่ทานยาได้ไหมคะ"

"ไม่ได้ .... ไม่ทานยาแล้วเธอจะหายได้ยังไง....."

"เอยไม่ชอบนี่คะ" เธอทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กโดนขัดใจ

"เป็นเด็กรึไง..อย่างอแงนะเอิงเอย" ผมดุแบบไม่จริงจังนัก พลางจัดแจงวางถาดอาหารไว้ตรงหน้าเธอ

ผมนั่งเฝ้าเธอทานข้าวเงียบๆ มองดูเธอทานแกงจืดที่ว่านั่นด้วยความเอร็ดอร่อยจนหมดจาน...พอผมยื่นเม็ดยาแก้แพ้ให้...เธอกลับส่ายหน้า และเบนหน้าหนีทันทีเหมือนเห็นของน่ากลัว

"เอิงเอยมาทานยา"

"ไม่เอา..เอยหายดีแล้ว"

"อย่าให้พูดซ้ำนะ...จะทานหรือไม่ทาน"

"ไม่ ..."

ผมพูดขู่เธอทุกวิธี ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งแต่เธอก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมเปิดปาก ผมจ้องมองริมฝีปากบางที่เม้มสนิทนั่นแล้วความคิดแผลงๆ ก็แวบเข้ามา ผมเลยเอาเม็ดยายัดใส่ปากของผม แล้วโน้มตัวลงไปคว้าต้นคอเธอให้เข้ามารับสัมผัส ผมประกบจูบเธออย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของร่างเล็ก ลิ้นหนาดันเม็ดยาที่อยู่ในปากของตัวเองให้เข้าไปในโพรงปากของเธอ บังคับให้เธอรับมันไป รอจนกว่าเธอจะกลืนเม็ดยาลงคอเพื่อตัดปัญหา แล้วจึงค่อยๆ ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง

"คุณวิน...มาจูบเอยทำไม" เธอถามเสียงสั่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อ

"ก็เธอดื้อ..ไม่ยอมทานยา ฉันเลยต้องป้อนด้วยวิธีนี้" ผมตอบพลางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

เธอทำหน้าตางอนๆ ใส่ผม แก้มป่องๆ นั่นดูน่ารักจนผมต้องหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว...

"นอนได้แล้ว...พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรืองัย"

"คุณวินก็ออกไปก่อนสิคะ" เธอรีบมุดตัวลงใต้ผ้าห่มเพื่อหลบสายตา

"ก็ได้....." ในขณะที่ผมหันหลังกำลังจะเดินออกจากห้อง ผมชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งก่อนจะเปรยออกมา "เอิงเอย....."

"คะ"

"ฝันดีนะ"

ผมรีบเดินออกจากห้องเธอทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ เพราะกลัวว่าเธอจะเห็นรอยยิ้มที่ปกปิดไม่มิดของผม เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเอง ผมก็ทิ้งตัวลงพิงบานประตู รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เต้นเร็วไม่เป็นจังหวะอยู่ภายในอก..ผมลองเอามือจับตรงหน้าอกข้างซ้ายที่สั่นไหว ความรู้สึกแปลกๆ ที่มันกำลังเกิดขึ้นกับผมมันรุนแรงจนปฏิเสธไม่ได้ หรือผมจะชอบยัยเด็กกาฝากเข้าแล้วจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 73

    "แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 72

    "กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 71

    @โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 70

    "อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 69

    @อนาวิน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามค่ำคืน ภายในห้องวีไอพีกลับอบอวลไปด้วยรอยรักที่แสนเร่าร้อน ผมโหยหาเธอมาตลอดสองเดือน และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว "แจ๊ะ..แจ๊ะ..!!!" เสียงนิ้วมือที่ขยับเข้าออกในร่องรอยรักที่ชุ่มฉ่ำดังสะท้อนไปมาในความสลัว "อื้อ..อ๊าาา...พะ..พี่วิน..อ๊าส..." เอิงเอยบิ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 68

    เลือดในกายผมเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้คินบอก ความโกรธแค้นมันพุ่งถึงขีดสุดจนไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับคนประเภทนี้ "เก็บมัน..." "อืม.... : คิน คินรับคำสั่งสั้นๆ พ่อของไอ้คินเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ เรื่องการจัดการกากเดนสังคมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายที่มักจะปล่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status